Tomorrow must be better.
 
 

เรียนรู้จากวิกฤต



“ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง ธุรกิจมีขาขึ้นก็ต้องมีขาลง เศรษฐกิจขยายตัวซักวันก็ต้องหดตัว หุ้นมีขึ้น…หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มันจะลง ยิ่งขึ้นแรงขึ้นเร็ว ขาลงยิ่งน่ากลัว — เรียนรู้ ปรับตัว เอาตัวรอด!!”



ปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศในยุโรโซน ไม่ได้เป็นปัญหาที่เเพิ่งเกิด ความผันผวนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังไม่ใช่จุดจบมันแค่เริ่มต้นเท่านั้น!! หลายประเทศต้องมาร่วมรับกรรมทั้งๆที่ไม่ได้ก่อ ที่ต้องมาร่วมกันรับกรรมเพราะ Globalization ทุกอย่างมันทั่วถึง และรวดเร็ว ตอนนี้กรีซไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่กำลังถูกยื้อเวลาระเบิดและยังไม่มีท่าทีว่าจะกู้ระเบิดเวลาลูกนี้ได้ …..



มาดูหนี้สาธารณะของกรีซก่อน ปัจจุบันกรีซมีหนี้ 142.8% ต่อ GDP  สูงมากเมื่อเทียบกับ Eurozone  แถมยังขาดดุลงบประมาณถึง 10% อีกต่างหาก ลองนึกภาพตามดู ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ค่าน้ำไฟ ค่าเลี้ยงดูลูกๆ เลี้ยงดูแม่ ฯลฯ และมีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นทุกเดือน แถมเงินเดือนที่ได้อยู่ดันไม่พอจ่าย จนทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนมา แถมเพื่อนคิดดอกเบี้ยอีก …. สุดท้ายแล้วอะไรจะเกิดขึ้น? คุณก็ต้องไปยืมเงินเพื่อนของเพื่อนมาจ่ายทั้งต้นและดอกให้เพื่อนคนแรก พอครบกำหนดชำระของไอคนที่สอง คุณก็ต้องไปยืมเงินเพื่อนคนที่สามอีก … ท้ายสุดแล้วเมื่อความจริงเปิดเผย คุณก็จะไม่มีเครดิต ไม่มีใครให้คุณยืมเงินอีกต่อไปคุณก็จะไม่มีเงินจ่าย ต้องเบี้ยวหนี้ หรือ Default!!   … ยังไม่พอนะ คุณก็ยังจะพาลให้ไอเพื่อนที่ให้ยืมเงินคุณแย่ตามคุณไปด้วย ส่งผลกระทบกันไปหมด!!



พันธบัตรรัฐบาลถือเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำเพราะโอกาสที่รัฐบาลจะไม่มีเงินจ่ายมีน้อยมาก (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี) เข้ากฏ High risk High return ดังนั้นพันธบัตรระยะสั้นดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยธรรมชาติของพันธบัตรนั้นราคาจะแปรผันกับอัตราดอกเบี้ย กล่าวคือพันธบัตรราคาสูง ดอกเบี้ยจะต่ำ(คนซื้อเยอะ) ราคาต่ำ ดอกเบี้ยจะสูง(คนขายแยะ) … ในรูปด้านบนพันธบัตรรัฐบาล อายุ 2 ปี ของกรีซดอกเบี้ยปาเข้าไป 26.65%  นั่นหมายความว่าตอนนี้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินของรัฐบาลกรีซอย่างมาก ส่วนพันธบัตรรัฐบาลของกลุ่ม PIGS เทียบกับ Germany อายุ 10 ปี  กรีซอยู่ที่ประมาณ 12% ไอร์แลนด์ 8% โปรตุเกตุ 6% สเปน 5% และ เยอรมนี 2% เห็นได้ชัดเลยว่าความเชื่อมันของนักลงทุนที่มีต่อฐานะทางการเงินของรัฐบาลในกลุ่ม PIGS เป็นอย่างไร ….



1/8/54 SET แตะจุดสูงสุดในรอบ 14 ปี ที่ดัชนี 1,148.28 จุด  4/10/54 SET แตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 เดือน ที่ 843.69 จุด หรือ -26.52%  เดือนสิงหาคม ต่างชาติขายสุทธิ 42,039 ลบ. เดือนกันยายน ต่างชาติขายสุทธิ 16,506 ลบ. 2 เดือนขายสุทธิเกือบ 6 หมื่นล้านบาท …สถานการณ์ช่วงนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเลยก็ว่าได้ เพราะนักลงทุนทั่วโลกต่างก็คาดว่า กรีซจะ Default!! นักลงทุนต่างชาติก็กระหน่ำขายสินทรัพย์ต่างๆ ขนเงินกลับประเทศหรือเอาไปถือในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างเช่น ทอง!!!



มาดูค่าเงินบาท 22/08/54 อยู่ที่ 29.68 บาท/USD  วันที่ 4/10/54 เงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ที่ 31.23 บาท/ USD หรือ 5.22% ต่างชาติกระหน่ำขายเงินบาทอย่างหนัก ! โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นมากในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่เงินบาทอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ตลาดหุ้นเข้าสู่ขาลง Bearish! เมื่อไหร่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ตลาดหุ้นเข้าสู่ขาขึ้น Bullish!



ถ้าหากดูตลาดหุ้นหลักอย่าง Dowjones  HangSeng Nikkei ต่างก็ปรับตัวลงไปแล้ว ก่อนวันที่พี่ไทยจะขึ้นไปทำ New High ในวันที่ 1 ส.ค. ถ้าเราติดตามอยู่ตลอด มันจะทำให้เราเห็นว่าควรที่จะลดพอร์ต และเพิ่มความระมันระวังได้แล้ว เพราะชาวบ้านเค้าลงกันไปหมดแล้ว ไม่เร็วไม่ช้า SET ก็ต้องตามไปแน่นอน …. แต่น่าเสียดายที่ช่วงนั้นผมดันไม่ได้ตาม!!!!


ดังนั้นการลงทุนในช่วงวิกฤต ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้น เราจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก ติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด และที่ขาดไม่ได้ก็คือ”กลยุทธ์ในการลงทุน”  สำหรับกลยุทธ์ที่เหมาะสมของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบความตื่นเต้น หวือหวาขนาดไหน บ้างออกจากตลาดหุ้นไปก่อนชั่วคราว รอให้วิกฤตจบแล้วค่อยว่ากัน บ้างลดพอร์ตลง ถึอเงินสดเยอะหน่อย บ้างลดพอร์ตหุ้นแล้วเอาเงินที่เหลือไปซื้อทอง(ช่วงวิกฤตทองแพง) บ้างก็ไปเล่น Futures เพื่อทำกำไรในช่วงตลาดขาลง ฯลฯ ….. กลยุทธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์ หากจะให้เปรียบ ก็คงเหมือนกับ วิทยายุทธ์ในการต่อสู้ หากปราศจากวิทยายุทธ์แล้วการเอาขนะคู่ต่อสู้ก็เป็นเรื่องยาก แต่หากเราใช้วิทยายุทธ์ให้เหมาะสมในแต่ละกระบวนท่าแล้ว การเอาชนะก็กลายเป็นเรื่องง่าย


สุดท้ายผมเชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะในละครที่ตัวร้ายจะต้องมาคอยขัดขวางไม่ให้พระเอกรักกับนางเอก แต่พระเอกก็จะสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางเอกรัก หรือแม้แต่ในชีวิตจริงที่เราจะต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆ เข้ามาขัดขวางทำให้เราสะดุดบ้าง ล้มบ้าง ถลอก เป็นแผล เลือดตกยางออก รู้สึกท้อแท้หมดหวัง เราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้หรอกครับ ทุกวิกฤตที่ผ่านเข้ามามันจะทำให้เราบาดเจ็บ เสียหาย  ทั้งร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สิน เป็นบทเรียนราคาแพง แต่อย่าให้มันผ่านไปฟรีๆครับ — เรียนรู้ ปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะเมื่อวิกฤตครั้งต่อไปผ่านเข้ามาอีก คุณจะเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่เอาตัวรอดได้และบาดเจ็บน้อยที่สุด



//mrchai.net




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2554   
Last Update : 29 ตุลาคม 2554 9:27:01 น.   
Counter : 262 Pageviews.  


จังหวะเข้าชื้อ!

    การทำกำไรให้รวยในตลาดหุ้นนั้นมีหลักการที่แสนจะง๊าย ง่าย ก็คือ "ซื้อที่จุดต่ำที่สุด ขายที่จุดสูงสุด" -- ฟังดูง่ายเนอะ! แต่ผมว่าเป็นไปไม่ได้!! ถ้าหากเรียกนักลงทุนทุกคนทั่วโลกมารวมตัวกันแล้วให้วิทยากรถามว่า "ไหน! นักลงทุนคนไหนซื้อได้ที่จุดต่ำสุดและขายได้ที่จุดสูงสุด อ้าวยกมือขึ้น" ผมว่าคงไม่มีใครยก!! -- แต่ถ้าให้ง่ายลงมาหน่อยก็ "ซื้อให้ถูกและขายให้แพงกว่าที่ซื้อ" ผมว่านักลงทุนคงจะยกกันทั้งห้องประชุมแหละ ฮ่าๆๆ(ไม่ยกเดี๋ยวจะอายเค้า)!!


    ส่วนวิธีที่เจ้าเข้าไปซื้อให้ได้ถูกๆนั้นผมคิดว่ามันอยู่ที่จังหวะ ... จังหวะของผม ผมกำหนตาม margin of safety(MOS) ครับ -- ที่ผมใช้ MOS มากำหนดจังหวะก็เพราะว่า ถ้าหากเราประเมินมูลค่าของหุ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า หรือ 2 ปี ปารกฎว่ายังมี MOS อยู่อีกมาก ราคาตอนนี้มันก็คงไม่แพง(เข้าซื้อได้เลย) กลับกัน...ถ้าหากประเมินมูลค่าออกมาละ แต่เหลือ MOS อยู่นิดเดียว ผมจะรอ..... รอจนมีข่าวร้าย หรือ หุ้นตก ตก ให้เหลือ MOS ที่ผมพอใจแล้ว จึงเข้าซื้อ


    ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมุติตอนนี้ผมสนใจหุ้น PTT ปัจจุบันราคา 370 บาท ผมคิดว่าในอานาคตน้ำมันในโลกจะน้อยลง แต่ความต้องการน้ำมันไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง อุตสาหกรรม หรือครัวเรือน มากขึ้นเรื่อยๆ เข้าตามหลัก Demand&Supply เลยครับ ความต้องการมากแต่อุปสงค์น้อยลง เพราะฉะนั้นราคาน้ำมันสูงขึ้น PTT ก็จะได้กำไรจากสต๊อกน้ำมัน ค่าการกลั่น ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบก็จะต้องสูงขึ้นตามไปด้วย และ PTT ยังเป็นผู้ผู้ขาดในตลาดอีกต่างหาก ผมจึงประเมินว่าอีก 1 ปีราคาควรจะอยู่ที่ 518 บาทตามปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น PTT จะมี MOS อยู่ที่ 40% --- ถ้าหากผมเข้าซื้อตอนนี้อีก 1 ปีผมคิดว่าผมจะได้กำไร 148 บาทต่อหุ้น!!
   แต่ถ้าหากตอนนี้ราคาหุ้น PTT อยู่ที่  450 บาท ดังนั้น จะมี MOS แค่ 15% เท่านั้น ... ซึ่งผมคิดว่า MOS จะเป็นตัวที่จะช่วยเราให้บาดเจ็บน้อยที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดขึ้น


    เพราะฉะนั้นอย่าพยายามจับจังหวะตลาดครับ เพราะหุ้นที่ขึ้นๆลงๆทุกวัน เกิดจากอารมณ์ของนักลงทุน -- อารมณ์ของมนุษย์เดาไม่ได้หรอกครับ โบราณเค้ายังบอกว่า "ใจมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง" ... เพราะฉะนั้นจงเลือกซื้อหุ้นที่มี MOS เพราะไอตัวนี้แหละครับที่จะช่วยปกป้องเราจากอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนของมนุษย์ไม่ได้!!


 








 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2554   
Last Update : 11 พฤษภาคม 2554 14:54:25 น.   
Counter : 281 Pageviews.  


สรุปผลการลงทุนปี52

    ผ่านมาแล้วครับปีฉลูหรือหนูทองคำ และเข้าสู่ปีพญาเสือโคร่งหลายคนคิดว่าปีใหม่จะมีสิ่งดีๆเข้ามามากกว่าปีที่แล้วแต่สำหรับผมแล้วไม่ขอให้มีเหมือนปีที่แล้ว แต่ขอให้มีพอๆกับปีที่แล้วครับ
    ผลตอบแทนในปีที่ผ่านมาพอร์ตผมโตประมาณ 60% แต่เทียบกับดัชนี SETที่เพิ่มขึ้น 63% จากต้นปี 51 น้อยกว่า 3%  ถือว่าพอใจครับสำหรับตัวเองเพราะที่ผ่านมาผมคิดว่าที่พอร์ตผมโตได้ขนาดนี้ไม่ได้แปลว่าผมมีความรู้ในเรื่องการลงทุนมากนะครับแต่ผมคิดว่าเป็นเพราะว่าผมเข้าลงทุนอย่างเต็มที่ในช่วงที่ตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น(มากๆ)พอดี
    หลังจากนี้เป็นต้นไปการลงทุนจะเริ่มยากมากขึ้นเพราะว่าหุ้นแต่ละตัวราคาก็ปรับขึ้นมากนถ้วนหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นผมต้องเริ่มจริงจังให้มากขึ้นในเรื่องของความชัดเจนในการลงทุน และหลักการที่จะใช้ในการลงทุน
   เมื่อเดือนที่แล้วผมได้เขียน blog "ปฏิบัติการค้นหาหุ้นเด็ด" ซึ่งblogนี้เป็นขั้นตอนในการค้นหาหุ้นของผม จนมาถึงตอนนี้ผมก็ได้ทำครบทุกขั้นตอนแล้วและผลที่ได้ก็ได้หุ้นมากลุ่มหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นชุดที่ผมคิดว่ามีแนวโน้มที่ดีพอสมควร แต่ตอนนี้ผมติดอยู่หนึ่งอย่างก็คือการหามูลค่าที่เหมาะสม เพราะเราต้องเข้าใจอุตสาหรรมนั้นๆเป็นอย่างดี และก็ต้องคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทได้ด้วย ซึ่งตรงจุดนี้ผมคิดว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกซักพักในการเรียนรู้ และถ้าหากผมเข้าใจตรงจุดนี้แล้วผมก็คิดว่าการลงทุนซื้อหุ้นในแต่ละครั้งของผมคงจะปลอดภัยมากกว่านี้และไม่ต้องอาศัยโชคหรือตลาดช่วงขาขึ้นในการพัฒนาพอร์ตของผม
    สุดท้ายนี้ผมก็ขอให้เพื่อนๆโชคดีและประสบความสำเร็จกับการลงทุนในปี 53 นี้และในปีต่อๆไป...สาธุ
  




 

Create Date : 06 มกราคม 2553   
Last Update : 6 มกราคม 2553 19:41:39 น.   
Counter : 271 Pageviews.  


อมตะ(AMATA)

    เมื่อเร็วนี้ได้ซื้อหุ้นนิคมอุตสาหกรรมอมตะ(AMATA)เก็บเข้าพอร์ต ถามว่าทำไมถึงซื้อตัวนี้ ก็เพราะตัวนี้ผมรู้จักตัวนี้มาก่อนเคยซื้อไว้นานแล้วเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมาแล้วก็ขายไปแล้วรอบหนึ่ง ก็ได้ค่าขนมมานิดหน่อยแต่ก็เสียดายอยู่ที่ขายเร็วไปไม่งั้นคงได้ค่าขนมก้อนโตกว่านี้ ฮ่าๆๆ (ตอนนั้นซื้อมาอยู่ที่ 4.65บาท และก็ตั้งเป้าไว้ประมาณ 20%อยู่ที่ประมาณ6บาท วันนั้นเปิดพอร์ตมาตกใจเห็นมันขึ้นไป 6.20บาทบทเรียนเก่าๆมันสอนไว้ว่าให้รีบขายไม่งั้นจะอด ก็เลยคิดว่าเอาวะขายก็ขายกำขี้ดีกว่ากำตดเพราะมันเกินเป้ามาแล้ว เลยขายไปหมดเลย สุดท้ายผมคิดว่าน่าจะกำตดดีกว่ากำขี้้นะ เพราะหลังจากวันนั้นหุ้นก็วิ่งขึ้นไม่หยุดทำ new high ที่ประมาณ 9.85 เฮ้อ!!ขายหมูซะแล้ว คิดแล้วก็เสียดายค่าขนมก้อนโตนะ ฮ่าๆๆ)  อีกอย่างก็คือผมเห็นว่านิคมอุตสาหกรรมเป็นหุ้นที่เติบโตตามเศรษฐกิจเพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมก็ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับผมนะ และตอนนั้นเองหุ้น AMATA ก็ตกลงมาประมาณ 7.25บาท ก็เลยคว้าหมั๊บ!! ซื้อไว้เป็นรอบที่สองนี่หละครับ ผมก็สำนึกได้ว่าสิ่งที่ผมทำลงไปคงจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะครับ แต่ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ผมก็เคยดูงบการเงิน เคยอ่าน พวก Annual report และ แบบฟอร์ม56-1 มาก่อนแล้วก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมกล้าตัดสินใจในการ Trade ครั้งนี้หน่ะครับ (เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ สำหรับเพื่อนๆมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการนี้นะครับ ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าอย่าเพิ่งเอาผมเป็นตัวอย่างนะครับ ฮ่าๆ เพราะว่าการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน เพราะฉะนั้นก็ศึกษาให้ละเอียดหน่อยนะครับ)


    และวันนี้เองครับ วันนี้ผมอยู่ที่ห้องไม่ได้ไปไหน เลยมีโอกาสเข้าไปดู เทปบันทึกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของ AMATA ประจำปี2551 บรรยากาศการประชุมเป็นกันเองดีีครับ ดูเหมือนนั่งคุยกันเหือนครอบครัวเดียวกันเลย เพราะลักษณะการประชุมจะมีโต๊ะคณะกรรมการบริษัทอยู่ตรงกลางห้อง และมีผู้ถือหุ้นอยู่ล้อมรอบ และที่ประทับใจคือคุณวิกรม กรมดิษฐ์(เรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือเจ้าของนั่นเอง) ที่ประทับใจเพราะว่าลักษณะท่าทางการพูดของท่านดูเป็นคนดี(คงไม่ได้คิดไปเอง ฮ่าๆๆ) และผมประทับใจตรงที่บริษัทไม่ใช่เป็นแค่นิคมอุตสาหกรรมแต่เป็นเมือง เมืองที่โรงงานต่างๆสามารถรวมอยู่กับชุมชนได้  มีทั้ง ร้านอาหาร ร้านค้า โรงเรียน จุดนี้ทำให้ผมเห็นว่า AMATA เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่แตกต่างไปจากที่อื่น เห็นดังนั้นแล้วผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้ตัดสินใจลงไปข้างตนนั้นคงจะไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ หุ้นอมตะ คงจะเป็นหุ้นที่อมตะสมชื่อและคงไม่ทำให้ผมน้ำตาตก ฮ่าๆๆ หลังจากนี้ก็ได้แต่คอยดูละครับว่าผมจะได้ค่าขนมก้อนโตหรือจะต้องเสียค่าขนมก้อนโต ฮ๋าๆๆ 


    สุดท้ายนะครับ ผมอยากเตือนเพื่อนๆและนักลงทุนหน้าใหม่นะครับว่าการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนครับ เพราะผมมีประสบการณ์อันข่มขื่นกับการขาดทุนมาแล้ว เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังครับเดี๋ยวมันจะยาวเกินงาม ฮ๋าๆๆ ไปและครับ อ่ออีกอย่างพรุ่งนี้ผมจะไปเที่ยว เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนครับไป style  backpacker ครับไปกับเพื่อนซี้ๆครับ 3 คนกลับมาเดี๋ยวจะเอาภาพและประสบการณ์มาเล่าให้ฟังนะครับ ตอนนี้ติดไว้ 2 เรื่องละนะครับจะมาอัพให้ครบ...








 

Create Date : 06 ธันวาคม 2552   
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 12:15:23 น.   
Counter : 165 Pageviews.  


ได้คืบจะเอาศอก

    ช่วงนี้ก็กำลังคิดอยู่ครับว่าจะเขียนอะไรดี แต่ก็ยังคิดไม่ออกซะทีครั้งนี้เข้ามาแล้วก็คิดว่างั้นเขียนอะไรก็ได้เขียนไปหน่อยเดี๋ยวจะกลายเป็นบล็อคป่าช้าไปอีก
    ช่วงนี้กำลังศึกษาเรื่องการการลงทุนหุ้นนี่ละครับ ก็พยายามศึกษาอย่างจริงจังแต่ก็ไม่มีเวลาว่างแบบจริงจังซักที ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เวลาว่างก็เยอะแต่ทำไมไม่รู้เหมือนกันไม่รู้ว่าเพื่อนๆเป็นกันบ้างรึเปล่า เวลาจะทำอะไรจริงจังซักทีมักจะต้องมีอะไรบางอย่างมาขัดขวางทุกทีไม่รู้ว่าทำบุญมาน้อยหรือเจ้ากรรมนายเวรหรือไร  อย่างครั้งนี้ก็ตั้งใจว่าจะจริงจังละกับเรื่องหุ้น แต่ก็ติดทำรายงานส่งอาจารย์ ไปเที่ยวนู้นนี่นั่น ไปทำธุระ มีเวลาว่างบ้างแต่ก็ไม่มาก เรื่องศึกษาแนวทางการลงทุนของผมเลยไม่ค่อยคืบหน้าได้ซักเท่าไหร่ แต่ยังดีกว่าไม่ได้คืบเลยเดี๋ยวคราวหน้าจะเอาศอกละ(ได้คืบจะเอาศอก)...




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2552   
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 0:54:00 น.   
Counter : 483 Pageviews.  


1  2  

I could
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add I could's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com