คนละฟากฟ้า - บทที่ 23




หลังจากที่พราวพรายเมาหลับไปแล้ว นิคก็ออกไปนั่งทำงานที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเก้าอี้ที่หญิงสาวฟุบหลับอยู่ แต่มีฉากกั้นบังเอาไว้ ทำงานอยู่พักหนึ่งก็คิดถึงเรื่องที่จะพาพราวพราย ไปแอบดูผู้ชายคนนั้นที่บ้านพักของเธอขึ้นมาได้ แต่เมื่อดูนาฬิกาเห็นว่าขณะนั้นสองยามกว่าแล้ว ก็เลยเปลี่ยนใจไม่คิดจะปลุกหญิงสาวคนนั้น คิดว่าดึกดื่นป่านนี้เธอคงไม่คิดจะไปไหนแล้ว คงหลับอยู่ตรงนั้นแหละ แต่เมื่อเดินออกมามองหาพราวพรายไม่เห็นตรงที่ทิ้งเธอไว้ ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว นึกสงสัยว่าเธอหายไปไหน แต่พอนึกขึ้นมาได้เขาก็รีบเปิดประตูห้องนอนเข้าไปดู แล้วก็ตามที่สงสัยเอาไว้ล่วงหน้า ผู้หญืงเรื่องมากคนนั้นขึ้นไปอยู่บนเตียงเขาเรียบร้อยแล้ว เธอนอนตะแคงอยู่กลางเตียง งอขาทั้งสองข้างเข้าหากัน คงทั้งหนาวและเมา

นิคส่ายหน้ากับตัวเองอย่างกลุ้มใจ เธอจะเอาอย่างไรกันแน่ เห็นเตียงนอนของเขาเป็นเตียงนอนของเธออีกแล้วหรือ ทำไมชอบทำอะไรแบบนี้นักก็ไม่รู้ ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ยักไหล่ ช่างปะไร อยากจะนอนกับเขาก็เชิญ เขาไม่ไปนอนที่อื่นหรอก นิคดับไฟกลางห้องที่พราวพรายคงเปิดทิ้งไว้ ก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงข้างเธอตรงด้านที่มีเนื้อที่มากกว่าอีกด้านหนึ่ง

พอเขาล้มตัวลงนอนได้พักหนึ่ง กำลังจะหลับมิหลับแหล่ หญิงสาวผู้นั้นก็พลิกตัวมาหาเขา กอดก่ายเขาเอาไว้ด้วยแขนขาเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด คราวนี้ชายหนุ่มไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คิดอย่างอยากจะลองดีว่าช่วยไม่ได้ แล้วเขาก็หันไปกอดตอบเธอ จูบเสียสองสามที เห็นพราวพรายลืมตาปรือๆขึ้นมองเขา นิคก็เลยจูบริมฝีปากคู่เย้ายวนที่กำลังเผยอเหมือนเชิญชวนนั้นเสียเลย คิดว่าเธอจะเบือนหลบเหมือนครั้งที่แล้ว แต่ผิดคาด เธอจูบตอบเขา แม้จะเคอะๆเขินๆไปบ้าง แต่มันก็จูบนั่นแหละ

เลือดในกายของนิคพลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด เขาเองก็ดื่มเหล้าเข้าไปไม่น้อย ความยั้งคิดก็น้อยลงตามไปด้วย เมื่อเธอมีปฏิกิริยาตอบสนอง มือไม้ของเขาก็เริ่มเพ่นพ่านไปตามเนื้อตัวของเธอ

“คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม” ในที่สุดเขาก็กระซิบถามพราวพราย
“แน่ใจอะไร?” พราวพรายลืมตาขึ้นมองเขาแล้วก็หลับตาลงไปใหม่ สติที่มีอยู่เพียงครึ่งๆ กลางๆ ของเธอไม่รับรู้ว่าเขาพูดถึงอะไร “คงงั้นมั้ง”

คำตอบของเธอคือใบเบิกทางที่ทำให้ชายหนุ่มรุกต่อไปอย่างฮึกเหิม เขาไม่ได้ปลุกปล้ำขืนใจเธอสักหน่อย ก็เขาถามความสมัครใจของเธอแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าเธอเซย์โน คนอย่างเขามีหรือที่จะหักหาญเดินหน้าต่อไปถ้าอีกฝ่ายไม่สมัครใจด้วย แต่อีกเพียงครู่ต่อมา ร่างกายของพราวพรายก็เกร็งเขม็ง เธอยกสองมือขึ้นยันอกเขาเอาไว้ ส่งเสียงร้องออกมา

“โอ๊ย..เจ็บ!! คุณทำบ้าอะไรน่ะ?”
นิคตกใจ แทบจะผละออกจากตัวเธอ “หมายความว่าคุณ..คุณไม่เคยจริงๆหรือ?”

พราวพรายได้ยินคำถามของเขา และตอนนี้เข้าใจความหมายของมันดี ทั้งๆที่กำลังเมาก็คิดว่าจะบอกให้เขารู้ความจริงไม่ได้เป็นอันขาด ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว นอกจากจะสะใจเมื่อนึกถึงวิชชาแล้ว ยังเป็นโอกาสที่เธอจะได้รู้ความลี้ลับที่เคยอยากรู้และพิศวงสงสัยมานานตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยสาว แม้สติส่วนหนึ่งจะเตือนว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เป็นสิ่งไม่ถูกต้องที่จะนำความเสียหายมาให้ตัวเอง แต่ความแค้นความเมา ความรั้นและความมุทะลุบุ่มบ่ามไม่คิดหน้าคิดหลังซึ่งเป็นนิสัยประจำตัวที่แก้ไม่หาย ที่มักจะปรากฏขึ้นเสมอ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงที่สุด มีพลังเหนือกว่า หญิงสาวจึงไม่ตอบว่าอะไรแต่กลับเบียดตัวเข้าหาเขาแนบชิดกว่าเก่า แขนสองข้างที่โอบอยู่รอบคอเขาก็กระชับแน่นเข้ามาอีก เหนี่ยวรั้งหน้าเขาลงมาหาเธอจนริมฝีปากสัมผัสกัน ทำให้นิคคิดว่าเธอคงไม่ได้ร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดอย่างที่เขาคิดในตอนแรก

และแล้ว..ทุกสิ่งทุกอย่างก็ผ่านไปจนถึงจุดสุดท้ายของมันจนได้ ด้วยความสมปรารถนาของฝ่ายหนึ่ง และความเจ็บปวดของอีกฝ่ายที่พยายามข่มเอาไว้ไม่ให้รู้ แต่แล้วเขาก็รู้จนได้ หลังจากที่พราวพรายลุกไปเข้าห้องน้ำ นิคเดินออกไปสูบบุหรี่นอกห้องนอน หญิงสาวอาบน้ำเรียบร้อยแล้วตอนที่เขากลับเข้ามาในห้อง เขาเห็นเธอกำลังขะมักเขม้นใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำเช็ดอะไรบางอย่างบนผ้าปูที่นอน ชายหนุ่มใจหายวาบ ปราดเข้าไปก้มตัวลงมอง ก่อนจะเขย่าตัวพราวพรายจนหัวสั่นหัวคลอน

“คุณหลอกผมหรือ? คุณไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนใช่ไหม?”
หญิงสาวซึ่งตอนนี้คงจะสร่างเมาบ้างแล้ว เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างเฉยชา “ทำไมจะต้องตื่นเต้นซะขนาดนี้ด้วยล่ะ”
“ไม่ใช่ตื่นเต้น แต่ผมตกใจมากกว่า” นิคหน้าเสีย นึกด่าตัวเองที่ไม่น่าเชื่อเธอเลย “เอาละ มาคุยกันหน่อย”
เขาดึงมือพราวพรายให้มานั่งลงริมเตียงเคียงคู่กัน จ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งก็ถามว่า “คุณยอมผมทำไม? หรือคุณชอบผม”
พราวพรายสะบัดมือข้างที่เขาจับเอาไว้จนหลุดออกมา “บ้าสิ เรื่องอะไรฉันจะชอบคุณ แล้วคุณล่ะชอบฉันหรือไง”
นิคหน้าเจื่อนสนิท อ้อมแอ้มตอบว่า “เปล่า ผมไม่ได้ชอบคุณ”
หญิงสาวยักไหล่ “นั่นไง เราต่างก็ไม่ได้ชอบกัน ไม่รู้จะถามอะไรนักหนา”
“คุณไม่นึกอะไรบ้างเลยหรือไง อยู่ๆ ก็ยอมมีอะไรกับผมทั้งๆ ที่ไม่ได้ชอบผม”
“ถามโง่ๆ เลิกถามได้แล้ว นอนได้หรือยังล่ะ ฉันง่วงจะแย่แล้วนะ”
“ยังนอนไม่ได้ ตอบมาก่อนว่าคุณมีแผนอะไรกับผมหรือเปล่า”
คำถามของเขา ทำให้พราวพรายหัวเราะพรืดออกมา “บ้าหรือเปล่า แผนบ้าบออะไร บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่คนแบบคุณ ที่วันๆ คงไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งวางแผน”

ในขณะที่ชายหนุ่มมองเธอเขม็งอย่างเคืองๆ พราวพรายก็กล่าวต่อไปว่า “นิค คุณนี่ตลกจัง ใช่..นี่เป็นครั้งแรกของฉันก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มันต้องมีครั้งแรกด้วยกันทุกคนไม่ใช่หรือ เผอิญเป็นคุณเท่านั้นเอง อย่าคิดอะไรให้มากเรื่องไปเลย”

นิคยกมือสองข้างขึ้นกุมขมับ ไม่เข้าใจผู้หญิงบ้าคนนี้เลย พูดออกมาได้อย่างไรหน้าตาเฉย ถ้าเป็นผู้หญิงตะวันตกที่เห็นความสัมพันธ์ทางเพศ เป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติของมนุษย์ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เธอเป็นผู้หญิงไทยไม่ใช่หรือ เขารู้ว่าคนไทยและคนเอเซียส่วนใหญ่ มองว่าความบริสุทธิ์ของหญิงเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้จนกว่าจะแต่งงาน แล้วผู้หญิงคนนี้คิดแบบนี้ได้อย่างไร หรือว่าเธอทำงานกับฝรั่ง มีเพื่อนเป็นฝรั่งทั้งหัวดำหัวเหลืองหลายต่อหลายคน จนลืมไปแล้วว่าเป็นผู้หญิงไทย ที่น่าจะรักนวลสงวนตัว แบบที่เขาเคยได้ยินจากปากผู้ชายไทยมากมายหลายคน

“ถ้าเป็นผู้ชายไทยป่านนี้เขาดีใจตายแล้วละ ที่มีโอกาสได้พิชิตความสาวของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่คุณกลับทำท่าตกใจจะเป็นจะตาย ถามจริงๆเถอะ คุณก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่นึกกระหยิ่มใจบ้างหรือไง”

ชายหนุ่มลดมือลงจากขมับ หันมามองเธอเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “ผมไม่เคยคิดอะไรแบบที่คุณว่า ไม่เคยเอาเรื่องแบบนั้นมากระหยิ่มยิ้มย่อง ผมไม่ได้มองคุณค่าของผู้หญิงตรงเรื่องแค่นั้น มันไม่ได้สำคัญอะไรแต่วัฒนธรรมของพวกคุณไม่เหมือนในประเทศผมไม่ใช่หรือ? หรือคุณจะบอกผมว่าคุณนิยมวัฒนธรรมตะวันตก”

“ไม่ต้องมาเทศน์เรื่องวัฒนธรรมอะไรนั่นหรอก ขี้เกียจฟัง นี่..ถามหน่อยเถอะ จะให้ฉันเชื่อหรือว่าคุณไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงแบบฉันมาก่อน” เธอทำเสียงเยาะ

“เคยเหมือนกัน สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงผู้ชายในวัยนั้นต้องการเรียนรู้เรื่องเพศจากกันและกัน แต่ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาผมยังไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใครแบบคุณ ผมจะคบแต่ผู้หญิงที่มีประสบการณ์และสมัครใจเท่านั้น” นิคชี้แจงเรียบๆ แม้ไม่นึกอยากจะพูดอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวและลี้ลับขนาดนั้นเลยก็ตาม

“นั่นสิ แล้วคุณกลัวอะไร? หรือกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบฉันเพราะฉันบังเอิญเวอร์จิ้น” เสียงของเธอหยันเขาอย่างเปิดเผย “ถ้าคิดแบบนั้นก็ขอบอกว่าไม่ต้องมารับผิดชอบฉัน ฉันรับผิดชอบการกระทำทั้งหมดของฉันเอง เอาละ ฉันจะนอนแล้ว ถ้าคุณไม่อยากนอนก็ออกไปข้างนอกโน่น จะได้คิดบ้าคิดบอตามสบาย ขออาศัยนอนสักคืน พรุ่งนี้เช้าฉันก็จะไปแล้ว”

พูดจบพราวพรายก็ล้มตัวลงนอน คว้าผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงขึ้นมาคลุมตัว นอนตะแคงหันหลังให้นิค ซึ่งยังนั่งงงอยู่ริมเตียง มองท่าทองไม่รู้ร้อนของเธออยู่อึดใจหนึ่งชายหนุ่มก็ลุกออกจากเตียง เปิดประตูห้องนอนออกไป คว้าเหล้าที่เหลืออยู่ในขวดมาดื่มต่อ โมโหทั้งตัวเองและยายหัวฟูคนนั้น ใช่...เขาตกใจมาก ที่รู้ว่าพราวพรายยังไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน ถ้าไม่เจอเข้าด้วยตัวเองเขาไม่มีทางเชื่อหรอกว่าเธอไม่เคย ก็ดูจากพฤติกรรมต่างๆที่ผ่านมาของเธอสิ อย่าว่าแต่อรรณพกับชลธิศจะคิดว่าพราวพรายเฟลิตจัด เป็นผู้หญิงใจแตกที่ผ่านมือใครต่อใครมาหลายคนแล้วเลย แม้แต่ตัวเขาเองบางครั้งก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน

ขณะที่นั่งกรอกเหล้าเข้าปากอยู่นั้นชายหนุ่มก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ความจริงเขาน่าจะรู้ตั้งแต่ตอนที่ลูบโลมพราวพรายอยู่แล้ว เพราะเขารู้สึกว่าไม่ว่ามือไม้ของเขาจะสัมผัสลงตรงไหน เนื้อตัวของเธอตรงนั้นก็ขมึงตัวเต้นระริกต้านมือเขา ราวกับไม่คุ้นชินกับการถูกสัมผัสแตะต้องมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ร่างกายบางส่วนของเธอ ต่อต้านการรุกล้ำของเขาอย่างหนักที่ทำให้เธอส่งเสียงร้องออกมา แล้วเขาก็โง่พอที่จะเดินหน้าต่อไปเมื่อเธอดึงตัวเขาลงไปหาเธอตามเดิม นิคนึกด่าตัวเองอย่างรุนแรง เพราะเขานั้นตั้งแต่เป็นหนุ่มฉกรรจ์ขึ้นมา ก็มีข้อยึดมั่นส่วนตัวของเขาเองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหญิงพรหมจารีคนใด ที่เขาไม่ได้คิดจริงจังด้วยเป็นอันขาด เพราะเขาไม่นิยมที่จะเป็นผู้ทำลาย

นอกจากนี้ชายหนุ่มยังรู้สึกละอายใจอีกด้วย ที่เคยเข้าใจผิดคิดว่าพราวพรายเป็นผู้หญิงใจแตก ที่คงจะเที่ยวมีอะไรกับใครต่อใครไม่เลือกหน้า คงจะเละเทะเสียจนไม่มีผู้ชายคนใดอยากจะจริงจังด้วย และก็เพราะความเข้าใจว่าเธอคงผ่านมาจนนับครั้งไม่ถ้วนด้วยไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เขากล้าล่วงเกินเธอ คิดว่าเธออุตส่าห์มาเสนอตัวให้เขาถึงเตียงนอนถึงสองครั้งสองคราแล้ว เขาจะทำนอนนิ่งเฉยอยู่ได้ทุกครั้งก็คงจะเกินไปหน่อยละมัง คิดแล้วนิคก็ได้แต่บอกตัวเองว่า ‘ไม่น่าทำอะไรบ้าๆเลยเรา’

หลังจากที่นิคออกจากห้องไป พราวพรายซึ่งสร่างเมาไปมากแล้วก็เริ่มคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้เธอรู้สึกทั้งอับอายและสับสน ที่อยู่ๆก็หลับหูหลับตาเดินขึ้นไปนอนบนเตียงเขาหน้าตาเฉยราวกับเป็นเตียงของตัวเอง ผู้ชายคนนั้นอาจจะคิดว่าเธอจงใจเจตนา ให้ท่าเขาเป็นครั้งที่สองก็ได้ เขาจะเชื่อหรือว่าความจริงเธอไม่เคยคิดอะไรในทำนองนั้นกับเขาเลย หญิงสาวทอดถอนใจเมื่อนึกถึงเรื่องของสุนิสาขึ้นมาได้ เพื่อนของเธอต้องเสียตัวก็เพราะถูกอรรณพมอมเหล้า แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เขาไม่ได้มอมเหล้าเธอ มีแต่เธอที่มอมเหล้าตัวเองโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่ตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้น แล้วยังบังคับให้เขากินเหล้าเพื่อจะเมาเหมือนเธอ นอกจากนี้เขาก็ไม่ได้ปลุกปล้ำเธอด้วย เธอเองไม่ใช่หรือที่รั้งเขาลงมาหาเธอจนได้เรื่อง

ใจหนึ่งก็นึกเสียดายตัวที่ต้องเสียไปอย่างไม่น่าเสีย ให้กับชายต่างชาติคนที่เธอแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของเขาเลย แต่อีกใจหนึ่งที่แค้นเคืองวิชชาและผู้หญิงของเขาอย่างถึงที่สุด รวมทั้งความรั้นความมุทะลุบอกเธอว่าสะใจดีเหมือนกัน ความสาวที่เคยตั้งใจจะเก็บไว้ให้วิชชาเพียงคนเดียวได้สูญสลายไปแล้ว สะใจที่วิชชาจะไม่มีโอกาสได้รู้เรื่องนี้ จะปล่อยให้เขาหลงคิดหลงเชื่อลมๆแล้งๆว่าเธอจะเก็บมันไว้ให้เขา รอเวลาที่เขาจะหย่ากับเมียกลับมาหาเธอ อย่างที่เขาเพิ่งพูดกับเธอเมื่อตอนหัวค่ำ หญิงสาวไม่ได้หยุดคิดในมุมกลับเลยแม้แต่น้อยว่ามันเข้าท่านักหรือ ที่วิ่งหนีการรุกรานของผู้ชายคนหนึ่ง เพียงเพื่อจะมาเสียตัวให้ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่เธอแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย

อย่างไรก็ตาม พราวพรายตระหนักได้อย่างชัดเจน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้เป็นความผิดของเธอเอง โทษใครไม่ได้เลย อารมณ์โกรธแค้นที่รุนแรง ความกดดันที่ได้รับมาตั้งแต่เล็กจนโต ความคิดอ่านที่แผลงๆ และนิสัยส่วนตัวที่มุทะลุบ้าบิ่น ไม่คิดหน้าคิดหลัง ฯลฯ เหล่านี้ แม้จะมีอยู่มากมาย แม้มันจะคุกรุ่นอยู่ข้างในเหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิด แต่มันก็คงจะยังสงบนิ่งอยู่ได้ ไม่แปรรูปออกมาเป็นการกระทำจนทำให้เกิดเรื่อง ถ้าไม่ถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยสำคัญที่เธอหามาให้มันเอง นั่นก็คือเหล้าจำนวนมากที่ดื่มเข้าไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เหล้าที่ทำให้เธอขาดสติที่จะเตือนตัวเองในสิ่งที่ถูกต้อง 

เมื่อคิดตกแล้วหญิงสาวก็ทอดถอนใจอย่างหนักอึ้งในหัวอก แต่พราวพรายก็คือพราวพรายผู้ไม่ชอบเดินถอยหลัง เมื่อเหตุมันเกิดขึ้นแล้ว อะไรที่เสียไปก็เอากลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว เธอก็จะเลิกคิดแล้วเดินหน้าต่อไป แต่ที่แน่ๆสิ่งหนึ่งที่เธอได้รับจากบทเรียนสำคัญครั้งนี้ก็คือ เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะไม่แตะต้องเหล้าอีกเลยแม้แต่หยดเดียว ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป


เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นนอนในตอนสาย นิคไม่พบพราวพรายในอพาร์ทเม้นท์ เขาเพิ่งหลับลงไปบนเก้าอี้ยาวนอกห้องนอนเมื่อใกล้สว่างนี่เอง ไม่รู้เลยว่าเธอออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเธอ ที่จะสะกิดให้เขานึกละอายใจอยู่ร่ำไป ที่เคยคิดกับเธอในแง่ร้ายมาก่อน


หลังจากนั้นชายหนุ่มก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปขึ้นเครื่องบิน กลับไปหน่วยงานประจำของเขาในเวียตนาม หน้าตาของเขายังขมวดมุ่นไม่ต่างจากเมื่อคืนที่ผ่านมา นิคคิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่ติดต่อยุ่งเกี่ยวกับพราวพรายอีกต่อไป เขาและเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางใจอะไรกัน ที่สำคัญเธอเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ไม่เห็นตีโพยตีพายเสียดายตัว เธอเองยังไม่เสียดาย แล้วเขาเป็นใครจึงจะต้องไปรู้สึกผิดหรือเสียดายแทนเธอ ความจริงเขานึกพาลโกรธพราวพรายเสียด้วยซ้ำ ที่ทำให้ความตั้งใจที่จะไม่ทำลายผู้หญิงคนใดของเขาต้องมีอันเป็นไป ก็ดีแล้ว..ให้เรื่องมันจบลงเพียงแค่นี้ ก็น่าจะเป็นการดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย


นิคคิดแต่เพียงให้เรื่องจบลงตรงนั้นแล้วก็ต่างคนต่างไป ไม่ได้สังหรณ์ใจเลยแม้แต่น้อยว่าความรู้สึกว่าเขาเป็นคนทำลายความสาวของพราวพราย และเคยคิดกับเธอในแง่ดูถูกว่าเธอเป็นผู้หญิงเละเทะ จะติดอยู่ในมโนสำนึกของเขา จนต้องพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อชดเชยให้เธอ




ไม่ต้องโหวตนะคะ เป็นนิยายเก่าที่เอามาปัดฝุ่นใหม่

อัพต่อจากครั้งสุดท้าย (บทที่ 21) เพราะมีเพื่อนหลายคนถามถึง

นิยายเรื่องนี้ที่ยังอัพไม่จบ ก็เลยตัดสินใจเอามาอัพต่อให้จบ

ขอบคุณผู้ที่ติดตามอ่านค่ะ


 




Create Date : 28 เมษายน 2561
Last Update : 28 เมษายน 2561 17:17:14 น.
Counter : 434 Pageviews.

10 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmambymam, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณ**mp5**, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณhaiku, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณSweet_pills, คุณTurtle Came to See Me, คุณขุนเพชรขุนราม, คุณRinsa Yoyolive, คุณกาปอมซ่า, คุณmastana, คุณALDI, คุณInsignia_Museum

  
อยากรู้ว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
พราวพรายจะจัดการยังไงต่อค่ะ







โดย: mambymam วันที่: 28 เมษายน 2561 เวลา:10:53:24 น.
  
ส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 28 เมษายน 2561 เวลา:19:17:35 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ลงต่อให้จบนะคุณตุ้ยตามอ่านอยู่จ้า

โดย: หอมกร วันที่: 28 เมษายน 2561 เวลา:19:37:32 น.
  
มาอ่านต่อครับ พี่ตุ้ย

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 1 พฤษภาคม 2561 เวลา:11:44:50 น.
  
มาอ่านต่อค่ะ
แล้วจะมาตามจนจบนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2561 เวลา:21:35:31 น.
  
ยินดีมากครับที่ได้อ่านต่อจากครั้งก่อน

โดย: Insignia_Museum วันที่: 1 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:37:49 น.
  
ขอบคุณที่แวะชมสวนนะคะ
ไม่ได้เพาะขายค่ะ กล้วยไม้ที่เห็นส่วนใหญ่ตายหมดแล้วค่ะมีแต่ภาพเก็บไว้ ตอนนี้มีแต่ผักเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
โดย: วลีลักษณา วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:4:12:06 น.
  
สวัสดีครับคุณตุ้ย.....

เห็นอัพบล๊อกอีก ก็ดีใจ... ที่บล๊อกผมก็ นำเรื่อบเก่ามา ปัดฝุ่น เขียน
ใหม่ละเอียดกว่าเดิม.... สอดใส่อารมณ์ เหมือนมีธรรมมะ แต่เคียด
แค้นปนอยู่ด้วย 555

พอดีได้รับโจทย์จากตะพาบ.. จริงแล้วไม่อยากเขียนอะไรที่ มีทุกข์
เท่าใด.. แม้แต่ชื่อตอน ยาว.. ผมยังตัดให้สั้นลง ให้ฉงน..

โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:5:31:41 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย
ขอบคุณที่แวะส่งกำลังใจให้ดอกหนามแดงค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:5:51:03 น.
  
มาทักทายในวันสบายๆนะคะพี่ตุ้ย
โดย: กาปอมซ่า วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:20:37:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
เมษายน 2561

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com