เมื่อเธอรักตัวเองเธอจะรักการอ่าน เมื่อเธอรักคนอื่น เธอจะรักการเขียน – เป้ สีน้ำ ...
Group Blog
 
 
เมษายน 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
8 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
ชีวิตเหมือนฝัน-มาลัยสี่ชาย






"ชีวิตมนุษย์นั้นสุดจะคิด
แต่ละชีวิตไม่ผิดนาวา
จะลอยถอยหลัง
หรือเหินเดินหน้า
ด้วยวาสนาสร้างมาแต่หลัง"


          พอดีไปเดินงานหนังสือเห็นหนังสือเล่มนี้พิมพ์ใหม่ ประกอบกับเร็วๆนี้เพิ่งได้ดูเจ้าบ้าน เจ้าเรือนไปก็เลยเกิดอยากเขียนขึ้นมา  ทั้งๆที่ก็อ่านเล่มนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว

          ชีวิตของคุณหญิงมณี เป็นหนึ่งในอัตชีวประวัติที่สนุกสุดๆเท่าที่เคยอ่านมาเลยทีเดียว แม้ว่าตัวหนังสือจะเล็กและอัดแน่นมากก็ตามที เพราะว่าด้านหนึ่งคือโชคชะตาที่โลดโผนโจนทะยานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ของไทย   อีกด้านหนึ่งก็ไม่อาจหลุดพ้นไปจากเรื่องสามัญชนอย่างรัก โลภ โกรธ หลง หรือเรื่องยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับญาติพี่น้อง ทรัพย์สมบัติ ไปได้


          มณี เป็นลูกหลานลูกครึ่งฝรั่งในตระกูลบุนนาค  เมื่อเธอได้รับทุนไปศึกษาต่อที่อังกฤษก็ได้พบรักกับเจรี่ หรือ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ บุตรบุญธรรมของร.7   ด้วยความถูกอัธยาศัยกันและกันอย่างมาก แม้ทั้งสองคบกันได้ไม่นาน มณีก็ยอมลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วแต่งงานกับเจรี่ ช่วงชีวิตช่วงนี้ราวกับว่าเธออยู่ในฝัน  มีเงินจับจ่ายอย่างเหลือเฟือและได้ติดตามสามีไปยังราชสำนักของยุโรปหลายประเทศ  ไม่นานนักเธอก็ตั้งท้อง ทั้งคู่มีลูกชาย 2 คน นำความสุขใจมาให้เธอและผู้คนที่แวดล้อมอย่างมาก  

แต่ความสุขไม่อาจอยู่กับใครได้นาน....


          หลังแต่งงานกับเจรี่ได้ 3 ปี  พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯที่เข้าเป็นนักบินขนส่งของอังกฤษก็ขับเครื่องบินชนภูเขาตายเนื่องจากทัศนวิสัยเลวร้าย  ทิ้งให้มณีเป็นหม้ายสาว ที่ต้องดูแลลูกเล็กๆเพียงลำพัง     แต่นั่นก็เป็นไปเพียงไม่นาน เมื่อพี่ชายของเจรี่ พระองค์เจ้าอาภัสฯเข้ามาดูแลมณีกับหลานๆหลังการตายของน้องชาย   อีกทั้งยังเกี้ยวพาราสีเธออยู่เนืองๆ   ในภาวะยากลำบากของสงครามโลกครั้งที่สอง และด้วยยุคสมัยนั้นสตรียากที่จะอยู่คนเดียวได้  แม่ของมณีจึงสนับสนุนให้เธอแต่งงานใหม่อีกครั้ง     แม้มณีจะไม่ได้ชื่นชอบหรือรักชายคนใหม่ได้เท่ากับสามีที่เพิ่งตายไปก็ตามที  6 เดือนหลังจากนั้นเธอก็แต่งงานกับพระองค์เจ้าอาภัสฯ



              ยิ่งอยู่กันไป มณีก็พบว่าตัวเองอาจจะใจเร็วด่วนได้เร็วไปสักนิดที่ไม่ได้ศึกษากันให้ถ้วนถี่   เมื่อความคิดและอัธยาศัยของเขานั้นไม่ต้องกับเธอเท่าไหร่   อย่างไรก็ตามมณีพยายามทำใจ แม้จะอดเปรียบเทียบไม่ได้ก็ตาม  ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน   ถึงแม้ชีวิตจะไม่ได้สุขสบายอย่างที่เคยเป็น เธอก็พยายามปรับตัว   อาภัสเป็นผู้ชายที่เป็นหลักให้เธอในบ้านฟาร์มหลังเล็กๆที่อังกฤษได้ดีทีเดียว   ถึงกระนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง   ทั้งคู่ก็ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย



          หลังกลับมาเมืองไทย มณีพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในวงสังคมอีกครั้ง  แต่ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างไทยฝรั่ง  พระองค์เจ้าอาภัสก็ชักเหลิงไปกับยศถาบรรดาศักดิ์ที่มีอยู่  ยิ่งทำให้ปัญหาความต่างของทั้งคู่กลายเป็นเรื่องกวนใจมณีเรื่อยมา   แม้คนอื่นๆจะพากันอิจฉามณีที่เพียบพร้อมทั้งรูป ทรัพย์ คู่ชีวิต เพื่อนฝูง และมีวิถีชีวิตอันเริงรื่นชื่นบาน  แต่ลึกลงไปภายในนั้นเธอรู้สึกว่าไม่อาจสัมผัสกับความสุขสงบที่แท้จริงได้เลย  หากชีวิตภายในครอบครัวนั้นไม่ร่มเย็น



             และแล้ววันหนึ่งเรื่องก็เป็นไปในทางที่เดาไม่ยาก  เมื่อเธอกลับบ้านกะทันหันแล้วพบหลักฐานคาหนังคาเขา(ละครนี่ชอบให้เปิดประตูไปแล้วเห็นจะๆ ความจริงต้องล็อคประตูกันก่อนสิ) กว่าเธอจะไขกุญเเจเข้าห้องไปได้ สามีกับสาวใช้ก็แต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว   เธอยื่นคำขาดว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้แต่ต้องเลิกกับหญิงคนนี้    คงด้วยความที่กำลังหลงใหลพระองค์เจ้าอาภัสฯไม่ยินยอม  ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจหย่าทันที  ลูกสาวที่ติดพ่อนั้นเธอก็ให้อยู่กับอดีตสามี  ส่วนลูกชายอีก 2 คนที่โตพอได้ส่งไปเรียนโรงเรียนประจำในต่างประเทศ



          ระหว่างนั้นเรื่องที่ดินและวังบูรพาที่พ่อสามีทั้งสองของมณีเป็นเจ้าของก็ยังแบ่งไม่สำเร็จเสียทีแม้จะยืดเยื้อมานานหลายปีตั้งแต่เธอยังแต่งงานจนกระทั่งหย่าแล้วก็ตาม ด้วยเจ้าของวังไม่ได้ทิ้งพินัยกรรมไว้  การตีค่าประเมินราคาและการแบ่งสินทรัพย์ต่างๆนั้นยากเย็นเหลือเกินเพราะแม้แต่ระหว่างพี่น้องก็ไม่มีใครยอมลดราวาศอก  อีกทั้งพระองค์เจ้าพีระฯน้องชายของพระองค์เจ้าอาภัสฯ  พี่ชายของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ ได้ขายมรดกส่วนของตนให้คนนอกไปแล้ว การเจรจาจึงเป็นไปด้วยความลำบาก สุดท้ายก็ต้องขายวังทิ้งปล่อยให้คนอื่นทำกำไรไปมากมาย



        เมื่อไม่มีลูกกวนตัวหรือผัวกวนใจ  มณีก็มีโอกาสโคจรมาพบกับคุณแมน  เขาเป็นรักแรกของมณีแต่พอเธอไปเรียนต่อเลยต้องร้างลากันไป   แต่ ณ บัดนี้คุณแมนแต่งงานเสียแล้วกับหญิงสาวลูกผู้น้องที่ญาติๆสนับสนุนและยังมีลูกด้วยกันถึง 5 คน   ถึงกระนั้นเมื่อคุณแมนได้พบมณีอีกครั้ง เขาก็ดีใจมากและสารภาพว่าเขาแต่งงานตามที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ก็เท่านั้น ความรักที่มีต่อเธอยังคงเหมือนเดิม  เมื่อทั้งสองได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น  มณีจึงขอให้คุณแมนเลิกกับเมียซะหากไม่ได้รัก เธอยอมรับเลี้ยงลูกของเขาได้   อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้ไม่เคยเป็นผลสำเร็จ  แม้ว่าคุณแมนกับมณีจะพากันไปเที่ยวต่างประเทศออกหน้าออกตาให้ใครๆรู้ก็ตาม  มณีพบว่าเขาเป็นคนดีเข้ากับเธอและลูกๆได้ แม้จะไม่แข็งแกร่ง หรือพร้อมรับหน้าที่ผู้นำอย่างที่อดีตสามีเป็น แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาปอกลอกเอาทรัพย์สมบัติ  คุณแมนยังคงกลับไปอยู่กับลูกเมียและอยู่กับมณีเรื่อยมา  ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นเช่นนี้มาตลอด 10 ปี


         ถึงตรงนี้เรายังคิดเลยนะว่า มณีก็เคยเป็นเมียหลวงมาแล้ว ทำไมถึงยังจะมาเป็นเมียน้อยอีก  ไม่คิดถึงหัวอกเมียแต่งของคุณแมนที่มีลูกกันตั้ง 5 คนบ้างหรือ การที่จะให้คนรักมาอยู่กับตัวแต่เขาตัดอีกฝ่ายไม่ขาด ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขารักเราไม่มากพอ แต่มณีก็ไม่อาจตัดใจจากเขาได้ เมียคุณแมนก็คงไม่ยอมหย่าแน่เพราะพี่น้องฝ่ายสามีแบ็คอัพให้อยู่  คุณแมนก็วิน-วิน ได้อยู่กับคนรัก ได้อยู่กับแม่ของลูก   ส่วนมณีแม้จะกล้าอยู่อย่างเปิดเผยก็ไม่พ้นต้องตะขิดตะขวงใจ  แต่สำหรับเรา 10 ปีก็คงไม่ใช่แค่การหลงใหลแน่ๆล่ะ  เขาคงถูกอัธยาศัยกันจริงๆ 



               อย่างไรก็ตามมณีก็เหมือนได้พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย  เมื่อได้หมอปชา   สิริวรสาร แพทย์ทหารที่อายุน้อยกว่าราว 5-6 ปีมาขอแต่งงานด้วย   หมอปชาเป็นคนที่เธอนำเรื่องคุณแมนไปปรึกษาด้วยบ่อยๆ   เขาจึงเข้าอกเข้าใจเธอเป็นอย่างดี ทั้งคู่ได้แต่งงานในวัยผู้ใหญ่แล้ว  ตัวหมอปชาเองก็เที่ยวมาจนเบื่อถึงได้แต่งงานลงหลักปักฐาน  การอยู่ร่วมกันจึงไปเป็นอย่างประนีประนอม และยืนยาวถึง 23 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ของสามีทำให้ทรัพย์สินของเธองอกเงยขึ้นอีกมาก  ลูกชายของเธอที่โตเป็นหนุ่มแล้วก็เข้าใจดี  แม้ว่ามณีจะเสียใจอยู่บ้างที่เดชกับทิน ลูกชายของเจรี่นั้นไม่ค่อยซาบซึ้งถึงคุณค่าของสมบัติสกุลภานุพันธ์กับมรดกที่ร.7ยกให้พ่อของทั้งคู่นัก เพราะตั้งแต่เล็กก็เติบโตที่เมืองนอกมาตลอด  ทำให้นิสัยคล้ายคนต่างประเทศ มณีได้ทำงานการกุศลอย่างที่ตั้งใจมาตลอดและได้กลายเป็นคุณหญิงมณี สิริวรสาร  ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกันแต่รับหลานที่เป็นลูกของลูกสาวที่เลิกกับสามีคนแรกมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม  หมอปชาถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. 2526 ด้วยโรคมะเร็ง  ส่วนคุณหญิง มณี สิริวรสาร ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2542 อายุ 85 ปีและเป็นผู้เขียนอัตนชีวประวัติของตน


ความจริงเล่มแรกยังมีรายละเอียดอีกมากสำหรับคนที่สนใจ ทั้งปัญหาเรื่องแม่กับพี่ชาย  เรื่องพระองค์เจ้าองค์อื่น เรื่องร.7  สำหรับเล่ม2  เราว่าก็สนุกใช้ได้นะ ถึงจะไม่เข้มข้นเท่าเล่มแรก  แต่ทำให้เห็นพัฒนาการการเมืองของไทยในยุคสมัยนั้นด้วย




ชาติหนึ่งพึงรู้
ใครจะอยู่ ค้ำฟ้า
มุ่งใจ ใฝ่หา
ศรัทธา และไมตรี
ทุกคนต้องตาย
ร่างกลายเป็นผี
สถิตย์แต่ชั่วดี
ไม่มีวัน ดับ สูญ






Create Date : 08 เมษายน 2559
Last Update : 8 เมษายน 2559 18:35:25 น. 2 comments
Counter : 2957 Pageviews.

 
พออ่านบทความนี้ ให้รู้สึกว่ามาลัยสามชายของว.วินิจฉัยกุลคงได้ไอเดียมาจากชีวประวัติของคุณหญิงมณีนี่เองนะคะ


โดย: Thee IP: 211.31.7.170 วันที่: 24 กรกฎาคม 2560 เวลา:9:40:45 น.  

 
ไม่เคยอ่านนิยาย เคยแต่ดูละครในทีวีค่ะ คิดว่าอาจจะเกี่ยวที่นางเอกมีแฟนหลายคนเฉยๆ แต่บุคลิกนางเอกนี่คนละเรื่องกับคุณหญิงมณีเลย เนื้อเรื่องก็ต่างมาก ออกจะดีร้ายโจ่งแจ้ง คุณหญิงมณีดูมั่นใจในตัวเอง มีเลือดมีเนื้อมากกว่า


โดย: สมาชิกหมายเลข 2412014 วันที่: 4 สิงหาคม 2560 เวลา:13:19:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 2412014
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2412014's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.