" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
 
มกราคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
11.01.2559 ภาพเก่าเล่าเรื่อง ตำนาน เหตุการณ์ และ เรื่องราวของล้านนาไทย.



001.พลตรีเจ้าแก้วเนาวรัตน์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ผู้ขุดจอบแรกเป็นปฐมฤกษ์การสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพเมื่อวันที่๙พฤศจิกายน๒๔๗๗

จาก fb: Pirote Saechew ถึง ภาพเก่าเล่าเรื่อง


----------------------------------------------------------------



002.คุ้มหลวงเวียงแก้ว เป็นคุ้มหลวงแห่งนครล้านนา ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ยิ่งค้นยิ่งเจอยิ่งเข้าใจคุ้มหลวงเวียงแก้ว

คุ้มหลวงเวียงแก้ว เป็นคุ้มหลวงแห่งนครล้านนา ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวถูกปรับสภาพเป็นคุก ในสมัยพระยานริศราชกิจ (สาย โชติกเสถียร) จนกระทั่งกลายเป็นทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
คนเชียงใหม่บางคนอาจไม่ทราบว่า บริเวณทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
ในอดีตเคยเป็นเขตวังเก่ามาก่อน แต่ถูกทุบทิ้งแล้วสร้างคุกขึ้นมาแทนที่
ใต้พื้นดินตรงนั้นจึงมีประวัติศาสตร์มากมายถูกทับไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา ชาวเมืองบางส่วนได้มีการเรียกร้องให้ย้ายสิ่งปลูกสร้างบางอย่างออกไปอยู่นอกเมือง เช่น ค่ายทหาร สนามบิน และ คุก ด้วยเหตุที่เมืองเริ่มแออัดยัดเยียด แล้วปรับสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สมกับเป็นเมืองเก่าแก่ และเมืองท่องเที่ยวที่มีศิลปวัฒนธรรมสืบทอดมาอย่างยาวนาน

ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ระบุว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งพระราชวังของพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านนาในอดีต เรียกว่า เวียงแก้ว คาดว่าเป็นพระราชวังที่ประทับของพญามังราย ผู้ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่

แผนที่ของกระทรวงมหาดไทย แผนกก่อสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 หรือราว 100 ปีที่ผ่านมา ก็มีการระบุถึงพื้นที่กลางเวียงเชียงใหม่โดยเฉพาะเขตที่เป็น “เวียงแก้ว”

อาจารย์สมโชติ อ๋องสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ล้านนา กล่าวว่า การจะดำเนินการต่อไปในพื้นที่นี้ จะต้องเริ่มต้นที่หลักฐานประวัติศาสตร์อย่างน้อย 3 อย่างที่ปรากฏอยู่คือ

1.ที่บริเวณนี้มีซุ้มประตูโขงข้างคุกที่เก่าแก่ มีลายปูนปั้นงดงามแบบเดียวกันกับซุ้มประตูโขงวัดเจ็ดยอดซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1984-2030)ส่วนล่างมีลายปูนปั้นรูปสิงห์สวยงามถูกทอดทิ้งเอาไว้ รวมทั้งศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก

2.แผนที่กลางเวียงในยุค ร.5 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้วที่มีที่ดินระบุชื่อเจ้าของเป็นรายแปลง สันนิษฐานว่าเป็นของเจ้าหลวง 3 องค์ คือเจ้ากาวิละ
เจ้าธัมมลังกา เจ้าเศรษฐีคำฝั้น และสันนิษฐานว่าเมื่อ พ.ศ. 2339 ที่พญากาวิละเข้ามาฟื้นเมืองเชียงใหม่
ก็ได้เริ่มใช้พื้นที่ตรงนั้นเป็นเวียงแก้ว

3. ภาพหลักฐานตัวสถาปัตยกรรมคุ้มเวียงแก้วที่งดงาม และคุ้มหลายคุ้มในเขตเวียงแก้วนี้ได้ถูกรื้อเพื่อสร้างเป็นศูนย์ราชการในยุคสยามเปลี่ยนการปกครองเป็นเทศาภิบาล

ขอบคุณ ภาพและเนื้อหา จาก fb:Pirote Saechewภาพเก่าเล่าเรื่อง

--------------------------------------------------------------




003.สถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2464
ภาพโดย นายเอ็ม ทานาคา ช่างภาพชาวญี่ปุ่น




004.สถานีรถไฟนครลำปาง มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๑
ที่มา : เทศบาลนครลำปาง





005.ไม้สักเมืองลี้ก่อน เจ้าหน้าที่ของบริษัทบอมเบย์ เบอร์ม่า จำกัด กับคนงานและรถยนต์ลากไม้ในป่าเขตอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
ภาพโดย นายเอ็ม ทานาคา ช่างภาพชาวญี่ปุ่น





006.อาคารสถานีรถไฟนครลำปาง มุมมองจากถนนสุเรนทร์
[ที่มา : ร้านลำปางโฟโต้] กุมภาพันธ์ ๒๔๕๗




007.โรงแรมกำธร (ตลาดต้นลำไย)กลางเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ.2506
Another shot of the main street in Chiang Mai, taken in 1963

จาก fb: Sakonlawat Suthamanee ภาพนี้ผมเคยให้ข้อมูลไปแล้วครับ.

เป็น 4 แยกหน้าโรงหนังศรีนครพิงค์ เลี้ยวขวาไปสะพานแม่ข่า เลี้ยวซ้ายไปกาดหลวง ตรงไป ไปกองวัดแขก (เรียกกันในสมัยนั้น)....มุมขวาที่มีระเบียงคือโรงแรมราชวงศ์ ด้านล่างเป็นร้านอาหารชื่อ "ศรัีพิงค์โอชา" ที่รู้รายละเอียดเพราะบ้านผมอยู่ห่างจากร้านปืนกำธรไปทางขวามือ 3 หลังครับ





008. จาก fb: Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง

วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2486 เมื่อเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน ก็ถึงแก่พิราลัย และนับเป็นเจ้าผู้ครองนครลำพูนเป็นคนสุดท้ายและเป็นเจ้าประเทศราชองค์สุดท้ายในราชอาณาจักรไทย

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงอิสริยยศเป็น "เจ้าบุรีรัตน์" ได้ดำเนินการสร้างถนนสายตะวันออกจากประตูท่าขาม ไปยังกิ่งอำเภอแม่ทา และถนนสายจากตัวเมืองลำพูนไปจนถึงฝั่งแม่น้ำปิง ต่อมาเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าผู้ครองนครลำพูน ก็ได้สร้างสาธารณกุศลแก่ประชาชนชาวลำพูนมากมาย เช่น

การบูรณะวัดกู่สิงห์ทอง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมื่อปี พ.ศ.2324 และตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดจักรคำภิมุข"

สร้างกุฏิให้วัดพระธาตุหริภุญชัย
มอบที่ดินสำหรับสร้างที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข บ้านพักสัสดีจังหวัดลำพูน และโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์

มอบคุ้มหลวงเดิมให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดลำพูน
และก่อตั้งโรงเรียนสำหรับนักเรียนชายประจำจังหวัด คือ โรงเรียนจักรคำคณาทร ฯลฯ
ถือว่าเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์อีกด้วย





009. จาก fb:Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง

นายพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) เสนาบดีกระทรวงคมนาคม ตรวจการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาล สำหรับสร้างทางรถไฟสายเหนือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ (อุโมงค์ขุนตาล สร้างเสร็จใน พ.ศ. ๒๔๖๑)





010.จาก fb:Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง

ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บริเวณหน้าวัดมหาวัน เมื่อ พ.ศ.2522




011. คูเมืองที่เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปี พ.ศ.2506
จาก fb:Pirote Saechew





012.ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2506 ยังเห็นสะพานนวรัฐ อยู่ด้านหน้าลิบๆ
จาก fb:Pirote Saechew







013. วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2506





014.โรงแรมราชวงศ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่มุมถนนช้างม่อยตัดกับถนนราชวงศ์ ปัจจุบันถูกรื้อแล้วสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ถ่ายขณะเกิดน้ำท่วม





015.คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เป็นคณะที่มีอายุมากกว่าตัวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียอีก เพราะเคยเป็นโรงเรียนแพทย์มาก่อน




016.ป้อมกำแพงดินชั้นนอก หลังโรงพบาลสวนปรุง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2508




017.ประตูสวนปรุง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนบูรณะ พ.ศ.2510





018.สี่แยกช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนสร้างวงเวียนน้ำพุ พ.ศ.๒๕๐๓
ขอบคุณภาพจาก อ.บุญเสริม สาตราภัย





019.ในอดีตของประตูเมืองเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ไม่ทราบปี พ.ศ.ที่ถ่ายภาพนี้





020. สะพานนวรัฐ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสะพานสำคัญในการเชื่อมสองฝั่งแม่ปิงเข้าด้วยกัน (โดยเฉพาะใครที่นั่งรถไฟขึ้นมาจากกรุงเทพ ถ้าจะเข้าเมืองก็คงได้ข้ามกัน) สะพานนี้เปลี่ยนรูปลักษณ์มาหลายหน ตั้งแต่เป็นสะพานไม้ที่โดนซุงกระแทกตอม่อเป็นประจำ มาจนถึงเป็นสะพานเหล็กอย่างในภาพ ก่อนที่จะขยายเป็นสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ รองรับรถรามหาศาลอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนสะพานแบบในภาพนั้น ได้นำมาสร้างใหม่ทางใต้ของสะพานนวรัฐ

ภาพและข่าวจาก fb:Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง





021. ศาลานางย้อง(ย้อง=แต่งให้สวยงาม)
ทุกครั้งที่เจ้าแม่ดารารัศมี จะไปสักระบูชาพระธาตุดอยสุเทพจะต้้องแวะพักที่คุ้มนี้เพื่อแต่งตัวให้เมาะสมก่อนขึ้นไปวัดพระธาตุดอยสุเทพจึงเรียกคุ้มนี้ว่า ศาลานางย้อง(ย้อง=แต่งให้สวยงาม)

จาก fb:Pirote Saechew

ใครเคยไปที่นี่บ้างอยู่บนดอยสุเทพ

Monchokpok Residence, Chiang
Lanna royalty, Siamese officials, and locals gather at the Monchokpok Palace grounds [Doi Suthep] for ceremonial greeting of the Queen during 1914 Chiang Mai visit.

มีคำตอบจาก fb: จื่อว่า ศาลานางย้อง ทุกครั้งที่เจ้าแม่ดาราจะไปสักระบูชาพระธาตุดอยสุเทพจะต้้องแวะพักที่คุ้มนี้เพื่อแต่งตัวให้เมาะสมก่อนขึ้นไปวัดพระธาตุดอยสุเทพจึงเรียกคุ้มนี้ว่า ศาลานางย้อง(ย้อง=แต่งให้สวยงาม)




022.ประตู๋จ๊างเผือก พ.ศ.๒๕๑๐ ผ่อหันสิลาจารึกตี้อยู่ตางใน
ภาพและข้อมูลจาก fb:Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง

ประตู๋จ๊างเผือก พ.ศ.๒๕๑๐ ผ่อหันสิลาจารึกตี้อยู่ตางใน

หากเดินเข้าไปในบริเวณกำแพงเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน จะเห็นภาพของต้นไม้ คูน้ำ กำแพงเมืองและถนนที่ทอดยาวโอบล้อมเมืองไว้ เป็นภาพที่ก่อให้เกิดความสบายตาและสงบร่มรื่นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นภาพที่แตกต่างจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่อายุ 70-80 ปี ที่เล่าว่าเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก บริเวณกำแพงเมืองมีสภาพทรุดโทรม บางส่วนมีหญ้ารกปกคลุม และบางส่วนพังทลาย ถนนริมกำแพงเมืองด้านในเป็นเพียงทางเดินแคบๆ ส่วนถนนริมคูเมืองด้านนอกแคบมากขนาดคนเดินสวนกันได้เท่านั้น เกวียนไม่สามารถเดินผ่านได้ ผู้คนมักไม่กล้าเดินผ่านเพราะเปลี่ยวมาก มีหลักฐานว่าตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมาทางเทศบาลได้เริ่มบูรณะประตูเมืองและแจ่งเมืองให้ดูเป็นระเบียบดังที่เห็นในปัจจุบัน

ในปัจจุบันกำแพงเมืองเชียงใหม่มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกำแพงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยอิฐมีขนาดกว้าง 900 วา ยาว 1,000 วา อีกส่วนเป็นกำแพงดินที่โอบล้อมเมืองตั้งแต่บริเวณถนนท่าแพใกล้วัดบุพพารามทอดยาวไปจนถึงโรงพยาบาลสวนปรุง
ในบริเวณมุมกำแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคนเมืองเรียกว่า แจ่ง แต่ละแจ่งมีชื่อเรียกดังนี้ คือ แจ่งหัวรินที่ถนนห้วยแก้วตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม แจ่งศรีภูมิตรงข้ามวัดชัยศรีภูมิ วัดนี้เดิมชื่อวัดพันตาเกิ๋น เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าคูเมืองตรงนี้ลึกมาก ต้องใช้บันไดไม้ไผ่ยาวถึง 1,000 ข้อ จึงจะสามารถหยั่งถึงพื้นได้ คนเมืองเรียกบันไดไม้ไผ่ว่าเกิ๋น จึงเรียกวัดนี้ว่าวัดพันตาเกิ๋น แจ่งขะต๊ำ ใกล้ๆ กับวัดพวกช้าง ขะต๊ำ” หมายถึงเครื่องมือจับปลาประเภทหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมบริเวณนี้ปลาชุกชุม ผู้คนมักจะมาดักปลาโดยใช้ ขะต๊ำ” ในบริเวณนี้จึงได้ชื่อว่าแจ่งขะต๊ำ แจ่งกู่เฮืองตรงกันข้ามโรงพยาบาลสวนปรุง

กำแพงเมืองแต่ละด้านจากแจ่งสู่แจ่ง เจาะช่องประตูเป็นทางเข้าออกเมืองดังนี้ จากแจ่งหัวรินถึงแจ่งศรีภูมิมีประตูช้างเผือก จากแจ่งศรีภูมิถึงแจ่งขะต๊ำมีสองประตูคือ ประตูช้างม่อยและประตูท่าแพ จากแจ่งขะต๊ำถึงแจ่งกู่เฮือง มีสองประตูคือ ประตูเชียงใหม่และประตูสวนปรุง และจากแจ่งกู่เฮืองถึงแจ่งหัวรินมีประตูสวนดอก บริเวณประตูทั้ง 6 ประตู มีจารึกลงยันต์และคาถาบนศิลาจารึกติดไว้ที่ทางเข้าออกประตู แต่ที่ประตูช้างม่อยหายไป ในขณะที่บางแห่งได้ทำคัดลอกขึ้นใหม่ เช่นที่ประตูสวนปรุงและประตูสวนดอก เป็นต้น

ทั้งด้านในและด้านนอกกำแพงเมืองแต่ละด้านมีถนนวิ่งผ่านโดยรอบ แต่ละถนนมีชื่อต่างกันดังนี้ จากแจ่งหัวรินถึงแจ่งศรีภูมิด้านในกำแพงเมือง เป็นถนนศรีภูมิ ด้านนอกเป็นถนนมณีนพรัตน์ จากแจ่งศรีภูมิถึงแจ่งขะต๊ำด้านในกำแพงเมือง เป็นถนนมูลเมือง ด้านนอกจากแจ่งศรีภูมิถึงประตูท่าแพ เป็นถนนชัยภูมิ จากประตูท่าแพถึงแจ่งขะต๊ำเป็นถนนคชสาร จากแจ่งขะต๊ำถึงแจ่งกู่เฮืองด้านในกำแพงเมือง เป็นถนนบำรุงบุรี ด้านนอกจากแจ่งขะต๊ำถึงประตูเชียงใหม่เป็นถนนราชเชียงแสน จากประตูเชียงใหม่ถึงแจ่งกู่เฮืองเป็นถนนช่างหล่อ และจากแจ่งกู่เฮืองถึงแจ่งหัวรินด้านในเป็นถนนอารักษ์ ด้านนอกเป็นถนนบุญเรืองฤทธิ์

ปรากฏหลักฐานในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า กำแพงเมือง คูเมือง และประตูเมือง สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเชียงใหม่ แต่มีการบูรณะซ่อมแซมต่อมาอีกหลายสมัย
เมื่อพระยามังรายโปรดให้สร้างเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา พระองค์โปรดให้สร้างเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 900 วา ยาว 1000 วา และโปรดให้ขุดคูรอบเวียง เข้าใจว่ากำแพงเมืองในสมัยนี้ยังเป็นกำแพงที่ทำด้วยดิน เนื่องจากการสร้างกำแพงด้วยอิฐนั้นมีหลักฐานว่า สร้างในสมัยพระเมืองแก้ว ที่พระองค์โปรดให้ ปั้นดินจักก่อเมฆเวียงเชียงใหม่ และ ในสมัยพระเจ้ากาวิละ เมื่อพระองค์กลับมาซ่อมแซมเมืองเชียงใหม่ ทรงโปรดให้...สร้างรั้วแปลงเวียงก่อเมกปราการ กำแพงเชิงเทิน หอป้อมบานประตูหื้อแน่นหนา มั่นคง ขุดร่องคือเอาน้ำเข้า เพื่อให้เป็นที่ขามแข็งทนทานแก่ข้าศึก...

สำหรับประตูเมืองเชียงใหม่นั้น เมื่อแรกสร้างเมืองเชียงใหม่ พระยามังรายทรงมีดำริที่จะ ... แปงประตูห้าแห่ง... ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าในสมัยพระองค์ได้มีการสร้างประตูเสร็จทั้งห้าแห่งหรือไม่ เนื่องจากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในสมัยพระเจ้าติโลกราช เชียงใหม่มีประตูเมือง 6 ประตู ซึ่งประตู 2 แห่งได้สร้างในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนและพระเจ้าติโลกราชตามลำดับ

ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนโปรดให้สร้างประตูสวนแหเพื่อให้ความสะดวกแก่พระราชมารดาในการเสด็จไปควบคุมการก่อสร้างองค์เจดีย์หลวง ซึ่งในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาเจดีย์องค์นี้สร้างยังไม่แล้วเสร็จ ที่ต้องเจาะประตูเพิ่มเพราะพระราชมารดาประทับอยู่ที่บ้านสวนแหด้านนอกกำแพงเมือง ซึ่งสันนิษฐานว่าตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่สวนปรุงในปัจจุบัน

ในสมัยพระเจ้าติโลกราชเมื่อพระองค์โปรดให้สร้างที่ประทับแห่งใหม่ ในบริเวณใกล้กับแจ่งศรีภูมิ จึงโปรดให้สร้างประตูศรีภูมิขึ้นอีกหนึ่งประตู เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

คนโบราณเชื่อว่าบริเวณประตูและแจ่งต่างๆ เป็นที่อยู่ของเทวดาอารักษ์ที่คอยดูแลรักษาเมืองและผู้คนให้มีความสุขและให้บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์ เทวดาอารักษ์เหล่านี้เปรียบเสมือนศรีและขวัญของเมือง ชาวเมืองต้องทำพิธีบูชาผีและอารักษ์เมืองทุกปี และในทางกลับกันหากต้องการทำลายเมือง วิธีหนึ่งคือการทำลายศรีและขวัญเมือง ด้วยการทำขึดบริเวณประตูเมือง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตย์ของเทวดาอารักษ์เมือง เหมือนเช่นในสมัยพระเจ้าติโลกราช ทางอาณาจักรอยุธยาได้ส่งคนมาทำลายศรีและขวัญเมืองด้วยการทำคุณไสยนำไหใส่ยา (ของที่ไม่เป็นมงคล) ไปฝังไว้กลางเมืองและบริเวณประตูเมืองทั้งหกแห่ง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายภายในเมือง จนกระทั่งเมื่อพระเจ้าติโลกราชทรงทราบและโปรดให้แก้อาถรรพ์นำไหออกไปเผา ทำให้เชียงใหม่หมดเคราะห์ร้าย และค่อยๆ ดีตามลำดับ

อาจารย์มณี พยอมยงค์กล่าวถึง เทวดาอารักษ์ที่สิงสถิตย์อยู่ที่ประตูเมืองไว้ดังนี้ เทวบุตร สุรักขิโต รักษาประตูช้างเผือกและประตูท่าแพตะวันออก เทวบุตรไชยภุมโม รักษาประตูเชียงใหม่และประตูเมืองด้านใต้ เทวบุตรสุรขาโต รักษาประตูสวนดอกด้านทิศตะวันตก เทวบุตรคันธรักขิโตรักษาประตูช้างเผือกด้านทิศเหนือ
สำหรับบริเวณแจ่งต่างๆ มีศาลประจำแจ่ง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตย์ของผีอารักษ์เมือง ศาลประจำแจ่งที่สำคัญที่สุดคือ ศาลประจำแจ่งศรีภูมิ เพราะเป็นบริเวณที่ทำพิธีเซ่นหรือเลี้ยง ผีเจ้าหลวงคำแดง ซึ่งเป็นอารักษ์เมืองที่มีอิทธิพลสูงสุด สูงกว่าผีตนใดในเชียงใน มีสถานะเป็นผีเจ้านาย โดยปกติผีเจ้าหลวงคำแดงจะสถิตย์อยู่ที่ดอยเชียงดาว
รายการอ้างอิง

สงวน โชติรัตน์. (2516). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. พระนคร:
คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี.
มณี พยอมยงค์. (2533). ประเพณีสิบสองเดือน ล้านนาไทย.
(พิมพ์ครั้งที่ 2). เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์.
ขอบคุณภาพจาก อ.บุญเสริม สาตราภัย




023.ตำหนักพระองค์เจ้าบวรเดชฯ บนดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ขอบคุณภาพและข่าวจาก fb:Salid Salidnoiภาพเก่าเล่าเรื่อง

ตำหนักพระองค์เจ้าบวรเดชฯ บนดอยสุเทพ เป็นตำหนักของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรเดช กฤดากร อดีตอุปราชมณฑลพายัพ ชาวบ้านมักเรียกว่า ตำหนักอุปราช เป็นตำหนักที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นอาคารชั้นเดียวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลูกสร้างคร่อมบนเนินลาด ปัจจุบันตำหนักหลังนี้ถูกรื้อถอนไปแล้ว บริเวณที่เคยเป็นตำหนัก ปัจจุบันเป็นของตระกูลนิมมานเหมินทร์ ทางขึ้นตำหนักปัจจุบัน คือ ลานจอดรถยนต์ ตรงข้ามวัดพระธาตุดอยสุเทพ





024.โรงพยาบาลอเมริกันเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ขอบคุณ ภาพและข่าว จาก fb:Pirote Saechewภาพเก่าเล่าเรื่อง

โรงพยาบาลอเมริกันเชียงใหม่

ปี พ.ศ. 2430 คณะกรรมการกลางเพรสไบทีเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติเงินจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลที่จังหวัดเชียงใหม่โดยปรับปรุงบริเวณสถานที่จำหน่ายยาดังกล่าวให้เป็นสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนใช้ชื่อว่า “โรงพยาบาลอเมริกันมิชชั่น" (American Mission Hospital)” ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จากบันทึกรายงานประจำปีของคณะมิชชันนารีถึงคณะกรรมการกลางเพรสไบทีเรียนประเทศสหรัฐอเมริกา มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า โรงพยาบาลได้ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยในปีพุทธศักราช 2431 ไปมากกว่าสิบราย




025.สี่แยกศรีนครพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ของคุณ ภาพและข่าวจาก fb:Pirote Saechewภาพเก่าเล่าเรื่อง


ภาพนี้ถ่ายจากสี่แยกศรีนครพิงค์ ปลายถนนคือ ตลาดวโรรส ทางขวามือคือตรอกวัดแขก ในภาพถ่ายเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่รถโดยสารประจำทางที่เห็นในภาพ (รถคอกหมู) เป็นของบริษัท ส.ร.ช (สหายรถยนต์เชียงใหม่)


Create Date : 11 มกราคม 2559
Last Update : 17 มกราคม 2559 19:10:33 น. 4 comments
Counter : 2053 Pageviews.

 
บางภาพเคยเห็นสถานที่จริง ๆ
บ้านเพื่อนเรา ร้านใหม่ทำหมวกค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:13:26:30 น.  

 
ครับผม.


โดย: moonfleet วันที่: 15 มกราคม 2559 เวลา:12:10:39 น.  

 
moonfleet Education Blog ดู Blog
แวะมาส่งกำลังใจครับ


โดย: ผมไม่ได้บินคนเดียวฯ (เตยจ๋า ) วันที่: 17 มกราคม 2559 เวลา:15:22:13 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ อิอิเลยไปแล้วด้วยหลายวันขออภัยด้วยจ้ะ


โดย: Opey วันที่: 17 มกราคม 2559 เวลา:22:07:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.