ภาษาพาขำ(ภูไทคำชะอี)

Smileyภาษาภูไทที่ชาวภูไทใช้กันอยู่ในปัจจุบัน หลายคำถูกภาษาไทยกลืนไปเรียบร้อยแล้ว บางคำก็เสียงสระหรือพยัญชนะออกเสียงเพี้ยนไปจากเดิมเพื่อให้ผู้ฟังที่ไม่ใช่ชาวภูไท (outsiders) ฟังรู้เรื่อง แต่ก็ยังมีอีกหลายร้อยคำที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่ และเมื่อบังเอิญเสียงไปพ้องกับภาษาอื่นและคนฟังก็ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของภาษาภูไท เรื่องขำ ขำ จึงมักเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูไท หรือผู้ไท กับลาว (ชาวภูไท จะเรียกคนที่พูดภาษาอิสานว่าคนลาว ซึ่งไม่ได้หมายถึงคนที่มาจากประเทศลาว).. อาชีพหลัก ๆ ของชาวภูไทคือ ทำไร่ทำนา และทำสวน ก่อนหน้านี้ ถนนหนทางก็ยังไม่สะดวกเหมือนทุกวันนี้ จะไปไหนมาไหนก็ต้องเดินลัดตัดทุ่ง ข้ามห้วยข้ามหนอง พอถึงฤดูฝน ฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวัน น้ำในห้วยในคลองก็จะเต็มปริ่ม ชาวบ้านก็จะช่วยกันตัดไม่ไผ่ลำยาว ๆ หนึ่งหรือสองลำวางพาดจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่งของห้วย ผู้คนที่สัญจรไปมาก็ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเวลาไต่ข้ามเพื่อไม่ให้ล่วงลงสู่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเบื้อล่าง ..และเรื่องขำขำที่เล่าขานกันจึงมักจะเกิดขึ้นตามท้องไร่ท้องนา เรื่องนี้ก็เช่นกัน

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า .. ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงของการทำนา คุณลุงชาวภูไทกำลังซ่อมปะคูนาที่ขาดเพื่อเตรียมกักเก็บน้ำเตรียมแปลงไถปลูก ที่นาของแกอยู่ติดกับลำห้วยเล็ก ๆ และชาวบ้านใกล้เคียงใช้เส้นทางเดินลัดตัดผ่านทุ่งนาของแกไปมาหาสู่กัน และก็ต้องเดินผ่านลำห้วยที่นาของแกด้วยช่วงหน้าแล้ง น้ำในห้วยแห้งขอดการสัญจรไปมาก็ไม่มีปัญหา แต่ในช่วงหน้าฝน น้ำหลากลงมาจากภูเขาลูกที่อยู่ใกล้ ๆ ห้วยเล็ก ๆ นี้ก็เอ่อล้นท่วมที่นาของแกอยู่บ่อย ๆ ถ้าปีไหนฝนน้อน แกก็ได้อาศัยน้ำในห้วยนี้แหละช่วยในการปักดำนำ

 

 

ปีนี้ฝนมาเร็ว คุณลุงแกจึงถือจอบขุดดินออกไปที่แปลานาตั้งแต่เช้าตรู่ ขุดจากแปลงนี้ไปแปลงนั้น แปลงโน้นไปเรื่อย ๆ จนไปถึงแปลงที่อยู่ติดกับลำห้วยที่ตอนนี้ได้น้ำต้นฝนขุ่นขาวจากภูเขา ไหลลงมาเอื่อย ขณะที่แกกำลังขุดดินตบ แต่ง ปะคูนาเพลิน ๆ ก็มีหนุ่มต่างถิ่นคนหนึ่งเดินมาถึงแปลงนาที่แกกำลังขุดดินอยู่ ชายคนนั้นหยุด ยืนนิ่งสักพักหนึ่งเมื่อเห็นว่าคุณลุงไม่ได้สนใจหรือไม่รู้ไม่เห็นว่ามีคนหยุดยืนอยู่ตรงนี้ แกจึงกระแอมขึ้นเบา ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจให้ลุงชาวภูไทหันมามอง และก็ได้ผล คุณลุงสับจอบดังกึก หยุดนิ่งและหันมามองหนุ่มน้อยวัยเพิ่งแตกหนุ่ม นมเพิ่งแตกพาน รูปร่างผอม สูง เก้งก้าง หน้าตาคมเข้ม ผิวคล้ำ ผมแสกข้างหวีน้ำมันเรียบแปล้ เสื้อลายดอกสีเขียวขาวแขนยาวเข้ารูป สวมใส่กางเกงขาบานสีเทาเหลื่อมพราย ร้องเท้าฟองน้ำส้นตึกสีน้าเงิน จากรูปร่างหน้าตาคุณลุงก็ระบุได้ทันทีว่าหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ชาวภูไท ‘หนุ่มลาวน้อยคนนี้สงสัยจะไปจีบสาวบ้านโน้นแน่ ๆ เลย’ คุณลุงคิดในใจ

 

“ว้า แนวเลอ (ว่ายังไง)” คุณลุงถามออกไปด้วยภาษาประจำถิ่น

 

“เออ..หน้ำห่วยหนี่ ลึ๊กบ๊อ (เอ่อ..น้ำห้วยนี้ลึกไหม)” แกตะกุกตะกักถามด้วยท่าทางเหนียมอายที่เห็นคนรุ่นลุงจ้องแกเขม็ง

 

“หมิเลิ๊กเด๊าะ..กะเพงโหโค้ย” คุณลุงแกตอบเสร็จแกก็ก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อ

 

 

ฝ่ายหนุ่มลาวน้อยคนนั้นพอได้คำตอบก็อมยิ้มหน้าแดงด้วยความเขินอาย จากนั้นแกก็หันหน้าไปจ้องลำห้วย ด้วยสีหน้าครุ่นคิด .. ‘แล้วจะข้ามไปยังไงล่ะกางเกงถึงจะไม่เปียก’ แกก้มลงมองกางเกงตัวใหม่เอี่ยมอ่องที่กลิ่นผ้าใหม่ยังลอยโชยมาแปะจมูกอยู่เลย พลันแกก็เหลียวซ้ายมองขวา และไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณนั้น หันไปมองคุณลุงภูไท แกก็กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดิน โดยไม่ได้หันมามามองแกอีกเลย แกจึงย่องไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ ลำห้วย ..รีบจัดแจงถอดรองเท้าและถอดกางเกงขาบานออก (จะเห็นว่าผู้เขียนไม่ได้เขียนว่าถอด กางเกงลิง นะ..เพราะสมัยโน้นยังไม่มีใส่) แล้วยกทูนหัวด้วยมือซ้าย มือขวาก็หอบชายเสื้อขึ้นให้อยู่เหนือสะดือ แล้วแกก็รีบเดินเขย่งเท้าลุยลงไปในห้วย ..เก้าแรก ..จ๋อม..ก้าวที่สอง ..แจ๋ม.. จ๋อม..แจ๋ม ..แกหน้าแดงกล่ำด้วยความโมโหพอขึ้นฝั่งได้ หนุ่มลาวน้อยรีบจัดแจงสวมใส่กางเกง รองเท้า และวิ่งเลาะห้วยไปหยุดยืนตรงบริเวณที่มองเห็นลุงภูไทกำลังขุดดินอยู่อีกฝั่งได้ชัดเจน แล้วแกก็ตะโกนออกไปอย่างดัง

 

“นี่ ลุง.ทำไมหลอกกันอย่างนี้ ..ไหนว่าน้ำสูงถึง หัว ค..ว..ย”  Smiley

 

คุณลุงพักจอบที่กำลังขุด เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

 

“อ้าว กะ เบ๊าะแล้วเด๋ ว่า น๊ำ สูง เพง โหโค้ย” แกก็ตะโกนตอบมาชัดเจน หนุ่มลาวยังไม่หายโกรธ เพราะคิดว่าตัวเองโดนหนุ่มคราวพ่อแกล้งเล่นเพื่อความสนุก แกกำลังคิดจะหาทางตอบโต้ไปใหม่ แต่คุณลุงภูไทก็พูดสวนมาก่อน

 

“น๊ำเพง โหโค้ย..เพง โหโค้ย” แกพูดพลางเอามือชี้ที่หัวเข่าพลาง..อะไรบางอย่างที่เรียกว่า ‘อ้อ’ แว๊บขึ้นมาหัวของหนุ่มลาวน้อย แกหน้าแดงด้วยความอาย และหันหลังเดินลิ่วจากไปโดยไม่หันมามอง  Smiley

 

------------------------------------

 

Smiley ปล. คำว่า โหโค้ย บางครั้งจะออกเสียงเป็น หูโค้ย, ฮุโค้ย ในภาษาภูไท แปลว่า

หัวเข่า กะเพงโหโค้ย (ก็แค่เข่า) หมิเลิ๊กเด๊าะ (ไม่ลึกหรอก) กะ เบ๊าะแล้วเด๋ ว้า (ก็บอกแล้วไงว่า ..) SmileySmiley

 




Create Date : 06 เมษายน 2555
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 13:13:48 น.
Counter : 1588 Pageviews.

12 comment
ภาษาถิ่น : ภาษาภูไท (คำชะอี)

“อาจารย์ครับ สอนภาษาภูไทวันละคำให้ผมหน่อยครับ ‘กอหมี้’ แปลว่าอะไรครับ” นักเรียนชาย ม.ปลายคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
“อยากรู้ไปทำไม.. จะไปเป็นเขยภูไทหรือไง”
“ผมอยากรู้ครับอาจารย์..บอกผมหน่อย” คนถูกถามยังไม่ตอบ นักเรียนคนนั้นก็พูดต่อ “ มันมีตัวเลือกให้ครับอาจารย์ มีคำว่า มะละกอ, กอไผ่, ถ่านที่ทำจากไม้ และ..”
“อ้อ..มันเป็นข้อสอบหรอกเหรอ..ถ้างั้นครูยิ่งบอกไม่ได้..จนกว่าเธอจะทำข้อสอบเสร็จ”
“โอ้ย! อาจารย์ บอกหน่อยคร๊าบ” เสียงอวดครวญอย่างผิดหวัง
ผ่านไปไม่นาน นักเรียนคนนั้นก็มาหาใหม่พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน ต่างก็ถกเถียงกันว่าใครจะตอบถูกแต่ดิฉันฟังดูแล้วตอบไม่ถูกสักคน
“ข้าเลือกมะละกอว่ะ.. เพราะมันมีคำว่า ‘กอ’ อยู่ด้วย” คนที่หนึ่งพูด
“แต่กูว่า น่าจะเป็น กอไผ่นะ มันมีคำว่า ‘กอ’ เหมือนกัน และพวกภูไทชอบทำเครื่องจักสานจากไม่ไผ่” คนที่สองพูด
“เออใช่ กูก็คิดแบบมึงนี่แหละ”
“ไม่มีใครตอบถูกจ้ะ.. มันหมายถึง’ก่อถ่าน’”
“โอ้ย!.โย๋..” เสียงทั้งสามคนอุทานพร้อมกันด้วยความเสียดายที่ไม่ได้คะแนนในข้อนั้น
“บ้านเธอไม่เรียกถ่าว่าก่อถ่านหรอกเหรอ”
“ไม่ครับ เรียกถ่านเฉย ๆ ครับ”
ในเขตอำเภอคำชะอี ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร จะมีชนกลุ่มอาศัยอยู่หลายกลุ่ม(อย่างน้อย 5 กลุ่ม) ชนกลุ่มไทย-อิสาน (หรือไทย-ลาว), ภูไท (หรือภูไทย), ไทยย้อ, กะเลิง และข่า กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด และรู้จักกันดีว่าถ้าเอ่ยถึงคำชะอี หมายถึงชนกลุ่มภูไท
คำชะอี รองลงมาก็จะเป็นไทยอิสาน นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอก็จะมีนักเรียนมาจากชนกลุ่มเหล่านี้ แน่นอนว่าเรามีภาษาไทยหรือภาษากลางเป็นภาษาราชการ แต่ชนกลุ่มต่าง ๆ ก็สามารถพูด คุย ฟังกันรู้เรื่อง หรือบางชนกลุ่มอาจจะพูดภาษาของชนกลุ่มอื่นได้ แต่คำที่เป็นคำพื้นดั้งเดิมแท้ ๆ นั้นก็ยากที่จะเข้าใจ แม้แต่เด็กรุ่นใหม่บางคนก็ไม่ทราบ เพราะมีการกลืนการกลายเสียงทางภาษา และการเรียนการสอนทุกวันนี้บางสถานศึกษาก็เขียนหลักสูตรท้องถิ่น ..ถ้าเช่นนั้นก็จำเป็นต้องรู้ไว้บ้าง..หรือคนที่อยากรู้ไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ




ชาวภูไทในชุดประจำเผ่า

เรื่องเกี่ยวกับภาษาถิ่น (ภูไท) มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความไม่เข้าใจทางภาษากันหลายเรื่อง เช่น จากนวนิยายเรื่อง ลูกสาวผู้การ (ขออภัยไม่ทราบชื่อคนแต่ง เพราะนานมาแล้วตั้งแต่คนเขียนยังไม่ได้เรียน ก ไก่ แต่มีผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง) ในบทนิยายเขียนว่า
‘...เดินเข้ามาถามว่า “หนูชื่ออะไรครับ”
“จั๊ก” คนที่ถูกถามตอบ
คนถาม “.. ???”
คำว่า ‘จั๊ก’ ไม่ได้หมายถึงชื่อ จั๊ก คำว่าจั๊ก หมายถึงไม่รู้จัก เช่น ‘จั๊กแหลว’ แปลว่า ไม่รู้, ไม่ทราบ หรือวลีที่ว่า ‘หมิหูจัก’ อันนี้ก็แปลว่าไม่รู้, ไม่ทราบเหมือนกัน หรือบางครั้งก็จะพูดว่า ‘จั๊กแลวเด้อ’ เป็นลักษณะไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ
แต่กรณีตอบว่า ‘จั๊ก’ จากการตอบคำถามข้างบน เป็นการพูดลักษณะปฏิเสธที่จะตอบ มีความหมายว่า ‘ไม่บอกค่ะ’

อีกเรื่องก็เล่าว่า (ปัจจุบันก็อาจมีให้เล่าอีก) มีเจ้าหน้าที่ปกครองจากทางกรุงเทพฯ ออกตรวจท้องที่ แล้วก็อยากจะร่วมสังสรรค์กับชาวบ้าน จึงคิดจะหาอาหารไปสมทบ ก็เลยไปถามซื้อไก่ตามบ้านต่าง ๆ (สมัยที่เรื่องนี้เล่า ไก่ก็ตัวละ 5-7 บาท ชั่งด้วยมือ ดูด้วยตา ถ้าตัวละ 7 บาท ก็ประมาณโคตร หรือทวดไก่เลยแหละ)
“ป้า.. มีไก่ขายไหมครับ” เจ้าหน้าที่พูดสำเนียงคนภาคกลางฟังไพเราะเพราะพริ้ง
“หมี๊” ป้าแกตอบคำเดียว แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานที่กำลังทำอยู่ต่อ ฝ่ายเจ้าหน้าที่คนนี้ก็ยืน รอ..รอ.. รอ..จนนานหลายรอ ก็ไม่เห็นป้าลุกไปจับไก่ให้สักที จึงถามไปอีกว่า “ไก่น่ะ..มันอยู่ที่ไหนล่ะป้า”
“อ้าว! กะเบ๊าะแหล้ว ว้า หมี๊ หมีได้” ป้าคนนั้นตอบมาอีก (แปลค่ะ.. อ้าว..ก็บอกแล้วว่า ไม่มี ไม่มี) คำว่า ‘หมี๊’ แปลว่าไม่มี
คนเขียนเคยฟังรายการวิทยุ FM จำคลื่นไม่ได้ ดีเจ ผู้หญิงพูดหวานฟังเพราะ ในรายการมีการเล่นเกมทาย (รางวัลคืออะไรจำไม่ได้แล้วค่ะ) ทายว่า คำว่า ‘จิ หล่อ’ ภาษาพื้นบ้านทางอีสานแปลว่าอะไร ดีเจคนนั้นพูดซ้ำหลายครั้ง ดิฉันก็นึกไม่ออกว่าแปลว่าอะไร จนกระทั่งเธอฌแลยว่า มันคือ ‘จิ้งหรีด’ ดิฉันถึงบางอ้อ..ที่แท้ก็ออกเสียงไม่ถูกนั่นเอง จะออกเสียงว่า จี้ล้อ (จี้ เสียงอยู่กลางระหว่างเสียงโทกับตรีหรือวรรณยุกติ์เสียงหนึ่งในภาษาจีนนั่นเอง)



การฟ้อนรำ ชุด รำภูไท ของกลุ่มผู้สูงอายุชาวภูไท

ทีนี้มาดูคำผญา ของภูไทเวลาเกี้ยวสาวค่ะ
( เสียง ญ/ ยในภาษาภูไท จะเพี้ยนเป็นเสียงกึ่งสระกึ่งพยัญชนะ และเป็นเสียงขึ้นจมูก ไม่มีตัวอักษรเทียบ)

ชาย : น้อง กิ๋น เข้า กับเผอ (น้องทานข้าวกับอะไร) กิ๋น = กิน หรือ ทาน , เข้า = ข้าว, เผอ = อะไร
หญิง : กิ๋น เข้า กับ เก๋อ เหลอ เจ๋อ เจ้า หมิ มัก (ทานข้าวกับเกลือเหลือใจเจ้าไม่รัก) เก๋อ = เกลือ, เจ๋อ = ใจ, หมิ = ไม่, มัก = รัก
ชาย : โอ้ย อ้าย กะ กิ๋น เข้า กับ ผัก มัก เจ้า ยัง ได้ มา (โอ้ย อ้ายก็ทานข้าวกับผัก รักเจ้าถึงได้มา)




เด็ก ๆ ชาวภูไท..

ตัวอย่างคำที่ยังใช้กันอยู่

คำ                     ความหมาย
กอหมี้                ถ่านที่ทำจากไม้
ขี้ซิก                  น้ำเสีย /น้ำที่เน่าเหม็นสีดำ ๆ เขียว ๆ
เจ๋ แห้ว              แปรงฟัน (แห้ว- เทียบได้กับวรรณยุกติ์เสียงหนึ่งในภาษาจีน)
ทรุ๋ด                  มุ้งกันยุง
ผ้า ล่าย             ผ้าอ้อม
แพ ตะ ล้อ         ผ้าขาวม้า

หนอ ด๊ำ            เสียม
มะ เคบ              น้อยหน่า
เอ๊ด                    ทำ
เผอ                    อะไร
เพอ                    ใคร
หูเจ๋อ                   หัวใจ
เฮ้อ                     ให้
ซิ เลอ                 ไหน
ซับ                     สวย                                                                                                                                                 ซับเพิ้ง               สวยจริง ๆ
ฯลฯ

ตัวอย่างประโยค
ไป๋ เผอ = ไปทำอะไร
มา เอ๊ด เผอ = มาทำอะไร
ไป๋ ซิ เลอ = ไปไหน
ไป๋ กับ เพอ = ไปกับใคร
ฯลฯ

ภาษาภูไท ใช้เสียงสระ เออ แทนเสียงสระไอ เช่น ใจ /เจอ และจะไม่มีคำที่ใช้ลงท้าย ปัจจุบันนี้คำลงท้ายที่ใช้ก็ยืมมาจากภาษาไทยกลางเพื่อให้ฟังสุภาพขึ้น




Create Date : 10 มีนาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 9:32:15 น.
Counter : 5844 Pageviews.

0 comment
วันสบาย ๆ ของฮีโร่คำชะอี
เราคุ้นหูคุ้นตากับภาพของเจ้าบอม สัจจกุล เสียงล้ำ ที่ถ่ายคู่กับจักรยานคู่ใจ หรือไม่ก็ภาพที่มี เหรียญเกียรติยศคล้องคอ กับสตาฟโคช และฯลฯ ตามสื่อต่าง ๆ วันนี้จะมีภาพวันว่างของฮีโร่คำชะอีมาให้ได้ชมกัน

คำชะอีหรืออำเภอคำชะอีเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองมุกดาหาร 35 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ 607 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนถนนสายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ คำชะอีเป็นอำเภอเก่าแก่ อายุการจัดตั้งจากกิ่งอำเภอ..และเป็นอำเภอก็มีอายุอานาม 70 กว่าปีมาแล้ว ก่อนหน้านั้นขึ้นต่อจังหวัดนครพนม จนเมื่อปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) มุกดาหารได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัด อำเภอคำชะอีจึงขึ้นตรงต่อมุกดาหาร และ ณ เขตเทศบาลคำชะอีนี่เองที่เป็นบ้านเกิดของเจ้าบอม



วันนี้ขอเปลี่ยนจากนักปั่นจักรยานมาเป็นช่างภาพครับ

“ผมเริ่มฝึกแบบเอาจริงเอาจังตอนอยู่ชั้น ป. 4 ครับ” น้องบอม ซึ่งปกติเป็นคนพูดน้อย ตอบคำถามชัดถ้อยชัดคำในวันที่มายาสัมภาษณ์นักเรียน 4 คนที่มีหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูในหัวข้อการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการสัมภาษณ์หน้าเสาธงหลังจากทำกิจกรรมเคารพธงชาติเสร็จแล้ว ตอนนั้นน้องบอมเป็นนักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และมีเจ้า ซัน, พชรพล เหมือนสีเลา (ชื่อเดิม ณัฐวรณ์)ปัจจุบันสังกัดทีมจักรยานของ สนง. ตำรวจแห่งชาติ กับเพื่อนอีก 2 คน พอขึ้นชั้น ม.2 น้องบอมก็ต้องจากรั้วแสดฟ้าเพื่อไปฝึกซ้อมกับโคชที่ จังหวัดสุรินทร์ ด้วยมีภารกิจอันใหญ่หลวงรออยู่ข้างหน้า น้องบอมของเราก็ต้องโบกมือลาเพื่อน ๆ ร่วมรุ่น



ขอคุณครับสำหรับกุหลาบแดง

ไปแล้วก็ไม่ได้ไปลับ.. ทุกครั้งที่ว่างจากการฝึกซ้อม น้องบอมจะกลับไปเยี่ยมบ้าน ..แม่ของน้องบอมมีอาชีพค้าขาย และทำอาหารตามงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ น้องบอมร่วมกับพี่แค็ทและน้องหญิงสามคนพี่น้อง จะช่วยคุณแม่ยกถ้วยชามเสริฟอาหาร ช่วยเก็บถ้วยชาม และช่วยล้าง ซึ่งหลาย ๆ คนก็ต้องอุทานออกมาด้วยความชื่นชมกับภาพที่เห็น..

เราชาวอำเภอคำชะอีก็ส่งกำลังใจไปให้เจ้าบอม ฮีโร่คำชะอีของเราเสมอ คอยติดตามข่าวคราว ไม่ว่าจะเป็น ซีเกมส์ล่าสุดที่อินโดนีเซีย และการเก็บแต้มสะสมตามสนามแข่งต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

และทุกครั้งที่เจ้าบอมกลับมาเยี่ยมบ้าน จะเป็นลักษณะการมาพักผ่อนจริง ๆ คุยสัพเพเหระกับเพื่อน ๆ น้องบอมเป็นคนมีวินัยในตัวเองสูง เป็นคนถ่อมเนื้อถ่อมตน มีสัมมาคารวะ ไม่โอ้อวด เรื่องการฝึกซ้อมต่าง ๆ ก็จะไม่พูดถึงเลย ยกเว้นโดนถามก็จะตอบสั้น ๆ



“น้องบอมได้ไปเก็บตัวที่ไหนบ้างคะ” มายาได้สัมภาษณ์น้องบอมอีกครั้งต่อหน้าคนนับพัน ตอนกลับไมเยี่ยมบ้านหลังเสร็จสิ้นซีเกมส์
“ก็ไปฝึกซ้อมที่สวิสแลนด์ 6 เดือนครับ”
“อากาศที่โน่นเป็นอย่างไรบ้าง”
“หนาวมากครับ.. ซ้อมท่ามกลางหิมะครับ”
“...ว้าว..อยากเห็นหิมะ..”
“อุ้ย!.. โรแมนติคจังเลย..ปั่นจักรยานท่ามกลางสายหิมะ” เสียงคนฟังแทรกขึ้น
“อยู่ต่างประเทศ มีปัญหาเรื่องอาหารไหม”
“ไม่มีครับ”
“สตาฟโคช มีข้อห้ามเรื่องอาหารมั้ย”
“ไม่มีครับ ผมทานทุกอย่างที่อยากทาน” คำตอบนี้เรียกเสียงฮาดัง ๆ จากผู้ฟัง
“ออกต่างประเทศบ่อยอย่างนี้ ภาษาคงปร๋อเลยสินะ”
“ไม่เลยครับ...ภาษาผมไม่ได้เรื่องเลย”
แต่เราก็แอบซอกแซกมาว่า เวลาเดินทางไปต่างประเทศ..หลายครั้งที่น้องบอมต้องไปคนเดียว การไปเก็บคะแนนสะสมในบางประเทศไปหลาย ๆ วันก็ไปคนเดียว เวลาคุยกับสตาฟโคชชาวต่างชาติ น้องบอมก็ไม่จำป็นต้องใช้ล่าม... ก่อนจะจบการสัมภาษณ์ในวันนั้น ก็มีโน้ตสั้น ๆ ยื่นมา ลงท้ายว่า ‘ ด้วยความอยากรู้’ ถามว่า
“จักรยานที่พี่บอมใช้แข่งขันราคาเท่าไหร่” คำถามนี้น้องบอมเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบ
“เป็นจักรยานของ แอล เอ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ให้มาครับ..ราคาถึงล้านครับ” คำตอบนี้เรียกอุทานอื้ออึงจากคนฟัง จากนั้นน้องบอมก็ถูกรุมด้วยแฟน ๆ ขอลายเซ็นต์



กับคุณครูและเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นครับผม



ดนตรีผมก็ชอบพอ ๆ กับจักรยานครับ

วันที่เพื่อน ๆ อำลาสถาบันจบชั้น ม.6 กัน น้องบอมก็ได้มีโอกาสมาแสดงความยินดีกับเพื่อน ๆ ครู-อาจารย์และเพื่อน ๆ ต่างก็ยอมรับว่า น้องบอม..เจ้าบอม อายุแค่นี้ แต่หน้าที่ความรีบผิดชอบของเขาใหญ่หลวงนัก เป็นหน้าที่ระดับชาติ.. เมื่อครั้งไปที่รัซเซีย เห็นคุณแม่เล่าให้ฟังว่า.. ไม่มีเวลาแม้แต่จะทานข้าวทานน้ำเพราะต้องแข่งติดต่อกันหลายรอบและไม่มีใครช่วยเลย... แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยบ่นออกมา.. ด้วยบุคลิกที่นิ่ง เงียบ สุขุม อ่อนน้อมถ่อมตน..เราชาวคำชะอีก็ส่งกำลังใจให้เสมอ..เฝ้าดูการก้าวย่างของน้องบอมทุกฝึเก้า..ขอให้ก้าวด้วยความมั่นคงนะคะ จะหนักจะเหนื่อยสักเพียงใด..เราชาวอำเภอคำชะอีและชาวไทยอีกหลายล้านคนขอเป็นกำลังใจให้
เจ้าบอม..สัจจกุล เสียงล้ำ..ฮีโร่คำชะอีค่ะ



วันหลังจะมาเยี่ยมชาวคำชะอีอีกครับ



Create Date : 07 มีนาคม 2555
Last Update : 9 มีนาคม 2555 9:16:32 น.
Counter : 804 Pageviews.

1 comment
กิโมโน (Kimono)..ชุดที่ใส่เองไม่ได้
ถ้าพูดถึงการแต่งกาย..ชุดที่มความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ว่า นี่คือชุดประจำชาติของญี่ปุ่นก็เห็นจะเป็นชุดกิโมโนนี่แหละ..เคยสงสัยอยู่ว่า..ทำไมต้องใช้ผ้ารัดตรงอก (โอบิ) ..ทำไมต้องยาวกรอมเท้า.. ทำไมต้องรองเท้าไม้ (เกตะ)..หรือรองเท้าส้นเตี้ยทำจากฝ้ายหรือหนัง (โซริ) ...เคยฝันว่า..จะมีโอกาสได้ลองใส่ดูสักคั้งไหมหนอในชีวิตนี้.. และแล้วความฝันก็เป็นจริงที่ได้มีโอกาสสวมชุดกิโมโน..และก็รู้ว่านี่เป็นชุดที่ใหญ่มาก..มีหลาย ชิ้น..และต้องมีคนช่วยถึงจะใส่ได้


กับผู้ชำนาญในการแต่งกิโมโน


กิโมโน ตัดเย็บด้วยไหมเนื้อดีราคาแพง..ราคาตกราว ๆ แปดพันถึงหมื่นบาทเลยทีดียว ..ชุดกิโมโนอาจเป็นมรกดของตระกูลตกทอดจากแม่สู่ลูก.. บางชุดปักลวดลายซึ่งเป็นตราประจำตระกูล

ไม่รู้มาก่อนว่าสาว ๆ ชาวญี่ปุ่นใส่ชุดประจำชาติอยู่สองชนิด.. นั่นคือ ยูกาตะ กับ กิโมโน จนกระทั่งได้ไปเห็นเอง จึงรู้ว่า ชุดยูกาตะเป็นชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย นำหนักเบากว่ากิโมโน..ใส่ในงานเทศกาลฤดูร้อน หรือใส่เป็นชุดลำลชองก็ได้..ยูกาตะจะสวมใส่ง่ายกว่ากิโมโน



วัยรุ่นไทยในชุดยุกาตะ




วัยรุ่นญี่ปุ่นในชุดยุกาตะ

การสวมใส่ชุดกิโมโนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย.. แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังบอกว่า ต้องหาคนที่มีความชำนาญมาช่วยแต่งให้.. คนที่มีความชำนาญที่ว่านี้ส่วนมากก็ล้วนเป็นคุณป้า คุณย่า คุณยาย ส่วนสาว ๆ ก็น้อยคนนักที่จะแต่งเป็น ..คนที่ชำนาญจะรู้ว่าชิ้นไหนใส่ก่อนหลัง ..ต้องแม่นยำในการเรียงลำดับ ..ดิฉันเปรยตานับดูกิโมโนชุดปหนึ่งประกอบไปด้วยเครื่องแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปจนถึงชิ้นใหญ่ ๆ มีเกือบห้าสิบชิ้น คือจัดใส่กระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้เลยทีเดียว



ต้องช่วยกันหลาย ๆ คน

เวลาจะแต่งชุดกิโมโน..ทางผู้ชำนาญในการแต่งบอกให้ถอดเสื้อผ้าออกหมด..แต่ในยุคสมัยนี้อนุญาตให้ไว้เพียงชิ้นเดียว คือ ก.ก.น. จากนั้นก็จะถูกจับหมุนซ้ายหมุนขวา หันหน้าหันหลัง..การดึง..การรัด..แน่นมากจนแทบจะหายใจไม่ออก.. กว่าจะเสร็จก็นานโข ถ้ามาใส่ในบ้านเราก็คงไม่เหมาะเพราะสภาพอากาศต่างกัน..แต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปร่วมพิธีน้ำชา ต้องหัดนั่งทับส้นและเวลาเคารพกันก็ต้องวางมือทั้งสองข้างลงพื้นและก้มหัวลงจนหน้าผากแตะพื้น..ซึ่งถ้านั่งสังเกตคนอื่น ๆ จะเห็นว่าทุกอย่างเป็นลีลาที่อ่อนช้อยสง่างาม..เป็นทั้งความสำรวม ความนิ่งและความเงียบ..เป็นบุคลิกประจำชาติของชาวญี่ปุ่น



สาวไทยก็แต่งกิโมโนได้สวย



กองนี้เท่ากับกิโมโนหนึ่งชุด<img src=//www.bloggang.com/emo/emo139.gif>



Create Date : 13 กรกฎาคม 2554
Last Update : 13 กรกฎาคม 2554 22:10:49 น.
Counter : 1494 Pageviews.

1 comment
The Quotes (คำคมแด่เพื่อน)
SmileySmileySmiley

Free TextEditor


สำหรับเพื่อน ๆ ที่แสนดีค่ะ</font>



May the hand of a friend
Always be near you
May your heart be filled
With gladness to cheer you.

(American proverb)


Without friends no one would choose to live,
Though he had all other goods


(Aristotle)


A friend is, as if were,
a second self.

(Cicero)


And the song, from beginning to end,

I found again in the heart of a friend.



(Henry Wadsworth Longfellow,. The Arrow and the Song)



Make new friends but keep the old;

Those are silver, these are gold.

( Joseph Parry)

SmileySmileySmiley



Free TextEditor

In every friend we lose a part of ourselves,
And the best part.

( Alexander Pope)

Don't walk in front of me, I may not follow.
Don't walk behind me, I may not lead.
Walk beside me and just be my friend.

(Albert Camus)

You're my friend-
What a thing friendship is, world without end!


(Robert Browning. The Flight of the Duchess)


A real friend is one who walks in when
the rest of the world walks out.

(Walter Winchell)

He was my friend,
Faithful and just to me.

(William Shakespeare, Julius Caesar)

You are my friend.
And that Is everything
to me.


(Anonymous)

SmileySmileySmiley



Free TextEditor

Silences make the real conversations between friends.
Not the saying but the never needing to say Is what counts.

(Margaret Lee Runbeck)

My friend hear the song in my heart
and sings it to me when
my memory fails.


(The Pioneer Girls Leaders' Handbook)

Hold a true friend with both hands.
( African proverb)

Oh, how good it feels!
The hand of an old friend.
(Henry Wadsworth Longfellow)

What do we live for, if it is
Not to make life less difficult for each other
?
( George Eliot)

I don't need a friend who changes when I change
And who nods when I nod; my shadow does that much better


( Plutarch)

Be glad, and your Friends are many,
Be sad, and you lose them all.

( Ella Wheeler Wilcox, Solitude)

The best mirror is an old friend.
(Proverb)

SmileySmileySmiley



Free TextEditor

Laughter is the sun that drives the winter from the human face.

(Victor Hugo)

Two may talk together under the same roof for many years, yet really never meet; and two others at first speech are old friends.
(Mary Catherwood)


Friendship is honey - but don't eat it all.

(Moroccan Proverb)


A friend is a present you give yourself.

(Robert Louis Stevenson)


SmileySmileySmiley




Free TextEditor






Create Date : 24 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 13:14:18 น.
Counter : 553 Pageviews.

0 comment
1  2  

BlogGang Popular Award#13



Maya_II
Location :
มุกดาหาร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Star sign : Gemini
Hobby : Reading & Writing
Interest : variety