คนละฟากฟ้า - บทที่ 44
หลังจากคืนนั้นนิคก็พยายามกลับมาง้อพราวพรายหลายครั้ง แต่เธอไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พบ หนีหน้าเขาตลอดช่วงเวลานั้น เฝ้าแต่หมกมุ่นครุ่นคิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างน้อยใจและเจ็บแค้น แน่ใจด้วยว่าเรื่องระหว่างเธอกับนิคจบไปแล้ว แม้แต่แหวนเธอก็คืนเขาไปแล้ว ถึงใจหนึ่งจะอดคิดถึงเขาไม่ได้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งเมื่อคิดว่าดีเหมือนกันจบๆกันไปก็ดี จะได้ไม่ต้องไปเจรจากับบิดามารดา ในเรื่องที่อ้าปากไม่ขึ้นและมองไม่เห็นทางสำเร็จ นอกจากนี้ก็ดีใจอยู่ลึกๆที่ไม่ต้องแต่งงาน เธอได้พิสูจน์มาแล้วอย่างน้อยก็สองครั้งว่าเซ็กส์ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์สำหรับเธอ ถ้าแต่งงานกับนิคเธอก็คงไม่มีทางเลี่ยงเรื่องนี้ไปได้เลย

ระหว่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพราวพรายกับเขตต์ก็รุดหน้าไปช้าๆ หญิงสาวซึ่งตอนนี้ถือว่าตัวเองไร้พันธะกับใครแล้ว ก็ให้ความสนิทสนมกับปลัดอำเภอหนุ่มผู้สุภาพน่ารักมากขึ้นกว่าเดิม แม้จะเกลียดเซ็กส์และไม่คิดอยากจะแต่งงานกับใคร แต่พราวพรายผู้โหยหาความรักความอบอุ่นจากเพศตรงข้ามสักคน ก็หมายใจว่าถ้าเขตต์ยังดีกับเธออยู่อย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เธออาจจะตกลงรับรักเขาเมื่อครบหกเดือนก็ได้ สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้มีเพียงเท่านั้น เรื่องจะแต่งงานกับเขาหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต เธอคิดว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง เธออาจจะเปลี่ยนใจยอมรับเรื่องเพศในชีวิตคู่บ้างแล้วก็ได้ ถ้ารู้เรื่องหรือมีประสพการณ์มากกว่านี้

และแล้ว..วันหนึ่งหลังจากเหตุการณ์คืนนั้นผ่านไปได้เกือบสองเดือน พราวพรายก็เริ่มตกใจ เมื่อพบว่าประจำเดือนของเธอเกินกำหนดไปนานแล้ว ตอนแรกก็ยังไม่นึกอะไร คิดว่าของอย่างนี้มันคลาดเคลื่อนกันได้ แต่ต่อมาเธอเริ่มรู้สึกไม่สบาย มีอาการคลื่นไส้เวียนหัวอยู่บ่อยๆ ข้าวปลาอาหารก็พาลกินไม่ลง เบื่อไปหมด แล้วเมื่อคิดไปคิดมาหญิงสาวก็เริ่มตกใจ เอ๊ะ..หรือว่าจะท้อง แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ก็ครั้งแรกที่มีอะไรกับนิคยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ครั้งนี้ก็คงเหมือนกันแหละ เธอพยายามปลอบใจตัวเอง

แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าประจำเดือนของเธอก็ยังขาดหายอยู่เหมือนเดิม ความหวาดวิตกทำให้พราวพรายเกือบจะเปิดปากปรึกษากับสุนิสา ซึ่งคิดว่าน่าจะให้คำแนะนำแก่เธอได้ แต่ก็ต้องระงับความคิดนั้นไว้ ถึงจะไว้ใจเพื่อนแต่ก็กลัวว่าเรื่องจะรั่วไหลไปถึงคนอื่นเช่นอรรณพ พราวพรายก็เลยตัดสินใจไม่บอกใครแม้แต่เจิดจริสผู้พี่สาว ที่น่าจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการของเธอได้เพราะเป็นพยาบาล แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าอีก กลัวว่าพี่สาวจะตำหนิความไม่รักนวลสงวนตัวของเธอ และเรื่องอาจจะไปถึงหูบิดามารดาได้ในที่สุด อัดอั้นหนักๆเข้าหญิงสาวก็นึกถึงนิคซึ่งป็นตัวต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น พราวพรายคิดอย่างพาลๆว่าเป็นหน้าที่ของเขา ที่จะต้องหาทางช่วยเธอตามสมควรถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ

หลังจากนั้นพราวพรายก็เฝ้ารออย่างกระวนกระวายใจ ว่านิคจะมาง้อเธอใหม่อีกเมื่อไร คราวนี้เธอจะยอมพบเขาเพื่อขอให้เขาหาทางช่วยเหลือเธอ ก่อนที่ใครๆจะรู้ว่าเธอท้องขึ้นมา แล้วในที่สุดวันหนึ่งเขาก็โทรศัพท์มาขอนัดพบเธอ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่พอรู้ว่าผู้ที่โทร.มาคือนิค พราวพรายก็กระแทกหูโทรศัพท์ลงบนแป้นตัดสัญญาณเสียเฉยๆทุกครั้ง เป็นที่ฉงนสนเท่ห์ของธวัชชัย เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะใกล้เธอมากที่สุดที่เธอทำกิริยาน่าเกลียดเช่นนั้น

นิคดีใจมากที่พราวพรายตกลงยอมพบเขา คิดว่าเธอคงหายโกรธแล้ว

ทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถหญิงสาวซึ่งมีสีหน้าเครียด บอกเขาด้วยเสียงห้วนๆว่า “ฉันมีเรื่องสำคัญจะพูดกับคุณ แต่อย่าพาฉันไปอพาร์ตเมนท์คุณอีกนะ บอกเสียก่อน”

“จะไปที่ไหนล่ะ ร้านอาหารดีไหม?”
“ไปตรงริมแม่น้ำที่คุณเคยพาฉันไปก็ได้” เธอหมายถึงตรงที่นิคเคยขอแต่งงานครั้งแรก

ชายหนุ่มขับรถไปตามเส้นทางที่เธอบอก เมื่อถึงที่หมายซึ่งค่อนข้างว่างวายผู้คนเพราะขณะนั้นใกล้ค่ำแล้ว เขาก็เสือกหัวรถเข้าไปใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง และก่อนที่พราวพรายจะพูดอะไรนิคก็ฉวยมือเธอมากุมไว้

“หายโกรธผมแล้วใช่ไหม? ยกโทษให้ความบ้าของผมแล้วใช่ไหม?”
หญิงสาวกระชากมือเธอให้หลุดออกมา “ไม่มีทางหายโกรธหรอก แล้วก็ไม่มีทางยกโทษให้ด้วย ที่ฉันมากับคุณวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องรู้และต้องรับผิดชอบด้วย”

ชายหนุ่มทำหน้าตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเธอยังไม่ยอมพูดออกมาเสียที ได้แต่นั่งเม้มปากทำตาขุ่นอยู่ เขาก็เลยต้องถามว่า “มีเรื่องอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ผมกำลังฟังอยู่”

“สงสัยว่าฉันจะท้อง”

พอขาดคำของเธอ นิคก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจคาดไม่ถึง ต่อมาเมื่อความเข้าใจเกิดขึ้น ชายหนุ่มซึ่งตอนนี้มีสีหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นดีใจ ก็ดึงมือเธอไปกุมไว้อีก ละะล่ำระลักถามว่า

“ท้อง! จริงหรือ เรากำลังจะมีลูกจริงๆหรือ?”

พราวพรายซึ่งมีสีหน้างุนงงกับกิริยาท่าทางของนิค สะบัดมือออกจากมือเขาอีกครั้งหนึ่ง ถามด้วยเสียงแข็งๆว่า “ทำไมจะต้องทำท่าตื่นเต้นตกใจเสียขนาดนั้น นี่..ฟังนะ ฉันก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนักหรอก”

ชายหนุ่มมีสีหน้าผิดหวังไปหน่อย “อ้าว แล้วหมอบอกว่ายังไง ทำไมคุณถึงบอกว่ายังไม่แน่ใจล่ะ”

“ฉันยังไม่ได้ไปหาหมอ แต่ที่สงสัยก็เพราะฉันไม่สบาย” เธอตอบห้วนๆ
“งั้นไปหาหมอกันไหม ผมรู้จักหมอหลายคน ที่โรงพยาบาลในค่ายที่รักษาผมก้ได้ ไปไหม?”
คราวนี้พราวพรายทำตาเขียว “ปัญญาอ่อนหรือไง ขืนไปหาหมอในค่าย ใครต่อใครได้รู้กันหมดสิ”

“อ้าว ถ้าไม่หาหมอแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าท้องหรือเปล่า แต่ไปหาหมอที่คลีนิกหรือโรงพยาบาลแถวนี้ก็ได้ไม่ใช่หรือ? ไปไหม?”

“จะบ้าหรือ ฉันไม่ไปหาหรอก..หมอน่ะ ไม่ว่าในค่ายหรือในเมือง อย่าลืมนะว่าฉันยังไม่ได้แต่งงาน อยู่ๆจะไปหาหมอให้เขาตรวจว่าท้องหรือเปล่า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ พูดอะไรก็คิดหน่อยสิ เอะอะก็จะให้ไปหาหมอ คิดอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง”

นิคคิดแว่บเดียวก็ยิ้มออก โอกาสที่จะได้เธอกลับคืนมาถึงแล้ว “ง่ายจะตาย เราก็รีบแต่งงานกันเสียสิ ดีไหม? แต่งไม่ทันก็จดทะเบียนกันก่อนก็ได้”

หญิงสาวทำตาขุ่นจ้องหน้าเขา “ใครบอกว่าฉันจะให้คุณช่วยแบบนั้นล่ะ ที่ยอมพบคุณวันนี้ ก็เพื่อขอให้คุณช่วยพาฉันไปทำแท้งหน่อย ตอนแรกคิดจะคุยเรื่องนี้กับแอ๋ว เพราะเขากว้างขวาง อาจจะรู้จักหมอที่รับทำทางนี้มั่ง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่อยากให้เขารู้เรื่อง แล้วฉันก็ไม่กล้าทำในอุบลฯด้วย ต้องไปทำที่อื่น นิค..คุณจะช่วยฉันได้ไหม เพราะเรื่องนี้เป็นความผิดของคุณ ถ้าคุณไม่ทำอะไรบ้าๆฉันก็ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้”

“ทำแท้ง!” นิคส่งเสียงดังจนพราวพรายตกใจ และยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเขาเขย่าตัวเธอด้วยสีหน้าที่ขมึงทึง “บ้าหรือเปล่า พูดออกมาได้ยังไง นี่คุณใจร้ายถึงกับคิดจะฆ่าลูกเลยหรือ?”

พอหายตกใจพราวพรายก็แผดเสียงใส่เขาว่า “ทำไมจะไม่ได้ ลูกของฉันๆจะทำยังไงก็ได้ ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ลูกผมด้วยเหมือนกันนี่”

หญิงสาวฮึดฮัดเมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เธอขยับตัวจะลงจากรถ

“ถ้าไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะไปหาทางเอาเอง คงมีใครสักคนล่ะน่าที่รู้จักหมอ ฉันจะไปกรุงเทพฯ ไปจัดการเอง ฉันจะกลับละ ส่วนคุณก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกตลอดชาติด้วย”

นิคล็อคตัวพราวพรายไว้ทันที พูดด้วยเสียงที่อ่อนลงเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของเธอ “เดี๋ยวก่อนพราว ใจเย็นๆ คุยกันก่อน อย่าเพิ่งคิดหรือทำอะไรผลีผลาม ความจริงยังไม่รู้แน่ไม่ใช่หรือว่าท้องหรือเปล่า ไปให้หมอตรวจเสียก่อนไม่ดีหรือ ผลออกมายังไงค่อยว่ากันอีกที"

หญิงสาวพยายามจะสะบัดตัวให้พ้นจากวงแขนของเขา แต่ไม่สำเร็จ “บ้า!! ปล่อยฉันนะ แล้วก็ไม่ต้องมาสั่งด้วยว่าให้ทำอะไร ขี้เกียจฟัง"

“พราว ถ้าท้องจริงก็อย่าไปทำแท้งเลยนะ มันอันตราย เรื่องที่เกิดขึ้นเนี่ยก็เพราะผมผิดเอง ให้ผมรับผิดชอบเถิดนะ เก็บลูกไว้แล้วแต่งงานกันเสีย ผมยังอยากแต่งงานกับคุณอยู่ แก้ปัญหาแบบนี้ไม่ดีกว่าหรือ”

นิคพยายามปลอบเธอให้คล้อยตาม เขาดีใจด้วยซ้ำที่รู้ว่าเธอท้อง เธอจะได้ยอมแต่งงานกับเขาเสียทีโดยไม่ต้องอ้างเรื่องทางบ้านอีกแล้ว เพราะถ้าเธอท้องจริงก็ควรต้องแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ท้องของเธอจะมองเห็นได้ชัดจนปิดไม่มิด

“บ้าสิ ก็บอกแล้วไงว่าแต่งไม่ได้ พ่อแม่ฉันจะว่ายังไงล่ะ ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?” พราวพรายแหว แต่เสียงอ่อนลงมาหน่อย

“ตอนนี้ไม่ต้องอ้างเรื่องอะไรอีกแล้ว ผมว่าถ้าเราแต่งงานกันเพราะเรื่องลูก พ่อแม่คุณคงทำใจยอมรับได้ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกไปทำแท้งหรอก เชื่อผมนะ พราว” เมื่อได้โอกาสนิคก็หว่านล้อมต่อว่า “ถ้าไปทำแท้ง นอกจากอันตรายแล้ว เผื่อมีใครรู้ล่ะ คุณจะทำยังไง เรื่องแบบนี้คงปิดกันไม่ได้นานหรอก คุณไม่เคยอ่านข่าวหนังสือพิมพ์บ้างหรอกหรือ ผมจำได้ว่าไม่เมื่อนานมานี้ มีข่าวลงหนังสือพิมพ์เอิกเกริกแทบทุกฉบับ แม้แต่บางกอกโพสต์ ที่ตำรวจบุกทะลายคลีนิคทำแท้งในกรุงเทพฯ จับทั้งหมอและผู้หญิงหลายคนที่กำลังทำแท้งอยู่ มีรูปมีชื่อลงหนังสือพิมพ์ด้วย คราวนี้ใครๆก็รู้กันไปทั่ว พ่อแม่ก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน”

พราวพรายฟังแล้วตกใจจนหน้าซีด แต่ก็ยังพยายามเถียง แม้สุ้มเสียงจะอ่อยลงไปมากแล้วว่า “ฉันคงจะไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกน่า”

นิคซึ่งเริ่มรู้สึกว่าเป็นต่อ แอบยิ้มไม่ให้เธอเห็น “รู้ได้ไงว่าจะไม่โชคร้าย อย่าประมาทหน่อยเลย”

คราวนี้พราวพรายไม่เถียง เริ่มคิดว่าถ้ามีข่าวทำนองนี้เกี่ยวกับเธอ ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ บิดามารดาของเธอคงต้องอับอายขายหน้า ไม่กล้าพบเจอผู้คนละมัง โดยเฉพาะมารดาอาจจะถึงขั้นหัวใจวายเลยก็ได้ แล้วตัวเธอเองก็คงไม่รู้ว่าจะไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน คิดไปคิดมาก็ยังไม่เห็นทางออก หญิงสาวซึ่งกำลังอัดอั้นตันใจก็เริ่มร้องไห้

“อย่าร้องไห้เลยนะ พราว เรารีบจดทะเบียนสมรสกันไม่ดีหรือ อย่างน้อยก็แสดงให้คนอื่นเห็นว่าคุณไม่ได้ท้องโดยไม่ได้แต่งงาน เอาตามนี้นะ”

ชายหนุ่มดึงผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ให้มาซบอยู่กับอก แอบยิ้มกับตัวเองว่าโชคเข้าข้างเขาแท้ๆ ถ้าพราวพรายไม่ท้องขึ้นมาเธอคงไม่ยอมคืนดีกับเขาแน่ๆ เขารู้ว่าเธอทิษฐิจัดและกลัวมารดาของเธอมาก นิคคิดว่าการมีลูกจะทำให้พราวพรายเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เข้มแข็งขึ้นและจะต่อสู้เพื่อลูกในท้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

พราวพรายร้องไห้อยู่พักใหญ่ ระหว่างนั้นก็พยายามคิดหาทางออกว่าจะทำอย่างไร แต่เมื่อคิดเท่าไหร่ก็ไม่เห็นหนทางใดดีไปกว่าที่นิคเสนอ เธอก็เช็ดน้ำตาจนแห้ง แล้วเริ่มต้นพูดอย่างเป็นงานเป็นการกับเขา

“เอาอย่างที่คุณว่าก็ได้ แต่คุณต้องพาฉันไปตรวจก่อนว่าท้องจริงหรือเปล่า เพราะฉันเองก็ไม่แน่ใจ ถ้าหมอบอกว่าฉันท้องจริงฉันก็จะจดทะเบียนกับคุณ แต่ถ้าไม่ได้ท้องก็จบกันแค่นี้ เห็นด้วยไหมล่ะ?”

นิคไม่เห็นด้วยหรอก ถ้าหมอตรวจแล้วบอกว่าเธอไม่ได้ท้องเขาก็จะต้องเสียเธอไปอีกครั้งน่ะสิ จะท้องหรือไม่ท้องเขาก็อยากแต่งงานกับเธออยู่เหมือนเดิม แต่ท่าทางเธอจะไม่เล่นด้วยถ้าไม่ได้ท้อง ชายหนุ่มคิดอย่างรวดเร็วว่าทำอย่างไรจึงจะรวบรัด ให้พราวพรายยอมไปจดทะเบียนสมรสด้วยโดยเร็วที่สุดในวันสองวันนี้ หลังจากจดทะเบียนแล้วและหมอบอกว่าไม่ได้ท้องเธอก็ไม่มีทางกลับตัวอีกแล้ว เพราะเมื่อจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฏหมายและอยู่ร่วมกันตามปกติเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป โอกาสที่เธอจะตั้งท้องก็มีสูง ถ้าถึงตอนนั้นแล้วเธอยังจะเรื่องมากอีกก็ให้มันรู้ไป

แล้วชายหนุ่มก็เลียบเคียงว่า “คุณจะไปหาหมอที่ไหน ที่คุณคิดจะไปตรวจกับหมอที่กรุงเทพฯก็ดีเหมือนกัน ในอุบลฯนี่เสี่ยงไปหน่อย เผื่อไปเจอหมอที่รู้จักกันก็แย่เลย ถึงไม่รู้จักแต่วันหลังเผอิญไปเจอเขาที่อื่น เขาอาจจะจำคุณได้ แล้วจะทำยังไง”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่หาหมอที่นี่หรอก ฉันจะไปกรุงเทพฯ แต่คุณต้องไปกับฉันด้วย หมอเขาจะได้เชื่อว่าฉันแต่งงานแล้ว”

ความจริงนิครู้ว่าหมอคงไม่สนใจไต่ถามคนไข้ ที่มาขอตรวจการตั้งครรภ์ทุกคนหรอกว่าแต่งงานหรือยัง แล้วก็คงไม่บ้าขอดูหน้าคนที่เป็นสามีด้วย แต่เรื่องอะไรเขาจะบอกเธอล่ะ ให้เธอกลัวไปหมดทุกอย่างแบบนี้ก็ดีแล้ว

“คิดว่าจะไปเมื่อไรล่ะ แต่ตอนนี้ผมไม่ว่างเลยนะ พรุ่งนี้ต้องประชุมทั้งวัน จะพอว่างก็มะรืนนี้ช่วงเช้า ตอนเที่ยงก็ต้องกลับไปที่โน่นแล้ว กว่าจะมาได้อีกทีก็ต้องเดือนหน้า” นิคจำเป็นต้องขู่เอาไว้ก่อน

พราวพรายอึ้งไปพักใหญ่ แล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดถามเขาว่า “ คราวนี้ทำไมต้องรีบกลับล่ะ เห็นทุกทีอยู่ตั้งหลายวัน”

“ผมมีงานด่วนรออยู่”

ชายหนุ่มชำเลืองมองหน้าท้องของพราวพราย ซึ่งดูปกติในสายตาเขา แต่ก็ทำหน้าตายบอกเธอว่า “ถ้าท้องจริงก็คงประมาณสองเดือนเท่านั้น แต่ทำไมชักจะมองเห็นแล้วล่ะ”

พราวพรายตกใจ รีบก้มลงมองหน้าท้องตัวเอง “จริงเหรอ มองเห็นชัดเลยเหรอ?”
“ไม่รู้นะ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอก หรือว่าคุณจะอ้วนขึ้น?”
“บ้าน่ะสิ น้ำหนักฉันลดลงด้วยซ้ำ ไม่อยากกินอะไรเลย จะอ้วนขึ้นได้ยังไง” แล้วเธอก็ทำหน้ากังวลกลัวคนรอบตัวจะรู้ว่าเธอท้อง “จะทำไงล่ะเนี่ย คุณก็เกิดจะไม่ว่างเสียอีก กว่าจะมาอีกทีก็ตั้งเดือน หรือว่าฉันจะไปหาหมอที่กรุงเทพฯคนเดียวดี”

ชายหนุ่มรีบส่ายหน้าห้ามโดยเร็ว “ไม่ดีหรอก อย่าไปคนเดียวเลย เดี๋ยวหมอจะรู้ว่าคุณยังไม่ได้แต่งงาน รอให้ผมพาไปดีกว่า”

“โธ่ ก็มันนานไปนี่นา พอถึงตอนนั้นท้องฉันก็โตมากแล้วสิ แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”

พอเห็นพราวพรายทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีก นิคก็กอดเธอเอาไว้ รู้ว่าไม่มีใครเห็นหรอกเพราะตอนนั้นทุ่มกว่าแล้ว คนก็ค่อยไม่มี “งั้นก็ทำตามที่ผมบอกแล้วกันนะ มะรืนนี้เราไปจดทะเบียนกันก่อน กันไว้ว่าถ้าเดือนหน้าหมอตรวจแล้วว่าท้อง อย่างน้อยเราก็จดทะเบียนกันแล้ว ทั้งคุณและลูกก็จะไม่มีปัญหาอะไร ตกลงนะ”

“ไหนเมื่อกี้คุณบอกว่าจะต้องกลับไปที่โน่น วันมะรืนตอนเที่ยงไง? “ เธอท้วงทันที
นิครีบแก้ตัวว่า “ไม่เป็นไร ผมกลับไฟลท์เย็นก็ได้”
“จะไปจดที่ไหนล่ะ ในอุบลฯนี่ไม่เอานะ อำเภอไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น เสี่ยงเกินไป”
ชายหนุ่มทำท่าคิด “งั้นจังหวัดใกล้ๆนี่ดีไหม อย่างศรีษะเกษ ขับรถเดี๋ยวเดียวก็ถึง”
พราวพรายนิ่งคิด เห็นด้วยไปแล้วเกินครึ่ง “ยังงั้นก็ได้ ตกลงมะรืนนี้ใช่ไหม ฉันจะได้ลางาน”

นิคดีใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อยากจะก้มลงจูบเธอสักทีแต่ก็ไม่กล้า เพราะตอนนี้เธอทำท่าเป็นการเป็นงานมาก เหมือนพูดเรื่องธุรกิจไม่มีผิด

“ถ้างั้นก็กลับกันเถอะ ฉันเพลียอยากนอนพัก”
“ไม่ทานอาหารเย็นด้วยกันก่อนหรือ?”
“ไม่ ฉันอยากกลับบ้าน เดี๋ยวหุงข้าวทอดไข่ดาวสักฟองก็อิ่มแล้ว ตอนนี้ฉันเบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไรหรอก คุณไปกินคนเดียวก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มรีบสตาร์ทรถ รู้สึกห่วงเธอเหมือนกัน เธออาจจะเหนื่อยเพลียเพราะมีเด็กอยู่ในท้องก็ได้

พอถึงหน้าบ้านก่อนที่พราวพรายจะลง นิคก็นัดวันเวลาที่จะมารับเธอ หญิงสาวลงจากรถแล้ว แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็หันมาพูดกับเขาว่า “นี่..นิค พูดกันเอาไว้ก่อนนะ ถ้าถึงตอนที่ไปตรวจแล้วหมอบอกว่าไม่ได้ท้อง เราต้องหย่ากันทันทีนะ หมดปัญหาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันต่อ”

นิคชักตกใจกับความรอบคอบของพราวพราย อะไรอีกเล่านี่ ช่างเรื่องมากเสียเหลือเกิน เดี๋ยวอย่างโน้นเดี๋ยวอย่างนี้ “เอาเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที พยายามพักให้มากๆนะ ผมไปก่อนละ”

แล้วเขาก็รีบขับรถจากไปโดยเร็ว ก่อนที่เธอจะบีบบังคับให้เขาสัญญา เหมือนเรื่องอะไรต่ออะไรที่ชอบคาดคั้นให้เขาสัญญามาไม่รู้กี่เรื่องแล้ว



 



Create Date : 15 มกราคม 2565
Last Update : 15 มกราคม 2565 23:49:26 น.
Counter : 556 Pageviews.

5 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโอพีย์, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณหอมกร, คุณhaiku

  
นานจนจำเรื่องเดิมไม่ได้ ต้องย้อนกลับไปอ่านตอนที่แล้วอีกครั้ง
ลุ้นให้นางเอกท้องจริง ๆ นะคะ จะได้ลงเอยซะที

ขอบคุณกำลังใจด้วยนะคะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:21:43:22 น.
  
แสะมาอ่าน
และมาขอบคุณที่โหวตให้อุ้มค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 26 มกราคม 2565 เวลา:14:47:35 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

ขอขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตที่ได้โหวตให้บล็อก MP5 ด้วยนะครับ
โดย: **mp5** วันที่: 27 มกราคม 2565 เวลา:9:07:29 น.
  
วันสุดท้ายของเดือนเลยค่ะคุณตุ้ย
สวัสดีปีใหม่ 2022 นะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 31 มกราคม 2565 เวลา:21:12:38 น.
  
มาอ่านทีเดียว 2 บทเลยครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 มีนาคม 2565 เวลา:22:46:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]



Group Blog
มกราคม 2565

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com