Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
28 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
day 3: ตัวอ่อนเริ่มเกาะตัวลึกขึ้นกับผนังมดลูก เริ่มเข้าสู่การฝังตัวอ่อน



อาหารที่กินก็กินตามปกติ แต่มีเพิ่มสับปะรดและน้ำพรุน1 แก้วก่อนนอน

ทำไมต้องเป็นสับปะรด เพราะในสับปะรด โดยเฉพาะที่แกน มีเอนไซม์ชื่อว่า Bromelain (โบรมีเลน) เอนไซม์ตัวนี้ละที่ทำเราๆมีความเชื่อว่าช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ดีขึ้น

สาเหตุคือ โบรมีเลนช่วยลดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงมดลูก และมันยังช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น (แนวว่าเลือดไปหล่อเลี้ยงมดลูกได้สะดวกกว่าเดิม) เลยเป็นสาเหตุว่าเอนไซม์นี้ช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน แต่สำหรับบางคนที่คุณหมอได้สั่งยา Baby aspirin (อย่างเราเป็นคนที่มีผนังมดลูกบางมาก คุณหมอเลยสั่งเพิ่มยาให้) ซึ่งหลักการก็คล้ายๆกับเอนไซม์โบรมีเลนนี่หละ แนะนำว่าทานอย่างใดอย่างหนึ่งจะดีกว่าค่ะ


การทานสับปะรดก็มีข้อควรระวังเหมือนกัน ถ้าเป็นแกนอย่างเดียว ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทานเนื้อสับปะรดในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้มดลูกหดเกร็ง ซึ่งทำให้ตัวอ่อนอาจฝังตัวไม่สำเร็จ แนะนำว่าลองหาทานเป็นแบบแคปซูลจะดีกว่า 


นอกเหนือจากbaby aspirin และ bromelain enzyme แล้ว ก็ยังมีอาหารจำพวกอื่นที่ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย เช่น ขมิ้น ขิง ชาเขียว บลูแบร์รี่ แซลม่อน กับ พวกผักใบเขียว 


ตั้งแต่ใส่ตัวอ่อนมา ก็ยังคงถ่ายทุกวัน ไม่มีอาการท้องผูก ท้องเสียเลย มีเพียงนอนไม่ค่อยหลับ ที่เหลือก็ปกติไม่มีเลือดไหล ไม่มีอะไรทั้งนั้น พรุ่งนี้คิดว่าคงขับรถออกไปข้างนอกได้แล้วละ






Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560 20:46:01 น. 0 comments
Counter : 799 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
Miss Ricci
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บทความส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเราแปลและเรียบเรียงเอง ภาษาไทยเราอาจไม่สละสลวย อาจอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่มั่นใจว่าแปลถูกต้อง เว้นแต่บางประโยคเราเปลี่ยนรูปประโยคเลยเพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้น ฃ

Friends' blogs
[Add Miss Ricci's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.