Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2563
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 ตุลาคม 2563
 
All Blogs
 
ลาวใต้ - อุบลราชธานี ~~~ ตอนจบค่ะ

ทริปลาวใต้ - อุบลราชธานี 27 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2562

ตอนที่ 15  วัดเลียบ วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดกลาง วัดสุทัศนาราม วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

10.39 น. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 วัดกลางค่ะ



เที่ยววัดในเมืองอุบล เราเดินเอาค่ะ แต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกันมาก ร้านกาแฟ ร้านอาหารจุดนั่งพักเยอะแยะไปหมด สะดวกมาก




 
วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่สร้างเลียบคูคันเมือง เป็นหนึ่งในห้าวัดที่สังกัดนิกายธรรมยุติของจังหวัดอุบลราชธานี อดีตนั้นเคยเป็นสำนักสงฆ์สายวิปัสสนา เคยถูกปล่อยให้เป็นวัดร้างจนพระครูวิเวกพุทธกิจ (หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) ได้มาบุกเบิกบูรณะวัดขึ้นใหม่ ทำให้วัดเลียบเป็นแหล่งวิชาความรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่ง เป็นต้นธารแห่งการปฏิบัติธรรมสายวิปัสนากรรมฐาน โดยมีพระครูวิเวกพุทธกิจ (หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) เป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระอาจารย์ มีลูกศิษย์สำคัญ ได้แก่ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิยเถร) พระเทพสุทธาจารย์ (คุณสัมปันโนโชติ) พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) ภายในวัดมีพระพุทธจอมเมือง ที่ปั้นโดยพระครูวิเวกพุทธกิจ (หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เจดีย์วิหารอนุสรณ์สถานพระครูวิเวกพุทธกิจ (หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) และเจดีย์วิหารอนุสรณ์สถานหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ
 






เสาพระเจ้าอโศก





เจดีย์วิหารอนุสรณ์สถานพระครูวิเวกพุทธกิจ (หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) และเจดีย์วิหารอนุสรณ์สถานหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ สร้างขึ้นเคียงคู่กัน









พระพุทธจอมเมือง พระประธานในพระอุโบสถ วัดเลียบ



ภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส











10.52 น. วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ




 
วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ หรือวัดใต้เทิง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่เคยเป็นวัดฝ่ายวิปัสสนาธุระของ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระพุทธรูปสำคัญที่ประชาชนให้ความเลื่อมในเคารพศรัทธา หนึ่งในห้าพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่ประดิษฐานอยู่ในประเทศไทย นอกจากนั้นภายในวัดยังมีโบราณวัตถุเป็นหลักศิลาจารึกหินทราย 2 หลัก วิหารเฉลิมพระเกียรติ 200 ปี และเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ
 


เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ภายในเจดีย์เป็นที่สถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ เช่น พระบรมสารีริกธาตุ พระแก้วจักรพรรดิโกเมน พระแก้วจักรพรรดิมรกต พระแก้วจักรพรรดิบุษราคัม และสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ













พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระประธานในอุโบสถเป็นทองนาคสำริด หนักเก้าแสนบาท  พุทธลักษณะเป็นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูง 85 นิ้ว (มีผู้สันนิษฐานว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งเวียงจันทน์เป็นผู้สร้าง)



พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ มีความสำคัญเป็น 1 ใน 5 องค์ในจำนวนพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอีก 4 องค์ประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชัยภูมิ หนองคาย และวัดพระโต อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี และที่ประเทศลาวอีก 1 องค์









ทางเข้าออกอีกฝั่ง อยู่ตรงข้ามโรงเรียน...



11.29 น. วัดกลาง


 
วัดกลาง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่ถูกสร้างคู่กับวัดหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของข้าราชการผู้ปกครองเมืองในสมัยพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) เป็นที่ประดิษฐานของพระบทม์ พระพุทธรูปที่ได้ชื่อว่ามีพุทธลักษณะสวยงามของจังหวัดอุบลราชธานี

วัดกลาง สร้างราวปีเถาะ จ.ศ.1155 หรือปี พ.ศ. 2336 สร้างขึ้นหลังจากการสร้างวัดหลวงแล้ว 3 ปี เหตุที่ชื่อวัดกลาง คือ ตามคติโบราณการตั้งเมืองนั้นจะหาทำเลใกล้แม่น้ำ และจะเรียกทางน้ำไหลเป็นเหนือ เป็นใต้ และเป็นกลางด้วย วัดที่ตั้งทางทิศเหนือมักจะเรียกว่า วัดเหนือท่า วัดเหนือเทิง และวัดที่ตั้งทางทิศใต้ก็จะเรียกว่าวัดท่าใต้ ใต้เทิง วัดกลางนั้นตั้งอยู่กลางเมืองอุบล จึงเรียกว่า วัดกลาง

 


พระอุโบสถ เรียบง่าย



พระบทม์ เป็นพระประธานในวิหารเก่าแก่ของวัดกลางที่มีมาตั้งแต่ครั้งสร้างวัด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 78 นิ้ว สูง 108 นิ้ว สร้างด้วยอิฐดินเหนียวผสมเกสรดอกบัวและว่านจำปาศักดิ์ป่นละเอียดคลุกเคล้ากับยางบง น้ำแช่หนังวัวเผา น้ำแช่เปลือกเม็ก น้ำข้าวเจ้าต้ม หินเผาไฟป่นให้ละเอียด น้ำอ้อยเคี่ยวให้เหนียวผสมเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้วใช้ฉาบทาให้เป็นผิวขององค์พระบทม์ ด้วยกรรมวิธีแบบโบราณที่เรียกว่า “ปูนน้ำอ้อย”

คำว่า “พระบทม์” มาจากคำว่า ปทุม ปทม บทม์ หมายถึง พระดอกบัว ได้แก่ บัวหลวงมีสีแดงกลิ่นหอม เป็นพระพุทธรูปที่ประสาทพรเกื้อกูลให้เกิดความสำเร็จ ตามแรงแห่งสัจจาอธิษฐานปรารถนา พระบทม์นั้นมีพุทธลักษณะที่งดงาม จึงทำให้เกิดภาษาพูดของคนโบราณเมื่อได้พบเห็นสิ่งที่งดงาม จึงมักจะอุทานเปรียบเทียบว่า “จะแม่นงามปานพระบทม์” หรือ งดงามดังพระบทม์
 







เดินออกมาแล้วค่ะ





อาคารเก่าสวย ๆ ก็เยอะค่ะ







ร้านของฝาก



หอประวัติศาสตร์ อุบลราชธานีศรีวะนาไล หรืออาคารโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช หลังเก่า







13.21 น. วัดสุทัศนาราม


 

วัดสุทัศนาราม เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายลำดับที่ 3 ของเมืองอุบลราชธานี อาณาเขตทิศเหนือจดชุมชนวัดสุทัศนาราม และ บ้านพักข้าราชการศาลจังหวัด ทิศใต้จดถนนพโลรังฤทธิ์ ทิศตะวันตกจดถนนอุปราชและชุมชนบ้านก่อ ทิศตะวันออกจดศาลจังหวัดอุบลราชธานีและศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี
ราชบุตร (สุ้ย) ต้นตระกูล บุตโรบล พร้อมหมู่ญาติได้อุทิศที่สวนสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2396 โดยอาราธนา ท่านพิลา จากวัดสุปัฏนารามวรวิหาร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2477 เดิม ชื่อวัดสุทัศน์ สันนิษฐานว่าได้ชื่อมาจากตำแหน่งที่ตั้งวัดซึ่งตั้งอยู่ชายดงอู่ผึ้ง มีความงามสง่าแลเห็นแต่ไกล หรืออีกนัยหนึ่งเชื่อว่ามาจากตัวอักษรตัวแรกของนามผู้สร้างวัดคือ สุ ในคำว่า สุ้ย  สุทัศนาราม จึงหมายถึงวัดที่อยู่อันรื่นรมย์ดูงาม

 



อุโบสถเป็นอาคารทรงไทยผสมยุโรปซึ่งได้รูปแบบมาจากวัดสุปัฏนารามวรวิหาร แต่มี ขนาดเล็กกว่าและไม่มีระเบียง ช่อฟ้าเป็นนาคสะดุ้ง



หน้าบันประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษา มุขหน้ายื่น ออกมาจากหลังคา ปีกนก มีบัวหัวเสา หน้ากระดานใต้หน้าบันเป็นลายประจำยาม




มีประตูด้านหน้า 2 ช่องและด้านหลัง 2 ช่อง มีหน้าต่างที่ด้านหน้าและด้านหลังด้านละ 2 ช่อง ด้านซ้ายและขวาด้านละ 8 ช่อง



มีรูปปั้นสิงโตหมอบข้างบันไดหน้า 2 ตัว บันไดหลัง 2 ตัว



กำแพงแก้วมีใบเสมาศิลาของเก่าจำนวน 6 ใบ ที่ฐานใบเสมาด้านหน้าติดกับอุโบสถ เป็นที่บรรจุอัฐิหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ชายาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ ผู้สำเร็จราชการมณฑลอีสาน มีภาพและจารึกความว่า “หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ท.จ. ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ชาตะ ๔ ธันว์ ๒๔๒๒ มรณะ ๒๐ ตุล ๒๔๘๑”







ร้อนค่ะ แวะเข้าที่พัก นั่งพัก สั่งลาเต้เย็นมากิน



ยังไม่ทันหมดแก้วดี น้องมิก โทร.มา จะมารับ บอกอยากเลี้ยงกาแฟพี่หนู...ไปก็ไป 555



ร้านอะไร จำไม่ได้ค่ะ 



ประมาณ 4 โมงเย็น ตามนัดหมาย น้อง poongie มารับพี่หนูที่โรงแรม



เราจะไปวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวกันค่ะ ระหว่างทางไป ก็ลุ้นกันว่า ขอให้ไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตก



17.21 น. เรามาทันค่ะ 117





รักพี่เสียดายน้อง ขอเรียงแบบนี้ละกันค่ะ



หลังจากพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าแล้ว รอฟ้ามืดค่ะ 



17.27 น.


 

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วัดภูพร้าว” เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นป่ามีความอุดมสมบูรณ์ แต่เนื่องจากเป็นหน้าผาสูง ไม่มีแหล่งน้ำ จึงไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ครั้นเมื่อพระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ เดินทางจากลาวมาเผยแผ่ธรรมะทางฝั่งไทย ท่านได้มาพักปักกลดที่ภูพร้าว ในราวปี พ.ศ. 2495 - 2498 ท่านได้ขอบิณฑบาตพื้นที่แห่งนี้ไว้ สร้างเป็นวัดขึ้น พื้นที่วัดนี้อยู่ใกล้กับจุดผ่านแดนช่องเม็ก ชายแดนแบ่งเขตไทย-ลาว เพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญบุญระหว่างพี่น้องชาวไทย-ลาว เนื้อที่สร้างวัดประมาณ 500 ไร่ และให้ชื่อว่า วัดภูพร้าว 
 









ที่เห็นหลังคามุมขวาล่างตรงนั้น คือ จุดผ่านแดนช่องเม็ก



ฝั่งลาวค่ะ



17.42 น.



17.47 น.



ไม่มีขาตั้งกล้องค่ะ พยายามแล้วได้แค่นี้  121





รูปแบบสถาปัตยกรรมของอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทองของ สปป.ลาว ด้านหลังอุโบสถมีประติมากรรมนูนต่ำภาพต้นกัลปพฤกษ์ที่เรืองแสงได้เมื่อได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ เพราะสร้างด้วยกระเบื้องเคลือบสารฟลูออเรสเซนต์ จะเห็นการเรืองแสงได้ชัดเจนในช่วงเย็น







ก่อนที่ poongie จะส่งกลับที่พัก เรามาแวะกินมื้อเย็นกันที่นี่ค่ะ



กินกัน 2 คน กับข้าว 4 อย่าง ...ไม่เหลือค่ะ



6 โมงกว่า เช้าวันที่ 4 ธันวาคม 2562 วันสุดท้ายของทริป 



เดินมาหามื้อเช้ากิน + ซื้อของฝากกลับบ้าน



กินก๋วยจั๊บร้านข้าง ๆ ร้านตองหนึ่ง (ก๋วยจั๊บนี่กินทุกวัน ร้านไม่ซ้ำกัน อร่อยทุกร้าน สมกับที่อยากกินเลย) 





ต่อด้วยกาแฟร้านดาวคอฟฟี่



กลับมาเช็คเอาท์ เรียกแท็กซี่ไปสนามบิน แท็กซี่มิเตอร์ที่นี่ เริ่มต้นที่ 40 บาท ถึงสนามบิน 50 บาทไม่ขาดไม่เกิน



เช็คอินล่วงหน้ามาแล้วค่ะ





ลาแล้วนะเมืองอุบล มีโอกาสจะกลับมาอีกค่ะ

105 ขอบคุณปุ๊ก ขอบคุณนิดหน่อย ขอบคุณมิก ที่ดูแลเอื้อเฟื้อพี่หนูเป็นอย่างดี 105



 ความเดิม 

ปราสาทวัดพู
น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยือง
ปากซองไฮแลนด์ สวนดอกไม้มนตรา
น้ำตกคอนพะเพ็ง
ตะวันขึ้นที่ผาแต้ม
ภาพเขียนสีผาแต้ม
ทุ่งดอกไม้ป่าสร้อยสวรรค์
หาดสลึง สามพันโบก
ทุ่งดอกไม้ป่าวนอุทยานน้ำตกผาหลวง
วัดทุ่งศรีเมือง วัดมณีวนาราม วัดมหาวนาราม
อาสนวิหารแม่พระนิรมล วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
วัดพระธาตุหนองบัว
วัดศรีอุบลรัตนาราม ทุ่งศรีเมือง 
มื้อเช้าที่สามชัยกาแฟ วัดหลวง วัดแจ้ง




Create Date : 07 ตุลาคม 2563
Last Update : 7 ตุลาคม 2563 18:21:25 น. 0 comments
Counter : 550 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณปรศุราม, คุณtoor36, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณทนายอ้วน, คุณเริงฤดีนะ, คุณSleepless Sea, คุณkatoy, คุณzungzaa, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณBrighten your day, คุณKavanich96, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณออโอ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณtuk-tuk@korat, คุณnewyorknurse, คุณความสุขไปทางไหนครับ, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณnonnoiGiwGiw, คุณTui Laksi, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณอุ้มสี, คุณTurtle Came to See Me, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณInsignia_Museum, คุณเนินน้ำ, คุณkae+aoe


BlogGang Popular Award#16


 
สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เป็นแม่บ้านฟูลทาม
ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.