moody piggy
Group Blog
 
All Blogs
 

ครีมกันแดด อันไหนเหมาะกับคุณ

โอ้ววว นี้มันหน้าหนาวจริงๆ หรือหน้าร้อนกันแน่
ยังไงกันแดดคงจะขาดไปไม่ได้สักกะฤดูแล้วหละ สำหรับสาวไทย
คุณจะไม่ทาครีมบำรุงอะไรก็ได้ค่ะในโลกเลยก็ได้ค่ะ
แต่อย่าละเลยการใช้ครีมกันแดดค่ะ ไม่งั้นครีมตัวใดๆก็อาจจะช่วยคุณไม่ได้ค่ะ
เพราะรังสีUV นั้นเป็นสาเหตุของ กระ ฝ้า การแก่ของเซลล์ รอยเหี่ยวย่น
ที่สำคัญคือมะเร็งผิวหนัง
วันนี้เลยถือโอกาสแนะนำครีมกันแดดให้เหมาะกับคุณนะคะ

วิเคราะห์ตัวคุณเองก่อนซื้อกันแดด อันนี้สำคัญมากๆค่ะ
สิ่งที่ต้องสำรวจตัวเองค่ะ
1. ผิวแพ้ง่ายไหม
2. กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดนแดดมากน้อยแค่ไหน ถ้าทำงานอยู่ในตึกวันๆไม่ค่อยเจอแดดก็ใช้ spf 25 ก็พอ แต่ถ้าต้องออกแดดบ้างเอาแบบที่ spf 30 ขึ้นไป
3. ผิวมันมากไหม ถ้ามันมากให้ใช้เนื้อบางเบา(เนื้อเจล หรือ เนื้อน้ำ) จะดีกว่าเนื้อครีมที่เหนียวๆค่ะ
หมายเหตุ: ค่า spf ที่กล่าวในข้อ2 เป็นค่าบอกการป้องกัน "UVB"เท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจมันมากค่ะ มาสนใจว่ามีสารกันยูวีเอได้ครบหรือไม่ดีกว่า เนื่องจากกันแดด ทุกชนิด ย้ำว่าทุกชนิดจะต้องกันยูวีบีได้ ถึงจะมีค่า spf แปะอยู่บนขวดได้ ดังนั้นต้องมามุ่งดูที่๊UVA ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิด กระ ฝ้า ดีกว่าค่ะ

กันแดดที่ดีจริงต้องมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ
1. กันแดดได้ครบทั้งยูวีบี และยูวีเอ
2. ไม่เหนียวเหนอะ อุดตันจนเป็นสาเหตุของสิว
แต่ถ้าเป็นกันแดดที่เนื้อเบาบาง จะต้องมีสารที่ทำให้กันแดดนั้นมีความเสถียร
ไม่งั้นจะเสื่อมสภาพค่ะ ทาไปได้แป๊บเดียวก็ต้องทาใหม่
3. ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
4. ราคาสมเหตุสมผลค่ะ ต้องใช้คำว่าสมเหตุสมผล
เพราะของถูก(มาก)แล้วดีไม่ค่อยมีค่ะ แต่ของแพงที่สุดอาจจะไม่ได้เหมาะกับคุณที่สุดเช่นกันค่ะ

ถึงตรงนี้เริ่มสงสัยกันแล้วยังค่ะ ใจเย็นๆค่ะ เดี๋ยวจะเคลียร์ที่ละประเด็นค่ะ

ประเด็นแรกจะรู้ได้อย่างไรว่าสารกันแดดของคุณ กันแดดได้ครบทั้งUVA/UVB
ก่อนอื่นจะต้องมารู้จักสารกันแดดก่อนค่ะ

สารที่ใช้ในการกันแดดมีสองแบบ คือ

1. สารสะท้อนรังสี (physical sunscreen)

ได้แก่ titanium dioxide และ zinc oxide ซึ่งจะทำให้เกิดการสะท้อนและหักเห ของแสงที่จะตกกระทบผิว ให้สะท้อนกลับ สารสะท้อนรังสีทั้งสองอย่างนี้จะสีขาว พอทาแล้วก็เกิดอาการวอกขึ้นมาทันตา ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการนำมาทำให้อนุภาคของมันเล็กลง
ซึ่งทำให้ทั้ง titanium dioxide และ zinc oxide จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นก็จะดูไม่วอก แต่การทำให้อนุภาคมันเล็กลงก็มีข้อเสียตามมาคือกัน UVA ได้น้อยลงเล็กน้อย และ ราคาแพงขึ้น
titanium dioxide หรือ/และ zinc oxide ควรมีอย่างน้อย 2% ขึ้นไป แต่ถ้าเป็นกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายซึ่งจะมีเฉพาะสารสะท้อนรังสี ควรมีอย่างน้อย 8.5%ขึ้นไปค่ะ
สารสะท้อนรังสีนี้กันได้ครบทั้ง uva และ uvb และตัวมันมีความเสถียรอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นสารกลุ่มนี้ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าใช้กลุ่มนี้เท่านั้นก็แน่ใจว่ากันแดดคุณกันได้ครบ แต่ข้อเสียคือมันจะวอกค่ะวอก พบในกันแดดได้ทั่วไปที่ทาแล้ววอกนั้นเอง

2. สารดูดซับรังสี (chemical sunscreen):

สารกันแดดชนิดดูดซับรังสีนี้มีหลายตัวเลยค่ะ เยอะมากมายค่ะ
จำง่ายๆถ้านอกเหนือจากสองตัวบนน่ะก็คือสารดูดซับรังสีทั้งหมดค่ะ
สารกันแดดในกลุ่มนี้ จะละลายได้ดีในตัวทำละลายบางชนิดโดยเฉพาะแอลกอฮอล์ และน้ำมัน ทาแล้วหน้าไม่ค่อยจะขาวมาก แต่ข้อเสียคือาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนังได้ เพราะมันจะเกาะและดูดกลืนรังสีไว้ที่ตัวค่ะ
สารดูดซับที่นิยมใช้กัน และกันได้ทั้งUVA/UVB มีดังนี้ค่ะ

2.1 Avobenzone ( หรือในชื่อ Butyl Methoxydibenzoylmethane, Parsol 1789, BMDM, Eusolex 9020, Escalol 517) ถึงจะกัน UVA ได้ดีมาก แต่ก็เสื่อมเร็วตามปกติมันจะเปลี่ยนสภาพไปได้หลังจากโดนแดดไปสัก 30 นาที และอาจจะทำให้ระคายเคืองผิวจนถึงแพ้ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีสารที่ทำให้มันมีความคงที่(stabilizer)ควบคู่มาเสมอเช่นกัน
ดังนั้นถ้าคุณจะใช้กันแดดแบบเบาบางที่มีavobenzone เลือกดูให้ดีๆว่าต้องมี สารใดสารหนึ่งต่อไปนี้ด้วย
sulfonic dicamphor terephtalydine acid (Mexoryl SX)
4-methylbenzylidene camphor
octocrylene
ถ้าไม่มีสารที่เป็นตัวข้างบนที่ทำให้ avobenzone มีความเสถียร (stable) ก็ไม่ต้องซื้อเพราะว่าพอโดนแดดไปสัก 30 นาที กันแดดที่มี avobenzone ของคุณก็ไร้ค่าแล้วน่ะ ซื้อมาเสียดายเงิน

2.2 Ecamsule (หรือ Terephthalylidene dicamphor sulfonic acid, Mexoryl SX) เห็น Mexoryl SX น่าเสียดายว่ามันถูกจดลิขสิทธิไว้มีแค่ L'Oreal group แค่นั้นที่สามารถใช้ในสารกันแดดตัวนี้ได้ ประสิทธิภาพของเจ้าตัวนี้ดีมากค่ะ กันรังสีได้ในช่วงกว้างทั้งช่วงUVA/ UVB ที่สำคัญมันทาแล้วไม่วอก ไม่เหนอะค่ะ

2.3 Tenosorb (อันนี้มีหลายตัวเช่น Tenosorb S ,Tenosorb M ค่ะ ไม่ขอยกตัวอย่างชื่อเต็มๆค่ะ เพราะเยอะ ) กันได้ทั้งUVA/UVB ค่ะ เสถียรดีค่ะคงทนต่อแสง เกาะติดผิวดี แต่ค่อนข้างวอก เมื่อเทียบกับสารอื่นในกลุ่มนี้ค่ะ

นอกนั้นไม่ขอพูดถึงเพราะมันเยอะมาก และตัวที่เหลือส่วนใหญ่จะกัน UVA UVB ไม่ได้ครบสมบูรณ์ค่ะ
ดังนั้นจะเลือกครีมกันแดดชนิดไหนก็ดูว่ามีสารตามที่กล่าวไปแล้ว รึเปล่าค่ะ
หากมีหลายๆตัวช่วยกันก็จะกันแดดได้สมบูรณ์ขึ้นค่ะ

ประเด็นที่2 หากคุณหน้ามันมาก
ให้ใช้กันแดด ประเภทบางเบาที่จะมีส่วนผสมของพวกสารดูดซับรังสี (chemical sunscreen)ค่ะ เลือกที่เป็นเนื้อครีมเจลบางเบา หรือเนื้อน้ำก็ได้
แต่หากคุณแพ้ง่ายให้ใช้ชนิดสารสะท้อนรังสีแบบที่ผ่านย่อยขนาดแล้ว จะไม่มันไม่วอกค่ะ (ราคาก็แพงเอาการอยู่)

ประเด็นที่ 3 กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย
อาการแพ้ในที่นี้คือแพ้แบบทาแล้วผื่นขึ้น หรือว่าทาแล้วแสบหน้า ทาแล้วแดง ซึ่งเหล่านี้คืออาการแพ้สารกันแดดนะคะ กันแดดที่เหมาะสมคือกันแดดที่เป็นสารสะท้อนรังสียูวี ดังนั้น กันแดดที่คุณใช้ได้ มีสารกันแดดได้เพียงแค่ titanium dioxide และ/ หรือ zinc oxide เท่านั้น ถ้ามีสารอื่นนอกเหนือจากนี้ ให้ระแวงไว้ก่อนว่าสารกันแดดอื่นๆอาจจะทำให้แพ้ผื่นขึ้นได้
อย่างไรก็ตามหากคุณอยากใช้แบบบางเบาจริงๆ ที่มักใช้สารกันแดดชนิดดูดซับรังสี ก็ให้ทดสอบกับข้างแก้มก่อนก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงค่ะ หากไม่มีพดผื่นขึ้น
ก็o.k.ค่ะ
อย่างไรก็ตามหากใช้เป็นเวลานาน แล้วเกิดสิวขึ้นอาจเป็นไปได้ว่าไม่ได้เกิดจากการแพ้ แต่เกิดจากการอุดตันของครีมค่ะ หากเป็นไม่รุนแรง ก็ให้แก้ไขโดยการทำความสะอาดหน้าด้วยcleansing ค่ะ

ประเด็นที่ 4 พิจารณาราคาค่ะ
ครีมกันแดดบางยี่ฮ้อ ขายแบรนด์ แต่เทคโนโลยีกันแดดไม่ได้พัฒนาค่ะ
คุณเสียตังค์ไปกับค่ะแบรนด์ แต่ได้ของคุณภาพไม่แตกต่างจากครีมกันแดดรุ่นเดิมๆค่ะ อย่าคิดว่ายี่ฮ้อที่แพงที่สุดจะต้องดีที่สุดค่ะ เอาเป็นหาที่เหมาะกับคุณที่สุด ในราคาที่คุณไม่เสียดายหากคุณต้อใช้ในปริมาณที่มากพอค่ะ (เดี๋ยวจะบอกตอนหลังค่ะว่าควรจะใช้ปริมาณเท่าไหร่ค่ะ)

คราวนี้พอได้ไอเดียแล้วนะค่ะ คงจะเลือกกันได้แล้วใช้ม๊า
หลังจากได้กันแดดที่ถูกใจแล้วก็ต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วยน๊า

วิธีการใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้องมีดังนี้ค่ะ
1. ทาก่อนออกแดดนาน 15 นาที
2. ใช้ขนาดครีมเท่าเหรียญ 10 ต่อหนึ่งครั้งการใช้ ไม่งั้นประสิทธภาพกันแดดจะไม่ถึงตามที่กำหนดค่ะ ดังนั้นหากคุณทาครีมกันแดดบางเกินก็ไม่ได้ประสิทธิภาพอยู่ดีค่ะ
3. ทาซ้ำทุก 3-4 ชั่วโมงค่ะ หากทำไม่ได้ ให้เลือกใช้ชนิดที่เป็นไลโปโซมที่จะอยู่ได้นานกว่า
4. ต้องเช็ดทำความสะอาดหน้าด้วย ก่อนจะนอนด้วยนะค่ะ ไม่งั้นสิวเห่อแน่ๆ

รู้กันให้มึนตรึม ไปเรยยย นะคะ สาวๆ
อ่านกันจนน้ำลายยืดไปเลยรึเปล่าค่ะ

คนเขียนก็เริ่มจะมึนๆแล้ว เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันค่ะ
บ๊าย บาย

Reference: ขอขอบคุณรูปภาพ //www.rmutphysics.com/.../146/science/light1.htpm และ //www.geocities.com เจ้าค่ะ




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 9:50:42 น.
Counter : 854 Pageviews.  

เครื่องสำอางเกาหลี หิ้วมาเกินจะใช้ ขายถูกๆค่ะ

เรื่องมันเกิดที่ว่า ไปเที่ยวเกาหลีมาเมื่อเดือนตุลา2552นี้เองค่ะ
แล้วแลกตังค์ไปเยอะเกินไป เพื่อน และไกด์ก็ขู่ว่าแลกกลับเป็นเงินไทยแล้วจะค่าเงินลดเหลือครึ่งหนึ่ง ให้ซื้อแหลกให้เงินวอนหมดค่ะ ดิฉันก็บ้าจี้ตัวไหนดีก็ตะบันกวาดมา ปรากฏว่าทั้งแจก และเก็บไว้ใช้เอง สงสัยหมดปีหน้าก็คงไม่หมด
เลยคิดว่าต้องมาลองขายที่blockค่ะ
รายการสินค้ามีดังนี้ค่ะ

รายการสินค้าของ Skinfood
1. Skinfood tomato sun spf 36+++ ราคา: 350 บาท

กันแดดนี้กันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ค่ะ มี่สารสกัดจากมะเขือเทศที่เป็นantioxidant ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดดด้วยค่ะ
มีจำนวน 2 ชิ้นค่ะ

2. Skinfood lime secret glow pact ราคา: 500 บาท

แป้งมะนาวมันจะเป็นแป้งเน้นความกระจางใส มีวิ้งๆค่ะ
เบอร์ที่เอามาเป็นเบอร์ 2 ค่ะ สำหรับผิวขาวแบบสาวเอเชียค่ะ ไม่วอกเกินไป
อันนี้conflim เพราะใช้อยู่ค่ะ
มีจำนวน 1 ชิ้น


3. Skin food Mask ซองเงิน ราคา: 90 บาท

มาร์คองุ่นเพื่อผิวขาวใสคุ่ะ มีจำนวน 2 ชิ้น
มาร์คช๊อคโกแลทเพื่อคุมความมัน ลดสิวเสี้ยนค่ะ มีจำนวน 1 ชิ้น


4. Skinfood Mask ซองทอง ราคา: 100 บาท

มาร์คมะนาวอันนี้ใช้แล้ว สดชื้นมากค่ะ ลองใช้แล้วเช่นกัน
หน้าจะสว่างใส รู้สึกผ่อนคลายมากๆ
มีจำนวน 2 ชิ้น


5. Skinfood white grape fresh base ราคา: 400 บาท

base องุ่น สีเขียวค่ะ ปกปิดรอยสิวแดงๆได้ดี
ดูกระจ่างขึ้น เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้รองพื้นค่ะ
อันนี้ก็ใช้อยู่ค่ะ ชอบมากๆ
มีจำนวน 2 ชิ้น

6. Skinfood Gold Caviar collagen serum ราคา: 1250 บาท

ขอย้ำว่าเป็นรุ่นใหม่ที่มีคลอลาเจนค่ะ มีที่ขายเกาหลีค่ะ
ไม่ใช้รุ่นเดิมที่ขายกันตามweb
ซื้อมาให้คุณแม่ใช้ เนื้อจะบางเบา แต่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นค่ะ
คุณแม่บอกว่าดีพอๆกับครีมๅcountor band ที่ใช้อยู่ค่ะ
เน้นการเสริมcollagenแก้ปัญหาเรืื่่่่องริ้วรอย มีสาร adenosine ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของDNAลดการเแก่ของเซลล์ค่ะ(anti- aging) ทำให้ผิวดูอ่อนไวขึ้นค่ะ
มีจำนวน 1 ชิ้น (ที่เหลือคุณแม่จองค่ะ)


7. Skinfood tomato whitening spot serum ราคา: 570 บาท

เป็นนาโนเทคโนโลยี ที่นำเอาสารสกัดจากมะเขือเทศเข็มข้นลงสู่ผิวค่ะ
นอกจากนี้ก็มีแอลบูติน,เบตากูลแคน ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวจากเมลลานิลค่ะ เน้นเรื่องลดรอยดำ กระ ฝ้า ใช้ทาเฉพาะจุดค่ะ หลอดหนึ่งใช้ได้นานค่ะ
มีจำนวน 1 ชิ้น

8. Skinfood tomato whitening serum ราคา: 570 บาท

อันนี้ใช้อยู่ค่ะ ตอนแรกก็กลัวแพ้ค่ะ เพราะเป็นคนขี้แพ้
แต่เห็นเพื่อนสาวใช้กันหลายคนบอกว่าดี เลยลองใช้บ้าง
ใช้มาเกือบเดือนไม่มีอาการแพ้ค่ะ กลิ่นหอมมาก เนื้อไม่หนียวเหนอะ
แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดี กลไกลก็คือใช้สารสกัดธรรมชาติจากมะเขือเทศ
แอลบูลติน เบตากูลแคน ที่ลดการสร้างเม็ดสีผิวจากเมลลานิลค่ะ
นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากทัยทิมช่วยเป็นanti -oxidantอีกทางค่ะ
เหมาะกับคนที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือ อยากให้หน้าสว่างใสขึ้น
(ไม่มีครีมชนิดไหนในโลกเปลี่ยนสีผิวคุณได้นะคะ แต่ทำให้ดูดีขึ้นได้
หากคุณอยากเป็นแบบไมเคล แจคสัน ต้องปรึกษาแพทย์ค่ะ)
มีจำนวน 2 ชิ้น


9. Skinfood peach sake serum ราคา: 500 บาท

อันนี้เหมาะสำหรับสาวที่มีรูขุมขนกว้างค่ะ เพราะเจ้าสารสกัดจากเหล้าสาเกจะช่วยกวาดสมานผิว กระชับรูขุมขนให้เล็กได้ ลดการอุดตันของสิว เนื้อเซรัมบางเบาดีค่ะ เพื่อนๆที่หน้ามันหรือหน้างแห้งก็สามารถใช้ได้ค่ะ
มีจำนวน 2 ชิ้น


10. Skinfood peach sake T-zone control ราคา: 290 บาท

สารสกัดหลักๆเหมือนเจ้าซีรัมค่ะ แตกต่างตรงที่มีSebum control powderช่วยลดความมันในบริเวณทีโซนได้ค่ะ แต่ถ้าใครมันมากจะใช้ทั่วหน้าก็ได้ค่ะ
ใช้แล้วหน้าจะเนียน ไม่มันเงา รูขุมขนกระชับขึ้นค่ะ
มีจำนวน 1 ชิ้น

รายการสินค้าของ Etude

11. Collagen mask full mask ราคา: 120 บาท

ช่วยลดเติมเต็มน้ำ ใช้เป็นประจำช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ค่ะ
มีจำนวน 6 ชิ้น (ซื้อมาเยอะเพราะชอบค่ะ ใช้แล้วรู้สึกดีมาก ส่วนตัวชอบตัดเอามาแปะที่ตาเพราะ ลดอาการบวม,รอยตื้นๆได้ดี อันนี้ต้องลองดูTestว่าไม่แพ้ก่อนนะ)

12. Mask อื่นๆ ราคา: 80 บาท
มีหลายตัวดังที่เห็นในภาพค่ะ
ใครสนใจโทรมาถามอีกทีก็ได้ค่ะ

13. Lovely cookie Blusher (ขนฟู) ราคา: 260 บาท

ติดทนดีค่ะ สีออกมาสวย มีประกายนิดๆ กำลังน่ารักค่ะ นับว่าเข้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดี ชอบอีกเ่ช่นกัน (เมื่อก่อนใช้บรัชของetudeแล้วสีไม่ค่อยออก แถมหลุดง่าย)
มี 2 สีค่ะ
1. สีส้มพีชประกาย จำนวน 1 ชิ้น
2. สีชมพูประกาย จำนาวน 1 ชิ้น

14. Precious brightener mineral ราคา: 650 บาท

อันนี้เป็นhight light ค่ะ ถ้าปัดรวมกันทุกสี เน้นให้หน้ากระจ่างใส แวววาว
ถ้าทำงานทั่วไปปัดเฉพาะโหนกแก้ม แต่ถ้าไปงานก็ปัดได้ทั้งตัว
แต่ถ้าใช้แยกสีจะเป็นeye shadowได้ค่ะ เอนกประสงค์มากๆ
จำนวน 2 ชิ้น

15. กระจกพร้อมหวีEtude ราคา: 250 บาท

จำนวน 1 ชิ้น

16. Tester collagen moisture set ราคา: 250 บาท

ในset จะมีครบ ทั้ง โทนเนอร์ เดย์ครีม ไนท์ครีม เซรัม อายครีม
คุ้มค่ะ คุ้ม เน้นเรื่องให้ความชุ่มชื้น ริ้วรอย ให้ความแข็งแรงยืดหยุ่นกับผิวค่ะ
กำลังมาแรงที่เกาหลี
จำนวน 1 ชิ้น

17. Rojukiss 150 ml ราคา: 1200 บาท

กระชับรูขุมและลดความมันได้อย่างดี สารสกัดสำคัญคือแทนนิน จากพืชธรรมชาติ เจ้าแทนนินเนี้ยจะมีฤทธิ์ฝาดสมานและกระชับรูขุมขนค่ะ
ใจจริงกะซื้อมาใช้เองแค่ 1 ชิ้นเพราะที่เกาหลีของจริงก็ราคาแพงมากอยู่แล้ว แต่เพื่อนฝากอีก 4 ชิ้น เลยซื้อมาเป็น 6ชิ้นค่ะเพื่อให้ครบครึ่งโหล เพราะอารามอยากได้ของแถม(โลภ ค่ะ โลภ)

อันนี้เห็นเพื่อนที่ใช้รูจุมขนเล็กลงกับตาค่ะ ส่วนตัวยังไม่ได้แกะใช้ แต่อันนี้เท่าที่ดูสารประกอบก็น่าจะเวอรค์จริงๆค่ะ

หมดแล้วค่ะ เหอะ ไม่น่าโลภเรย
สินค้าอาจไม่ถูกที่สุดนะคะ แต่ว่ารับประกันว่า
1. ของแท้ทุกชิ้นค่ะ หิ้วมากะมือ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า web ที่เข้าขายถูกมากๆเขาไปเอาของมาจากไหนแต่เรา ของจริงอ่ะเปล่า แต่เราคงขายได้เท่านี้จริงๆค่ะ
2. ถ้าเป็นสินค้าประเภทครีม จะเก็บไว้ในตู้เย็นทุกชิ้นค่ะ(ประมาณ6-8 องศา)
เพื่อให้ครีมมีประสิทธิภาพเต็มที่ ไม่เสื่อมสภาพค่ะ

3. รับรองส่งถึงมือคุณค่ะ เพราะ ในblog สามารถตามเจออยู่แล้วว่าเป็นใคร
เพราะก่อนสมัครblog ก็ต้องเป็นสามาชิกพัทิปที่ต้องใช้บัตรประชาชนค่ะ รับรองว่าไม่ใช้วิชาชีพแน่นอนค่ะ
4. สินค้าใหม่ทุกชิ้น ไม่มีเก่าเก็บ เพราะพึ่งไปมาจริงค่ะ
หากสนใจสอบถามลายละเอียดได้ค่ะ

สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ทาง
1. ติดต่อกานต์โดยตรงที่
mobile phone: 089-110-5667
วันจันทร์-ศุกร์ รบกวนเป็นหลัง 21.00 น.ค่ะ
วัน เสาร์-อาทิตย์ ได้ทั้งวัน
2.ติดต่อทางเมลล์
Mail: wisuttiko@yahoo.com ค่ะ
พิมพ์หัวข้อว่า สั่งซื้อสินค้าเกาหลี
กรุณาบอกชื้อสินค้า และ จำนวนที่อยากได้ค่ะ
พร้อมบอกชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรที่จะให้ติดต่อ เมื่อได้รับเมลล์แล้วจะติดต่อกลับไปค่ะ รบกวนอย่าใสเป็นattach file นะคะ

เมื่อได้รับการติดต่อแล้ว โอนเงินตามที่อยู่นี้ค่ะ
ชื่อบัญชี น.ส.สิกานต์ วิสุทธิโก
เลขที่บัญชี 429-4-05424-0
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เมื่อโอนแล้วรบกวน sms มาบอก
ชื่อผู้สั่งสินค้า ออเดอร์ พร้อมยอดที่โอน วันที่โอน ค่ะ

ส่งสินค้าทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และ เสาร์ ค่ะ
สั่งสินค้า 1500 บาทขึ้นไปจัดส่งลงทะเบียน ฟรีค่ะ แต่ถ้า EMS คิดเพิ่มครั้งละ 30 บาทค่ะ
สั่งสินค้าน้อยกว่า 1500 บาท จัดส่งลงทะเบียนครั้งละ 30 บาท แต่ถ้าEMS ครั้งละ50 บาทค่ะ
ขอบคุณนะครีาาาา




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2552 21:09:09 น.
Counter : 1157 Pageviews.  

ปากแห้ง ปากลอก ปากดำ เชิญทางนี้ค่ะ ประมวลวิธีดูแลริมฝีปากเจ้าค่ะ

หน้าหนาวนี้สาวๆเตรียมรับมือกับภาวะปากแห้งปากแตกปากลอกรึยัง ถ้ายังเชิญทางนี้ค่ะ มีวิธีการดูแลริมฝีปากอย่าวถูกต้องครบทุกขั้นตอน สำหรับคนที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งกร้าน ลอก ทั้งที่เป็นเฉพาะฤดูกาล หรือคนที่เป็นตลอดกาลเลยก็ตาม (จริงๆไปรีวิวที่จีบันแล้วหละ แต่ว่ากลัวเพื่อนๆที่ไม่ใช้แฟนจิบันจะไม่ดูจร๊า เรยมาup date ให้ที่block)
ถ้าทำตามก็จะเห็นผลจริงๆนะ ไม่ได้โม้ เริ่มกันเรยแล้วกัน


1. สำหรับคนที่แต่งหน้าควรใช้ eye and lip make up remover ในการช่วยทำความสะอาดริมฝีปากเพื่อกำจัดคราบลิปสติกที่หลงเหลืออยู่ค่ะ
ยี่ฮ้อโปรด: สำหรับเราก็ใช้Roc รุ่น Calmanceเวชสำอางสำหรับผิวแพ้ง่ายสุดๆ เพราะมี Feverfew PFE จากดอกเบญจมาศช่วยลดอาการแห้ง แพ้ ละคายเคือง ที่สำมะคัญมันใช้ได้ทั้งหน้า ไม่ต้องแยกให้เปลืองอ่ะ
***แต่เพื่อนๆคนไหนมีกำลังก็อาจจะใช้Lip remover โดยเฉพาะก็ได้นะ



วิธีการ: ใช้ make up remover ดังกล่าวทาบางๆที่ริมฝีปาก ถูเบาๆนะค่ะ หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆเช็ดออกเบาๆ จนคราบลิปสติกและ make up remover หลุดออกหมด
***เพื่อประหยัดเวลาเพื่อนๆอาจจะทำความสะอาดหน้าด้วยวิธีเดียวกันไปพร้อมๆกันเลยก็ได้



2. หากปากแห้งแตกควรจะใช้ Lip scrub ในการขัดหนังบริเวณที่แห้งลอกออกค่ะ ขั้นตอนนี้มันจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดลอกออกค่ะ ทำให้ริมฝีปากดูมีเลือดฝาดอีกด้วยนะ
ยี่ฮ้อโปรด: เราใช้ยี่ฮ้อ innisfree เม็ดบีดที่ใช้ขัดก็ไม่แข็งเกินไปค่ะ เวลาขัดก็สะดวกเพราะเป็นปลายเฉียงขัดได้เลย แถมมีบุ่มช่วยนวดอีกตะหาก แต่กลิ่นมันออกแนวเหม็นเขียวไปหน่อย เพราะสารสกัดธรรมชาติเยอะมั้ง อาจจะหาซื้อยากนิดนึง อันนี้ได้มาตอนไปเกาหลีค่ะ



วิธีการ: กดให้เนื้อเจลออกมา ถูเจลลงบนริมฝีปากนวดเป็นวงกลมจุดละ3-5ครั้ง ให้ทั่วริมฝีปากค่ะ ถ้าแห้งมากอาจจะขัดนานหน่อยค่ะ จากนั้นก็เช็ดออกเช่นเดิมค่ะ ขั้นตอนนี้ทำอาทิตย์ละ 2-3ครั้งก็พอค่ะ



3. หากปากแห้งมากถึงแห้งที่สุดจนรู้สึกเจ็บหรือมีหนังที่แข็งเยอะให้ใช้ครีมที่สามารถช่วยลอกผิวหนังที่แห้งแตกได้
ยี่ฮ้อโปรด: carmex: for cold sores อันนี้มันจะมีส่วนประกอบของ Salicylic Acid, Menthol, Camphor ช่วยทำให้รู้สึกเย็นสบายแล้วก็ช่วยลอกผิวหนังที่ให้ออกมา  แต่มันไม่ให้ความชุ่มชื้นเท่าไหร่นะ ทาตัวนี้ช่วงแรกๆให้ผิวหนังลอกออกเท่านั้น ยังงัยควรจะให้ลิปมันตัวอื่นอีกที
*** สาวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงขั้นตอนนี้ เพราะมี Salicylic Acid ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้ได้ง่ายค่ะ




4. ควรนี้ก็มาถึงการบำรุงริมฝีปากค่ะ ใช้ moisturizing lip care ในการช่วยบำรุงริมฝีปาก ควรดูที่ส่วนผสมที่เป็นสูตรสำหรับคนแพ้ง่ายและมีสารให้ความชุ่มชื้นและช่วยบำรุงเช่น ว่านหางจรเข้, วิตามิน E, คาโมมาย, เชียร์บัตเตอร์ ฯลฯ
ยี่ฮ้อโปรด: Soft Lip Care ตราเภสัชกร เพราะเป็นสูตร hypoallergy เหมาะสำหรับคนขี้แพ้อย่างเรา ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีสารประกอบธรรมชาติช่วยบำรุงเยอะเช่น ว่านหางจรเข้, คาโมมาย และ วิตามิน E เพียบโอ้ย ราคาน่ารักสุดๆ
*** ขั้นตอนนนี้ควรทำเป็นประจำทุกวัน ทั้งก่อนทำลิปตอนเช้าและก็ก่อนนอน



ขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 4 ห้ามขี้เกียจเด็ดขาดต้องทำทุกวัน ส่วนขั้นตอนที่ 2 และ 3 ก็แล้วแต่ความรุนแรงของแต่ละคนนะค่ะ ถ้าทำตามนี้เป็นประจำติดต่อกันเรื่อยๆจะรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนิ่มนวลขึ้น ปัญหาริมฝีปากที่แห้งแตกหรือคล้ำจะลดลง คอนเฟิมค่ะ วันนี้เมื่อยและ ไว้คราวหน้ามีอะไรดีๆจะมาบอกอีกนะค่ะ




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 11:39:28 น.
Counter : 1368 Pageviews.  

รีวิวยาคุมรักษาสิวจร๊า

วันนี้มีเวลาว่างพอประมาณเลยมาทำ review เพื่อเป็นข้อมูลหละกันนะ
แต่ถ้าจะพูดทุกตัวคงม่ายไหว
เลยขออนุญาตเลือกเฉพาะตัวที่พูดถึงบ่อยๆนะคะ
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกะฮอร์โมนในยาคุมกันหน่อย
ในยาคุมทั่วไปจะมีฮอร์โมน 2 ตัว
ได้แก่
1. ฮอร์โมนเอสโตรเจน
2. ฮอร์โมนโปรเจสโตเจน
ซึ่งไอ้เจ้าโปรเจสโตเจนในยาคุมบางยี่ห้อ ย้ำว่าบางยี่ห้อนะคะ จะมีผลต่อต้านฮอร์โมนเพศชายในผู้หญิงซึ่งเป็นสาเหตุในการเกิดสิวได้ ก็เลยช่วยรักษาอาการสิวที่เป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆได้ค่ะ
คราวนี้เรามาดูรายละเอียดของยาคุมสุดฮิต ที่ถูกอ้างถึงกันว่ารักษาสิวได้กันดีกว่าว่ามันมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันยังไง เนอะ
เริ่มเรยแล้วกัน

ตัวแรก
Mercilon
ส่วนประกอบ
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.02 mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ desogestrel 0.15 mg
ราคาตลาด : 120-130 บาท
ข้อดี
1. ระดับเอสโตรเจนที่ใช้(EE)ต่ำใช้แค่0.02mgเหมาะสำหรับคนที่ไวต่อเอสโตรเจน ลดอาการข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดศรีษะ ตัวบวม คัดเต้านม ในยาคุมได้
2. มีทั้งแบบ21เม็ดหรือแบบ28เม็ดให้เลือกตามความถนัดได้เรย
ข้อด้อย
desogestrel ในตัวยามันออกฤทธิ์ทันทีไม่ได้เลยต้องใช้ตับในการเปลี่ยนให้เป็นรูปที่สามารถทำงานได้ก่อนนะ ดังนั้นจึงอาจมีผลต่อตับอยู่นะคะ โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นตับอักเสบหรือกินยาตัวอื่นร่วมด้วย
ส่วนประสิทธภาพในการรักษาสิว
ไม่แนะนำให้ทานเพื่อรักษาสิวค่ะ เพราะไม่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย เลยไม่เหมาะในการรักษาสิวคร๊า

ลำดับต่อมา
DIAN-35
ส่วนประกอบ
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.035mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ cyproterone acetate 2 mg
ราคาตลาด 135-140 บาท
ข้อดี
1. ระดับเอสโตรเจนที่ใช้(EE)สูงถึง 0.035mg อาจทำให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นได้ในบางราย
2. Cyproterone acetate สามารถลดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายในร่างกายลงได้ ทำให้้ลดอาการ หน้ามัน ขนดก สิวฮอร์โมนได้ค่ะ
3. เป็นยาคุมที่นิยมใช้มากที่สุดเลยค่ะ เพราะช่วยเรื่องสิวผิวพรรณได้ ราคากลางๆ ไม่แพงจนเกินไปค่ะ
ข้อด้อย
1. ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ใช้(EE)สูงถึง 0.035mg ทำให้เพิ่มอาการข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดศรีษะ คัดเต้านม และ อาจมีอาการบวนน้ำได้ในบางรายเพราะงั้นสำหรับสาวเจ้าเนื้อคงต้องระวังฉุขึ้นค่ะ
2. ไม่เหมาะกับสาวขี้ลืมค่ะ เพราะยามี21เม็ดต้องเว้น 7 วัน บางคนลืมนับว่าเว้นไปกี่วันแล้ว เลยทำให้ลืมกินแผงต่อไปทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ค่ะ

อันนี้ฮิตมานาน
Oilezz
ยาคุมตัวนี้จะมีฮอร์โมน 2 ระดับค่ะ
ส่วนประกอบ ช่วงแรก
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.04mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ Desogestrel 0.025 mg
ส่วนประกอบ ช่วงที่สอง
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.03mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ Desogestrel 0.125 mg
ราคาตลาด : 400-420 บาท
ข้อดี
1. ด้วยระดับฮอร์โมนที่สูงจึงควบคุมรอบเดือนได้ดีขึ้น หมายความว่าถ้าลืมกินยา โอกาสในการเกิดเลือดออกกระปิดกะปรอย หรือเลือดออกกลางคันจะน้อยกว่าพวกที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำๆ
2. EE สามารถลดปริมาณฮอร์โมนเพศชายลงได้ ทำให้สามารถลดอาการ หน้ามัน ขนดก สิวจากฮอร์โมนได้ค่ะ
ข้อด้อย
1. ระดับเอสโตรเจนที่ใช้(EE)สูงถึง 0.04mg ทำให้เพิ่มอาการข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดศรีษะ ตัวบวม คัดเต้านม โดยเฉพาะการกินแผงแรกๆ หรือสาวไวต่อยาคุมสำหรับตัวนี้จะเกิดอาการได้มากเลยค่ะ รวมทั้งน้ำหนักตัวที่อาจจะเพิ่มขึ้นได้
2. ด้วยระดับยาที่ไม่เท่ากันตลอดแผง ทำให้ยุ่งยากพอควร เวลาที่ลืมกินค่ะ


ลำดับต่อมาก็สุดฮิตค่ะ
ยัสมิน
ส่วนประกอบ
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.03 mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ drospirenone 3 mg
ราคาตลาด : 360-380
จุดเด่น
1.drospirenone ออกฤทธิ์ลดสิว ผิวมัน
ที่สำคัญยังมีส่วนลดอาการบวมของน้ำ ทำให้ไม่อ้วน หรือน้ำหนักขึ้นค่ะ
2. ระดับเอสโตรเจนที่ไม่สูง ไม่ต่ำ ทำใหผู้ที่กินyasmin มีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสเพราะฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วยค่ะ
ข้อด้อย
1. ในคนที่ไวต่อเอสโตรเจนสุดๆ อาจจะยังเกิดอาการ วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน ได้อยู่ค่ะ แต่ก็น่าจะน้อยกว่าชนิดที่เป็นเอสโตรเจน 0.035-0.040 มิลลิกรัม
2. อันนี้ก็ต้องเว้น 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่เหมือนกันค่ะ เพราะมี21 เม็ด


อันนี้น้องใหม่ค่ะ
Yaz
อันนี้เป็นตัวใหม่ที่ตอนนี้เห็นเริ่มมีการพูดถึงกัน เลยมาupdateให้ด้วยจร๊า
ส่วนประกอบ
เอสโตรเจนได้แก่ ethynylestradiol (EE)0.02 mg
โปรเจสโตเจนได้แก่ drospirenone 3 mg
ราคาตลาด :390-450
จุดเด่น
1. เป็นยาคุมที่มีเม็ดยาที่เป็น ฮอร์โมน 24 เม็ด และ เม็ดแป้ง 4 เม็ด การที่มันมีเม็ดฮอร์โมนถึง24เม็ดจึงคุมระดับฮอร์โมนได้มากกว่าทำให้ลดอาการที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนมีรอบเดือนหรือที่เรียกกันว่าPMS ได้แก่ อาการสิว อารมณ์แปรปรวณ หงุดหงิด ปวดท้อง เหวี่ยง ของผู้หญิงก่อนมีรอบเดือน และด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยาคุมตัวนี้เป็นยาคุมตัวเดียวค่ะที่ได้รับการยอมรับให้รักษาอาการPMSแบบเป็นทางการ
2. เป็นแบบ28 ทานง่ายดีกินแผงต่อแผง ไม่ต้องคอยนับวันที่จะเริ่มแผงใหม่
3. drospirenone ออกฤทธิ์รักษาสิว และ ลดอาการในช่วงก่อนมีรอบเดือน เช่น หงุดหงิด เจ็บคัดเต้านม ท้องอืด ปวดท้องได้
4. ระดับเอสโตรเจนที่ใช้(EE)ต่ำใช้แค่0.02mgเหมาะสำหรับคนที่ไวต่อเอสโตรเจน เช่นเดียวกับเมอร์ซิลอนค่ะ ดังนั้นคนที่กินยาคุมเพื่อรักษาสิวแล้วเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน อาจเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ได้ค่ะ
ข้อด้อย
ราคาสูงพอสมควรค่ะ อาจต้องมีกำลังซื้อหน่อยนะคะ

จริงจังไปไหมค่ะ เพื่อนๆ เนื่องจากไม่อยากให้เป็นการโฆษณาเรยไม่ได้ลงรูปใดๆ นะเจ้าค่ะ หากสงสัย หรืออยากใช้ตัวไหน ก็ลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ใกล้บ้านดีกว่านะ วันนี้ต้องไปก่อนนะจ๊ะ ไว้ถูกหวยไม่ต้องทำงานเมื่อไหร่จะมารีวิวต่อค่ะ สาธุุ







 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2552 20:00:45 น.
Counter : 49684 Pageviews.  


skpone
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add skpone's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.