Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2561
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
14 กุมภาพันธ์ 2561
 
All Blogs
 
เรื่องลี้ลับใต้ชายคา (3)



สวัสดีค่ะวันนี้เรามาทำความรู้จักกับเรื่องลี้ลับในบริเวณ
ซอยบ้านเก่าของเจ๊ริบบิ้นกันบ้างนะคะบ้านเก่าเจ๊บิ้นตั้งอยู่
ในซอยเล็ก ๆ แต่แสนจะคึกคัก เนื่องจากเป็นเส้นทางลัด
เชื่อมถนนใหญ่สองถนนโดยเป็นซอยตรงระยะทาง
แค่กิโลนิด ๆ มีวัดตั้งอยู่ในซอยหนึ่งแห่งเช้าจึงมีพระภิกษุ
ออกเดินบิณฑบาตมากมาย แต่ก็ยังแพ้จำนวนผู้มีจิตศรัทธา
 เชื่อมั๊ยว่าในสมัยนั้นจำนวนคนใส่บาตรต่อวันมีจำนวนมากมาย
มหาศาลถึงขนาดพระท่านรับบิณฑบาตกันไม่ไหวเดินกลับวัด
ในสภาพเหมือนรถพุ่มพวงขายกับข้าวตามซอยกันเลยเชียว
 แถมซอยอยู่ใกล้ตลาดใหญ่ย่านฝั่งธนผู้คนจึงสามารถซื้อหา
วัตถุดิบมาปรุงอาหารกันได้ทุกวัน

เมื่อมีวัดอยู่ใกล้บ้านเวลามีสมาชิกในซอยเสียชีวิตขึ้นมา
 ส่วนใหญ่ก็นำไปตั้งสวดที่วัดแห่งนี้กันเนื่องจากเป็นวัดบ้าน
วัดจึงมีทั้งศาลาไว้สวดอภิธรรมและเมรุเผาครบวงจรเสร็จสรรพ
 แถมหน้าวัดยังมีร้าจำหน่ายพวงหรีดร้านจำหน่ายหีบศพ
ที่ให้บริการฉีดฟอร์มาลีนด้วยเสร็จสรรพ หากใครไม่เชื่อมือ
ร้านเล็กๆ ก็นั่งรถตุ๊กตุ๊กออกจากซอยไปไม่ถึง 5 นาที
ท่านจะพบกับร้านจำหน่ายโลงศพที่ดังระดับประเทศ
(ชื่อแปลว่าดวงอาทิตย์) เห็นมั๊ยสะดวกสบายขนาดไหน

แต่ขอโทษเถอะนะคุณขาบ้านใกล้วัดก็มีข้อเสีย
เวลามีการสวดพระอภิธรรมศพ เสียงพระสวดจะล่องลอยมา
ให้ได้ยินถึงในบ้านเป็นประจำแถมที่วัดก็มีผู้มีจิตศรัทธา
นำสุนัขหรือน้องหมาไปปล่อยเอาบุญกันเป็นฝูง ยามพระ
เคาะระฆังทีละคุณเอ๊ย หมาในวัดจะลุกขึ้นโก่งคอหอนนำ
เป็นต้นเสียงก่อนจากนั้นบรรดาน้องหมาตามบ้านต่าง ๆ
หรือน้องหมาจำพวกไม่สังกัดค่ายไหน(หมาจรจัดนั่นแหละ)
ก็จะหอนตามส่งเสียงดังยืดยาว ยามนี้ต่อให้อากาศร้อน
ขนาดไหนเจ๊บิ้นก็จะห่มผ้าทั้งแต่เท้าถึงคอ พร้อมกับ
เหน็บผ้าห่มไว้รอบตัวอย่างแน่นหนาเอาหมอนวางกันผีไว้
รอบตัวอีกชั้น แต่จะไม่มีการคลุมโปงเด็ดขาด เนื่องจาก
เวลาคนตายเค้าจะคลุมผ้าปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าเจ๊จึงเกรงว่า
หากคลุมโปงเอาผ้าคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าบรรดาผี
อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน (เอากับเจ๊สิ)

นอกจากวัดใกล้บ้านเจ๊บิ้นแล้วยังมีวัดอื่นอีกหลายวัด
ที่อยู่ในละแวกบ้านชนิดพอเดินไปได้โดยไม่ต้องนั่งรถ
ช่วงเวลาที่เจ๊บิ้นยังเด็ก หลายวัดนิยมจัดพิธีสวดภาณยักษ์กัน
 อันเป็นความเชื่อแต่โบราณว่าบทสวดภาณยักษ์จะสามารถ
ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และคุ้มครองผู้ฟังให้พ้นจาก
ภยันตรายทั้งปวง ส่วนใหญ่ในพิธีจะมีการโยงเส้นด้าย
สายสิญจน์มาคล้องบนศรีษะในลักษณะคล้ายมงคล
โดยทำนองที่ใช้ในการสวด จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือ
ใช้เสียงดัง สำเนียงที่ดุดันคล้ายกับตวาด และลากยาวโหยหวน
 โดยมีนัยว่า เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไป
คุณยายของเจ๊บิ้นก็ได้มีโอกาสไปร่วมพิธีนี้บ่อยรวมทั้ง
ชาวบ้านในซอยเช่นกัน คุณยายเล่าว่า ในพิธีสวด
คนที่จิตอ่อนหรือที่เชื่อกันว่ามีผีหรือสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล
สิงอยู่ในตัวเมื่อได้ฟังบทสวดภาณยักษ์แล้ว มักจะแสดงอาการ
ลงไปชักดิ้นชักงอทุรนทุรายบางรายอาละวาดตีอกชกตัว
บางรายก็ร้องไห้คร่ำครวญ หนึ่งในนี้ก็เป็นป้าคนรู้จัก
ของคุณยายคุณยายเล่าว่าป้าแกมีโรครู้สึกจะมะเร็งหรือไง
นี่แหละแต่แกก็ยังแข็งแรงเดินเหินได้เป็นปกติ แกอาศัยอยู่
บ้านเช่า 2 ชั้นติดถนนซอยมองขึ้นไปก็จะเห็นหน้าต่าง
ห้องนอนแกได้พอดี คุณยายเล่าว่า เวลาป้าแกฟังสวด
ภาณยักษ์ทีไรแกต้องลงไปชักทุกที ฟังกี่รอบก็ชักทุกรอบ
อยู่มาวันหนึ่งแกไม่ออกมาจากห้องแกแต่คนในซอยที่เดินผ่าน
ไปผ่านมาเห็นแกนั่งพิงหน้าต่างหันหลังตลอด กระทั่งบ่าย
แกก็ไม่ออกไปไหนไม่ออกมากินข้าวกินปลา ญาติแกจึงไป
เคาะประตูเรียกก็เงียบไม่ตอบแต่ยังเห็นนั่งพิงหน้าต่างอยู่
ในที่สุดญาติ ๆ ก็คิดว่าแกเป็นลมจึงพังประตูเข้าไปปรากฏว่า
แกผูกคอตายในท่านั่ง โดยคล้องเชือกกับขอบหน้าต่าง
คาดว่าจะเสียชีวิตมาตั้งแต่เช้า นั่นเป็นครั้งแรกที่เจ๊บิ้นได้รู้ว่า
คนเราสามารถนั่งผูกคอตายได้ด้วยเรื่องนี้เล่นเอาเจ๊บิ้น
ต้องไปขอนอนหน้าเตียงน้าไปอีกหลายคืนเลยก็บ้านที่คุณป้า
ท่านนี้แกผูกคอตายอยู่ห่างจากบ้านเจ๊บิ้นไปไม่กี่หลังเอง

คราวนี้ขยับเข้ามาใกล้อีกนิดบ้านเพื่อเจ๊บิ้นเองแหละ
อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องบ้านเจ๊บิ้นไปล็อคเดียวบ้านนี้มีลูก 3 คน
 อายุเท่า ๆ กันกับเจ๊บิ้น ทุกเช้าเจ๊บิ้นจะเดินไปโรงเรียน
ที่อยู่ปากซอยด้วยกันกับพี่น้องบ้านนี้แต่สำหรับการ
ไปเล่นบ้านเพื่อนนั้น จะต้องเป็นกรณีพิเศษจริง ๆ เนื่องจาก
เจ๊บิ้นหน้าตาสวยมากพ่อกับแม่จึงหวงแหนเป็นพิเศษ
(ฮา ฮา ฮา) จริง ๆ แล้วผู้ใหญ่ที่บ้านเจ๊จะเกรงใจไม่อยากให้
ไปรบกวนบ้านใครเค้าแต่กระนั้นเจ๊ก็แอบไปเล่นที่บ้านนี้
โดยไม่ได้ขออนุญาตเป็นประจำ กลับมาเจอไม่เรียวทุกรอบ
 จริง ๆ บ้านเพื่อหลังนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร อยู่กันแค่พ่อ แม่
ลูก 3 คนและคุณยายแก่ ๆ อีก 1 คน ซึ่งไม่ได้เป็นยายแท้ ๆ
 แต่มีศักดิ์เป็นน้าของแม่ ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านไปในตัว
บ้านหลังนี้ปลูกตั้งแต่สมัยอากงของเพื่อนเจ๊ ต่อมา
ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัวเจ๊ก็ไม่เคยเจออากงนะ
ตอนที่เจ๊รู้จักเพื่อน อากงแกก็เสียไปนานแล้ว เค้าเล่าต่อๆ กัน
มาว่า อากงแกหวงบ้านหลังนี้มาก ปรากฏตัวให้เห็นกันกลางวัน
แสก ๆ บ่อย ๆโดยเฉพาะบุรุษไปรษณีย์มักไม่รู้อิโหน่อิเหน่
เจอกันประจำ ครั้งหนึ่งคุณพ่อของเพื่อนเห็นว่าลูก ๆ 3 คน
ก็โตขึ้นทุกวัน แต่บ้านไม่ยอมโตตามลูก จึงคิดหาทาง
ขยับขยายหาที่อยู่ใหม่เลยติดประกาศขายบ้าน ต่อมา
มีคนสนใจจะซื้อ คนซื้อเล่าว่าขณะที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้าน
กำลังจะกดออดเรียกแกเห็นอากงแก่ ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ในบ้าน
 ก็เลยตะโกนเรียกพร้อมกับแจ้งว่ามาติดต่อเรื่องจะขอซื้อบ้าน
 อากงตะโกนตอบมาว่า
“อั๊วะม่ายขายลื้อไปได้แล้ว นี่บ้านอั๊วะ”
 คนซื้อจึงเลิกล้มความตั้งใจไปหาบ้านหลังอื่นในซอยนี้แทน
 ภายหลังคนซื้อดังกล่าวได้เจอกับคุณแม่เพื่อน จึงได้สอบถาม
ด้วยความสงสัยว่าบ้านยังปิดประกาศขายอยู่แต่อากงในบ้าน
ไม่ยอมขาย คุณแม่ก็ตกใจว่าที่บ้านไม่มีอากงแก่ ๆ เลย
มีแต่คุณยายแก่ๆ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นผู้ชายอย่างที่เค้าเห็นด้วย

สำหรับบ้านเพื่อนหลังนี้เจ๊บิ้นเองก็เคยสัมผัส
ประสบการณ์ด้วยตัวเจ๊เองมีอยู่วันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่เพื่อน
ซื้อเนื้อไก่สดมาเตรียมหมักไก่ หุงข้าวเหนียว ตำส้มตำ ย่างไก่
กินกันจึงมาขออนุญาตจากคุณยายเจ๊บิ้นให้ร่วมไปปาร์ตี้
บาร์บีคิวด้วยกันงานนี้เจ๊บิ้นได้รับอนุญาต หลังจากกินไก่ย่าง
ส้มตำจนอิ่มท้อง ช่วงบ่ายคุณพ่อคุณแม่เพื่อนออกไปธุระ
ข้างนอกเหลือแต่เด็ก ๆ กะคุณยาย พวกเราก็เล่นกันอย่าง
สนุกสนานมากจนเลยเถิดพวกเราคิดกันว่าจะขึ้นไป
เดินอาบแดดบนหลังคาบ้าน ซึ่งสามารถออกได้ทางหน้าต่าง
ห้องพระที่ไม่มีเหล็กดัด พวกเราจึงยกโขยงขึ้นไปบนห้องพระ
 ซึ่งมีรูปบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายขาวดำแขวน
เรียงรายกันเต็มผนังซึ่งพี่น้องทั้ง 3 คนจะยกมือไหว้พระ
และหันไปไหว้รูปภาพเหล่านั้นก่อนจะปีนหน้าต่างออกไป
เดินบนหลังคาส่วนเจ๊บิ้นปีนอย่างเดียวไม่พอ ขณะปีนโยงโย่
โยงหยก หันเท้าไปทางรูปถ่ายบรรพบุรุษเพื่อนด้วย
โดยไม่ได้ไหว้ขอขมาเลยซักติ๊ดพวกเราเพลิดเพลินกับ
ความร้อนบนหลังคาจนช่วงเย็นจึงได้กลับลงมาเล่นกัน
หน้าบ้าน ขณะที่เจ๊นั่งเล่นอยู่ใต้ระเบียงคนเดียวส่วนเพื่อน
ทั้ง 3 คนพี่น้อง ไปนั่งเล่นตรงม้าหิน คอยช่วยคุณยายแก
ปอกมะรุมเตรียมทำแกงส้ม สำหรับเจ๊ถือว่าเป็นแขกค่ะ
จึงนั่งดูเฉย ๆ ไม่ต้องปอกมะรุมเตรียมทำแกงส้มกับเค้า
(ขี้เกียจล่ะไม่ว่า แถมกลัวมีดบาดด้วย) ทันใดนั้น
เจ๊ก็รู้สึกเหมือนมีคนมองจากชั้นบนบ้านด้วยสัญชาตญาณ
จึงเงยขึ้นมองในทันใด คน ๆ นั้น ก็หลบหายไปในบ้าน
ซักเดี๋ยวก็มาชะโงกหน้าโผล่ตรงข้างบ้าน เดี๋ยวโผล่ซ้ายที 
โผล่ขวาที เห็นชัด ๆจากหางตาเลย แต่พอหันไปก็จะหายแวบ
แบบเห็น ๆ ด้วยนะว่าหายไปทางไหน ไม่ได้แวบเฉย ๆ
แบบวุ้นนัยน์ตาเสื่อม โดยเฉพาะโผล่มาจากระเบียงชั้นบน
โผล่บ่อยมากกว่าจุดอื่นเวลาเย็นมากแล้ว เจ๊จึงขอตัวกลับบ้าน
 เพราะถ้าค่ำกว่านี้อาจถูกคุณตาตี แถมคราวหลังอาจอด
มาเล่นอีกด้วยแต่พอกลับมาบ้านเจ๊ก็ยังคาใจกับเงาที่เห็น
จึงเล่าให้ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในบ้านฟังวันรุ่งขึ้นพี่จึงให้ไปเก็บ
ดอกมะลิและดอกไม้อื่นที่ปลูกในบ้านและขออนุญาตแม่เจ๊
ให้เสร็จสรรพ ให้เจ๊นำไปขอขมาบรรพบุรุษที่ห้องพระ
บ้านเพื่อนซะและหลังจากนั้นเจ๊ก็ไม่เคยเห็นอะไรแว๊บแว๊บ
แบบนี้อีกเลย

แต่ก็เป็นที่น่าแปลกนะบ้านเพื่อนเจ๊หลังนี้ขึ้นชื่อเลยว่า
มีวิญญาณอากงคอยหวงแหนบ้านอยู่แต่ครั้งหนึ่งบ้านหลังนี้
เคยถูกขโมยขึ้นบ้าน จำได้ว่า กระปุกออมสินใบใหญ่ ๆ ของ
3คนพี่น้องที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ถูกทุบแตกหมดทั้ง 3 ใบ
ได้เงินในกระปุกไปพอสมควรและรู้สึกจะมีของอื่น ๆ
ที่หัวขโมยนำไปได้อีกนะทีแบบนี้ทำไมพวกหัวขโมยจึงไม่เจอ
อากงก็ไม่รู้สิ ปัจจุบันบ้านหลังนี้ก็ยังอยู่นะ โดยคุณพ่อเพื่อน
 คุณยาย และน้องคนเล็กสุดได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนพี่สาวคนโต
กับคุณแม่เพื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อนเจ๊กับสามีก็ยังอาศัยอยู่
ในบ้านนั้น และก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครเคยเห็นอากงอีกเลย

ประสบการณในครั้งนั้นเกิดขึ้นมาตั้งหลายสิบปีแล้ว
 ตั้งแต่เจ๊ยังเด็ก ๆ (ตอนนี้เหรอ แก่แล้วสิยะ) แต่ก็นับว่า
เป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเจ๊บิ้นเองเลย
และเกือบจะเรียกได้ว่า ได้สัมผัสกับสิ่งลี้ลับเกือบชัดเจนที่สุด
ในชีวิตถามว่ามีชัดกว่านี้มั๊ยน่ะเหรอ มีสิจ๊ะ ครั้งหน้าจะเล่า
ให้ฟังนะ สุดท้ายนี้ขอให้ดวงวิญญาณของบุคคลที่เจ๊
ได้กล่าวถึงทั้งหมดได้ไปสู่สุขคตินะคะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ
 บ๊าย บาย




Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2561 14:13:11 น. 0 comments
Counter : 210 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 4341744
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณป้าวัยใส ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 4341744's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.