Minerva : Update !!

สกอ.เผยคนไทยเรียนประวัติศาสตร์น้อย

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำรวจจำนวนนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่เรียนทางด้านสาขาประวัติศาสตร์ พบว่า ขณะนี้มีนักเรียนที่เรียนในสาขาประวัติศาสตร์โดยตรงตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-เอก เพียง 2,400 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับจำนวนนักศึกษาทั้ง 3 ระดับ ที่มีจำนวนเกือบล้านคน

อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้ยังไม่ถือว่าเสร็จสิ้น สกอ. กำลังตรวจสอบลงลึกไปถึงจำนวนหลักสูตร สาขา ของแต่ละมหาวิทยาลัย เบื้องต้นพบว่าบางแห่งไม่มีการบรรจุเนื้อหาของวิชาประวัติศาสตร์ไว้ในหลักสูตรเลย หลังจากนี้ สกอ.จะต้องให้นักวิชาการมาช่วยวิเคราะห์ว่าหากจะต้องมีการปรับหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เพื่อเน้นด้านประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น จะต้องปรับอะไรบ้าง ก่อนจะรวบรวมข้อมูลและนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กกอ.อีกครั้ง

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT วันที่ 17 กันยายน 2551
โพส : นายบัญชา อยู่ยงศิลป์ 5131601374 Law Sec 02




 

Create Date : 18 กันยายน 2551    
Last Update : 21 กันยายน 2551 11:02:24 น.
Counter : 170 Pageviews.  

บุญลือ เผยข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี อาจารย์ฉาวมหาวิทยาลัยรัฐมากสุด

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สำรวจรายชื่ออาจารย์ที่ถูกลงโทษถึงขั้นให้ออก ไล่ออก หรือปลดออก ย้อนหลัง 5 ปี (2545-2550) พบว่ามีอาจารย์ที่ถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงจำนวน 47 ราย ถูกปลดออก 12 ราย ให้ออก 1 ราย และไล่ออก 5 ราย ส่วนอาจารย์ที่จะถูกนำชื่อขึ้นบัญชีดำ 12 ราย ที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศและกระทำอนาจารนักศึกษา เป็นอาจารย์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยรัฐจำนวน 6 ราย มหาวิทยาลัยในกำกับ จำนวน 3 ราย และมหาวิทยาลัยในสังกัดอีกจำนวน 3 ราย สำหรับการนำรายชื่ออาจารย์ที่กระทำความผิดร้ายแรงมาขึ้นบัญชีดำนั้น เป็นมาตรการที่จะทำให้อาจารย์เกิดความเกรงกลัวในอนาคต ตนหวังว่าเรื่องอาจารย์มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศนักศึกษาจะน้อยลงอีกด้วย

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT วันที่ 17 กันยายน 2551
โพส : นายบัญชา อยู่ยงศิลป์ 5131601374 Law Sec 02




 

Create Date : 17 กันยายน 2551    
Last Update : 21 กันยายน 2551 11:02:54 น.
Counter : 115 Pageviews.  

ในหลวงให้ซื่อสัตย์ บ้านเมืองจะอยู่รอด

ในหลวงให้ซื่อสัตย์ บ้านเมืองจะอยู่รอด




วันที่ 15 กันยายน เวลา 17.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองชั้นต้น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ในโอกาสนี้ น.ส.พรทิพย์ ทองดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

วโรกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสว่า ท่านผู้เป็นผู้พิพากษาศาลปกครองซึ่งได้ทำการปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อความร่มเย็นของประเทศชาติ การจะปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตสำคัญ เพราะประชาชนต้องการความซื่อสัตย์สุจริต ถ้ามีผู้ที่ปฏิบัติงานมีความซื่อสัตย์สุจริตนั้น ก็ทำให้สบายใจ และสามารถที่จะปฏิบัติงานต่างๆ ของประชาชนได้โดยดี ท่านก็ต้องปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตดังกล่าวนี้ เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขสบายใจของประเทศชาติ

ท่านมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็นับว่าเป็นจำนวนที่สำคัญ เพราะท่านมีความรู้ ท่านสามารถจะแสดงความรู้นี้ และทำให้ประชาชนดูผู้ที่ปฏิบัติดีเป็นตัวอย่าง ในเวลาเดียวกันท่านก็เป็นตัวอย่างกับผู้ที่ทำหน้าที่ต่อไปด้วย ฉะนั้นก็ที่ท่านได้ปฏิญาณตนเป็นสิ่งที่สำคัญ ต้องปฏิบัติตามที่ท่านปฏิญาณ ถ้าไม่ปฏิบัติตามที่ปฏิญาณก็ทำให้คนเขาเสียใจ คนเขาผิดหวัง ถ้าคนผิดหวังเป็นอันตรายมาก สำหรับการปกครองประเทศและความเป็นอยู่ของประเทศ

ขอให้ท่านได้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้กล่าวไว้แก่ตัว เพื่อที่จะให้เป็นตัวอย่าง เพื่อที่จะให้ทุกคนมองว่า มีผู้ที่ปฏิบัติตัวด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรมดา คำว่าเป็นธรรมดานี้สำคัญ เพราะแสดงถึงว่าท่านทำความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งที่เป็นธรรมดาสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ ทำให้ผู้ที่เป็นประชาชนทั่วๆ ไปก็จะไปทำงานอะไรมีความซื่อสัตย์ เพราะรู้ว่าเป็นหน้าที่เหมือนกัน ขอให้ท่านเข้าใจที่พูดนี้ว่าสำคัญแค่ไหน ถ้าท่านเข้าใจและปฏิบัติ ท่านจะเป็นผู้ที่ได้ช่วยประเทศชาติอย่างดี ได้ทำหน้าที่สำหรับเป็นตัวอย่าง ทำหน้าที่ผู้ที่เป็นคนดี และก็ได้ทำหน้าที่มีความดี เพื่อที่จะมีคนที่ดี ท่านมีจำนวนไม่มาก แต่เมื่อผู้ที่ได้เห็น ได้ทำตาม มีจำนวนเป็นหลายร้อยหลายพัน เป็นหลายหมื่น และถ้าทุกคนทำตาม ทำหน้าที่ตามวิธีที่ท่านทำเพื่อบ้านเมืองก็อยู่รอดได้ ไม่มีปัญหา

ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติงานอย่างดี และขอให้ท่านทำงานอย่างดีด้วยความร่าเริง มีความตั้งใจที่ต่อเนื่อง ดังนั้นท่านจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์แก่บ้านเมือง ทำให้คนทั่วไปเขามีความหวัง ขอให้ท่านอยู่ได้สามารถปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย ด้วยความมีใจที่ร่าเริง และใจที่ซื่อตรง อย่างที่ท่านได้ปฏิญาณ ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติอย่างมาก เราขอให้ท่านอยู่เย็นเป็นสุข มีความร่าเริงในใจ มีความซื่อสัตย์ในใจ และขอให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ และท่านก็จะรู้สึกว่าทำประโยชน์นี้มีความสำคัญมากสำหรับประเทศชาติ ขอให้ท่านทำด้วยความสำเร็จทุกอย่าง เพื่อความดีของประเทศชาติ ความเจริญของประเทศชาติ เราพูดถึงประเทศชาติเสมอ แต่ว่าเราบางทีลืมประเทศชาติ แต่ถ้าไม่ลืม ท่านจะได้ประโยชน์มากสำหรับคนต่อๆ ไป

ขอให้ท่านมีความเข้มแข็ง แข็งแรง ขอให้ท่านได้มีความกล้าหาญที่จะทำงาน มีความดีดังกล่าวนี้และท่านจะประสบความสุข ความสำเร็จในงานการ ขอให้ท่านมีความสุข ความสำเร็จในงานการตลอดเวลาที่ท่านทำหน้าที่ และขอให้ท่านมีความสำเร็จทุกประการ

ที่มา: //hilight.kapook.com/view/28910

นางสาวประกายเพชร ธีระพัฒน์สกุล 513-1601-384

SEC 2 LAW




 

Create Date : 17 กันยายน 2551    
Last Update : 21 กันยายน 2551 11:02:00 น.
Counter : 79 Pageviews.  

สุเทพ เชื่อปัญหาความขัดแย้งยังไม่จบ




"สุเทพ" เชื่อแม้ "สมัคร" ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกฯ ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นคงไม่จบ หาก "พ.ต.ท.ทักษิณ" ยังคงอิทธิพลครอบงำการเมืองไทย ชี้ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" 1 ใน 3 ส.มีคุณสมบัติเหมาะนั่งนายกฯ มากที่สุด ยืนยันในการประชุมสภาฯ ปชป.เสนอชื่อ "อภิสิทธิ์" นั่งนายกฯ ไม่ใช่การทำผิดทำนองคลองธรรม ไม่หวั่นถูกมองฉกฉวยโอกาสต้องการเป็นรัฐบาล ยันเดินหน้าแนวคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า นายสมัครคงตระหนักในกระแสของประชาชนแล้วว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ส.ส.ในพรรคพลังประชาชนจำนวนมากมีปฏิกิริยาไม่รับนายสมัคร ถึงขณะนี้นายสมัครทำหน้าที่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดูแลพรรคพลังประชาชนมามากเพียงพอแล้ว ถ้ายุติการทำหน้าที่ ก็คงคุ้มแล้ว

"อย่างไรก็ตาม แม้นายสมัครประกาศไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปัญหาวิกฤติของประเทศและความขัดแย้งที่เกิดขึ้น คงไม่จบ ตราบใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีอิทธิพลครอบงำการเมืองไทย และแม้ความขัดแย้งในพรรคพลังประชาชนในเรื่องนี้จบได้ ส่วนหนึ่งมาจากโทรศัพท์จากลอนดอน ที่ก็รู้กันดีในวงการเมือง เพราะฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังรักษาเป้าหมาย ต้องการรักษาการเมืองตนเองไว้ และพยายามขับเคลื่อนทุกองค์กรที่สั่งการได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ปัญหาความขัดแย้งก็ยังไม่มีที่สิ้นสุด" นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่า 1 ใน 3 ส. ของพรรคพลังประชาชน ที่มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คิดว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมสุดที่จะป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ยังมีข้อกังวลว่า ช่วงที่ผ่านมาได้โยกย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดม ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นจากคดีต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน

"นายสมชายแม้จะเป็นน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เคยเห็นท่าทีที่จะทำอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ และการที่นายสมชายเป็นอดีตผู้พิพากษา อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อทำอะไร ต้องคิดถูกต้อง คนที่ใช้ชีวิตอย่างนี้มาตลอด ไม่น่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ส่วนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะยอมรับหรือไม่ ผมไม่ขอแสดงความเห็น แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีไม่ใช่นายสมัคร ก็คงลดแรงกดดันไปได้มาก" นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์หวังจะเป็นรัฐบาล เนื่องจากได้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) และได้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ กล่วาวว่า ไม่ต้องการโต้แย้งกับนายบรรหาร เพราะเป็นผู้อาวุโส แต่ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำอะไรผิดทำนองคลองธรรม

"ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้นัดประชุมสภาฯ เอง ซึ่งเราได้ทักท้วงไปแล้วว่าเร็วเกินไป และพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคุยกับนายบรรหาร ว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ หรือแม้แต่คนอื่น ๆ ก็ไม่มีการประสานมา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พยายามรักษากฎกติกา แต่สิ่งที่ปรากฏคือ พรรคร่วมรัฐบาลแสดงเจตนารมณ์ออกมาเอง พรรคประชาธิปัตย์เรามีวุฒิภาวะทางการเมือง ตั้งมา 63 ปีแล้ว จะเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นอารมณ์ไม่ได้ ต้องเอาประเทศเป็นหลัก พรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมมือกับพรรคการเมืองใดก็ได้ หากนำไปสู่การแก้วิกฤติในประเทศได้ ความสัมพันธ์ในอนาคตค่อยว่ากันตามข้อเท็จจริง ซึ่งแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ ผมไม่ลดละ พยายามจะพูดเรื่องนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนได้ช่วยกันคิดว่ารัฐบาลที่ตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ของกลุ่มพรรคการเมืองเล็ก ๆ กลุ่มเดียว แต่เป็นของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องมาช่วยกันแก้วิกฤติ" นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า การประชุมสภาฯ เมื่อวานนี้ พรรคประชาธิปัตย์ฉกฉวยโอกาสที่จะเป็นรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน พร้อมยอมรับ ถ้าทำอะไรผิด ไม่ต้องการให้คนมาประณาม จะพูดอะไรเป็นลูกผู้ชายอยู่แล้ว ไม่โยนบาปให้คนอื่น ขอยืนยันว่าสิ่งที่พรคประชาธิปัตย์ทำไม่ได้หักหลังใคร ไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร และไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือของใคร

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT วันที่ 13 กันยายน 2551
โพส : นายบัญชา อยู่ยงศิลป์ 5131601374 Law Sec 02




 

Create Date : 13 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2551 16:19:01 น.
Counter : 125 Pageviews.  

ศาล รธน.มีมติเอกฉันท์ สมัคร ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัยชี้ขาดคุณสมบัติของ "สมัคร" กรณีจัดรายการชิมไปบ่นไป และคุยโขมง 6 โมงเช้า มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การเป็นพิธีกรรายการดังกล่าวของนายสมัคร เข้าข่ายการเป็นลูกจ้าง

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT วันที่ 9 กันยายน 2551
โพส : นายบัญชา อยู่ยงศิลป์ 5131601374 Law Sec 02




 

Create Date : 10 กันยายน 2551    
Last Update : 10 กันยายน 2551 7:57:20 น.
Counter : 79 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

Keng_MFU
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Keng_MFU's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.