สุขสรรค์ หรรษา กับคุณสามีฝรั่ง กับมิสซิสอาร์โนลด์

Happiness&Fun with my Farang Husband

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา

วันจันทร์ที่ 18 ม.ค. 2553

พาน้องซาอีดาไปพบคุณหมอ
ครั้งนี้ทุลักทุเลกว่าทุกครั้ง เนื่องจากเราต้องนั่งรถแท็กซี่กันไป
โรงพยาบาลแห่งนี้ที่จอดรถไม่ได้หากันง่ายๆ
เลยตัดสินใจลดความตึงเครียดโดยการไม่ขับรถไป

เมื่อถึงโรงพยาบาลเรามุ่งหน้าปรี่ไปทำบัตรผู้ป่วยใหม่
ให้สามีพาลูกสาวกับคุณยายบัวไปนั่งรอท่ามกลางฝูงชนอันล้นหลาม
เราทำบัตรใช้เวลาไปเกือบ 20 นาทีจึงได้บัตรมาพร้อมกับเล่มประวัติคนไข้
จากนั้นเราทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังแผนกกระดูกทันที

พอไปถึงด้านหน้ามีป้ายตั้งไว้ว่า "ปิดเพราะคิวเต็ม...รับเฉพาะผู้มีบัตรนัดเท่านั้น"
เราตอนแรกก็อึ้ง แต่ยังมั่นใจว่าต้องได้พบคุณหมอ
เพราะครั้งก่อนคุณหมอนัดเราเองให้มาวันนี้ จะจองคิวไว้ให้
เราเลยตัดสินใจเดินเข้าไปบอกพยาบาล ว่าคุณหมอเอาชื่อมาไว้แล้ว

ตอนแรกพยาบาลก็มองๆ หน้าเรา บอกให้รอสักครู่
แล้วเธอก็เดินเข้าไปยังห้องคุณหมอ
จากนั้นก็เดินมารับแฟ้มประวัติจากเรา แล้วบอกว่าให้รอพบหมอได้
เราใ้ช้เวลานั่งรอคุณหมอประมาณ 45 นาทีเห็นจะได้จึงได้เข้าพบ
คุณหมอยังน่ารักเหมือนเดิม พูดคุยดี ตรวจเช็คอาการน้องแล้วบอกว่า
"นัดผ่าตัดพรุ่งนี้ประมาณ 11 โมง"
แต่ก่อนจะผ่าต้องส่งน้องไปเจาะเลือด และเอ๊กซเรย์ปอด
คุณหมอให้เราไปทำเรื่อง admit น้องเข้าโรงพยาบาลสำหรับวันรุ่งขึ้น
แถมยังโทรถามเรื่องห้องพิเศษให้ แต่...โชคไม่ดีเราได้ห้องพิเศษแบบ 3 เตียง
เพราะคิวห้องพิเศษเตียงเดียวเต็มหมด...แต่ก็ไม่สำคัญเท่าสุขภาพลูกเรา
เลยต้องอดทนเอาหน่อย

หลังจากนั้นก็ให้เราออกมานั่งรอประวัติและบัตรนัดหน้าน้อง
ไม่นาน คุณพยาบาลก็เอาบัตรนัด แฟ้มประวัติ ใบเสร็จเพื่อชำระเงิน
และใบอื่นๆ มาให้ เกี่ยวกับกระบวนการเจาะเลือด เอ๊กซเรย์ปอด
แล้วบอกให้เราไปจ่ายเงินพร้อมกับรับยาุสุดท้าย
เราก็งงว่าทำไมมียากินด้วยเหรอ แต่ดันปากหนักไม่ได้ถาม
เพราะมัวงงๆ กับกระบวนการทั้งหมดที่ต้องทำต่อไป

พอเราเดินออกจากแผนกกระดูกเพื่อไปชำระเงิน
พนักงานชำระเงินก็ไม่ยอมให้ชำระ บอกให้ไปรับยาที่แผนกยาก่อน
เราก็ไปแผนกยา แต่ดันได้รับคำตอบว่าไม่มียานี้ น่าจะเป็นเครื่องมือ
ชี้ให้เราไปยังแผนกเครื่องมือ เราก็เดินไป
ไปถึงพนักงานช่องนั้นกลับบอกว่าไม่มีอีก เราก็ชักเริ่มอารมณ์เสีย
โยนกันไป ก็โยนกันมา ไอ้เรามันคนเดินเรื่อง งงจะแย่

ในที่สุดตกลงกันว่าให้เราไปชำระเงินก่อน
แล้วบอกให้พนักงานชำระเงินคีย์รหัสใบสั่งยาตัวนั้นลงไป
เราก็ทำตามคำแนะนำ แต่...ได้ชำระเงินจริง ซึ่งไม่รวมไอ้ค่ายาตัวนั้น
แถมพนักงานชำระเงินยังเอาใบสั่งยาแนบกลับมาให้เราซะอีก
บอกให้ไปเจาะเลือดและทำเอ๊กซเรย์
เราก็เลยถามกลับไปว่า "อ้าวแล้วยาตัวนี้ล่ะคะ"
พนักงานตอบว่า "ให้ไปยื่นแผนกเอ๊กซเรย์"

เราก็ยังทำตามเค้านะ ไปแผนกเอ๊กซเรย์
ชำระค่าเอ๊กซเรย์ปอดของน้อง และยื่นใบเสร็จค่ายาให้
พร้อมบอกว่า "การเงินด้านล่างให้มายื่นที่นี่ค่ะ"
พนักงานเก็บเงินทำหน้างง บอกว่าไม่มีนะที่นี่
ให้เรากลับไปถามที่แผนกกระดูกดูอีกครั้งหนึ่ง

เรานะลมแทบจับ จะบ้าตาย ยิ่งสามีเรายิ่งแย่เข้าไปใหญ่
บอกว่า เปลี่ยนโรงพยาบาลไหม
คือเค้าไม่ชินกับระบบโรงพยาบาลของรัฐ ที่สับสนวุ่นวาย
แต่ด้วยข้อดีที่ค่ารักษาถูกกว่าของเอกชนเยอะ เราเลยบอกเค้าไปว่าไม่ต้อง
ทนเดินกลับไปยังแผนกกระดูก พยาบาลที่นั่นก็ดีโทรประสานจนในที่สุด
ให้กลับไปที่แผนกรังสีอีกรอบ แต่คราวนี้เน้นย้ำให้ไปเคาน์เตอร์ 2
จึงจะสามารถ ชำระเงินได้ แล้วไอ้ยาที่ว่ามันไม่ใ่ช่ยาทานแต่อย่างใด
แต่เป็นสีที่จะใช้ในการผ่าตัด สุดยอดเลย
ให้เราเบิกแล้วถือกลับบ้าน เพื่อเอามามอบให้หมอในวัดผ่าตัด
แปลกดี ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

จบเรื่องวุ่นวานเกี่ยวกับโรงพยาบาลแล้ว
มาเข้าสู่เรื่องราวของสาวน้อย ซาอีดาต่อดีกว่า
ในวันนี้เราพาซาอีดาไปเอ๊กซเรย์ปอด
พอถอดเสื้อผ้า เอาเธอวางลงเท่านั้นแหละ ร้องไห้ใหญ่
เราก็สงสารลูกจับใจ แต่ก็ต้องช่วยจับแขนจับขากับพ่อเค้าให้ตัวนิ่ง

พอเสร็จออกมาไม่เท่าไหร่ ก็ต้องอุ้มไปเจาะเลือด
ขั้นนี้สิปราบเซียนมากๆ เพราะตอนแรกเจาะข้างซ้าย
ลงเข็มไปปุ๊บ น้องร้องไห้แบบจ้าเลย เราเองได้แต่กอดลูกน้ำตาไหล
อายพยาบาลก็อายนะ แต่มันห้ามไม่ไหวจริงๆ
คุณพยาบาลควานเข็มนานมากปรากฎว่าไม่สำเร็จ
ต้องเรียกหัวหน้าพยาบาลอีกคนมาเจาะแขนข้างขวา
คราวนี้เราแฟนเราเห็นว่าเราไม่ไหวแล้ว จึงอาสามาจับลูกเอง
เรายืนน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสารเค้าจับใจ
เจาะเสร็จ เราอุ้มเค้ามากอดแนบอก ได้แต่ปลอบว่า ไม่เป็นไรแล้วลูก

หลังจากเสร็จกระบวนการทั้งหมด ก็หมดวันพอดี
พากันนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
ซาอีดาเหนื่อยมากๆ กับวันนี้ mommy แอบเก็บภาพสาวน้อย
กับแผลที่แขนทั้่งสองข้างมาได้แบบนี้



วันอังคารที่ 15 มค 53
เราไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ 9 โมง
คุณหมอบอกว่ามีเคสเช้า จะเสร็จก็ 11 โมง
ให้เรางดนมและน้ำซาอีดาตั้งแต่ตอนตี 5
เราเลยต้องหลอกเค้าให้ดูดจุกหลอกแทน
ทั้งๆ ที่ใจไม่อยากให้ดูดเพราะกลัวว่าจะติด

ไปถึงพยาบาลบอกว่าคุณหมอยังไม่เสร็จให้ไปรอที่ห้องพักก่อนเลย
ใกล้เวลาแล้วจะให้เจ้าหน้าที่ไปเรียก
ซาอีดาก็นอนรอ ดูดจุกหลอกไปพลางๆ



รอคุณหมอจนประมาณ 11.30 พยาบาลก็มาเรียกให้ไปที่หน้าห้องผ่าตัด
กว่าจะได้เข้าไปผ่าก็ตอน 12.00 น. ตอนส่งลูกให้กับพยาบาล
เรารู้สึกใจหายวาบ แต่ยังดีที่น้องซาอีดาไม่ร้องไห้
ไม่งั้นแม่คงบ่อน้ำตาแตกอีกรอบ
หลังส่งน้องเข้าห้องผ่าตัด พยาบาลหน้าห้องบอกให้เรากับสามีไปทานข้าวก่อน
เพราะการผ่าตัดคงใช้เวลาเป็นชั่วโมง
เราสองคนก็ไปทานข้าวแล้วรีบกลับมารอหน้าห้องผ่าตัด
จนกระทั้งเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง คุณหมอก็ออกมาบอกว่าเสร็จแล้ว
เรียบร้อยดี ตอนนี้ย้ายออกมาอยู่ห้องพักฟื้นไม่ต้องเป็นห่วง
ไม่นาน พยาบาลก็เรียกให้เรา ซึ่งเป็นคุณแม่ ไปเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อ
เพื่อเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนน้อง
สามีเราตอนแรกก็อยากเข้าไปด้วย แต่เราบอกว่า เขาคงให้เข้าแค่คนเดียว
เพราะเดี๋ยวจะวุ่นวาย จึงบอกให้เค้าใจเย็นๆ รอหน้าห้อง

เข้าไปตอนแรกลูกเรายังร้องครางๆ อยู่เลย คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาสลบ
แล้วก็คงทั้งเจ็บ ทั้งแปลกที่ เราก็ไปนั่งลงใกล้ๆ
กระซิบข้างๆ หูเค้าตลอดเวลาว่า "mommy อยู่นี่ อยู่กับหนูนะ ไม่ต้องกลัวลูก"
พร้อมกับยกมือลูลศรีษะน้อยๆ ของเขาเบาๆ
นั่งปลอดอยู่สักพัก เค้าก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา
ไม่นานเมื่อสภาพร่างกายน้องดีแล้ว คุณหมอก็อนุญาตให้พากลับห้องได้
หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัด น้องสลบไสลแบบนี้ค่ะ



ตอนสามีเราเอามือถือถ่าย ก็ไม่เห็นป้ายห้ามถ่ายรูป
คุณพยาบาลเลยเตือนว่าห้ามถ่ายรูป เราจึงค่อยเหลือบไปเห็นพอดี
ต้องขอโทษขอโพยคุณพยาบาลเป็นการใหญ่
ก่อนกลับห้องพัก พอดีได้คิวทำ CT Scan เลยมุ่งหน้าพาน้องไปทำ
เพื่อดูภาพว่ากระดูกสะโพกนั้นเข้าที่ดีแล้วหรือไม่
แล้วก็พาน้องกลับสู่ห้องพัก

เืฝือกที่น้องใส่ สภาพเหมือนกับนุ่งกางเกง ขอบสูงขึ้นมาเหนือสะดือเล็กน้อย
ขาข้างที่ผ่าตัด ดันกระดูสะโพกมีเฝือกหุ้มอยู่ทั้งหมดแบบนี้



ส่วนอีกข้างเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เพื่อดามระหว่างช่วงสะโพกทั้งสองด้านแบบนี้



ส่วนตรงกลางเป้าเจาะรูไว้ให้น้องขับถ่ายค่ะ
เลยต้องนุ่งแพมเพิร์สไว้ ซึี่งขั้นตอนการนุ่งลำบากมาก
นุ่งแบบธรรมดาไม่ได้เพราะเดี๋ยวเฝือกเปียกด้านใน
เด็กผู้หญิงเวลาฉี่แล้วจะไหลไปตามร่องก้น
ดังนั้น เลยต้องใส่ผ้าอนามัยก่อนชั้นนึงตามด้วยแพมเพิร์ส
ซึ่งด้านหลังต้องยัดทั้งสองอย่างเข้าไประหว่างเฝือกกับก้นน้องก่อน
การนุ่งท่าที่ดีสุด คือต้องคว่ำหน้าน้องก่อน เพื่อให้มีพื้นที่ยัดเข้าไปได้
จากนั้นก็ต้องจัดเพมเพิร์สให้ดี ยัดทุกขอบซอกมุมให้ดีไม่ให้ไหลซึมเฝือก

คืนแรกเรานอนเฝ้าลูก ไหนจะมือใหม่ในการเปลี่ยนผ้า
ไหนจะต้องให้นมในท่าพิสดาร เนื่องจากอุ้มลูกแบบให้นมท่าปกติไม่ได้
แล้วยังไม่ได้นอน เนื่องจากลูกเราเค้านอนผวาตลอดคืน
คงเนื่องมาจากการผ่านตัดและความระบมของแผล
แม่คนนี้ก็เลยไม่ไหวร้องไห้มันทั้งคืน สงสารลูกเป็นที่สุด
รู้สึกในใจว่า ทำไมต้องเป็นลูกเราหนา ที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้
ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ แม่เจ็บแทนได้ แม่ก็ยอมให้มันเกิดขึ้นแทน

แต่เราก็ต้องกลับมาเข้มแข็งให้ได้ เพื่อให้ลูกเราสู้ต่อไปได้อย่างเข้มแข็งเช่นกัน

ตอนนี้เราพาลูกกลับมารักษาตัวที่บ้านแล้วค่ะ
เค้าจะร้องนิดหน่อย คิดว่าคงเพราะไม่สบายตัวเหมือนเก่า
มีบางทีที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นคิดว่าคงเป็นเพราะเจ็บแผล
ส่วนเราก็เริ่มชินกับการอุ้มลูกแบบติดเฝือก
เปลี่ยนผ้าอ้อมและให้นมแบบพิสดาร

เราคิดว่าทุกอย่างคงจะผ่านไปได้ด้วยดี
อีก 3 สัปดาห์คุณหมอนัดไปเปลี่ยนเฝือกอีกที
ซึ่งนั่นก็หมายถึงต้องวางยาสลบลูกเราอีกแล้ว
ยังไงก็ตาม ขอให้หลังการรักษาลูกเราหายเป็นปกติดีก็พอใจแล้วล่ะ

ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยติดตามอ่านและให้กำลังใจเสมอมานะคะ



จากทุกดวงใจของครอบครัวเราค่ะ


Create Date : 21 มกราคม 2553
Last Update : 21 มกราคม 2553 15:20:26 น. 20 comments
Counter : 725 Pageviews.

 
เป็นกำลังใจให้น้องซาอีดา และคุณแม่คะ ขอให้น้องหายไว ๆ เข้มแข็งไว้นะคะ


โดย: นมรสชาเย็น วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:16:50:45 น.  

 
ขอให้น้องหายไวๆนะคะ
สู้ๆค่ะคุณแม่


โดย: pim5022 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:17:02:52 น.  

 
พี่คะ จอยเพิ่งเข้ามาอ่านบล็อกของพี่เป็นครั้งแรก สงสารน้องจังเลยคะ คงเจ็บหน้าดูเลย จอยเป็นนักศึกษาพยาลนะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักพี่นะคะ


ลุกสาวพี่น่ารักมากเลยคะ


โดย: vanderwaal วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:17:45:09 น.  

 
อ่านแล้ว สงสารทั้งแม่และลูกเลยค่ะ


โดย: Candydolls วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:19:51:36 น.  

 
ขอให้เจ้าตัวน้อยหายไวๆ นะคะ


โดย: Toy Seven Kings วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:20:58:17 น.  

 
สู้ๆๆๆๆๆๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
เดี๋ยวน้องก้อวิ่งได้แล้วค่ะ
ชาร์ทพลังให้ค่ะ สู้ๆ


โดย: Miss.beautifully วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:21:22:08 น.  

 
โธ่ลูกตัวแค่นี้ ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้วเหรอค่ะ ขอให้หายเร็วๆ นะค่ะ ป้ามาเป็นกำลังใจให้กนู๋ และครอบครัว ผ่านทุกอย่างไปใด้ด้วยดีนะค่ะ


โดย: toyub20 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:21:27:24 น.  

 
ขอให้คุณแม่เข้มแข็งนะคะ และขอให้น้องหายป่วยเร็วๆ
ปล. แก้มน้องใหญ่มากมาย อิๆๆ ชอบๆๆ


โดย: P&Mtogether วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:22:39:12 น.  

 
เป็นกำลังใจให้น้องซาอีด้า ค่ะน้องเคที่ก็ป่วยเหมือนกันค่ะเป็นโรคปากเท้าเปื่อย เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะเวลาลูกป่วยอยากจะเป็นแทน น้องซาอีด้าเข้มแข็งเหมือนคุณอามเลยค่ะ ภาวนาให้พระคุ้มครองนะคะ


โดย: katie-thanika วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:8:57:26 น.  

 
สู้ ๆ นะคะ คุณแม่ เป็นกำลังใจให้อย่างที่สุด
ขอให้น้องหายเร็ว ๆ แข็งแรงเร็ว ๆ
ดิฉันอ่านไป ก็น้ำตาคลอไปด้วย
ครอบครัวของคุณแม่ เต็มร้อย มากเลยค่ะ


โดย: แม่พี่บูม กะ น้องบิว วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:9:53:23 น.  

 
คุณแม่อดทนไว้นะคะ เข้าใจค่ะว่ามันยาก ขนาดเอ๋ลูกถูกแค่ดูดน้ำมูก เห็นเค้าทั้งดิ้นทั้งร้อง เอ๋ยังน้ำตาไหลไม่หยุด เห็นภาพของน้องหลังจากยาสลบแล้วสงสารจับใจจิงๆ อยากให้คุณแม่คิดในแง่บวกค่ะว่าดีที่เรารู้ก่อนและเด็กเล็กๆนี่เค้าฟื้นตัวเร็วมากๆ พยามยิ้ม เล่นกับลูกเยอะนะคะ รับรองว่าครอบครัวของคุณแม่ต้องผ่านเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนค่ะ


โดย: มี๊นู๋ออโต้ วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:10:44:22 น.  

 
หายไวไว นะคะลูก


โดย: pennoom วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:13:17:49 น.  

 
น้องน่ารักจังเลยค่ะ
จะหายแล้วเนอะ
สู้ สู้ ค่ะ ทั้งคุณแม่ และน้องซาอีดา ค่ะ


โดย: indexfuture วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:15:55:37 น.  

 
เด๋วก็หายแล้วนะคะ คุณแม่สู้ ๆ นะคะ


โดย: คุณแม่น้องกัสจัง (Pink Acid ) วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:16:50:55 น.  

 
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
เห็นแล้วใจหาย ลูกสาวพี่ก็เพิ่งครบ 5 เดือน โชคดีที่ไม่เป็นอะไร
ขอให้น้อง ซาอีดา หายไวๆนะค่ะ



โดย: จิงโจ้ยักษ์ วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:4:27:21 น.  

 
เพิ่งจะว่างเข้ามาติดตามข่าวของน้องซาอีดา
อ่านไปร้องไป เข้าใจความรู้สึก
คุณอาร์มและครอบครัวเข้มแข็งมากๆ เลยนะคะ

เคทขอเป็นแรงใจให้คุณอาร์ม น้องซาอีดาและครอบครัวนะคะ

น้องซาอีดา หนูเข้มแข็งมากๆ นะลูก
บุญรักษานะจ๊ะ


โดย: How is beautiful life วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:19:46:49 น.  

 
หลังไมค์ด้วยค่ะ ขอให้น้องซาอีดาหายไว ๆ นะคะ


โดย: A Perfect Moment วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:19:16 น.  

 
อ่านแล้วจะร้องไห้เลย
แต่คุณแม่กับน้องซาอีดาเก่งอยู่แล้ว เดี๋ยวน้องก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมในเร็ววันนี้แน่ๆคะ

ปล. น้องซาอีดาหน้าเหมือนลูกชายเนยมากๆเลย ยิ่งตอนนอนยิ่งเหมือน


โดย: Choco & Berry = Natty วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:4:08:51 น.  

 
หวัดดีค่ะน้องอาร์ม เพิ่งจะมาอ่านเจอเรื่องราว สงสารน้องมากๆเลย ขอให้หายเร็วๆนะค่ะ สุขภาพแข็งแรงด้วยค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: Alisara วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:16:29 น.  

 
เป็นกำลังใจให้น้องซาอีดาและคุณแม่ด้วยคนค่ะ
ขอให้น้องหายไวๆนะค่ะ
.
.
น้องซาอีดา น่ารักมากเลยนะค่ะ
สู้ๆ น๊า


โดย: **อุมมี** (ติดถนนใหญ่ ) วันที่: 4 มีนาคม 2553 เวลา:18:40:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิสซิสอาร์โนลด์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




&dateผู้หญิงคนหนึ่ง..บนโลกกลมๆใบนี้..
ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่กำลังเดินหน้าตามล่าฝัน
โดยมีคุณสามีฝรั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความในบล็อกนี้ไปใช้เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©










What's new!


บล็อกอัพเดทล่าสุด


ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด


คุณสามี MR.Speedy มีโอกาสได้เข้าวงการแสดงแล้วจ้า


ซาอีดาเปลี่ยนเฝือกครั้งที่ 1 พร้อมภาพ x-ray @21 months



วิธีทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้น..ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ๆ ในเฝือกเกือบ 2 เดือน



เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี 8เดือน



ซาอีดา...บนปก mother and care เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ



ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา



ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ---กับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด--



เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน





Mrs. Arnold's Blog

จากบล็อกออกเป็น pocketbook

...วางแผงแล้ววันนี้..

ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มิสซิสอาร์โนลด์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.