หนัง เพลงที่ฟัง หนังสือที่อ่าน และการเมืองด้วยครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
วัดพุทธและโบส์ถคริสต์ที่เวียดนาม

ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับฝ่ายซ้ายมาบ้าง และจากการปะทะกันทางความคิดกับฝ่ายขวา เงื่อนไขหนึ่งที่พวกเขาถูกโจมตีคือ คอมมิวนิสต์จะมาทำลายศาสนา เพราะบางสายยืนยันว่าศาสนาคือยาเสพติด

อย่างไรก็ตามผมคิดว่า วีถีชีวิตของผู้คนมีการควบคุมหลายระดับ วีถีชาวบ้านอย่างหนึ่งที่สังคมหน่วยย่อยใช้ควบคุมกันเองคือศาสนา

เวียดนามเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาอย่างน่าทึ่ง ลุงธงชัยบอกว่า มีคนนับถือศาสนาพุทธ 89 เปอร์เซ็น คริสต์ 10 เปอร์เซ็น ที่เหลือก็ศาสนาอื่นๆ เช่น ขงจื้อ เช่นกับเมืองไทย วัดในเวียดนามมีมากมาย มีทั้งเป็นวัดที่ใหญ่โตเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาตร์ต่างๆ และวัดที่เล็กๆอยู่ตามข้างทางก็ไม่น้อย

วัดแรกที่ผมไปเยือนคือวัดจอหงวน คือในหนังสือบอกว่าวัดนี้เป็นวัดที่พระเจ้าแผ่นดินสมัยก่อนเอาไว้สอบในพวกนักศึกษาที่ต้องการจะรับราชการ โดยคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นจอหงวนก็จะได้เป็นข้าราชการระดับสูง ไม่รู้จะเอามาจากจีนหรือไม่ ถ้าเหมือนกันผมจำได้ว่าจะมีทั้งหมด 3 ขั้น ขั้นที่สองคืออะไรจำไม่ได้ แต่ขั้นที 3 เขาเรียก ถ้ำฮวย ที่จำได้เพราะผมเองเป็นแฟนพันธ์แท้ของนิยายเรื่อง ฤทธิ์มีดสั้น และตัวเอกของเรื่องคือ ลี้คิมฮวงน่ะ นอกจากมีวิชามีดบินที่เลิศพบจบแดนแล้ว เขามีสมญาอีกอย่างว่า ลี้ถ้ำฮวย เนื่องจากเรียนหนังสือเก่งขนาดสอบได้ที่ 3 ของทั่วประเทศ

คนจีนเมื่อไม่นานมานี้มีความเชื่ออย่างหนึ่ง ญาติผมที่ฮ่องกงเคยบอกว่าจบปริญญาก็เหมือนสอบจอหงวนได้ แต่สมัยนี้คงไม่ใช่ปริญญาตรีแล้ว ปริญญาเอกโน่นล่ะมั้งค่อยว่ากัน

บรรยากาศภายในดู ขรึมๆดี ติดแต่นักท่องเที่ยวเดินเพ่นพ่านกันแยะจนเกินไป รอบๆมีหินแกะสลักชื่อของบรรดาผู้ที่สอบได้วางอยู่ สถาปัตยกรรมดูไม่ต่างจากวัดจีนที่ผมเคยไปเยือนมาแล้วเท่าไร



พระแต่งตัวต่างกันนั่งอยู่คนละฟากของเก้าอี้ ที่เวียดนามไม่มีกฎตายตัวเรื่องการแต่งกายของพระสงฆ์ จึงเห็นพระสงฆ์แต่งตัวกันได้หลายแบบตามชอบใจ

วัดนี้อยู่ริมทะเลสาปกลางเมืองฮานอย บรรยากาศสวยงามมากเลยครับ ผมลืมชื่อไปแล้วล่ะ แต่ประวัติก็ไม่มีอะไรมากกว่าการสร้างเพื่อเสริมบารมีของฮ่องแต้พระองค์หนึ่งในราชวงศ์หลี่เท่านั้น



ลองใช้เลนส์เก็บภาพมุมสูงดู เจดีย์นี้สูง 10 ชั้น จะอิงทัศนคติอะไร หรือแค่ทำไว้สวยๆผมก็ไม่ทราบ

ที่เวียดนามนี้ เป็นพุทธนิกายมหายานเพราะได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนเสียมาก แต่ยังมีข้อแตกต่างอยู่บางประการ คือพระที่เวียดนามนี้ ไม่เคร่งเรื่องการแต่งตัวดังที่กล่าว และสามารถแตะตัวสีกาได้ นั่งรถเบียดๆกันได้นะฮะไม่ผิดศีล พระบางรูปบิดมอร์เตอร์ไซด์ก็ยังมี (แต่ถ่ายรูปไม่ทัน) และพระเวียดนามท่านฉันท์ 3 มื้อเหมือนชาวบ้าน นอกจากนั้นยังเล่นการเมือง โดยสามารถเป็นตัวแทนไปนั่งในสภาคอมมิวต์นิสต์ได้ด้วย

พระพุทธศาสนาของเรามีอายุกว่า 2500 ปีแล้ว คำสอนของพระพุทธองค์จะว่าไปกว่าจะบันทึกลงเป็นอักษรก็หลังพุทธกาลกว่า 400 ปี และสังขยานากันอีกหลายต่อหลายครั้ง ย่อมเปิดโอกาสให้ตีความไปได้แตกต่างกัน แต่อย่างหนึ่งที่สังเกตได้คือยิ่งคณะสงฆ์ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากเท่าไร โอกาสที่พระวินัยจะถูกบิดเบือนก็มากขึ้นเท่านั้น

ผมว่าประเทศที่มีพระพุทธศาสนานิกายมหายานเช่นจีนกับเวียดนามนั้น พระศาสนาจะยุ่งกับการเมืองได้ง่ายกว่า เพราะนิกายนี้มีการตีความคำว่านิพพานต่างจากหินยาน และยังมีสิ่งเคารพนับถือนอกเหนือจากพระสงฆ์อีกมากมาย เช่น เง๊กเซียนฮ่องเต้ / กวนอิมเนี้ย / นาจา / 8 เซียน ฯลฯ เต็มสรวงสวรรค์ไปหมด คำสอนออกไปทางนับถือเทวดาเหล่านั้น เรียกว่าขึ้นองค์ไหนก็ตามแต่ใจ ทัศนคติในการปกครองจึงถือว่าฮ่องเต้เป็นโอรสแห่งสวรรค์ จะทำการอย่างไรก็ได้ตามแต่ใจทั้งสิ้น จึงเกิดการเสื่อมโทรมได้ง่ายเพราะไม่เอาใจใส่ประชากร

จุดสิ้นสุดของราชวงศ์ทั้งจีนและเวียดนามเหมือนกันคือถูกชาวต่างชาติเอาไปเป็นหุ่นเชิด ของจีน พระเจ้าปูยีถูกญี่ปุ่นเอาไปเชิดที่ประเทศแมนจูเก๊วะ ส่วนเวียดนามจักรพรรดิ์เบ๋าได่ถูกฝรั่งเชิดเอาคราวเวียดนามเหนือ/ใต้

ตรงกันข้ามกับในทางปกครองของไทย แต่ก่อนเรานับถือศาสนาพุทธนิกายหินยานทำให้ทัศนคติทางการปกครองของรัฐไทยแต่โบราณ ถึงจะถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าชีวิต แต่ก็ยังมีคำสอนและศีลธรรมของศาสนาพุทธหินยานกำกับอยู่มาก โดยเฉพาะข้อที่เชื่อว่าบารมีแห่ง"พุทธราช"นั้น ต้องเป็นผู้มี"ทศพิศราชธรรม"ส่งผลให้การปกครองของรัฐไทย พระเจ้าแผ่นดินค่อนข้างจะปราณีแก่ไพร่ฟ้ากว่าพระเจ้าแผ่นดินของประเทศอื่นๆ

คำว่า"ทศพิศราชธรรม"และ"การปกครองแผ่นดินโดยธรรม" เป็นอย่างไรนั้น ตัวอย่างชัดๆก็เห็นจะได้แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ของเรานี่เอง ไม่ต้องไปดูอื่นไกล

เนื่องจากประเทศเวียดนามเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์ และสมัยนั้นก็มีการสร้างศาสนสถานไว้ไม่น้อย ทุกวันนี้ยังมีร่องรอยอยู่ แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือโบสต์คริสต์แห่งฮานอย ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี ใกล้เคียงกับวัดพระแก้วของบ้านเรา



ผมยืนมองความสูงลิบลิ่วของโบสต์แห่งนี้ รูปทรงตึก ขรึมและสวยงามมาก เอามาฝากเพื่อนคริสต์ แบร์ กับ บลัดดี้นะ

โบสต์แห่งนี้อยู่ในกลางเมืองพอดี เดินจากทะเลสาปไปประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น เดินไปก็เห็นแต่ไกล เพราะใหญ่โตโอ่อ่าอย่างมาก รอบๆนั้นก็มีโรงเรียนคริสต์อยู่ด้วย เด็กที่เรียนดูจะผิวพรรณหน้าตาดีกว่าเด็กทั่วๆไป น่าจะเป็นลูกหลานคนมีสตางค์ส่งมาเรียน

ขณะที่สร้างโบสต์นี้ เวียดนามกำลังเป็นเมืองขึ้น ฝรั่งเศสผู้ที่ปกครองจะสร้างศาสนสถานทั้งที ก็ต้องให้ยิ่งใหญ่จนข่มเอาสิ่งต่างๆโดยรอบให้สยบอยู่ใต้อำนาจจนหมดสิ้น เป็นเรื่องธรรมดาในยุคนั้น สงสารก็แต่บรรดาแรงงานที่ถูกเกณฑ์มาสร้าง เพราะการสร้างตึกสูงๆอย่างนี้เมื่อ 200 ปีก่อน ยังไม่มีเครื่องทุ่นแรง ต้องใช้กำลังแรงงานมากมาย จะบาดเจ็บล้มตายไปเท่าไรเสียก็ไม่รู้



เดินตัดไปอีกทาง เส้นทางนี้เห็นร้านหนังสือเรียงรายกันอยู่แถวหนึ่ง จัดหน้าร้านคล้ายๆกันคือมีแผงหนังสือเรียงกันเต็มหน้าร้าน ผมเดินไปดูเห็นหนังสือฝรั่งแปลเป็นภาษาเวียดนามบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง เต็มไปหมด ผมพลิกๆดูก็อดขำไม่ได้เพราะเป็นอย่างหนึ่งที่บ้านเราหายไปนานแล้ว

จะว่าไปแล้วหนังสือพวกนี้เป็นหนังสือผี คือก๊อปจากหนังสือฝรั่งมา กระดาษเป็นกระดาษหยาบไม่ใช่กระดาษปอนด์ เอามาขายไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ ผมเห็นมีทั้ง ดาวินซี่ โค้ด / บิล คลินตัน my life / ฮิลล่ารี่ คลินตัน autobiograpy / นิยายของสตีเฟน คิง อีกเพียบ สนนราคามีตั้งแต่ 5 เหรียญดอลล่าร์ไปจนถึง 8 เหรียญ

หนังสือพวกนี้บ้านเราผมเคยเห็นตอนเด็กๆ มีทั้งการ์ตูนและเรื่องนิยายต่างๆ ตอนหลังลิขสิทธิ์มาแทนที่หมด เวียดนามก็คงเหมือนกัน แต่จะนานแค่ไหนก็อีกเรื่อง



ผมเดินเล่นไปจนค่ำๆอีกครั้ง ยามเย็นๆอย่างนี้ ริมทะเลสาปฮานอยคงได้อารมณ์ไม่เลว เห็นคู่นี้เลยเอามาฝากเพื่อนๆกันหน่อย ถ้าได้ไปก็อย่าลืมไปทำท่าโรแมนติกแบบนี้บ้างนะครับ

กรุงฮานอยยามค่ำ แสงแตรรถยังดังไม่ขาดสาย เดินภายใต้แสงนีออนข้างทาง ผมวางกระเป๋านั่งพักก่อน ไว้ค่อยพาเดินชมเมืองต่อคราวหน้า.......




Create Date : 23 มกราคม 2551
Last Update : 23 มกราคม 2551 14:21:31 น. 13 comments
Counter : 3090 Pageviews.

 
ว้าว ภาพและคำบรรยายดีมากๆเลยครับ อยากไปบ้างจังเลย แต่หาโอกาสไม่ได้เลยครับ ยังไงขอเป็นลูกทัวร์ไปเที่ยวด้วยคนนะครับ


โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:14:51:48 น.  

 
วัดพุทธเค้าดูสวยดีอะ เหมือนของจีนเลยอะ

โบส์ถเวียดนามสวยเจงเจง อยากปายอยากปาย

แอบอิจฉา เวียดนาม ลาว เขมร เค้าได้ภาษาฝรั่งเศสอะ

เพื่อนที่เป็นเวียดนามย้ายมาอยู่แคนนาดาแล้ว
เล่าให้ฟังว่า ตอนเวียดนามแตก เค้าหนี ทางเรือ ไปทางประเทศอินโดนีเซีย น้ำกะไม่ได้กิน อาศัยกินน้ำตอนฝนตก และเข้าค่ายอพยพ ได้ลี้ภัยไปแคนาดา ด้วยมือเปล่า
ภาษาอังกฤษไม่เป็ง ตอนนี้รวยแหละ

เพื่อนเราบอกว่า ไม่กล้าหนีมาไทย กัวโดนทหารจับข่มขืนสมัยนั้นอะ

พี่ของเพื่อนเราชาวเวียดนาม เค้าเป็นไรมะรู้หนีกี่ครั้งกี่ครั่ง โดนจับได้ทุกที ตอนนี้กะยังอยู่เวียดนาม เค้าเล่าให้ฟังกลายเป็นเรื่องตล๊กกกกไปเลยอะ


โดย: Bernadette วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:14:56:42 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทั้งวัดพุทธและคริสต์ครับ

ร้านหนังสือน่าไปจัง ที่กวางโจวมีร้านหนงสือภาษาอังกิดอยู่ร้าน ราคาก็ประมาณบ้านเราเลย (เผลอๆแพงกว่า) แต่ก็น่าแปลกว่าพวกแม็คกาซีนถูกกว่าเราอย่างเหลือเชื่อ...



โดย: BloodyMonday วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:0:05:59 น.  

 
แถวๆๆ chinese newyear ว่างอะปะ BloodyMonday จากลับแว๊วววว ทานข้าว ทานข้าววววววววววจ้า


โดย: Bernadette วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:9:53:31 น.  

 
อยากดูหนังเรื่อง AS YOU LIKE IT งานประพันธ์ของเชกสเปียร์อะ ถ้าทราบบอกแหล่งด้วยจ้า


โดย: Bernadette วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:11:52:48 น.  

 
ไม่ทราบอ่ะ หาอยู่เหมียนกัลล


โดย: BloodyMonday วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:17:27:38 น.  

 
ดาเคยไปเนปาลฮะ มีวัดวัดนึงที่ถูกบูชาร่วมกันโดยคนสองศาสนา คือ พุทธ กะฮินดู พุทธ แกก็เชื่อว่ามีพระอะสักองค์นี่แหละประทับอยู่ ส่วนฮินดูก็เชื่อว่าพระเจ้าอีกองค์ประทับอยู่ เห็นแล้วก็งงๆ ว่าเค้าลงรอยกันได้ไง แต่โบสถ์ที่เวียดนามนี่เหมือนที่พอนดิเชอร์รี่อินเดียเลยฮะ น่าจะเป็นเพราะตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสเหมือนกันก็ได้


โดย: veeda วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:17:49:22 น.  

 
หวัดดีทุกท่าน

คุณ ซอร์บอนน์ เวลคัมคร้าบ

แบร์ AS YOU LIKE IT เราก้ออยากดู หามะได้เหมือนกันเรย

บลัดดี้ ดีขึ้นแล้วชิมะ ดีจัง อิอิอิอิ

คุณวีดา ศาสนาฮินดูเขานับเอาพระพุทธเจ้าเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์อวตารด้วยนิฮะ
มาอยู่วัดเดียวกันไม่แปลกหรอก


โดย: mr.cozy วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:1:39:24 น.  

 
แบร์ AS YOU LIKE IT เราก้ออยากดู หามะได้เหมือนกันเรย
โดย: mr.cozy วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:1:39:24 น.

ตอบ เรากะรอถามเพื่อนๆๆว่าตรงใหนมีเหมือนกาลล ถ้ารู้แหล่งแย้วจาบอก ตอนนี้กะบ้าหนังเชกสเปียร์แฮะแฮะ

Goodbye Bafana (2007) เดี๊ยวสังสรรกานน เราเอาไปให้ดูกะได้ แฮะแฮะ ชอบแลกหนังกะMr.cozy ได้ดูหนังดีดี แถมแผ่นแท้อีก แง๊บบบบบบ อีกเรื่องอยากเอาไปให้ดู

Lion for lamp ทอมครูส เมอรี่ สตรีฟ โรเบิรท เรดฟอร์ด เล่น เป็นหนังการเมืองเมกา ในปัจจุบัน เราไม่สามารถตีความได้ เพราะ เมกาการเมืองเราตามเมกาไม่ทันเจงเจง เป็นอะไรที่นโยบายเปลี่ยนแปลงได้เร็วม๊ากกก

เราว่า Mr.cozy จาเขียนได้ดีม๊ากกก ชิงไหวชิงพริบกานนอ่า

ถ้าหนังประวัติศาสตร์ ค่อยว่ากันหน่อย

ขอโต๊ตตตต เห็นแก่ได้ ออกนอกหน้าไปหน่อยยย แฮะแฮะๆๆๆ

เดี๊ยวกะจาเขียน The wall ที่Mr.cozy ส่งไปให้ดูแหละ เกี่ยวกะกำแพงเบอร์ลิน



เมื่ออาทิตย์ก่อง เมกาขายอาวุธให้ซาอุ ดี้ด๊ากานใหญ่ และเมกา ปรับดอกเบี้ย หุ้นขึ้นกระฉูดดดดดด


โดย: Bernadette วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:8:08:21 น.  

 
lion for lamp หมาป่ากะลูกแกะยังไงยังงั้น แหละแบร์

ก็ข้าจะกินเอ็งเสียอย่าง

เขียนแน่ๆเรื่องนี้ รอแปร๊บนะคร้าบ


โดย: mr.cozy วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:23:18:59 น.  

 
lion for lamp หมาป่ากะลูกแกะยังไงยังงั้น แหละแบร์

ก็ข้าจะกินเอ็งเสียอย่าง

เขียนแน่ๆเรื่องนี้ รอแปร๊บนะคร้าบ



โดย: mr.cozy วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:23:18:59 น.

ตอบ เอ้ามีแล้วเหรอ เขียนเลย เขียนเลย

หนังแบบ ให้ดาราดังดัง เฉือดเฉือน ในบทสนธนา
มองดูธรรมดา ธรรมดา แต่ไหง เข้าใจยากวุ้ยยยยย


ขอบพระคุณที่เสริมเรื่อง Pink Floyd The wall ค่ะ


โดย: Bernadette วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:7:52:44 น.  

 
hey ..ไม่ได้อ่านเลยครับ ด้านบนง่ะ..
มาทักทายครับผม ..


โดย: haro_haro วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:17:28:33 น.  

 
hello haro ไปไหนมาตั้งนาน

แบร์ ไว้จะเขียนรอดูอีกรอบ อิอิอิ


โดย: mr.cozy วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:23:59:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mr.cozy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Is everybody in? Is everybody in?
The ceremony is about to begin
Friends' blogs
[Add mr.cozy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.