SmileySmiley :: How Do I Enjoy Life while "Living with Cancer" ::
Group Blog
 
All blogs
 
เดี่ยวแบกเป้ หลวงพระบาง-หงสา-หนองบัว-กรุงเทพฯ ตอนที่ 1

ต้นเดือนกันยายน 2552
หลังจากพักผ่อนร่างกาย เตรียมความพร้อมของใจ
ว่างจากการงาน เป็นที่เรียบร้อย

ถามใจตัวเองดูอีกทีว่า
พร้อมไหมที่จะรับมือกับปัญหาสุขภาพ
ถ้าเกิดแสลงอาหาร เป็นไข้สูง ระหว่างการเดินทาง

ถามใจตัวเองดูอีกคราว่า
เดินทางคนเดียว มีความเสี่ยง จะไปดีไหม

ดูจิตว่า ความอยากมีมากเพียงใด
ไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะเรียนรู้อะไรจากการเดินทางคนเดียวบ้าง

ท้ายสุดก็ได้ออกเดินทาง
เป้ 1 ใบ ใส่เสื้อผ้าจำนวน 4 ชุด กระเป๋ากล้อง 1 ใบ พร้อมขาตั้งกล้อง



การเดินทางเป็นไปตามเส้นทางที่วางไว้คร่าวๆ
>> หลวงพระบาง ลงเรือช้า ทวนน้ำ ขึ้นมา 7 ชั่วโมง ถึงท่าส่วง
>> ต่อรถโดยสารที่ท่าช่วง ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงเมืองหงสา ใกล้มืด
>> ค้างที่หงสา 3 คืน
>> นั่งรถโดยสารเมืองหงสา - เมืองเงิน 2 ชั่วโมง
>> เมืองเงิน ไปด่านน้ำเงิน 2 กิโลเมตร
>> ด่านน้ำเงิน ถึง ด่านห้วยโก๋นของไทย 1 กิโลเมตร
>> ด่านห้วยโก๋น นั่งรถไป อ.ท่าวังผา นอนเกสต์เฮาส์ที่ตัวอำเภอ
>> เช้า ปั่นจักรยาน เข้าไปหมู่บ้านหนองบัว ระยะทาง 3 กิโลเมตร
>> สาย แบกเป้ เข้าไปพักโฮมสเตย์ที่บ้านหนองบัว 1 คืน
>> ปั่นจักรยานเล่นตามหมู่บ้านต่างๆ รวม 2 วัน
>> เย็น ของวันที่สอง ขึ้นรถทัวร์ จาก อ.ท่าวังผา มุ่งตรงกรุงเทพ

รวมทริปนี้ 6 คืน 6 วัน กำลังดี...
อาหารการกินสบายมาก แต่ก็หนักข้าวเหนียวหน่อย
ไม่มีข้าวกล้องระหว่างทางเลย :)

ทริปนี้

- ทางดินแดง
- ทุ่งนาเขียวสด
- ผักสดริมรั้ว
- วิถีไทลื้อ
- ผ้าทอลื้อ
- น้ำพริกพื้นบ้าน
- โฮมสเตย์
- ตะกร้าไม้ไผ่
- วัดลื้อ
- ภาษา สำเนียงลื้อ

ไทลื้อที่เมืองลาว กับไทลื้อเมืองไทย ในปัจจุบัน
เขาอยู่เขากินกันอย่างไร และภาษาลื้อ
เอาเฉพาะที่เราฟังพอเข้าใจ มันเป็นยังไงกันใน 2 พื้นที่นี้ :)
แบบผิวๆ อ่ะนะ

เช้าวันออกเดินทาง พกอาหารมื้อเที่ยงเป็นขนมห่อใบตองและแอปเปิ้ล
ซื้อตั๋วเรือ ในราคาคนลาว เพราะมีบัตรประจำตัว...


ป้ายราคาค่าโดยสาร ทางเรือ


ท่าเรืออยู่หลังพระราชวังพอดี
หน้าตาท่าเรือเป็นแบบนี้


เรือจะออก 08.30 น.
วันนี้ เป็นวันแรกที่มีหมอก และอากาศเย็น อย่างกับจะเข้าฤดูหนาวแน่ะ


บรรยากาศบนเรือ...
มีทั้งลาว ทั้งเทศ ข้าวของเต็มเรือ


สัก 1 ชั่วโมงหลังเรือออกจากท่า
ลมเย็นๆ พร้อมกับเหล้าขาว สภาพเลยเป็นแบบนี้
...ดูขวามือ นอนเอกเขนก


วิวระหว่างทาง


ถึง บ้านบ่อ... คนลงหลายคน พร้อมสัมภาระเพียบ...


ริมฝั่งโขง


สายน้ำโขงสีเข้มจัด...


ป่าไม้ กระท่อม และไร่เลื่อนลอย


ผ่านไปหลายชั่วโมง ประมาณ 17.00 น. ก็ถึงท่าส่วง
(คนไทยบางคนเรียก ท่าช่วง)


เรือที่นั่งมา จะทวนน้ำโขงขึ้นไปจนถึงปากแบง
ฉันจะไปเมืองหงสา จึงต้องขึ้นจากเรือที่ ท่าส่วง


รถโดยสาร รออยู่แล้ว
ซื้อตั๋วรถ แล้วขึ้นได้เลย เป็นรถฮุนได สองแถว
เพื่อนร่วมทางเต็มรถเลย


ดูด้านข้างของรถ...


คืนก่อนหน้านี้ ฝนตกนิดหน่อย
ถนนมีฝุ่นนิดๆ แค่นั้น
สภาพถนนดินแดงลูกรัง ก็พอไหว
ปีนี้ ฝนตกน้อย ถนนไม่พัง...


ทางดินแดง...ผ่านภูเขาและป่าละเมาะ


อาทิตย์อัสดง...


ลงภูเขามา เป็นที่ราบกว้าง ใกล้ถึง เมืองหงสาแล้ว


เริ่มเข้าหมู่บ้าน ใกล้ๆ เมืองหงสา
ก็โพล้เพล้แล้ว...


ชาวลาวสูง เพื่อนร่วมทาง
เธอบอกว่า "พอถึงคิวรถหงสาแล้ว
จะมีน้องชายเอารถมอเตอร์ไซค์มารับ
ไปหมู่บ้านบนภูเขา ที่ใช้เวลาขี่รถ 15 นาที"


ผ่านหน้า "วัดสีบุนเฮือง" เมฆบนท้องฟ้ากำลังมีแสงสวย


ลงรถที่คิวรถหงสา
ได้วิวนี้...คือถนนกว้างขวาง บ้านเรือนเตี้ยๆ
กำลังจะมืดพอดี...

..........แสงสุดท้ายที่หงสา

มีเกสต์เฮาส์หลายแห่งให้เลือกพัก แต่ขี้เกียจเดิน
เลยข้ามถนนไป "เฮือนพักสีสุพัน" เป็นเกสต์เฮาส์เก่าแก่แล้ว


ข้ามถนน ไปตลาดที่ไม่มีคนแล้ว มืดด้วย
มีร้านอาหารเปิดอยู่ 2 ร้าน เลือกเอาร้านหนึ่งที่สว่างหน่อย
สั่งอาหาร เป็นผักกาดเขียวดอก แกงใส่ขิง กับข้าวเหนียว
งัดเอาไคเหยืองผสมงาและเกลือ ออกมาแกล้มด้วย


ร้านอาหารที่ว่า สว่าง...ในความมืด


ถนนหน้าเกสต์เฮาส์ มืดตื๋อ
พระจันทร์ขึ้น
รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา บนถนน ที่เงียบเหงา
ตอนนั้น 2 ทุ่มกว่า


เข้านอน....มองออกไปนอกหน้าต่างห้อง เห็นต้นข้าวในทุ่งนาใต้แสงจันทร์


เช้าวันต่อมา
นักเรียนไปโรงเรียนกันแต่เช้า ตอนนั้น 7 โมงเอง


เด็กนักเรียน เดินบ้าง ใช้จักรยานบ้าง
สะพายย่าม สะพายกระเป๋า...


นักเรียนผมยาว...
เพิ่งเปิดเรียนมาได้ 1 อาทิตย์ เสื้อขาวจั๊วะ


ไปดูบรรยากาศในตลาดเมืองหงสากัน


ที่หงสา
ชาวบ้าน ปะปนกันหลายชาติพันธุ์
ทั้งลาวลุ่ม ลาวเทิง และลาวสูง


ฤดูนี้ เป็นฤดูเก็บเกี่ยวถั่วลิสง
มีแบบนี้ ขายด้วย ธรรมชาติซะจริง


ผักสดๆ จากหมู่บ้าน ใกล้ๆ


ในตลาดเช้านี่ สัดส่วนคนนุ่งซิ่น มากกว่า นุ่งกางเกง


แผงผักแบกะดิน วางแบบธรรมชาติ ไร้มายา แต่ดูสวยจัง


ร้านขายขนมจีน
เป็นข้าวตำ สีของขนมจีนเลยเป็นสีขาวหม่นๆ
กิโลละ 5000 กีบ


ที่คิวรถเมืองหงสา ช่วงเช้าๆ คึกคัก
มีทั้งรถสองแถว และรถออฟโรด

รถที่จะไป ไชยะบุรี ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ


ตะกร้าน่าใช้...เค้าบอกว่า เป็นลาวสูง ทำมาแลกเสื้อผ้า


มาถาม ชาวบ้านที่กำลังจะไปเมืองเงิน
เกี่ยวกับข้อมูลการเดินทางไปเมืองเงิน


ถึงเวลากินข้าวมื้อเช้า
ลองกินข้าวปุ่นน้ำไก่...
ขนมจีน ผักบุ้ง ถั่วงอก กินกับข้าวเหนียว ไคเหยือง และข้าวโพดเล็กๆ ที่เรียก ข้าวสาลอย...

พอจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวพอควร
และแม่ค้าก็เรียนรู้...ตอนฉันขอถั่วฝักยาวมากินเป็นเครื่องเคียง
เธอบอกว่า "เอาลวกก่อนเนาะ" และก็ลวกขึ้นมาไวๆ ให้ผ่านน้ำร้อนๆ ฆ่าเชื้อ... น่ารักจริง


สำรวจเกสต์เฮาส์ที่ใหม่ จะได้ลองพักหลายๆ แห่ง
เจอที่หนึ่งอยู่หลังตลาด ฃื่อ สุพาพอน ใหม่เอี่ยม ตึกสวยเลย...
ก็ย้ายมา


จะเดินไปวัดสีบุนเฮือง ผ่านโรงเรียนอนุบาลเมืองหงสา
แวะเยี่ยมชม...สวัสดีครู และขออนุญาตถ่ายรูปเด็กๆ


ห้องอนุบาล 3
ไปฟังครูสอนเด็กร้องเพลงชาติ พอจะร้องกันได้แล้ว
เสียงเล็กๆ ไพเราะ...

แล้วก็ถึงเวลาครูจะให้เด็กพักไปเล่น
กวางขออนุญาตครูว่า "จะพาเด็กทำกิจกรรมได้มั้ยคะ?" (พูดภาษาลาว)
ครูบอกว่า "ได้"

พากันฝึกโยคะเด็ก
ให้ล้อมวงกันก่อน


ต้นตาล โดนลมพัดแรง


ต้นไม้...


แมว โก่งหลัง ก้มหน้า แมว แอ่นท้อง เงยหน้า แล้ว ร้อง "เมี้ยว เมี้ยว"


และท่าโยคะอื่นๆ อีกมากมาย...

หลายๆ มุมของวัดสีบุนเฮือง








บ้านหลังหนึ่งใกล้วัด คุณตา คุณยาย กินข้าวกำลังเสร็จ
เห็นฉันเดินผ่าน เรียกเข้าไป ให้ดื่มน้ำ


บ้านไม้หลังนี้แหละ...ประตูก็สวย หน้าต่างก็สวย


สาวสวยคนหนึ่ง ชื่อ นางตุ้ย เจอกันที่ร้านอาหาร เธอให้ยืมจักรยาน
ให้เอาไปขี่เที่ยวเล่นได้


อาหารมื้อเที่ยง กินที่ร้านเดิม
สั่ง สุกี้ ใช้น้ำเปล่าทำ ไม่ใส่ไข่
ซอสสุกี้ เขาซื้อเป็นขวดของไทย...


ข้าวในทุ่งนากำลังงอกงาม แต่ยังไม่ตั้งท้อง


ชาวบ้าน แถวบ้านจำปา กำลังตากงา


ขี่จักรยานไป 2 กิโลกว่า ถึงบ้านจำปา
เป็นหมู่บ้านของน้องมา ทำงานอยู่ที่รีสอร์ทในหลวงพระบาง
เขาบอกว่า น้องสาวและน้องชายเรียนชั้นเดียวกัน ม.4
อยากได้หนังสือ แบบฝึกหัดและเฉลยคณิตศาสตร์ กับหนังสือฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ซึ่งเขายังไม่ได้ซื้อฝากส่งไปให้

ฉันอาสาซื้อหนังสือ แล้วแวะไปให้ที่บ้าน
แต่ตอนไปซื้อได้มาแต่หนังสือฝึกภาษาอังกฤษ
ถึงบ้านของมา พ่อกับแม่ของเขา ได้รับโทรศัพท์จากมาแล้วว่า
จะมีเอื้อยไปหา...แม่ของมา ชวนให้พักค้างที่บ้าน
ตอนจะออกมา เขาเก็บยอดฟักทองกับฟักทองอ่อนให้...



ปั่นรถจักรยานไปต่ออีก เกือบ 1 กิโล ก็ถึงบ้านเวียงแก้ว
เป็นหมู่บ้านไทลื้อ ซึ่งย้ายมาจากเมืองเงิน ประมาณ 50 ปีก่อน
หมู่บ้านนี้ เคยจัดงาน "บุญช้าง"
แล้วมีระบบโฮมสเตย์เข้ามาจัดการรองรับนักท่องเที่ยว
เลยไปถามชาวบ้านว่า จะพักโฮมสเตย์ได้ที่หลังไหนบ้าง
ชาวบ้านบอกว่า หลังไหนก็พักได้หมดเลย

ไปดูผ้าทอ ซึ่งมีอยู่ร้านเดียว เพราะจะเป็นระบบซื้อฝ้ายมา
แล้วจ้างชาวบ้านทอ การซื้อขายเลยจะเกิดขึ้นที่ร้านค้า
เอื้อยเกี๋ยงคำ เจ้าของร้านผ้า แต่งชุดไทลื้อให้ดู


กลับไปหงสา เพื่อสอนโยคะบำบัด
และกินข้าว... นางตุ้ย ทำแกงบวบ ผักลวก และตำถั่วฝักยาวใส่ขิงให้กิน หย่อย...

ตอนเช้า ตุ้ยให้มากินข้าวที่บ้านอีก เอายอดฟัก และฟักทองอ่อนทำอาหาร
ส่วนแกงบวบ เหลือจากเมื่อวานมากินต่อ

น้ำพริกเป็นแจ่วน้ำปู๋
น้ำปู๋นี้ ตุ้ยเล่าให้ฟังว่า ทำครั้งแรกในชีวิต ไปเก็บปูจากนา ในวันที่อากาศร้อนสุดๆ ปูจะเดินขึ้นมาอยู่บนคันนา ก็เอาถังใหญ่ๆไปเก็บ
เอามาทำน้ำปู๋ เคี่ยวจนงวด ได้มาแค่สองกระปุกกะปิ...ยากเย็นจริง


ตอนเช้า ซื้อขนม แบบนี้ มาฝาก น้องปาย...ลูกชายของตุ้ย
ขนมชั้น ทำจาก ข้าวที่โม่เป็นข้าวแป้ง
สีน้ำตาล เป็นแป้งผสมน้ำตาลอ้อย
ส่วนสีขาว เป็นแป้งผสมกะทิ
มีสีอื่นด้วย คือใบเตย และสีแดง ใช้สีผสมอาหาร...


ตุ้ย เธอให้หลานชายขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งเข้าหมู่บ้านเวียงแก้ว
เลยขอให้แวะ วัดสีมุงคุน เขาเรียกกันย่อๆ ว่า วัดใหญ่


หลังคายังเป็นแป้นเกล็ด
หลายแห่งละแวกนี้ ถูกเปลี่ยนหลังคาเป็นดินเผาไปแล้ว
เห็นว่า วิหารได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่ว่า เริ่มผุพัง
เอาเชือกมัดไว้แบบนี้


วัดไทลื้อแถวนั้น มักมีศาลาในลักษณะนี้ ใกล้ๆ กับวิหาร


เด็กชายแถวหน้าวัด ใส่เสื้อสีสดดี
และยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมไม่ไปโรงเรียน...แต่ไม่ได้ถาม หึหึ


ไปถึงบ้านเวียงแก้ว
บ้านหลังที่จะไปพักด้วย มีหลานชาย ชื่อ แสงเพชร
กำลังเล่น "กว่าง" เขาเรียกว่า "ตัวข่าม" เป็นตัวที่มีเขา
ชอบกินอ้อย เด็กๆ ให้มันกินอ้อย แล้วเอาไว้ชนกัน
เพิ่งเคยเห็นการเล่นแบบนี้ เอาเชือกมัดที่เขา แล้วมันจะบินๆ
ทำหน้าตามีความสุข
ทรมานสัตว์ชะมัด...


ตะกร้าไทลื้อ แต่ยังไม่ได้ทำขอบ


ครัวไทลื้อ
แต่ก่อน หลังคาเป็นแป้นเกล็ด ครัวเคยอยู่ในตัวบ้าน
ซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่
พอเปลี่ยนหลังคาเป็นสังกะสีเป็นส่วนใหญ่
มีแค่เหนือห้องครัวที่เป็นหญ้าคา
ทำให้ควันไฟไม่มีทางลอดออกไปน้อย
เลยย้ายครัวออกมาข้างนอกผนัง เพราะอากาศถ่ายเทได้ดีกว่า


ใต้ถุนบ้าน โล่ง
ใช้เป็นที่เก็บเครื่องมือทำนา ทำสวน บ้านนี้มีรถไถนาขนาดเล็ก
มีหูกทอผ้า 2 ชุด


คือบ้านหลังนี้


คือบ้านหลังนี้


หมู่บ้านนี้มีเฮือนโบราณ ที่หลังคาเป็นแป้นเกล็ดเหลืออยู่ 1 หลัง
หลังใหญ่มากๆ


เสาต้นเบ้อเร่อ
บ้านหลังนี้ เวลามีนักท่องเที่ยวมา มักจะใช้เป็นเรือนบาสี (บายสีสู่ขวัญ)

วัดเวียงแก้ว
หลังคาก็ยังเป็นแป้นเกล็ด...


หลังคาลาดต่ำ กางเป็นปีกกว้างเลย

สร้างเมื่อ 50 ปีก่อน พร้อมการย้ายผู้คนมาสร้างหมู่บ้านใหม่


ศูนย์กลางหมู่บ้าน อยู่หน้าวัด
มีป้าย "บ้านเวียงแก้ว บ้านวัดทะนะทำ"
ใกล้ๆ กันมีศาลาเอนกประสงค์


บ้านไทลื้อ ประมาณเดียวกับหลังที่ไปพัก ก็ยังพอมีให้เห็นอีก

ดาแก้ว มีอาชีพเป็นครู
กำลังหั่นฟักทองจะนึ่งกินเย็นนั้น

ตรงเสาด้านซ้าย ที่จริงเคยมีชานเรือนยื่นออกไปอีก
เป็นชานเรือนไม่มีหลังคา พื้นไม้มันเก่าผุ เพิ่งรื้อทิ้งไป
ดาแก้วบอกว่า ไม่ดีที่ไม่มีชานเรือน เพราะไม่มีที่ตากที่นอน...


มุมแถวๆ ห้องครัว กับชานนี้...ชอบที่สุด


อีกสักรูป ครัวไทลื้อ


ค่ำนั้น ยกอาหารมากินในบ้าน


ที่นอน...
ฟูกเป็นอันแคบๆ พอดีตัว


เขาปูฟูกให้สองชั้น ชั้นล่างเป็นฟูกเก่า
ชั้นบนใหม่เอี่ยม ผ้าปูที่นอนหน้าตาแบบนี้
เรื่องปูฟูกสองชั้น เหมือนกับตอนไปนอนบ้านไทดำเลย


ถ่ายรูปบ้านมุมเดิม ตอนเช้าตรู่...
เมื่อคืน ตอนหัวค่ำหลังกินข้าว มืดแล้ว แต่พระจันทร์ดวงโตยังไม่ขึ้น
ฟ้าโปร่งมาก เห็นดาวเป็นล้านล้านดวง มีเมฆเป็นทางยาวเกือบครึ่งฟ้า
ผ่านไปสัก 1 ชั่วโมง ออกไปดูอีก เมฆที่เห็นเป็นทางยาว
ยังคงเดิมทั้งรูปร่างและตำแหน่งที่เกาะกับดวงดาว
เลยคิดว่า น่าจะเป็นทางช้างเผือก...

เรื่องชานเรือนที่ไม่มีหลังคา ถ้ายังอยู่ คงได้ปูเสื่อนอนนับดาว...


เด็กน้อยขวบครึ่ง ชื่อ ไพลิน หลานของบ้านนี้
เธอจะพูดอะไรก็ใส่ทำนองเพลง...


ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


บัวลี่ น้องสาวของดาแก้ว
เอาตะกร้าที่ใส่ขอบแล้ว มาให้ ในราคา 10000 กีบ
ภาษาลื้อ ก็เรียกว่า "ซ้า" เช่นเดียวกับภาษาเหนือ
ฉันขอบใจบัวลี่ ที่อุตสาห์ให้สามีหาอันเล็กและใส่ขอบให้ภายในคืนวันนั้น
เพราะฉันบอกเธอว่า "เอาไปเป็นที่ระลึกยามคิดฮอด"


มื้อเช้ากินข้าวเหนียว กับน้ำพริกน้ำหน่อ และผักลวก
ดาแก้วยังห่อข้าวเหนียว กับน้ำพริกให้ติดไว้กินกลางทาง

ออกมาถึงตลาด ติดใจไปซื้อขนมชั้นมากินกับชา


ที่ตลาด ยังเห็นชาวบ้าน นิยมใช้ย่าม


นั่งคอยรถออก...วันนี้ คนมาซื้อตั๋วน้อย เขาเลยคอยคน...
เดินทางในเมืองลาว กำหนดอะไรไม่ค่อยได้
บางทีคนเยอะ คนเต็มรถ ก็ออกก่อนเวลาได้ด้วย


นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก มาหงสา ชอบขี่ช้าง


สภาพถนน หงสา-เมืองเงิน
ปีนี้ ฝนตกน้อย ผิวถนนไม่ค่อยโดนกันเซาะ
รถที่ใช้เป็นรถปิคอัพ 4 ประตู


ตลาดเมืองเงิน


ของใช้ประจำวันจิปาถะ ในร้านค้าตลาดเมืองเงิน


เด็กนักเรียนเดินกลับบ้าน ช่วงพักกลางวัน


เจอเอื้อยคนหนึ่ง ตั้งแต่ที่หงสา
เธอชวนให้ไปที่บ้าน อยู่ที่เมืองเงิน
ชวนให้ค้าขายผ้าไปไทย
พอถึงเมืองเงินเลยเอารถมอเตอร์ไซค์มารับไปบ้าน
ชวนให้ค้างที่บ้านด้วยอีก
แต่ระยะทางไปด่านน้ำเงินแค่ 2 กิโลเมตร ก็เลยไม่จำเป็นต้องค้าง

ที่บ้านเอื้อยคนนี้ มีหมอนลื้อเก่า หลายสิบใบ
เธอเล่าว่า เคยเก็บซื้อ เพราะมีคนเมืองน่านให้เก็บซื้อไว้ให้ แต่มันมากเกินไปเลยเหลือ...มีใครอยากได้ไหม หมอนเก่าๆ ลายสวยๆ

หมอนบางใบไส้หมอนเป็นนุ่น บางใบเป็นต้นข้าวอ่อนตากแห้ง


เอื้อยให้เด็กสาวข้างบ้าน ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาส่งที่ด่าน
เลยให้ขี่มาส่งถึงด่านห้วยโก๋นเลย เพราะระยะทางของสองด่านนี้ 1 กิโลเมตร
ค่าเอามอเตอร์ไซค์ผ่านด่าน 5000 กีบ
ขอบคุณด้วยการเติมน้ำมันรถให้...เดินผ่านด่านเข้ามา
ขณะให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำการประทับวันที่บนพาสปอร์ต
ฉันขออนุญาตไปซื้อน้ำมันเบนซิน
ที่ตลาดด่านห้วยโก๋น ใส่ขวดมา
แล้วเดินเอาไปให้น้อง เรื่องมันเกิดเพราะลืมเติมน้ำมันจากทางฝั่งลาว
จริงๆ นะ น้ำใจเขา มากกว่า ค่าน้ำมันรถนั่น มากมายนัก


-------------------------------------------------------------------------
เดินทางต่อไป เข้าเขตไทยแล้ว...
ต้องไปต่ออีกบล็อกค่ะ <เดี่ยวแบกเป้ หลวงพระบาง-หงสา-หนองบัว-กรุงเทพฯ ตอนที่ 2>


Create Date : 16 กันยายน 2552
Last Update : 7 ตุลาคม 2552 12:13:31 น. 14 comments
Counter : 3553 Pageviews.

 
สุดยอดเลยค่ะ
อยากไปบ้างจัง


โดย: oonrak_baby วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:12:05:38 น.  

 
ลาว...
เคยไปครั้งหนึ่ง
ยังจำไม่รู้ลืม
เมืองน่ารัก คนน่ารัก
คิดถึงค่ะ


โดย: อ้อ (sandseasun ) วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:12:17:45 น.  

 
แฮ่ก..แฮ่ก..แฮ่ก...ขอซูฮกจริงๆ
ทำได้งัยเนี่ยะ..เป็นการเดินทางที่ทรหด ทั้งรถ เรือ ผู้ร่วมทาง คงมีสาวกวางงามสุดอยู่คนเดียว..แต่บรรยายกาศ ทิวทัศน์ เริ่ดมากกกก..ค่ะ น้องกวางใช้ชีวิตคุ้มจริง ๆ
อยากไปด้วยจัง


โดย: พี่มนค่ะ IP: 119.63.78.252, 117.121.208.2 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:9:21:32 น.  

 
แหล่มมากค่ะ คุณน้องกวางขา
เป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แม่นบ่
เมืองหงสา น่าสนใจมาก
แหม ยังไม่ยอมไว้ลายครูโยคะนะคะ
เด็กๆเหมือนตุ๋กกาตาเลย
เอ เอ หรือจะเปลี่ยนใจไปหลวงพระบางงวดนี้
พร้อมหล้าดีบ่


โดย: เอื้อยแนน เชียงใหม่ IP: 119.42.77.224 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:18:44:08 น.  

 
ช่างสมกับตำแหน่งผู้อำนวยกรฝ่ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวลาว ในประเทศไทยเสียจริง
คุณกวางถ่ายมาซะสวยเลย

พี่ไปมีตะฝุ่นง่ะ

สบายดีนะคะ ช่วงนี้"พวกเรา" กำลังมันส์สุดขีด
เพราะอยากปะลองกำลังกันสักทีว่า
สงครามครั้งนี้จะ ชนะได้ด้วยสมองหรือเงิน

ทั้งพี่ชายใญ่ พี่สาวใหญ่ของเรา
ทำให้ทีมฮึกเหิมมากๆ
อยากให้คุณมายู่ที่นี่ด้วยกันนะ


โดย: พี่บี๋ IP: 202.80.239.130 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:9:30:43 น.  

 
สะบายดี อ้ายกวาง.. เค้าทักกันอย่างนี้อะปะคะ
สุดยอดเลย ป่านนี้เด็กน้อยคงทำท่าแมว เมี๋ยว กันอยู่เนาะ
คิดถึงค่ะ แข็งแรง แข็งแรง นะคะพี่สาว


โดย: Sue IP: 61.90.118.108 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:21:21:58 น.  

 
**คุณ oonrak_baby ถ้ามีเวลาหลายวันและสุขภาพดี หาเพื่อนสักคนแล้วแบกเป้ไปโลดค่ะ

**คุณอ้อ คิดถึงเมืองลาว หรือคิดถึงใครที่เมืองลาวคะ?

**พี่มน เรื่องแบกเป้ ถ้าไม่เคยคิดมาก่อน ก็เที่ยวแบบสะดวกสบายก่อน เอาไว้ให้ใจมันอยากออกเดิน ค่อยว่ากัน

**เอื้อยแนน พร้อมเมื่อไหร่ แบกเป้ด้วยกันในบัดดล

**พี่บี๋ การปะลองกำลังครั้งนี้ คงจะมีหมู เห็ด เป็ด ไก่ ใส่จานเรียงรายเข้ามาเสริมเติมใส่ท้องของกองพลอย่างเต็มที่
ขออย่าได้ให้มีล้มเจ็บป่วยไข้กันเลยนะคะ ดูท่าจะมันสุดๆ ถึงตัวไม่อยู่ ก็ส่งใจมาช่วยค่ะ ติดตามดูอยู่ห่างๆ เพราะหมดโอกาสเข้าไปตะลุมบอนด้วยแล้วค่ะ
วันดีคืนดี ก็คงจะได้แวะไปทักทายเช่นเคย ขอให้ได้รับชัยชนะทั้งผลทางการตลาด และในใจ....นะค๊า

**น้องSue ผู้หญิงเมืองลาวเรียก เอื้อย ผู้ชายจึงจะเรียก อ้าย แต่งานนี้ แบกเป้เดี่ยวไป เรียก อ้ายก็ดูจะเหมาะดี...เพราะใจหนึ่งอิชั้นก็อยากจะเป็นผู้ชาย จะได้ออกผจญภัยกะเขาบ้าง แต่นี่ ไปตะลอนได้เท่านี้ปลอดภัยกลับมาก็บุญโขแล้วนิ... ขอบคุณค่ะ จะดูแลตัวเองให้แข็งแรงดังที่บอกมา


โดย: Minie' วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:8:44:35 น.  

 
สวัสดีคุณกวางและคุณ Thomas ผมอยากทราบว่าไคเหยืองนี่เป็นยังไง คล้ายกับไคแผ่นหรือเปล่าครับ มีคำหนึ่งที่เขียนว่า ไพเพราะ แทนคำว่า ไพเราะ ครับ

ห้องอนุบาล 3
ไปฟังครูสอนเด็กร้องเพลงชาติ พอจะร้องกันได้แล้ว
เสียงเล็กๆ ไพเพราะ...


โดย: Innocent IP: 96.255.191.3 วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:4:18:58 น.  

 
คุณ Innocent,

สบายดีนะคะ เมื่อวันออกพรรษา ไปไหลเรือไฟที่ไหนมาคะ?

เรื่องตัวสะกดแก้ไขแล้วค่ะ มักจะพลาดเพราะมือไว พิมพ์ไวๆแล้วโพสต์ก็แบบนี้อ่ะค่ะ

ไคเหยือง แถวบ้านเราก็มีนะคะ เมืองน่านเรียกว่า ไกยี
ทำจากสาหร่ายแม่น้ำเช่นเดียวกับ ไคแผ่น

ไคแผ่น เป็นสาหร่ายปรุงรสตามชอบ นำไปตากแห้ง เกลี่ยให้บางๆ โรยหน้าด้วยเมล็ดงา ตากจนแห้งสนิท กลายเป็นแผ่นคล้ายกระดาษสีเขียวเข้ม

เอามาปิ้งไฟอ่อนที่สุด หรือจุ่มลงในน้ำมันร้อนๆ แล้วเอาขึ้นทันที แผ่นสาหร่ายจะกรอบ กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ

ไคเหยือง เป็นสาหร่ายที่เอามาตากแห้งซะก่อน
เสร็จแล้วเอาไปคั่วไฟอ่อน แล้วเอามือยีๆๆๆ จนเป็นผงป่นๆ
เก็บไว้ได้นาน

เอามาปรุงรส ด้วยการหั่นกระเทียมบางๆ ลงเจียวให้กรอบในกะทะใช้น้ำมันน้อยๆ ฉีดซีอิ๊วลงในกะทะ แล้วใส่ไคเหยืองลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน แค่นี้ก็เสร็จ ใช้ข้าวเหนียวจ้ำ หรือเอามาใส่ตรงกลางข้าวเหนียวกินเป็นปั้นๆ เขาเรียกว่า 'บ่ายข้าว'

กวางเอามา โรยข้าวต้มด้วย...
บางทีก็ทำข้าวปั้น คล้ายข้าวปั้นญี่ปุ่น


โดย: Minie' วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:12:24:59 น.  

 
น้องดีใจและปลี่มเอามากๆๆค่ะที่พี่ไม้ลังเกียดชิวิดการอยู่กีนของชาวหลวงพระบางน้องดูๆๆแล้วพี่มีความสุขมากใช่ไม่ค่ะ.ส่วน
มากคนเราจ๊ะถึวตัวมาก.พี่กวางไปเที่ยวชมหรีอค่ะ.และคำว่าเมืองหงสาเหมีอนหนังกาตุ่นค่ะการกร้วยค่ะ555.
พี่กวางน้องดิดไม้ใด้กีนไคแผ่นนานมากเลยค่ะคิดถึงมากๆๆค่ะหลวงพระบาง มีหังยำด้วยน่ะโอโหพูดแล้วนํ้าลายไหล.
เห็นบ้านเรีอนแล้วคิดถึงบ้านค่ะ.
ขอบคุณค่ะมากค่ะที่พี่กวางเอารูปสวยๆๆมาให้ดูค่ะช๊าบชี่งนํเาใจจรีงๆๆ
จากน้องดิด


โดย: ดิด IP: 82.245.190.198 วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:23:44:11 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยครับ คุณกวาง
ต้องหาเวลา ไปชมหน่อยละ
อยากไป แต่คนเดียวไม่กล้าไปครับ


โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต IP: 124.121.141.163 วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:17:06:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณกวาง วันนี้เจอลิ้งค์กระทู้ของคุณกวางไปท่าส่วง หงสา เมืองเงิน ห้วยโก๋น อ. ท่าวังผา จ. น่าน กรุงเทพฯ เลยแวะมาอ่านอีกรอบ พอดีมาเจอคำตอบของคุณกวางเรื่องไคเหยืองที่ผมเคยถาม ขอบคุณมากนะครับที่อธิบายเรื่องไคเหยืองให้ทราบ ผมอยู่อเมริกาไม่มีไหลเรือไฟ ไม่มีลอยกระทงเหมือนที่เคยผ่านมาที่เชียงราย คุณ Thomas ยังทำธุรกิจที่สระบุรีหรือไงครับ ไม่เห็นกระทู้ของแฟนของคุณกวางนานแล้ว มีเวลาว่างจะมาติดตามอ่านกระทู้อื่นๆต่อไปนะครับ โชคดีเน้อครับ


โดย: Innocent IP: 173.73.104.176 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:1:34:34 น.  

 
อากาดบอลิสุด ปะสะจากมนละพิดต่าง2


โดย: บ้านของข้อยเอง IP: 202.137.150.122 วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:14:46:24 น.  

 
พี่ครับ ผมเป็ลูกหลานชาวญ้อที่ท่าอุเทนนครพนม มีประวัติว่าบรรพบุรุษของผมมาจากนั้น ผมเลยอยากสอมถาม
ทางพุ้นเผิ่นเว้า ตะเล๋อ เต๋อ บัว ไหมครับ ขอความอนุเคราะครับ
อีกอย่าง ที่นั้นมีประวัติท้าวหม้อ กับนางสุนันทาไหมครับ
ขอบพระคุณครับ


โดย: กรานต์ IP: 182.52.48.135 วันที่: 8 ธันวาคม 2556 เวลา:9:04:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Minie'
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




รู้โลกเรียนธรรม

Friends' blogs
[Add Minie''s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.