popangผู้มีความสนใจทุกอย่างภายใต้ดวงอาทิตย์
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
ใส่ผ้าถุง นุ่งซิ่น กินข้าวนึ่งที่เมืองน่าน ตอนที่2ไปวัดไทลื้อ

เพื่อนๆสาวๆสนใจเรื่องนุ่งซิ่น ไถ่ถามกันมาก ว่าได้ไปนุ่งซิ่นจริงรึเปล่า......ออกแนวสงสัยว่าโปแป้งคนกระเปิ๊บกระป๊าบจะไปนุ่งซิ่นได้หรือไม่

ก็เลยเอามาอวด ..... แต่นี่ไม่ใช่โปแป้งเน้อ...แม่อุ้ยต่างหาก...โปแป้งนุ่งตอนไปไหว้พระธาตุค่ะ.....ปกติใส่แต่ ZaraกับTop Shop..5555...เอิ๊กๆ..ล้อเล่นนน





เป็นเช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส เรามุ่งตรงไปที่หมู่บ้านไทลื้อ วัดหนองบัว ที่อำเภอท่าวังผา ไกลจากอำเภอเมืองน่านราว40กม. ( วิ่งตรงซื่อๆ ไม่มีหลง สำนวนท้องถิ่นนะ) ถ้าหลงให้ถามทางกับชาวบ้าน แต่ถ้าไปถามแม่อุ้ยคนเก่าจะตอบภาษาลื้อ.....เล่นเอาเรายิ้มเก้อ.....แหะๆ ฟังไม่ออก..ให้ไกด์สาวน้อย คือหนูแพรว ไกด์พื้นที่แปลให้..........หุหุน้องแพรวพูดได้หมดไม่ว่าลื้อ กลาง เหนือ......




ไกด์สาวแก้มใสกับพี่อมร ( คุณพ่อน้องแพรว ศิลปินล้านนาแห่งท่าวังผา )ผู้นำทางของวันนี้ค่ะ.................

แม่อุ้ย



(ถ่ายยายคราวนี้คิดว่ามือไม่สั่นนะ แต่ถ้าภาพสั่นคิดว่าเป็นที่ยายแล้วล่ะ เอิ๊ก.....ชอบถ่ายคนแล้วมือสั่นเรื่อยเลย)

หมู่บ้านไทยลื้อแถวนี้เขาไม่แต่งตัวเป็นลื้อนะคะ แต่งอย่างคนเราๆธรรมดานี่แหล่ะ เว้นแต่ว่ามีงานเทศกาลพิเศษ มีแต่ภาษาพูดที่ว่าออกจะฟังยาก...ในจังหวัดน่านก็มีชาวไทลื้ออยู่จำนวนมากทีเดียว....กระจายๆกันอยู่ ตามอำเภอปัว ท่าวังผา.....เชียงกลาง ทุ่งช้างนะคะ มาอยู่กันตั้งแต่สมัย เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง......ที่กวาดต้อนผู้คนมาจากที่ต่างๆเพื่อให้เมืองเป็นปึกแผ่นนั่นเอง





วัดหนองบัวมีอะไรดี...คุ้มค่าน่าไปแอ่วอย่างมากเพราะจิตรกรรมฝาผนัง เขียนโดยหนานบัวผัน เมื่อ100กว่าปีมาแล้ว งดงามด้วยสไตล์ไทลื้อ...มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง..ฝีมือเยี่ยมหาที่เปรียบยาก เรียกกันว่าสกุลช่างน่านขนานแท้...










จากข้อสันนิษฐานของพี่วินัย ปราบริปูว่าภาพที่หนองบัวนี้เขียนขึ้นเมื่อตอนที่หนานบัวผันคงยังหนุ่มอยู่.......ยังมีทีท่าเป็นคนหนุ่มและเขียนเกี่ยวกับชาดกมากกว่าเมื่อคราวที่เริ่มเขียนที่วัดภูมินทร์ ( ในเวียง )ซึ่งนั่นฝีมือแก่กล้ามากแล้ว ได้ใส่จิตวิญญาณและอารมณ์ของศิลปินลงไปสอดแทรกอยู่ในภาพอย่างเต็มที่แล้ว.......ไว้จะพาไปชมเพื่อเปรียบเทียบกันอีกที




พระประธานและภาพพระพุทธเจ้าสี่พระองค์
พระประธานเป็นพระเชียงแสน เกตุเปลว สิงห์สาม ด้านหลังคือพระพุทธ กุกกุสันโธ พระพุทธโกนาโค พระพุทธกัสสปและพระพุทธโคดม


มาดูในวิหารกันก่อน...ภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงชาดกเรื่องจันทคาธชาดก เรื่องราวสนุกมากค่ะ โปแป้งชอบดูมาก และใช้เวลาที่นี่นานมาก ชอบสีสันซีดๆนุ่มๆ มีสีหลักคือแดง น้ำเงิน เหมือนเจือน้ำมากกว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังที่กรุงเทพมาก...แม้จะลบเลือนไปมากอย่างน่าเสียดายแต่ก็ยังพอดูได้

สังเกตดูวิหารกับโบสถ์ทางเหนือจะสร้างเป็นอันเดียวกัน หรือไม่ก็ให้ความสำคัญกับวิหารมากกว่าโบสถ์ รูปทรงแจ้ๆหลังคาคลุม มีมุขหน้าเป็นทางเข้า บ้างไม่มีมุขบ้างแต่ที่เหมือนกันคือหน้าต่างน้อยและทึบหน่อยนะคะ ไม่สูงโปร่งอย่างทางภาคกลาง




ภาพนี้พระจันทคาธและนางเทวธิสังกาประทับเรือสำเภาจีนแล่นอยู่กลางทะเล ผนังด้านตะวันออก




ทางเข้าวิหารเจอพ่ออุ้ย2-3คนเล่นสล้อซอซึงกันอยู่....คลอตลอดเวลาที่เราอยู่ในวิหาร นัยว่าเล่นให้แขกผู้มาเยือนฟัง เป็นบุญหูยิ่งนัก









ภาพนี้เป็นภาพตอนนางในราชสำนักพระเจ้าพรหมจักพรรดิ์ขณะหมอบเฝ้าหน้าพระพักต์ จากหนังสือของอ.สน สีมาตรัง..พี่วินัยให้โปแป้งเป็นที่ระลึก

สำหรับใบหน้าคนคนนั้น จะกลมๆแป้นๆ หัวคิ้วชิดจมูก....ปากเล็กๆจิ้มลิ้มและที่น่ารักคือลูกตา....ที่ขี้เล่น กรุ้มกริ่ม......ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจจากใบหน้าของชาวน่านหรือสาวไทลื้อก็ไม่แน่.....โปแป้งไปเที่ยวหาใบหน้าสาวไทลื้อมาเปรียบเทียบ...เป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่อาจพบที่ใดในสยาม แม้แต่ที่เชียงใหม่ วัดพระสิงห์ก็โครงหน้าไม่เหมือน......




นี่คือ พี่คำ....แม่บ้านที่บ้านพี่วินัย เป็นลื้อแท้ๆมาจากสิบสองปันนา หน้าคล้ายๆเหมือนกันนะ...ลองเทียบกับรูปข้างบน





หลังวัดมีบ้านไทลื้อมะเก่า ( มะเก่า แปลว่าสมัยเก่า )แสดงวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ...แบ่งบ้านออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งเก็บของและอุปกรณ์เครื่องมือทำมาหากิน ครัวไฟและเฮือนน้ำ....แปลนสวยดี......เสก็ตช์นี้เปรียบเทียบกับเรือนพื้นเมืองน่าน...ใกล้เคียงเหมือนกันนะ.........เป็นที่น่าสังเกตว่าบ้านลื้อดั้งเดิมหาดูยากแล้วนะคะ...ด้วยความเจริญรุกคืบเข้ามาและอะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไป...โปแป้งเป็นพวกชอบโหยหาอดีตเหมือนคนแก่ อยากจะให้โลกหนุมช้าลงซักนิด ยังติดใจในวิถีเก่าๆอยู่...ชอบดูภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องไทลื้อ
เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือบ้านเขาจะไม่มีพระพุทธรูปนะคะ จะมีแต่ศาลผีปู่ผีย่า...เป็นหิ้งไว้ที่หัวนอน






ฮอกวัว ....คือกระดิ่งใส่คอวัว....มีกระต่ายขูดมะพร้าว ( เค๊าเรียกว่าแมวนะ )พวกข้องดักปลา กระด้งใหญ่ๆเรียกแอ่ว ...มีตะกร้าอะไรสานๆเรียกก๋วย.....




เฮือนน้ำคือเรือนน้ำ.....มีทุกบ้านเรือนนะคะที่นี่ จะสร้างทรงหน้าจั่วหรือทรงหมาแหงน ทำด้วยแป้นเกล็ดไม้สัก ตั้งอยู่ที่มุมใดของบ้านนั้นขึ้นอยู่กับความลาดเอียงของพื้นที่..ให้ตั้งตรงข้ามที่สูงของบ้าน......เพื่อให้น้ำไหลลงใต้ถุนได้ทั่วถึง......................

จะตั้งเฮือนน้ำใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ ต้องทำพิธีปลุกแม่พระธรณีก่อนจะขุดหลุมลงเข็ม มักมีหม้อน้ำ3หรือ5ใบวางอยู่พร้อมกระบวย ตามความเชื่อเรื่องพระพุทธเจ้า5พระองค์หรือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์




แป้นเกล็ดไม้เช่อร่าสู้ไม่ได้นะ เพราะความที่ไม้ไม่เท่ากัน เป็นผิวขรุขระนี่ล่ะที่ทำให้อากาศและลมระบายเข้าบ้านได้ได้ค่ะ โดยไม่ต้องยาอะไรเคลือบ....วิธีมุงหลังคาคือตอกตะปูเข้ากับคานแล้วเกี่ยวแป้นเกล็ดเข้าอย่างง่ายๆ


ถ้าเป็นไม้สักน้ำหนักจะเบากว่าไม้ประดู่นะ....แต่เดี๋ยวหายากและแพง ตกอันละ10บาทได้มั้ง.....พบได้ตามเฮือนเก่า วัด เป็นศิลปกรรมของทางเหนือ




ใต้ถุนบ้านพบแม่อุ้ยทอผ้าซิ่นอยู่ น้องแพรวบอกซิ่นม่านเรียกว่าลายมุกงูลอยมีทั้งแบบย้อมสีสังเคราะห์และสีธรรมชาติ....น้องแพรวเชียร์สีสดสุดใจขาดดิ้น...บอกว่าอานกต้องใส่นะ อย่าเอาไปคลุมคอม...5555.....ก็ใส่น่ะซิ!!!!!! แต่สุดท้ายซื้ออีกผืนมา สีดำแดงให้เหมือนในภาพเขียน..............
ผ้าทอทางนี้ก็ต่างกันออกไปตามพื้นที่และย่านนะคะ ทางนี้เป็นหมู่บ้านลื้อเมืองล้า ลายก็คงต่างกับลื้อทางเมืองยองหรือทางสิบสองปันนา นอกจากนี้ที่น่านยังมีซิ่นป้อง ซิ่นลายน้ำไหล ซิ่นมัดก่านคล้ายมัดหมี่ของทางอีสาน ลวดลายทอแบบลายยกดอกก็มีเยอะ ( ฝรั่งเรียกผ้า dobbyที่มีลายในตัวนั่นแหล่ะ...แค่ดูก็เพลินแล้ว )ผืนๆนึงทอราว5-7วันค่ะ ราคาไม่แพง...






จากนั้นเราไปดูที่อำเภอปัวกัน....วัดต้นแหลง วัดไทลื้อยุคแรกๆ....และต้นดิกเดียม..ต้นไม้จั๊กจี้ที่โด่งดัง........ในขุนเขาของเมืองปัวค่ะ








Create Date : 14 สิงหาคม 2552
Last Update : 11 ธันวาคม 2554 18:40:22 น. 16 comments
Counter : 10024 Pageviews.

 
ตามไปแอ่วด้วยคนนะเจ้า


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:9:51:13 น.  

 
งามขนาดเจ้า


โดย: pennoom วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:10:21:47 น.  

 
ว้า...น่าเสียดายไม่ได้เห็นน้องนกนุ่งผ้าถุง

โครงสร้างรูปทรงโบสถ์แลดูคล้ายสิม(โบสถ์ที่ชาวลาวเรียก)ของทางหลวงพระบางมาก

ส่วนภาพจิตกรรมนั้นขอบอกว่าดูแปลกตา ต่างจากภาพศิลปไทยแบบจารีต ใบหน้าของพี่คำที่นำมาเทียบดูละม้ายคล้ายกับในภาพวาดจริงๆ การแต่งกายของหญิงสาวที่เปลือยอกนุ่งซิ่น มีผ้าแถบคล้องคอ มวยผม(ซ้อง) ใส่ต่างหู เป็นการแต่งกายในยุคสมัยนั้น...หนานบัวผันได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมของท้องถิ่นในยุคสมัยของเขาออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์สวยงาม

บล็อกนี้ดีจัง(ชอบทุกอย่างขี้เกียจบรรยาย)


โดย: bite25 วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:10:48:41 น.  

 
นุ่งผ้าซิ้นแล้วจะรู้ว่าใส่สบายกว่ากางเกงนะคะ โล่งดี
ชอบผืนทางขวา ออกแดง แดง ม่วง ๆ สวยดี


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:12:32:25 น.  

 
ชอบศิลปวัฒนธรรมแบบนี้จัง

มีเอกลักษณ์ ไม่รีบเร่ง


โดย: uu IP: 203.113.85.18 วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:14:26:10 น.  

 
น่ารักจังค่ะ คิดถึงยายเลยค่ะ เพราะยายของหนูชิก็ทอผ้าใส่เองเหมือนกัน


โดย: ด.ญ คณิตกร วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:14:46:53 น.  

 
ผ้าสวยดีจังเห็นแล้วนึกถึงแม่ชอบผ้าไทย


โดย: หญิงแม่ วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:16:34:49 น.  

 
น่าสนใจมากคะ

หมู่บ้านไทลื้อ

คราวหน้าไปน่านจะต้องไปให้ได้

ชอบๆๆๆๆ



โดย: Rabbit_Filter วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:23:32:23 น.  

 
อ่านคำบรรรยายภาพได้อย่างเพลิดเพลินครับ

ผ้าซิ่นทอมือ มีความประณีตสูง หมายถึงทำด้วยสมาธิ และ
ความตั้งใจที่จะฝากฝีมือทุกผืน ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องการค้า
เป็นพัฒนาการของการแต่งกายที่ถึงจุดที่น่าพอใจ แต่อาจ
ดัดแปลงลายผ้าซิ่นไปบ้าง
แต่หากจะทำอย่างโบราณ ก็สามารถดูจากภาพเขียนฝาผนังได้

บ้านเรือนของชาวไทยลื้อ ดูเรียบงายและมีภูมิปัญญาของบรรพบุรุษซ่อนอยู่

วัดวาอารามดูเรียบง่าย มีศิลปะให้ศึกษาทุกตารางนิ้ว

คุณ popang ได้ทำให้เมืองน่านเป็นที่สนใจของผู้เข้ามาชม
และอยากไปเยือนสักครั้ง

จะขอติดตามตอนต่อไปครับ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:7:56:40 น.  

 
1 ชอบโบสถ์รูปเล็กๆ นะครับ ทำไมเล็กจัง ท่าจะสวย ขยายใหม่ได้ไหมครับ

2 ผ้ารูปล่างสุด ผืนทางขวาของภาพสีโทนเดียวกันสวยดี อึมๆ ดีครับ

3 ได้รับความรู้เรื่องการระบายอากาศจากกระเบื้องไม้ แจ่มจริงๆ ครับ

4 ถ้าได้นอนบนเรือนไม้แบบนี้ คงหลับสบาย (ถ้าไม่มีตุ๊กแก)


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:7:57:20 น.  

 
ทำรูปใหม่ให้แล้วค่า.....พี่ชัยวัฒน์แต่นกคาดว่ามีตุ๊กแกแน่นอนค่ะ.....โดยมากบ้านแบบนี้มักมี.....อิอิ......
พี่IMขอบคุณมากนะคะที่แวะมา ตอนต่อไปเรื่องหอศิลป์ริมน่านค่ะ
หวัดดีทุกคนข้างบน...ขอบคุณที่แวะมา
ปล.พี่ติ๊ก นกชอบนุ่งเหมือนกัน สบายดีแต่อาจโป๊ได้ถ้ากระเปิ๊บประป๊าบ55555


โดย: popang (popang ) วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:9:33:15 น.  

 
ผ้าซิ่นผืนสุดท้าย ด้านขวา สีสวยแท่น้อ


เขียนเรื่องได้ลึกซึ้งจังน้องนก สมกับที่รักในเรื่องราว
เหล่านี้จริง ๆ ...
สาวโบราณคดี (?) คนนี้ ถ่ายรูปเก่งและสวยมากกกกก จ้าาา


... บ้านไทลื้อในรูปสวยจัง ...


โดย: Tristy วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:10:17:23 น.  

 
กรี๊ด ๆ พี่นกขา จัดอีกรอบได้ป่าวเนี่ย อยากไปค่ะ

ปล.น้องแพรวน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: bake-aholic วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:10:34:20 น.  

 
หม่อนเคยไปหลายที่ ๆ พี่นกถ่ายเลยล่ะ
แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ฝีที่มือจะงอกเงย
ถ่ายออกมาให้ได้ภาพสวยเยี่ยงนี้บ้าง

เซ็งจริง


โดย: ซามอ วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:12:44:28 น.  

 
แอบเกาะล้อตามมาด้วยคน ^___^

ไปไหน..ไปด้วย..


โดย: พี่ปูนิ่ม วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:19:15:54 น.  

 
ตามมาแอ่วทุกช็อตเลยค่ะ


โดย: Annijima IP: 124.120.154.207 วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:17:18:16 น.  

popang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




แม่โป-แป้ง confession of a happy housewife who working on her own way.....ถ้าเลือกได้ ขอเลือกเอาความสุขใจมาก่อนนะ

















Friends' blogs
[Add popang's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.