SmileySmiley :: How Do I Enjoy Life while "Living with Cancer" ::
Group Blog
 
All blogs
 
ค่าบ่งชี้มะเร็งผิดปกติ ควรทำอย่างไร

ได้รับข้อความหลังไมค์ เข้ามาค่ะ
เห็นว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย
จึงขออนุญาต นำมาโพสต์เป็นบล็อก

ฉันได้รู้จักกับหลายท่าน ที่เข้ามาสอบถามและแบ่งปันกำลังใจให้กัน
เป็นผู้ที่มีความกตัญญูต่อคุณพ่อ คุณแม่.....

------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีครับ

อยากจะสอบถามเกี่ยวกับมะเร็งในโพรงมดลูกหน่อยครับ

คือเมื่อประมาณปีกว่าๆ แม่ผมตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่โพรงมดลูกระยะที่ 3 คือมีลามมาที่ผนังช่องท้องบ้าง และต่อมนำเหลืองข้างเคียง หลังจากนั้นก็ได้เข้ารับการผ่าตัด คุณหมอได้ตัดมดลูกทิ้งไป รวมถึงผนังช่องท้อง กับต่อมน้ำเหลืองที่พบเซลล์มะเร็ง พอแผลจากากรผ่าหายแล้ว ก็ต่อด้วยการทำคิโม

พอทำคีโมครบคอร์ส ก็ตรวจเลือดตามปกติ พบว่าค่า CA 125 อยู่ในเกณท์ปรกติ เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว คุณแม่ก็เข้าไปทำ CT Scan ตามที่หมอนัด หมอบอกว่าปรกติดี ยกเว้นมีเหมอืนตุ่มที่ต่อมน้ำเหลือง 1 จุด ประมาณ 1 เซนต์ แต่หมอก็บอกว่าไม่น่าจะเป็นอะไร จนเมอื่เช้านี้คุณแม่ไปตรวจเลือดอีกตามที่หมอนัด ปรากฎว่าค่า CA 125 มันกระโดดขึ้นไป ที่ 600 กว่าๆ คุณหมอจึงนัดให้ไปทำ CT อีกรอบนึง

เลยอยากจะทราบว่าผมควรดูแลคุณแม่ยังไงดีครับ ผมเป็นห่วงท่านมากๆเลยครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอเป็นกำลังใจให้ดังนี้ค่ะ

กวางเองเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ก็เกิดต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบทั้งซ้ายและขวา คลำได้เป็นก้อนเล็กๆ เท่าถั่วเขียวด้านซ้าย และถั่วเหลืองด้านขวา อัลตร้าซาวนด์แล้วบันทึกขนาดไว้ หมอบอกว่า จะรู้ว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ก็ต้องเจาะตรวจ ก็เลยไม่เจาะ ตามดูต่อไป...

กรณีของคุณแม่คุณ Jacky ที่มี CA-125 สูงขึ้น อาจจะเป็นเพราะมีการอักเสบในช่องท้องอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการกลับมาของมะเร็ง หรือไม่ก็ได้

ก็ตรวจตามที่หมอให้ตรวจค่ะ แล้วดูผล

เรื่องการเปลี่ยนอาหารลองอ่านดูในบล็อกค่ะ มีอธิบายแนวทางไว้คร่าวๆ ถ้าสนใจก็ลองค้นข้อมูล หรือหาซื้อหนังสือมาอ่านก่อนค่ะ
อาจใช้แนวทางชีวจิต ธรรมชาติบำบัดหมอเจคอบ ธรรมชาติบำบัดหมอเขียว หรือธรรมชาติบำบัดแนวบัลวี ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า คุณแม่มีพื้นฐานองค์ความรู้ และชอบการปฏิบัติตัวแบบไหน

สิ่งสำคัญ ถามคุณแม่ว่า มีอาการไม่พึงประสงค์อะไรบ้างหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็เป็นเรื่องดี เพราะให้อยู่กับสิ่งที่เป็นในปัจจุบันขณะ เราเรียนรู้ความเป็นจริงแบบที่เป็นอยู่ การที่เรากังวลว่าจะเป็นอะไรมากนั่นเกิดจากจิตใจ

แต่ในขณะที่เรารู้สึกสบายดี เราก็ควรมีใจที่สบาย และจิตใจที่สบายดีนี่แหละค่ะ ที่จะทำให้ร่างกายของเรา หลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะผ่อนคลาย แล้วทำให้ร่างกายดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาเยียวยาตนเอง

นั่นหมายถึง ผู้ป่วยควรพักผ่อน สำหรับลูกและญาติ ก็ควรจะอยู่ในภาวะผ่อนคลาย จะได้ส่งพลังดีๆ ให้คุณแม่ค่ะ

หากยังไม่ได้สัมผัสกับเรื่องการภาวนา การฝึกสมาธิ การแผ่เมตตา รวมถึงการใช้ศาสตร์เกี่ยวกับพลังชีวิตต่างๆ คุณอาจจะไม่ค่อยรู้สึกศรัทธา เกี่ยวกับคำว่า "พลังดีๆ"

ถ้างั้นก็ลองแค่ว่า "สร้างบรรยากาศแวดล้อม ให้ทุกคนร่าเริงแจ่มใส มีพลังใจในการที่จะดูแลคุณแม่ เพราะถ้าใครเครียด คุณแม่ก็จะรู้สึกถึงความเครียดนั้นได้ทันทีเชียวแหละค่ะ ก็ต้องตั้งสติให้มั่น ทำใจให้มั่นคง ค่อยๆ แก้ปัญหา และบำบัดไปเรื่อยๆ คุณแม่ก็จะไม่ต้องมาคอยกังวลว่า ลูกๆ จะเป็นห่วงคุณแม่มากเกินไป แล้วการปรึกษาพูดคุย ตัดสินใจเกี่ยวกับการบำบัด จะเป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก และความปราถนาดีต่อกันค่ะ"



Create Date : 25 มกราคม 2552
Last Update : 25 มกราคม 2552 16:54:33 น. 16 comments
Counter : 1102 Pageviews.

 


โดย: CrackyDong วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:17:06:11 น.  

 
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ กำลัง และความจริงใจที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆจากในโลกอินเตอร์เนต

สำหรับคุณแม่ผม ตอนนี้ปัจจุบัน จะมัปํญหาประมาณว่าถ้าทานอาหารผิดสำแดงหรือย่อยยาก ก็จะท้องอืด อาเจียร... แต่ถ้าทานอาหารที่ย่อยง่าย ข้าวกล้อง กับข้าวพวกผัก มีเนื้อปลาบ้างเล็กน้อย ก็จะไม่เป็นไรมากนัก คุณแม่เลิกทานเนื้ออย่างอื่นมาประมาณปีกว่าครับ

ก่อนหน้าจะไปครวจเลือด 2-3 พอดีแกไปกิน นมข้าวอัดแท่ง ก็เลยท้องอืดแล้วก็อาเจียร... แต่หลังจากนั้นก็ปกติดีคับ จนวันนี้ไปตรวจเลือด แล้วก็ตกใจกับผลเลือด

แต่ยังไงซะก็จะไปตรวจ CT ตามที่หมอแนะนำหละครับ เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นอะไร จะได้แก้ได้ถุกจุด...

ยังไงก็ขอบคุณ คุณกวางนะครับ แล้วก็ยืนดีที่ได้รู้จักด้วยครับ ...
ขอให้คุณกวางสุขภาพแข็งแรง มีความสุขตลอดปีนี้และตลอดไปครับ

ปล. ถ้ามีความคืบหน้ายังไง เดี๋ยวผมคงมาอัพเดทในนี้อีกรอบคับ ขอบคุณคับ... : )


โดย: Jacky IP: 58.8.61.172 วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:23:19:10 น.  

 


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:0:38:17 น.  

 
ค่ะ คุณ Jacky,

กวางเคยเข้าคอร์สสุขภาพ ธรรมชาติบำบัดแบบพึ่งตนเอง
ตอนหมอเจคอบมาจัดคอร์ส เป็นแนวทางของท่านมหาตมคานธี

บอกว่า
ร่างกายของคนเรานั้นมหัศจรรย์
การที่ร่างกายรับเอาอาหาร อากาศ ที่เป็นพิษ หรือที่ร่างกายไม่ต้องการ ร่างกายเราจะขับพิษออก

ซึ่งการขับพิษแบบปกติ ก็เช่น ทางเหงื่อ ปัสสาวะ
แต่ถ้าขับพิษเฉียบพลัน เพราะมีพิษมาก ก็จะเป็นผื่นคัน อาเจียน ท้องเสีย เป็นต้นค่ะ

เพราะงั้น ถ้าคุณแม่มีอาการอาเจียน ก็น่าจะดีใจได้ว่า ร่างกายยังสามารถจัดการตนเอง และขับพิษออกได้.... :)


โดย: Minie' วันที่: 27 มกราคม 2552 เวลา:15:06:03 น.  

 
ตอนนี้ซื้อหนังสือของคุณกวางให้แม่อ่านแล้วคับ แม่อ่านติดเลย.. อิ อิ

ผมก็แอบขโมยอ่านบ้าง...

แต่คุณแม่ฝากมาถามเรื่องการทานน้ำมันในการปรุงอาหาร ว่าทานได้ไม๊

เห็นคุณกวางทานผัดผักใส่น้ำมันหอย ไม่ใส่น้ำมัน คุณแม่เลยสงสัย

ปกติตอนนี้คุณแม่ใช้น้ำมันมะกอก กับน้ำมันดอกทานตะวันทำอาหารอยู่คับ


โดย: Jacky IP: 58.8.58.183 วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:7:50:32 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ Jacky,

เรื่องน้ำมันหอย เวลาอยู่บ้าน ไม่ค่อยใช้ค่ะ

กินบางทีเวลาอยู่นอกบ้านแล้วไม่มีอะไรจะกิน อย่างในหนังสือ ตอนไปกินคะน้าลวก ก็จิ้มน้ำมันหอย แต่ไม่ให้เขาราดมา เพราะจะเค็มมากๆ

สำหรับน้ำมัน ถ้าเป็นอาหารสุขภาพทั่วไป รวมถึงชีวจิต เท่าที่เคยอ่านเจอ เขาก็แนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอก และน้ำมันทานตะวันนี่แหละค่ะ

แต่คุณหมอที่แนะนำอาหารให้กวาง บอกว่า "สำหรับคนเป็นมะเร็งปกติไม่ควรใช้ ถ้าจะใช้จริงๆ ให้ใช้ น้ำมันมะกอก ไม่ก็น้ำมันชา แต่อย่าใช้บ่อยดีกว่า..." ซึ่งก็ตรงกันกับ ธรรมชาติบำบัดพื้นบ้านพึ่งตนเองแนวหมอเขียว ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันในการกินปกติ...


โดย: มินนี่-กวาง IP: 124.120.89.240 วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:12:52:40 น.  

 
วันนี้พาคุณแม่ไปหาหมอมาคับ หมอบอกว่า มีเซลมะเร็งมาเกาะที่ไขมันของกระเพาะด้านล่าง ยาวประมาณ 1 ซม.กว่าๆ แล้วก็ที่ตับประมาณ 2 มิล

คุณหมอแนะนำว่า อาจจะต้องมีการผ่าเพิ่มเติม แต่ที่แน่ๆต้องให้คีโมเพิ่งเติม... ฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยมากเลยคับ คุณหมอยังบอกเพิ่มเติมอีกว่ายาที่ให้ไปครั้งแรกนั้นดีที่สุดแล้ว เดี๋ยวต้องมาดูอีกทีว่าจะเลือกตัวไหนให้ : (

ผมว่าจะพาคุณแม่ไปคอร์สบำบัด แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี คิดว่า ไม่ที่บัลวี ก็คงเป็นของ ดร. สาธิต คุณแม่จะได้รู้วิธีเลือกทานอย่างถูกต้อง รวมถึงการออกกำลังกายด้วยคับ.. ตลอดมาคุณแม่ไม่ค่อยออกกำลังกาย แต่ก็กินตามตำราขงอหมอๆทั้งหลายที่เขียนหนังสือไว้ผสมๆกับพวกกับพวกเดหลินจือ..

สุดท้ายก็อยากจะถามความเห็นคุณกวาง ว่าคุณแม่ควรจะเหมาะกับคอร์สที่ไหน.. หรือมีไอเดียอะไรไม๊คับ...





โดย: Jacky IP: 58.8.57.202 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:59:21 น.  

 
คุณ jacky อีเมล์มาหากวางหน่อยค่ะ ที่ meenakwang@gmail.com

จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อย

แต่ทั้งนี้ จะไปที่ไหน ลองศึกษาแนวทางของแต่ละแห่งคร่าวๆ และดูงบประมาณที่ต้องใช้ รวมถึงความสะดวกในการเดินทางไปมา เพื่อไม่ให้เหนื่อยเดินไป เพราะคงต้องไปพบหมอเพื่อบำบัดบ่อยๆ ด้วยค่ะ


โดย: minie-กวาง IP: 124.121.244.250 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:32:10 น.  

 
ส่งอีเมลไปแล้วคับ

ขอบคุณคับ


โดย: Jacky IP: 210.4.151.12 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:43:07 น.  

 
คุณ Jacky

ลองอ่านบล็อกนี้ดูนะคะ ว่า แนวทางไหนที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับคุณแม่ค่ะ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=minieii&month=08-05-2008&group=2&gblog=29


โดย: Minie' วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:54:14 น.  

 
นอกจากนี้ ยังมีอีกแนวหนึ่ง
เป็นธรรมชาติบำบัดพื้นบ้าน โดยหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์
ซึ่งอยู่ที่มุกดาหาร

คุณแม่และน้องสาว เคยไปอบรมเรียนรุ้ฝึกปฏิบัติมาแล้ว
เป็นแนวทางพึ่งตนเองที่ดี และประหยัดค่ะ


โดย: Minie' วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:00:10 น.  

 
อ่านจากหนังสือคุณกวาง ตอนนั้นที่คุณกวางท้องอืด ทำยังไงถึงจะหายครับ ตอนนี้ปัญหาของคุณแม่หลักๆเลยคือท้องอืด รองๆลงมาคือเป็นหวัดคัดจมูก


โดย: Jacky IP: 210.4.151.12 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:13:34 น.  

 
เรื่องท้องอืด ตอนนั้น....

ทำหลายอย่างมากๆ เพราะรู้สึกว่าการท้องอืด เรอรุนแรง มันทรมาณ
อันได้แก่
++ กินถ่าน Activated Charcoal
++ ฝังเข็ม
++ นวด และรมยา ให้ท้องอุ่นๆ
++ กินน้ำกระเพรา
++ กิน FOS เป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้
++ กินขมิ้นชัน

ดูเหมือนอันไหน ก็ไม่ได้ผลชงัดสักอย่าง
เพราะว่า ภาวะมันก็เป็นของมันอย่างนั้น
แล้ววันหนึ่ง มันก็หายไปเอง...

แบบนี้ เลยต้องได้เห็นแล้วว่า "ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ได้ มันจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง" เนอะ

บทสรุป
++ ให้ลองการบำบัดข้างต้น เอาสิ่งที่ทำได้ ก่อน เช่นการกินอาหารฤทธิ์ร้อนหน่อยๆ ที่มาจากพืชผัก เช่น ขมิ้นชัน กระเพรา ขิง ข่า หรือว่า ต้มยำ....

หรือไม่ก็กินผัก แต่ผ่านความร้อนนิดหนึ่ง เป็นผักลวกไวๆ แทนที่จะกินผักสดๆ

แล้วดูซิว่า ร่างกายของเราเกิดอะไรขึ้นบ้าง...


โดย: Minie' วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:03:58 น.  

 
ลืมอีกประเด็น คือการเป็นหวัดคัดจมูก

ช่วงนี้ ไม่ได้ให้เคมีบำบัด...นิ

ควรลดอาหารที่มีความมัน (น้ำมันทำอาหาร ถั่ว งา)
และล้างจมูก...

การล้างจมูกมีวิธีแบบแนวท่านคานธี ที่หมอเจคอบนำมาเผยแพร่ในไทย

แต่ตามแบบโรงพยาบาลแนะนำก็ใช้ได้ดี
ดูลิงค์นี้นะคะ //www.rcot.org/paraya_kron2.htm


โดย: Minie' วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:12:33 น.  

 
ขอบคุณคับ คุณกวาง

ตอนนี้คุณแม่พอจะดีขึ้นบ้างแล้ว ผมให้คุณแม่ทานมือเย็นน้อยลงหน่อย แล้วก็เลือกทานแต่ของที่ย่อยง่ายๆ ผัดผัก ผักต้ม แกงจืด ไข่ตุ๋น ข้าวต้ม แล้วก็ออกกำลังกายเยอะขึ้นด้วย

ส่วนอาการหวัดก็ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังมีน้ำมูกนิดหน่อย เด๋วจะลองเอาวิธีที่คุณกวางเนอะนำไปให้แม่ลองดูนะคับ...

ขอบคุณคับ



โดย: Jacky IP: 210.4.151.12 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:17:53 น.  

 
ดีใจด้วยนะ ที่คุณแม่ดีขึ้นบ้างแล้ว


โดย: Minie' วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:06:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Minie'
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




รู้โลกเรียนธรรม

Friends' blogs
[Add Minie''s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.