All Blog
มุกเหลี่ยมเพชร ตอนที่ 1



กลางดึกของค่ำคืนหนึ่ง รถยนต์คันหรูวิ่งเข้ามาในลานจอดรถโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ แล้วถอยหลังเข้าจอดด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็มีรถยนต์แต่งสีสันจัดจ้านตีวงเลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถ ก่อนจะดริฟท์เสียงล้อบดขยี้ถนนดังบาดหู

อีกด้านหนึ่ง รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ซึ่งมีคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยหนึ่งคน ก็เร่งเครื่องพุ่งทะยานมา รถบิ๊กไบค์เร่งเครื่องอย่างรวดเร็วแล้วตีวงจอด
เจ้าของรถหรูคันแรกคือ ภูผา หนุ่มมาดเข้มก้าวลงจากฝั่งข้างคนขับ เขาแต่งตัวหรูและถือกระเป๋าใบใหญ่ หลังจากนั้น บลู สาวสวยเซ็กซี่ในชุดหนังรัดรูปก็ก้าวลงมาจากที่นั่งด้านข้าง
ส่วนคนขับรถบิ๊กไบค์เป็น แมงมุม สาวมาดเท่ดูเผินๆเหมือนผู้ชายเธอกำลังถอดหมวกออก คนซ้อนคือเนส เด็กหนุ่มหล่อสะอาดมีเป้สะพายอยู่ที่ด้านหลัง
รถยนต์แต่งเร่งเสียงเครื่องครางหึ่งก่อนจะดับลง ร่างของ ขุนพล หนุ่มหล่อแต่งตัวแนวสปอร์ตลงมาเป็นคนสุดท้าย ภูผา บลู ขุนพล แมงมุม และเนส ก้าวลงจากทางลาดของลานจอดรถ มาพร้อมๆ กัน

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ทางเดินภายในโรงแรม มุกดาเดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง หลังจากนั้นไม่นานกระโปรงที่เธอใส่อยู่ก็ถูกกระชากออกอย่างแรง จนเผยให้เห็นขายาวขาวในชุดแนบเนื้อของเธอ

ที่ห้องแสดงเพชรอะดอเรลลาซึ่งเป็นห้องกระจกบนชั้นสูงของตึกที่มองเห็นวิวรอบกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา ธีรพัฒน์ ตำรวจหนุ่มก้าวเข้าห้องมา พร้อมลูกน้องทั้งในและนอกเครื่องแบบซึ่งมาตรวจดูความปลอดภัย
อะดอเรลลา เป็นสร้อยเพชรสีชมพู 20 กะรัต ล้อมวงด้วยเพชรเม็ดเล็กๆเรียงกัน ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ท่ามกลางเครื่องประดับชิ้นอื่นๆที่ใส่ตู้วางอยู่รอบๆ

ภายในอาคารสตาร์ไดมอนด์ เพชร ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของสตาร์ไดมอนด์ซึ่งอยู่ในชุดสูทที่ดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เพชรยืนอยู่ท่ามกลางเครื่องประดับราคาแพงมากมายภายในร้าน
“อะดอเรลลา สร้อยเพชรสีชมพูอาถรรพ์” เสียงเจนจบดังเข้ามา เพชรหันไปมองที่เจนจบ หนุ่มหล่อสะอาด ซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับพาที หนุ่มอารมณ์ดี และชนินทร หนุ่มหน้าตาเคร่งขรึม ทั้ง 3 เป็นเพื่อนสนิทของเขา
“คนอย่างเพชร พัชระ โสภณพันธ์ ไม่เชื่อเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ อาถรรพ์ของอะดอเรลลา ก็แค่เรื่องบังเอิญ” เพชรบอกเพื่อนๆ
ทุกคนมองมาที่เพชร เจ้าของตึกและธุรกิจอัญมณีชั้นนำของเมืองไทยในชื่อ สตาร์ไดมอนด์ เป็นตาเดียว

ภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่กำลังดูในจอที่ฉายภาพมุมทางเดินต่างๆในโรงแรม ภูผาก้าวเข้ามาด้านหลัง
“งั้นลองฟังเรื่องบังเอิญของนายก่อน” เสียงของชนินทรที่พูดกับเพื่อนๆ เรื่องอะดอเรลลาอยู่ในร้านสตาร์ไดมอนด์ดังขึ้น
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหันไปมองแล้วตกใจที่เห็นภูผา เขาทำท่าจะลุกจากเก้าอี้ แต่ภูผาเอาเท้ายันอก จนท. ก่อนจะดันเก้าอี้จนติดผนังแล้วสะบัดมีดโค้งด้ามสลักไม้แทงเข้าปักอกจนท.คนนั้น แล้วหันกลับมาปาดคอ จนท.คนที่ 2 จนเลือดกระฉูด
“ราชินีองค์แรกที่ได้ อะดอเรลลา เป็นของขวัญแต่งงาน โดนกิโยตินตัดคอ...” เสียงของเพชรดังขึ้นในขณะที่ภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดได้รับการบุกรุกแล้ว

ณ ทางเดินภายในโรงแรม บลูในชุดรัดรูปสั้น กำลังก้าวเข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟต์กำลังจะปิดแต่มีมือมาแทรกไว้ บลูมองตามเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบ 4 คน ก้าวเข้ามาในลิฟต์ บลูยิ้มแล้วทิ้งสายตา เธอขยับปลดต่างหูรูปแท่งยาว ลิฟต์ปิดแล้วเลื่อนขึ้น
“ชั้นไหนครับ” ตำรวจถาม
“ชั้นอะดอเรลลาค่ะ” บลูตอบ
ได้ยินดังนั้น ตำรวจทั้ง 4 นายก็หันขวับมาทันที แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร บลูก็เอาต่างหูที่เป็นอาวุธเหล็กแหลมแทงเข้าที่คอของตำรวจคนแรกแล้วชักออก เลือดพุ่งกระฉูดจากคอ ตำรวจที่เหลือชักปืนแต่มือขวาบลูถือมีดบางเฉียบ ปาดฉับๆ ส่วนมือซ้ายก็แทงต่างหูแหลมเข้าที่คอตำรวจคนสุดท้าย หยดเลือดกระเซ็นไปทั้งลิฟต์ ตำรวจทั้ง 4 นายล้มลงเป็นศพที่ปลายเท้าของบลู
บลูยิ้ม เธอปาดเลือดที่กระเซ็นบนเนินอกขาวด้วยปลายนิ้ว แล้วใช้ลิ้นเลีย เธอเงยหน้ามองลิฟต์ที่กำลังไล่เลขขึ้นไปชั้นบน

ณ โถงทางเดินหน้าลิฟต์ หน่วยรักษาความปลอดภัยของบริษัทพาทีพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าโถงทางเดินอยู่ ธีรพัฒน์เดินมากับลูกน้อง หน่วยรปภ. กดลิฟต์ให้เขา
“ผมจะลงไปตรวจด้านล่างอีกรอบ ห้ามใครผ่านขึ้นมาชั้นนี้เด็ดขาด” ธีรพัฒน์บอก รปภ.
ลิฟต์เปิดออก ภายในว่างเปล่า เพราะไม่ใช่ลิฟต์ตัวที่บลูขึ้น ธีรพัฒน์กับลูกน้องเดินเข้าไป

หน้าแผงควบคุมคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เนสกำลังถือแมคบุ๊คต่อเชื่อมกับระบบภาพวงจรปิดทั้งโรงแรมและข้อมูลคอมพิวเตอร์ต่างๆ อยู่
เนสกดคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เขาเข้าระบบไปทำลายข้อมูลต่างๆ ขั้นสุดท้าย เนสกด enter ทันใดนั้นเองแผงไฟก็กระตุก หน้าจอควบคุมวงจรหลายเครื่องดับลง เนสยิ้มที่ทำงานสำเร็จ

ภายในร้านสตาร์ไดมอนด์ เพชรกำลังจัดวางเครื่องประดับในตู้ใหม่ เจนจบเล่าเรื่องอาถรรพ์ให้ทุกคนฟังอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าหญิงคนต่อมา ใส่อะดอเรลลาในงานหมั้น หลังพิธี .. รถตกเหว พระศพแหลกเหลว ไม่มีใครจำสภาพได้”
“พอเถอะ เจนจบ” เพชรขัด “ต่อให้นายเชื่อว่าอะดอเรลลามีอาถรรพ์ แต่ฉันก็ได้มันมาแล้วในราคาถูกๆแค่ 500 ล้าน”
“ถูกของแก 500 ล้าน” พาทีประชด
“ใช่ 500 ล้าน ไม่แพงเลยสำหรับชื่อเสียงสตาร์ไดมอนด์ของฉัน” เพชรหันไปทางพาที “บริษัทรักษาความปลอดภัยของแกน่ะ มีหน้าที่ดูแลอะดอเรลลาของฉันให้ดีที่สุด ก่อนเปิดแสดงพรุ่งนี้ .. ฉันสั่งแกแล้วนะ พาที มดสักตัว ฉันก็ไม่อนุญาตให้เดินเฉียดอะดอเรลลา”
เพชรพูดเสียงเข้มด้วยแววตาจริงจัง

ภายในห้องแสดงอะดอเรลลา อะดอเรลลาสะท้อนไฟแวววาวอยู่ ทั่วบริเวณโดยรอบมีแสงเลเซอร์สีเขียวพาดไว้โดยรอบอะดอเรลา มุกดาจับจ้องไปยังอะดอเรลลาอย่างใช้ความคิด

ภายในลิฟต์ ธีรพัฒน์อยู่กับลูกน้อง 2 คน อยู่ๆลิฟต์ก็ค้าง เกิดเสียงกระแทกดังตึ๊ง ธีรพัฒน์กับลูกน้องชักปืนออกมาเตรียมพร้อมทันที
ลูกน้องกดสัญญาณแจ้งลิฟต์ค้าง ธีรพัฒน์พูดใส่ไมค์โครโฟนที่ติดอยู่บนปกเสื้อเพื่อติดต่อลูกน้องด้านนอก
“ด้านล่างมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”
ที่ปล่องลิฟต์ ภูผากำลังนั่งอยู่บนตู้ลิฟต์โดยสารของธีรพัฒน์อย่างใจเย็น
ธีรพัฒน์ถือปืน มองไปรอบๆ ตามสัญชาติญาณของตำรวจ เขาพูดย้ำกับทุกคน
“ล็อคลิฟต์ทุกตัว ย้ำ ..ล็อคลิฟต์ทุกตัว อย่าให้ใครผ่านขึ้นไปห้องแสดงอะดอเรลลา”
ภูผาที่นั่งฟังอยู่ยิ้มนิดๆ ด้วยท่าทีนิ่งๆ

หน่วยรปภ.ที่โถงทางเดินหน้าลิฟท์ถือปืนเตรียมพร้อม เมื่อลิฟต์เปิดออก ทุกคนเล็งปืนไปด้านในแต่ไม่มีคนอยู่ในลิฟต์ รปภ. ทุกคนจึงลดปืน
รปภ.คนที่หนึ่งพูดว. “แจ้งบริษัทสตาร์ไดมอนด์ กับคุณพาที ด่วนที่....”
ทันใดนั้นเอง ขุนพลที่ใส่หน้ากากยางปิดบังหน้าตาใช้สลิงยึดตัวอยู่กับเพดานลิฟต์ก็ห้อยตัวลงมา รปภ.2 คนเห็นก็ยกปืนขึ้นจะยิง แต่เจอขุนพลยิงเจาะอกทั้งสองคน
รปภ อีก 2 คนยิงปืนใส่ กระสุนเฉียดขุนพลที่ดึงตัวขึ้นไปหลบแนบเพดาน รปภ.ที่เหลือพุ่งเข้าไปจะยิงซ้ำ แต่ประตูลิฟต์ก็ปิดเสียก่อน

ภายในลิฟต์ ธีรพัฒน์พยายามติดต่อคนภายนอก ส่วนตำรวจลูกน้องทั้ง 2 คนกำลังช่วยกันงัดลิฟต์ด้วยมือเปล่า
“ทุกหน่วยคุ้มกันห้องอะดอเรลลา” ธีรพัฒน์สั่งเสียงเข้ม

อีกด้านหนึ่ง หน่วย รปภ.เตรียมพร้อมอยู่หน้าลิฟต์ มีเสียงลิฟต์หยุด รปภ. ทุกคนเล็งปืนไปที่ลิฟต์ ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกันทั้งสองตัว
ขุนพลห้อยตัวลงมา ส่วนบลูใส่หน้ากากยางอีกแบบทั้งสองมือมีปืนถืออยู่ ทั้งขุนพลและบลูกราดยิงออกมาจากลิฟต์ ส่วน รปภ.ยิงสู้
ขุนพลม้วนตัวเดินออกจากลิฟต์มาพร้อมกับบลู ทั้งสองคนยิงถูกที่กลางอกของรปภ.ที่เหลือจนล้มลงตาย ขุนพลกับบลูมองศพ รปภ. ที่เกลื่อนหน้าลิฟต์ แล้วเดินเข้าไปในห้องแสดงอะดอเรลลาทันที

ภายในห้องแสดงอะดอเรลลา อะดอเรลลายังตั้งเด่นอยู่กลางห้อง บลูกับขุนพลเห็นมุกดากำลังเอื้อมมือจะหยิบอะดอเรลลา
“ห้ามแตะ นั่นมันอะดอเรลลาของเรา” บลูร้องบอก
“ของฉันต่างหาก”
มุกดายิ้ม และคว้าอะดอเรลลามาได้ เธอรีบหย่อนลงถุงที่ข้างเอวทันที
ขุนพลยิง มุกดาม้วนตัวหลบทำให้กระสุนโดนตู้เครื่องประดับชิ้นอื่นๆ ตกลงมา มุกดาพุ่งตัวหลบไปจนสุดอีกด้านหนึ่ง เธอหันไปมองผ่านกระจกเห็นความสูงของตึกก็ถึงกับชะงัก พอหันหน้ากลับมาบลูกก็ระชากตัวมุกดามาและกำลังจะปักเหล็กแหลมลงที่คอของมุกดา
มุกดาชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าบลูทำให้เหล็กหล่นจากมือ ขุนพลยิง มุกดาก้มตัวหยิบเหล็กของบลูแล้วปาพุ่งเข้าน่องขุนพล
มุกดาวิ่งพุ่งไปทางประตู แต่บลูโดดขวางไว้ ทั้งมุกดาและบลูล้มกลิ้งกันไป บลูพยายามดึงถุงอะดอเรลลาที่เอวมุกดา มุกดาก็พยายามกระชากหน้ากากยางของบลูออก
บลูกัดมือมุกดา มุกดาตบเข้าที่ใบหน้าบลูเต็มแรง ขุนพลมองนาฬิกาแล้วตะโกนบอกบลู
“ต้องไปแล้ว บลู”
บลูกระแทกมุกดาเข้ากับผนังตั้งใจจะคว้าถุงให้ได้ แต่มุกดาเตะเข้าที่กลางตัวบลูแล้วกระชากหน้ากากออกทันที
สองคนต่างตกตะลึงจ้องหน้ากันอยู่นานหลายวินาที บลูชกเปรี้ยงเข้าที่หน้า แต่มุกดาบิดหน้าหลบทันอย่างฉิวเฉียด บลูดึงหน้ากากปิด ขุนพลยิงใส่จนมุกดาต้องกระโดดหนีแล้วพุ่งอย่างเร็วไปทางประตู

ที่ปล่องลิฟต์ ภูผามองนาฬิกาแล้วหยิบระเบิดวางลงบนลิฟต์ แล้วรีบไต่สลิงขึ้นไปด้านบน
ธีรพัฒน์ร้อนรนในขณะที่ตำรวจลูกน้องพยายามงัดลิฟต์อยู่
“ใครอยู่ที่ห้องแสดงอะดอเรลลา รายงานด้วย” ธีรพัฒน์พูดใส่ไมค์โครโฟนด้วยเสียงเข้ม

อีกด้านหนึ่ง มุกดาพุ่งออกมาจากในห้องแสดงอะดอเรลลา แต่เจอแมงมุมที่ใส่หน้ากากยางดักอยู่ แมงมุมก้าวมายิงใส่ มุกดาวิ่งหลบแล้วตัดสินใจพุ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟ ส่วนบลูกับขุนพลวิ่งออกมา
“เอาไง” แมงมุมถาม
“แกกับฉันไปเอาเพชร .. บลู ทำตามแผนเดิม” ขุนพลบอก
“ต้องฆ่านังนั่นก่อน มันเห็นหน้าฉัน” บลูเสียงจริงจัง
“โอ๊ะ เด็กๆ..เดี๋ยวจัดการให้ คนสวย” แมงมุมพูดแล้วส่งจูบใส่บลู
ทุกคนมองไปที่ลิฟต์แล้วทำตามแผนที่ตกลงกันไว้

ภายในปล่องลิฟต์ ภูผาโหนสลิงซึ่งสูงกว่าตัวลิฟต์ เขากดระเบิดในมือจนระเบิดที่ติดอยู่ที่ลิฟต์ระเบิดขึ้น ภูผาหันหน้าหนีเปลวไฟที่พวยพุ่ง
เสียงระเบิดดังสนั่น สลิงขาด
ภายในลิฟต์ ธีรพัฒน์กับลูกน้องตำรวจถึงกับเซไปมา ลิฟต์ร่วงลงสู่พื้น ภูผาที่โหนตัวอยู่บนสลิงมองตู้ลิฟต์กำลังร่วงลงข้างล่าง
ภายในลิฟต์ ธีรพัฒน์และลูกน้องเอียงกะเท่เร่ตามแรงลิฟต์ที่พุ่งลงอย่างรวดเร็ว ธีรพัฒน์สั่งเสียงเข้ม
“กันคนด้านล่างออกไป ลิฟต์กำลังร่วง กันคนออกไป”

ที่ร้านสตาร์ไดมอนด์ เสียงมือถือของพาทีดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง พาทีกดรับสายแล้วนิ่งฟัง

บริเวณหน้าลิฟท์ภายในโรงแรม มีแขกกับพนักงานยืนอออยู่หน้าลิฟต์ ตำรวจนอกเครื่องแบบวิ่งเข้ามา
“ออกไปครับ ออกไป”
แขกเหรื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ก้าวห่างจากลิฟต์เพียงไม่กี่ก้าว เสียงลิฟต์ตกกระแทกอย่างแรง
ภายในลิฟต์ ธีรพัฒน์กับลูกน้องกลิ้งกระแทกพื้น ไฟในลิฟต์ดับพรึ่บ ควันมากมายพุ่งออกจากประตู
แขกบริเวณนั้นร้องกรี๊ดเสียงดัง บรรยากาศภายในโรงแรมอลหม่านชุลมุน ตำรวจ 2 คนวิ่งเข้าไปดูลิฟต์ เห็นลิฟต์แยก ทุกคนมองเข้าไปเห็นธีรพัฒน์ตะเกียกตะกายออกมาจากลิฟต์
ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นรีบเข้ามาช่วยกันแยกลิฟต์ เอาคนที่ติดอยู่ด้านในออกมา

ที่ร้านสตาร์ไดมอนด์ พาทีทวนคำจากปลายสาย
“เพชรถูกขโมย”
ทุกคนตกใจ เพชรมองจ้องเพื่อน พาทีวางสายแล้วหันมาแต่ยังพูดไม่ออก
“ไม่ต้องพูดแล้ว ..ฉันได้ยิน ... อะดอเรลลาถูกขโมย..” เพชรพูดด้วยความตกใจแล้วเขาก็วิ่งออกไปเป็นคนแรก ทุกคนวิ่งตามออกไปทันที

ภูผาปีนสลิงมาที่ประตูลิฟต์ เขาเหวี่ยงตัวไปถีบลิฟต์เป็นสัญญาณ ภูผาโหนตัวขึ้นอีกที ลิฟต์เปิดออก ภูผาโดดออกมายืนที่โถงทางเดินหน้าลิฟต์
เนสซึ่งเป็นคนช่วยงัดลิฟต์ ยืนรออยู่บริเวณนั้น ภูผากับเนสดึงหน้ากากยางลงปิดหน้าแล้ววิ่งอย่างรวดเร็วไปที่บันไดหนีไฟ

มุกดาวิ่งอย่างรวดเร็วอยู่ที่ทางเดินในโรงแรม ขุนพลกับแมงมุมวิ่งไล่ยิง มุกดาโดดลงมายังชั้นที่มีห้องพัก แขกที่มาพักวิ่งหนีออกจากห้อง เครื่องจับควันไฟบนเพดานทำงานทุกตัว น้ำกระจายไปทั่วทางเดิน
มุกดาวิ่งพร้อมกับตะโกนบอกแขกที่กำลังจะออกจากห้องด้วยความตกใจ
“หลบไป หลบไป”
มุกดาวิ่งเลี้ยวไปทางบันไดหนีไฟอย่างรวดเร็ว

มุกดาวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ โดยมีแมงมุมกับขุนพลวิ่งไล่ยิงมา มุกดาหลบกระสุนแล้ววิ่งต่อ เธอจะวิ่งขึ้นข้างบนแต่เจอภูผาโผล่มาจากด้านบนยิงสวนลงมา ทำให้มุกดาโดนยิงประกบจากทั้งข้างล่างและข้างบนทันที
ภูผามองเห็นถุงอะดอเรลลาอยู่ที่เอวมุกดา มุกดาก้มต่ำเพื่อหลบกระสุน เธอมองขึ้นไปเห็นเฮลิคอปเตอร์กำลังบินเข้ามาใกล้

ภายในเฮลิคอปเตอร์ สำนักข่าวครอบครัวข่าวกำลังบินรายงานอยู่
“ขณะนี้ผมกฤต เจนพานิชการ จาก Sky Report กำลังบินอยู่เหนือโรงแรมที่เกิดเหตุปล้นอะดอเรลลา เพชรสีชมพู มูลค่า 500 ล้าน”

มุกดาก้มหลบกระสุนของแมงมุมและขุนพล เมื่อมองไปด้านบนก็เห็นภูผากำลังเล็งปืนลงมาหาเธอ
“เรามาถึงที่เกิดเหตุเป็นสำนักข่าวแรก” เสียงของกฤตยังรายงานข่าวต่อเนื่อง “ทันทีที่ได้รับการประสานกับทางตำรวจ เดี๋ยวเราจะลงไปรายงานนะครับ ท่านผู้ชม ว่าเกิดอะไรขึ้นในเหตุปล้นสะเทือนขวัญกลางเมือง”
มุกดาแตะถุงอะดอเรลลาอย่างระมัดระวัง เธอคิดว่าทางรอดทางเดียวก็คือกระโดดหนี ภูผายิงสกัดไม่ให้เธอกระโดด มุกดาเห็นภูผากำลังไต่ลงมา เธอหลบกระสุนของแมงมุมกับขุนพลพร้อมกับเหวี่ยงตัวจะพุ่งลงไป
ภูผาพุ่งเข้ามากระชากถุงอะดอเรลลา มุกดาโหนบันไดแล้วห้อยตัวคว้าถุงอะดอเรลลาไว้ มุกดากับภูผาต่างก็ตะปบถุงอะดอเรลลาไว้ทั้งคู่ ต่างคนต่างดึงจนถุงอะดอเรลลาขาด อะดอเรลลาหล่นจากถุง
ภูผาพุ่งร่างตามโดยเอาขาเกี่ยวไว้กับบันไดก่อนจะร่วงหล่นไป มุกดาที่โหนมือเดียวรีบเอื้อมมือไปรับอะดอเรลลาที่กำลังจะร่วง แต่ภูผาคว้าอะดอเรลลาไว้ได้ก่อนที่จะหล่นลงในมือมุกดา
ขุนพลกับแมงมุมเห็นภูผาคว้าอะดอเรลลาไว้ได้ก็ยิงมุกดาทันที
มุกดาที่ห้อยอยู่เห็นภูผากำอะดอเรลลาอยู่กับหน้าอก ก็จะโหนตัวขึ้นแย่งแต่กระสุนของขุนพลยิงเฉียดมือเธอที่จับราวบันไดอยู่ แมงมุมรีบไต่ขึ้นมากระทืบมือมุกดาเต็มแรงแล้วจ่อปืนหมายจะยิงมือให้ทะลุ
มุกดาทนไม่ไหว จำต้องปล่อยมือ ทำให้เธอร่วงลงไป ภูผา ขุนพล และแมงมุมมองตาม
“ไม่เหลือ” แมงมุมรำพึงขึ้นมา

ที่บันไดหนีไฟ มุกดาวิ่งตามกลุ่มภูผาขึ้นไปชั้นบน มุกดาวิ่งมาตามทางเดิน อยู่ๆ มีมือมาคว้าแขนของเธอ มุกดาหันไปฟันสันมือใส่จนเกือบจะเข้าหน้าคมกฤช พี่ชายของมุกดาผู้เป็นเจ้าของธุรกิจรักษาความปลอดภัย แต่คมกฤชหลบได้อย่างว่องไวโดยที่มือของมุกดาอยู่ห่างหน้าแค่คืบ
“พี่กฤช” มุกดาลดมือ
คมกฤชพูดกับน้องสาวด้วยความร้อนใจ
“หลบไปก่อนมุก”
“ไม่ได้ อะดอเรลลาถูกขโมยไปแล้ว”
“ปล่อยให้พี่กับธีรพัฒน์จัดการเอง ตำรวจอยู่เต็มโรงแรม นักข่าวก็กำลังมา ถ้าพวกนั้นรู้ว่าพี่ใช้มุกมาทดสอบระบบความปลอดภัย มุกจะโดนข้อหาปล้นไปด้วย”
“เรื่องนั้นว่ากันทีหลัง... ยังไงตอนนี้เราต้องเอาอะดอเรลลากลับมาให้ได้ก่อนพวกมันขึ้นไปดาดฟ้า แผนหนีของมันต้องเริ่มจากบนนั้น” มุกดาบอก
“อันตรายมากนะมุก พี่ไม่ยอมให้แกไปเสี่ยงตายขนาดนั้น”
“มุกไม่กลัว หนักกว่านี้ มุกก็เคยเจอมาแล้ว”
“พี่บอกว่าไม่ได้ ก็ต้องไม่ได้!!!”

คมกฤชกระชากแขกลากตัวน้องสาวออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

ภายในเฮลิคอปเตอร์ทีมงานครอบครัวข่าวซึ่งกำลังจะบินลงไปจอดที่จุดจอดบนดาดฟ้าของโรงแรม
“ผมยังไม่ยืนยันนะครับ ดูเหมือนมีคนร่วงลงมาจากตึกของโรงแรมด้วย”

กฤต ซึ่งทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวรายงาน อย่างจริงจัง

ที่ประตูทางออกดาดฟ้าโรงแรม เนสยืนหลบอยู่ เขากำลังเอาเลือดราดที่ตัวให้ดูเหมือนบาดเจ็บ เนสส่งเลือดต่อให้บลู พอบลูเทใส่ตัวแล้วยังฉีกเสื้อผ้าให้ขาดวิ่น เธอปาดเลือดให้ไหลไปบนเนื้อขาวๆ
เฮลิคอปเตอร์ครอบครัวข่าวใกล้จะลงจอด เนสกับบลูวิ่งก้มต่ำออกมาจากที่ซ่อน
กฤตซึ่งนั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์มองไปเห็นทั้งสองคนวิ่งออกมา
“ตอนนี้เราเห็นผู้บาดเจ็บสองคน มีผู้หญิงด้วยนะครับ ท่าทางบาดเจ็บสาหัส เดี๋ยวเราจะลงไปสอบถามว่าเกิดเหตุอะไรด้านใน”
เฮลิคอปเตอร์บินต่ำลงมาเตรียมจอด
บลูวิ่งมาทำเป็นล้มหมดแรงลงกับพื้น ส่วนเนสทำเป็นทรุดลง ก้มตัวลงต่ำ เฮลิคอปเตอร์จอด กฤตกับช่างภาพกรูกันลงมา กฤตถึงตัวบลูก่อนจึงเข้าไปประคอง
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
บลูเงยขึ้นมาในขณะที่สวมหน้ากากอยู่ เธอเอาปืนจ่อ กฤตถึงกับผงะ แมงมุมโผล่จากที่ซ่อนพุ่งเข้าชาร์จช่างภาพแล้วเอาปืนจ่อ นักบินตกใจเตรียมจะเอาเครื่องขึ้น แต่ขุนพลพุ่งมาจากอีกด้านเอาปืนจ่อหัวก่อน
“พวกคุณเป็นโจร” กฤตละลักละล่ำ
กฤต ช่างภาพ และนักบินถูกมัดโดยมีกล้องวางอยู่กับพื้น
แก๊งภูผาทั้ง5 ซึ่งอยู่ในหน้ากากอำพรางใบหน้าวิ่งไปที่เฮลิคอปเตอร์ หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ก็บินขึ้นเหนือพื้น
ธีรพัฒน์ที่ยังบาดเจ็บอยู่โผล่ขึ้นมาที่ดาดฟ้าโดยมีลูกน้องติดตามมาด้วย ธีรพัฒน์ยิงสกัดไปที่กลุ่มภูผา เนสที่จะขึ้นเครื่องเป็นคนสุดท้ายโดนกระสุนล้มลง
“เนส” แมงมุมร้องลั่น
ภูผาเอาเครื่องขึ้นสูงแล้วบินออกไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มภูผาทั้ง 4 คนบนเฮลิคอปเตอร์เห็นตำรวจกรูเข้ามาล้อมศพเนส
ธีรพัฒน์มองตามเฮลิคอปเตอร์ที่บินขึ้นไปด้วยความโมโห
กฤตวิ่งถือไมค์เข้ามารายงาน “ท่านผู้ชมครับ ครอบครัวข่าว 3 ยังอยู่กับท่านวินาทีต่อวินาทีนะครับ เหตุการณ์สดๆตอนนี้ เครื่องบินของเราถูกแก๊งปล้นอะดอเรลลาจี้ไป หนึ่งในกลุ่มโจรถูกวิสามัญ หลังจากทำร้ายช่างภาพ นักบิน และ นักข่าว”
“แต่ท่านผู้ชมมั่นใจได้เลยครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกสถานการณ์ ครอบครัวข่าวสาม พร้อมจะรายงานให้ท่านผู้ชมทันข่าวก่อนใคร!!!”

รถของเพชรมาจอดที่หน้าโรงแรม ท่ามกลางความวุ่นวายของแขกที่พากันวิ่งหนีออกมา โดยมีตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่อยู่ เพชรพรวดพราดลงจากรถ เจนจบซึ่งเป็นคนขับตามลงมา ชนินทร และพาทีลงด้านหลัง
“ไม่จริง .. นี่ฉันฝันไปใช่มั้ย” พาทีกล่าวอย่างตกใจ
ชนินทรหันไปตบหน้าพาทีดังป๊าบจนพาทีหมุนคว้าง
“เออ..เจ็บจริง... อะดอเรลลา อะดอเรลลาถูกปล้น”
เพชรไม่สนใจเพื่อนๆ เขารีบวิ่งอย่างรวดเร็วเข้าไปในโรงแรม เจนจบตามไปติดๆ โดยมีชนินทรกับพาทีตามไปด้วย

มุกดาถูกพี่ชายลากตัวมาที่มุมมืดแห่งหนึ่งเพื่อหลบสายตาผู้คน คมกฤชแตะตัวมุกดาโดยมีแววตาห่วงใยน้องสาว
“ไปจากที่นี่ก่อน มุก”
“แต่อะดอเรลลาถูกขโมยไปแล้ว พี่กฤช”
“เดี๋ยวพี่กับธีรพัฒน์จัดการเอง มุกรีบไปก่อน ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าพี่ใช้มุกเข้าไปทดสอบระบบความปลอดภัย มุกจะโดนข้อหาปล้น”
มุกดามองหน้าพี่ชาย สองพี่น้องมีสีหน้ากังวลใจ

ภายในห้องแสดงเพชรอะดอเรลลา บัดนี้แท่นที่เคยตั้งอะดอเรลลาว่างเปล่า เพชรหันขวับไปมองธีรพัฒน์ที่ยังไม่ได้ทำแผล
“ดูแลกันยังไง ของห้าร้อยล้านถึงหายไปได้ ว่าไง .. พาที”
“คือว่า..” พาทีอ้ำอึ้ง
“คือว่า.. ทุเรศ.. ไหนบอกว่าบริษัทแกดีที่สุดเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย”เพชรชี้ไปที่แท่นโล่งๆ ด้วยความโกรธ “นี่ใช่มั้ย .. ผลงานสุดยอดของแก”
“ก้อโจรสมัยนี้มันเก่ง” พาทีแก้ตัว
“แสดงว่าฉันโง่ที่จ้างบริษัทห่วยแตกของแก”
พาทีค่อยๆถอยห่างเพชรที่กำลังโมโหไปสองก้าว
“ใจเย็นๆ เพชร” เจนจบปลอบ
“เงียบเลย เจนจบ .. นี่ไม่ใช่เรื่องใจเย็น ... แล้วบริษัทประกันมาหรือยัง”
คมกฤชก้าวเข้ามาในห้องที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด
“ผมมาถึงนานแล้วครับ คุณเพชร แต่ไปดูที่เกิดเหตุ” คมกฤชบอก
เพชรเอ่ยถามเสียงเรียบแต่บอกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“แล้วเจออะไรที่จะทำให้ได้อะดอเรลลาของผมคืนมาบ้างหรือยัง คุณคมกฤช”
“ยังครับ”
“ผมให้ห้าล้าน สำหรับคนบอกเบาะแสจับโจรอะดอเรลลา”
“ห้าล้าน...มากไปหรือเปล่าครับ” ธีรพัฒน์ท้วง
เพชรหันขวับมอง พาทีหุบปากเงียบด้วยความเกรง
“ไม่มากหรอก เพราะราคาประกันของอะดอเรลลาคือ พันล้าน” ชนินทรบอก
ทุกคนในห้องเงียบเหมือนหยุดหายใจ
“พันล้านที่บริษัทคุณต้องจ่าย” เพชรหันไปพูดกับคมกฤช
“ผมขอเวลาหน่อย” คมกฤชต่อรอง
“ได้ ผมไม่ใช่คนโหดร้าย ผมอยากเห็นเหมือนกันว่า ตำรวจบริษัทรักษาความปลอดภัย และบริษัทประกัน จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากแค่ไหน”
เพชรกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาเข้ม แล้วมาหยุดที่คมกฤช
“ผมให้เวลาอย่างที่คุณขอ... สองอาทิตย์”
ทุกคนถึงกับอึ้ง คมกฤชฟังแล้วหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในห้องรับแขกของบ้านเพชร เพชรหันไปมองมรกต แม่ของเขาที่กำลังพูดด้วยเสียงสูง
“สองอาทิตย์...แกให้เวลาตำรวจเค้าจับโจรปล้นเพชรห้าร้อยล้านหรือโจรปล้นมอเตอร์ไซค์...หา…ตาเพชร”
คุณปัก แม่บ้านใหญ่ถึงกับสะดุ้ง ส่วนมะดันที่ถือถาดกาแฟเข้ามาก็มือสั่น
“คุณแม่... แค่วันเดียว ก็เอาอะดอเรลลาออกนอกประเทศได้แล้วครับ” เพชรบอก
“นั่นน่ะสิ คุณมรกต...เครื่องประดับห้าร้อยล้านนะคุณ ชื่อเสียงสตาร์ไดมอนด์อีก” เผ่าพงศ์ พ่อของเพชรสนับสนุนลูกชาย
“ฉันขอความเห็นหรือยัง คุณเผ่า” มรกตเสียงเข้ม
เผ่าพงศ์ซึ่งเป็นคนกลัวเมียอยู่แล้วทำเป็นยกหนังสือพิมพ์อ่านทันที มรกตหันไปทางเพชร
“ก็ได้ สองอาทิตย์”
เพชรกับเผ่าพงศ์พูดขึ้นพร้อมกันอย่างรู้นิสัยมรกต
“แต่...”
“แต่…แต่แกอย่าเพิ่งทวงเงินประกันจากคมกฤชโดยเด็ดขาด” มรกตบอกเงื่อนไข “ห้ามหือ ห้ามอือ เพราะนี่เป็นคำสั่งที่ต้องไม่มีใครกล้าปฏิเสธ”
มรกตยื่นคำขาด เพชรมีสีหน้าขัดใจกับคำสั่งแม่

ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ประไพ แม่ของคมกฤชและมุกดายกมือขึ้นไหว้มรกต คมกฤชที่นั่งอยู่ข้างๆ ไหว้พร้อมๆกัน
“ขอบคุณมากนะคะคุณพี่... ที่เมตตาบริษัทลูกชายดิฉัน” ประไพกล่าวอย่างนอบน้อม
“ผมรับรองครับคุณป้า เราต้องได้อะดอเรลลาคืน” คมกฤชเสริม
“เร็วหน่อยก็ดีนะจ๊ะคมกฤช ป้าขี้เกียจฟังลูกชายบ่น ว่าแต่..หนูมุกไม่มาด้วยเหรอ”
มรกตถามถึงมุกดา ประไพอมยิ้มกับมรกตอย่างรู้กัน
“คราวหน้า คุณพี่ได้เจอหนูมุกแน่ๆค่ะ”
คมกฤชมองแม่พร้อมแววตาสงสัย

ที่สนามบิน มุกดากำลังซ้อมยิงปืน กระสุนที่เธอยิงเข้ากลางเป้าทุกนัด คมกฤชยกปืนยิง กระสุนเข้ากลางเป้าทุกนัดเหมือนกัน
“ฉันว่าแม่กับคุณมรกตกำลังวางแผนที่เกี่ยวกับแกอยู่ว่ะ... มุก” คมกฤชหันมาพูดกับน้อง
“จะมีอะไร ก็เรื่องเดิมๆ หาลูกเขย”
“ดีนะ มีน้องเขยเป็นเจ้าของอะดอเรลลา ฉันจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินประกัน”
“บ้าน่ะ พี่กฤช .. แล้วคดีได้เรื่องคืบหน้ามั่งหรือเปล่า”
“ไม่เลย... แก๊งนี้ มันฉลาด เปลี่ยนโปรแกรมให้กล้องวงจรปิดหยุดบันทึก”
“แต่ก็ถือเป็นโชคดีของแก ไม่งั้นก็ต้องมีภาพตอนแกเข้าไปหยิบอะดอเรลลา”
“ก็มุกทำตามคำสั่งใครล่ะ”
“เออ...ฉันผิดเอง ที่ใช้แกไปทดสอบ ไม่นึกว่าฝีมือตำรวจสากลอย่างแก...จะหยุดโจรไม่ได้”
คมกฤชพูดไม่ทันขาดคำ มุกดาก็ยิงไปที่เป้าของคมกฤช กระสุนเข้ากลางเป้าที่คมกฤชยิงไว้
คมกฤชมองน้องสาว มุกดามองปืนคู่ใจแล้วปลดแม๊ก หยิบแม๊กใหม่ยัดใส่ทันที
“มุกประมาทไปหน่อย ถ้าติดกระบอกนี้ไปด้วย พวกมันไม่รอด”
มุกดาหันไปยิงใส่เป้าไม่ยั้งด้วยความแค้นใจ

หน้าห้องทำงานธีรพัฒน์ที่กองปราบปราม พาทีกำลังเดินคุยมากับธีรพัฒน์
“ผมจะรีบส่งแผนรักษาความปลอดภัยอย่างละเอียดให้สารวัตรเร็วที่สุดครับ” พาทีบอก
“ขอบคุณครับ”
พาทีเดินแยกไป ธีรพัฒน์หันจะเดินกลับเข้าห้องแต่กลับเจอนักข่าวกรูเข้ามาดัก
“รู้หรือยังคะว่าใครเป็นโจร” นักข่าวคนหนึ่งถาม
“เมื่อไหร่จะจับได้ครับ” นักข่าวอีกคนถามขึ้นมาอีก
จ่าถนอม ตำรวจหน้าห้องของธีรพัฒน์ช่วยกันนักข่าวออกไป
“สารวัตรยังไม่ให้สัมภาษณ์นะครับ น้องๆ รอแถลงข่าวนะครับ”
ธีรพัฒน์รีบปิดประตูเข้าห้อง กลุ่มนักข่าวยังคงรออยู่ด้านนอก คมกฤชกำลังนั่งรออยู่ด้านใน เขามองเพื่อนที่หน้าตาเซ็งสุดขีด
“สอบปากคำเป็นร้อย แต่อะดอเรลลาก็ยังล่องหน...เหมือนไอ้โจร 4 คนนั้น” คมกฤชพูดขึ้น
“ฉันเครียดแทนแกเลยไอ้กฤช รับเข้าไปได้ยังไง วงเงินประกันพันล้าน” ธีรพัฒน์กล่าว
“เพราะบริษัทประกันน้องใหม่อย่างฉัน ต้องการความเชื่อถือจากลูกค้าน่ะสิ แต่งานนี้มันผิดพลาดที่ระบบรักษาความปลอดภัยของพาที”
“คุณพาทีเค้าก็เครียดนะ เพิ่งจะกลับไปเมื่อกี๊นี้”
คมกฤชลุกเดินไปมาอย่างใช้ความคิด
“เพชรแค่เม็ดเดียว สะเทือนกันไปหมด”
“เพราะอะดอเรลลามันเป็นเพชรอาถรรพ์” ธีรพัฒน์พูด คมกฤชมองเพื่อน ที่หน้าตากลุ้มกับคดีเป็นอย่างมาก

ที่ทางเดินภายในกองปราบ นักข่าวพากันเดินกลับออกมา ทุกคนบ่นอุบอิบเพราะไม่ได้ข่าว
“ต้องเอาข่าวจากสารวัตรธีรพัฒน์นั่นแหละ”
รุจา นักข่าวสาวมือใหม่เดินเข้ามา เธอหอบข้าวของที่เตรียมมาสัมภาษณ์ ทั้งแฟ้มข้อมูล กล้องถ่ายรูป เครื่องอัดเสียง MP3 ในมือวุ่นวายไปหมด เธอมองไปเห็นกลุ่มนักข่าวเดินมาก็ดีใจ วิ่งเข้าไป แต่แฟ้มข้อมูลในมือหล่น เสียงดัง ส่วนตัวรุจาก็เบรกไม่ทันสะดุดแฟ้มตัวเองลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น นักข่าวทุกคนเดินมาเห็นก็หัวเราะ
“ฉบับไหนเนี่ย” นักข่าวคนหนึ่งพูดปนหัวเราะ
รุจารีบลุกขึ้น ยิ้มภูมิใจ
“รุจา จากนิวส์ไทม์ น้องใหม่ ฝากตัวกับพี่ด้วยๆนะคะ”
รุจายกมือไหว้พร้อมก้มหัวอย่างสวยงาม แต่พอเงยขึ้นมา ไม่เหลือนักข่าวรุ่นพี่ตรงนั้นเลยสักคน เธอหน้าเหี่ยวอยู่พักเดียว ก่อนจะฮึดบอกตัวเอง
“ไม่เป็นไร รุจา... ล้มวันนี้เพื่อก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวันหน้า”

รุจาวิ่งอย่างรวดเร็วมาตามทางเดินในกองปราบปราม คมกฤชเปิดประตูออกจากห้อง จ่าถนอม หน้าห้องของธีรพัฒน์ยกมือทำความเคารพคมกฤช คมกฤชยิ้มให้เป็นเชิงขอบคุณ
รุจาหยุดวิ่งแล้วเปิดแฟ้มข้อมูลดู
“คนรับผิดชอบคดีนี้ สารวัตรธีรพัฒน์” รุจาพึมพำกับตัวเอง
รุจาวิ่งมาดูป้ายชื่อหน้าห้อง เห็นเป็นชื่อ พ.ต.ต. ธีรพัฒน์ กำเนิดดี เธอจึงอ้าปากจะถามแต่จ่าถนอมรีบพูดดัก
“สารวัตรไม่ให้สัมภาษณ์ครับ”
รุจาหันไปมองคมกฤชที่เดินออกมา แล้วรีบวิ่งตามไปทันที

คมกฤชเดินออกมาจากกองปราบปราม รุจาวิ่งตามมา เธอตะโกนเรียก
“สารวัตรธีรพัฒน์คะ”
คมกฤชเดินต่อไม่หันตามเสียง รุจารีบวิ่งมาดักหน้า ยื่นเครื่องอัดเสียงจ่อปาก
“เฮ้ย... คือผม...” คมกฤชตกใจ
“ถือว่าการปล้นอะดอเรลลานี่เป็นปฏิบัติการหยามเกียรติตำรวจไทยได้หรือเปล่าคะ”
คมกฤชอึ้งกับคำถาม
“กำลังจะบอกว่า...”
รุจายิงคำถามที่จดมาเป็นโพยใส่คมกฤชต่อ
“ตามสถิติแล้ว ตำรวจคลี่คลายคดีใหญ่ๆแบบนี้ได้ภายในหนึ่งเดือน คราวนี้คิดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนคะ”
“นี่คุณนักข่าว”
“รุจาค่ะ” รุจามีแววตากระตือรือร้น “ดิฉัน รุจา น้องใหม่ไฟแรง คุณภาพคน คุณภาพข่าว คุณภาพนิวส์ไทม์ค่ะ”
คมกฤชรำคาญ ดึงเครื่องอัดเสียงมาแล้วกดปิด เขายัดเครื่องอัดเสียงคืนใส่มือรุจา
“มาทางไหน กลับไปทางนั้น.... ให้เร็วเลย”
“ดิฉันเข้าใจค่ะ ว่าคดีนี้มันใหญ่ ตอบอะไรไป ก็อาจจะเป็นประเด็น”
“เฮ้ย คุณ... ปิดปากแป๊บนึง ... ฟังผมบ้างสิ”
รุจาเปิดเครื่องอัดเสียงแล้วจ่อใกล้ปากคมกฤชอีก “ฟังอยู่ค่ะ พูดเลยค่ะสารวัตร ไม่ต้องกลัวนะคะ ดิฉันจะอ้างว่าท่านเป็นแหล่งข่าว”
“บ้าซีแหล่งข่าว... ไม่ต้อง”
คมกฤชเสียงเข้ม รุจาตกใจ
“ไม่ต้องอะไรคะ ไม่ต้องอ้างเหรอคะ เขียนชื่อจริงได้เลยใช่มั้ยคะ”
“ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าคุณอีก” คมกฤชพูดเน้นเป็นคำๆ

รุจาอึ้ง คมกฤชทำหน้าดุเอาเรื่องใส่รุจา

มุกดากำลังคุยกับเจอรี่ ตำรวจชาวต่างชาติซึ่งเป็นเจ้านายของเธอผ่านวิดีโอแชท ภายในห้องนอน

“เจอรี่ มุกเองนะ”
เจอรี่นั่งอยู่หน้าคอมพ์ในห้องทำงานของเขา
“ใกล้หมดกำหนดพักร้อนแล้ว คุณจะกลับมาวันไหน” เจอรี่ถาม
“ยังกลับไม่ได้ค่ะ เจ้านาย ที่นี่มีเรื่องด่วนมาก เจอรี่คะ มุกอยากรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเครื่องประดับเก่าแก่ ที่ชื่ออะดอเรลลา”
มุกดากำลังจะพูดต่อแต่ประไพเปิดประตูเข้ามาพอดี
“ทำอะไรอยู่จ๊ะ”
มุกดารีบลุกขึ้นแล้วเอาตัวบังหน้าจอไว้ เธอมองแม่ของตัวเองแล้วยิ้ม
“ดูเว็บแฟชั่นค่ะ”
ภาพที่ภายในจอคอมพ์ฯ เจอรี่ก็ยิ้มเช่นกัน
“อืม...ยังดูเฟิร์มดี ตกลงจะให้ผมพูดกับก้นคุณ หรือหน้าคุณดี” เจอรี่แซว
มุกดารีบเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อกดปุ่มปิดเสียง

ที่นอกห้องนอนของมุกดา ประไพกำลังมองลูกสาวอย่างไม่ค่อยชอบใจ
“แม่อยากจะให้มุกเลิกเรียน แฟชั่นดีไซน์อะไรนี่เสียที จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แถมตอนนี้ กฤชเองก็กำลังลำบาก”
“มุกจะจับโจรปล้นเพชรให้ได้ค่ะ แม่”
ประไพตีแขน “มุกไม่ใช่ตำรวจนะ จะไปวิ่งไล่จับโจร”
“ แล้วถ้ามุกเป็นตำรวจ...แม่ไม่ชอบเหรอคะ”
“ไม่ได้เด็ดขาด แม่ไม่ให้มุกทำงานเสี่ยงตายแบบนั้น”
ประไพตาแดงคล้ายจะร้องไห้ มุกดารีบกุมมือให้กำลังใจแม่
“มุก... อยากช่วยพี่มั้ยลูก” ประไพถาม
“ค่ะ แม่ ทางไหนที่ช่วยพี่กฤชได้ มุกจะทำ”
“รับปากแล้วนะ” ประไพยิ้มกว้าง
มุกดาชะงักเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอรีบปฏิเสธอย่างรู้ทัน
“ยกเว้นเรื่องเดียวค่ะ แม่... ไม่นะคะ ไม่ค่ะ ไม่เด็ดขาด”

เวลาเดียวกันนั้นภายในบ้านของเพชร เขาปลดเนคไทออกแล้วส่ายหน้าเดินหนีมรกตผู้เป็นมารดา
“ไม่ ไม่ ไม่…ผมบอกว่าไม่ไงครับ... ผมไม่ไปดูตัวอะไรทั้งนั้น”
ปักที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร ถึงกับทำส้อมหล่นดังแกร๊ง
“ขวัญอ่อนเหลือเกินนะยะ คุณปัก” มรกตแขวะ “จะแอบฟัง ก็ให้มันเบาๆ หน่อย”
“ค่ะ คุณผู้หญิง” ปักเผลอตัวตอบอีก มะดันรีบสะกิด ปักนึกได้จึงรีบปิดปาก
“แม่ครับ เพชรมูลค่าห้าร้อยล้านเพิ่งถูกขโมย คดีไม่คืบหน้า ผมเครียดที่สุดในชีวิตแล้วนะครับ แม่จะให้ผมไปนั่งกินข้าวดูตัวเนี่ยะนะ”
“ทำไม ..ชีวิตแกมีแต่เรื่องตามหาเพชรอาถรรพ์นั่นอย่างเดียวหรือไง หน้าที่ตำรวจก็ปล่อยเค้าทำไปสิ” มรกตดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลง
“ถึงยังไง ผมก็ไม่ไปดูตัวกับพวกลูกสาวเพื่อนแม่แล้วครับ จำคนก่อนได้มั้ย แม่บอกว่าสาวไฮโซ ตระกูลดี เรียบร้อยยิ่งกว่าผ้าพับไว้ในหีบ ตอนนี้เป็นไงครับ ปฏิทินนู้ดเธอขายเกลื่อนเมือง” เพชรเย้ยมารดา
มรกตตั้งท่าจะเถียง แต่เพชรส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม
“คนก่อนโน้น... น่ารัก น่าทะนุถนอม .. เพิ่งลงหน้าข่าวสังคม ประกาศตัว ผัวใคร ไม่สน... ฉันชอบแย่ง” เพชรต่ออีก
“ตาเพชร”
“พอซะทีเถอะครับเรื่องจับคู่... ตอนนี้ผมขอทำงานก่อน”
“ก็ได้... ถ้าแกไม่ไป แม่จะไม่แตะข้าวมื้อนี้”
เผ่าพงศ์รีบตักกิน ไม่รอ มรกตเสียงดัง
“คุณเผ่าพงศ์...ก็จะไม่แตะเหมือนกัน บ้วนออกมา”
เผ่าพงศ์ซดแกงจืดค้าง เขาหันซ้ายหันขวา ปักถลาเอาถ้วยเปล่ามารองรับ เผ่าพงศ์จำใจบ้วนแกงออกอย่างเสียดาย
“แม่จะอดข้าวตาย ถ้าแกไม่เห็นความหวังดีของแม่” มรกตขู่
ทุกคนหันไปมองเพชรด้วยสีหน้าที่มีความคาดหวังเต็มที่ เผ่าพงศ์มองลูกชายแล้วบอกให้อ่านปาก เขาพูดโดยไม่มีเสียงว่า “พ่อหิว” ยิ่งทำให้เพชรหน้าตาเซ็งมากขึ้น

ที่ร้านอาหารหรูภายในห้างสรรพสินค้า มรกตกำลังยิ้มประชดใส่ลูกชาย
“ทำหน้าให้มันมีความสุขหน่อยสิ นี่ไม่ใช่วันโลกแตกนะยะ”
เพชรฉีกยิ้มขึ้นมานิดนึง มรกตมองค้อนหมั่นไส้
เพชรเหลือบมองนาฬิกา “ผู้หญิงอะไร...นัดไม่เป็นนัด”
“แกมันบ้า... เพิ่งสายไป 1 นาที 27 วินาทีนะยะ”
“เวลาของผมมีค่าทุกนาทีครับ”
“แกคงไม่ขายเพชรสิบล้านได้ตอนนี้หรอก” มรกตประชด
“ใครจะแจกเพชรให้หนูมุกเหรอคะ” เสียงหวานๆ ของมุกดาลอยมาแต่ไกล “สวัสดีค่ะ... คุณป้ามรกต”
เพชรสะดุ้งเฮือกหันไปมองมุกดาที่กำลังเดินเข้ามา โดยมีประไพเดินตามมาด้านหลัง เขาเห็นมุกดาอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูหวานฟูฟ่อง มีระบายลูกไม้ขลิบสวยงาม ถักผมสองข้างเป็นเปียมีริบบิ้นสีชมพูติดด้วย เพชรถึงกับตาค้างด้วยความรังเกียจ
มุกดาแกล้งกะพริบตาถี่ แล้วโปรยยิ้มหวานให้
“พี่เพชรใช่มั้ยคะ”
“ตายแล้ว หนูมุก น่ารักจังเลย หวานใสเหมือนไอติมแท่งอะไรอย่างนี้” มรกตชม
มุกดาหันไปไหว้มรกตอย่างอ่อนช้อย ย่อตัวลงแทบติดพื้นแล้วแกล้งเดินเฉียดเพชร เพชรรีบเบี่ยงไหล่หลบเหมือนเจอแมลงสาบ
“หนูมุกนั่งตรงนี้นะคะ” มุกดาหันไปมองเพชรแล้วทอดเสียงหวานเลี่ยน “ข้างๆ พี่เพชร”
เพชรรีบลากเก้าอี้ออกมาห่างมุกดาพร้อมกับนั่งตัวตรง
ประไพนั่งลงใกล้มรกต มุกดาหันไปทางเพชร
“ขอโทษนะคะที่มาช้า หนูมุกมัวแต่ดีไซน์งานส่งอาจารย์คอลเล็คชั่นซัมเมอร์หน้าน่ะค่ะ”
มุกดาดัดสำเนียงไทยคำอังกฤษคำอย่างดัดจริต เพชรถึงกับเบือนหน้าหนี

ภายในร้านสตาร์ไดมอนด์ เจนจบยิ้มให้กับธีรพัฒน์และลูกน้องตำรวจที่มาหาเพชร
“เพชรไม่อยู่หรอกครับ ไปประชุมกับลูกค้า”
ชนินทรพูดเรียบๆ “ทำไมต้องมาสอบปากคำเพชร หรือคิดว่าเพชรมันจะวางแผนขโมยของตัวเอง”
ธีรพัฒน์พยายามสะกดอารมณ์ “ผมต้องสอบปากคำทุกคนตามหน้าที่ครับ ขอให้คุณเจนจบกับ คุณชนินทรเข้าใจด้วย”
“ผมเข้าใจครับ สารวัตร ไม่มีปัญหาครับ สอบปากคำผมกับชนินทรก่อนก็ได้ ยังไงเชิญที่ห้องประชุมเลยครับ”
ธีรพัฒน์เดินไปกับลูกน้อง เจนจบหันมามองเห็นชนินทรหน้าบึ้ง
“ให้ความร่วมมือกับตำรวจแค่นี้ อย่าเครียดนักเลย ชนินทร” เจนจบบอกเพื่อน
“ฉันคงยิ้มใจเย็นอย่างแกไม่ได้หรอก เจนจบ ฉันเป็นห่วงชื่อเสียงสตาร์ไดมอนด์”
“ถึงฉันจะเป็นแค่ฝ่ายการตลาด แต่ฉันก็ห่วงที่นี่พอๆกับผู้จัดการอย่างแก ยิ่งแกไม่ให้ข้อมูลกับตำรวจ คนที่จะเดือดร้อนที่สุดคือเพชร”
เจนจบเตือนเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่หวังดีกับเพชรอย่างจริงใจ

ที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า เพชรมองมุกดาที่ซู้ดเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากด้วยเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อยเต็มที่ สายตาของเพชรรังเกียจมุกดาไม่มีมารยาทบนโต๊ะอาหารเป็นอย่างมาก มุกดาเห็นเพชรมองอยู่ก็ยิ่งแกล้ง
“แบ่งกันนะคะ พี่เพชร”
มุกดาเด็ดเส้นที่คาปากของเธอออก แล้วเอนตัวเข้าไปชิดจากนั้นก็ยื่นเส้นสปาเก็ตตี้จ่อไปที่ปากเพชร
เพชรเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วจนชนส้อมในจานหล่นพื้น เขาชักสีหน้าเพราะเห็นโต๊ะอื่นมองมา มุกดาทำไม่รู้ไม่ชี้ หยิบขวดซอสขึ้นมาเขย่า
“ซอสมะเขือเทศหน่อยนะคะ”
เพชรหันมา มุกดาแกล้งเขย่าแรงจนซอสสาดไปโดนเสื้อเพชรเต็มๆ เพชรลุกพรวด มรกตกับประไพถึงกับตกใจ ส่วนมุกดาทำหน้าบ๊องแบ๊ว
“ตายแล้ว เสื้อพี่เพชรเลอะหมดเลย หนูมุกขอโทษนะคะ “
มุกดารีบคว้าทิชชู่มาเช็ด แต่เพชรปัดมือมุกดาอย่างแรง
“ช่วยอยู่ห่างๆ ผมด้วย”
เพชรทำหน้าดุ แต่มุกดาทำหน้าผิดหวัง
“หนูมุกเสียใจจังเลย” มุกดาทำเสียงเศร้า แต่อีกมือแกล้งเกี่ยวผ้าปูโต๊ะ จนจานชามช้อนแก้วพากันเทลงต่อหน้าเพชร เพชรลุกพรวด คนทั้งร้านหันมามองเขาเป็นตาเดียว เพชรรู้สึกอายสุดขีด

เพชรเดินหัวเสียเข้ามาในห้องทำงาน เจนจบที่นั่งรออยู่มองยิ้มๆ
“ยายมุกดา จะต้องเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกที่ได้แต่งงาน”
“สวยใสไร้สติ หากแต่คุณสมบัติดีเพียบพร้อม” เจนจบแซว
“เออ...ดีจนฉันสงสัยว่าคุณแม่ไปขุดมาจากป่าช้าไหน”
“น้องสาวคุณคมกฤช ที่รับประกันอะดอเรลล่าใช่มั้ย”
“ใช่…พี่ชายคงไม่มีเงินจ่าย เลยเข้าทางคุณแม่ จัดแจงส่งตุ๊กตาภูเขาทองมาหลอกล่อกะว่าฉันจะหน้ามืดตาบอด หลงรักผู้หญิงบ้าๆบอๆ” เพชรพูดอย่างอารมณ์เสีย

ที่สนามยิงปืน มุกดาซึ่งเปลี่ยนเป็นชุดทะมัดทะแมงแล้ว กำลังดึงขนตาแผงหนาออก ส่วนใบหน้าของเธอยังมีเมคอัพจากตอนที่ไปร้านอาหารอยู่ เธอใส่อารมณ์กับพี่ชายที่กำลังซ้อมยิงปืน
“ผู้ชายดีแต่หน้า ปากยิ่งกว่าส้วม อย่างนายเพชร... ไม่น่าเก็บไว้ทำพันธุ์”
“แกก็คงยั่วอารมณ์เค้าซะกระเจิดกระเจิง”
“นี่มันขั้นอนุบาล”
“ธีรพัฒน์มันไปสอบปากคำทุกคนที่สตาร์ไดมอนด์แล้วนะ ไม่มีใครเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย”
“พี่กฤช...นี่มันไม่ใช่คดีปล้นเพชรธรรมดา”
คมกฤชเก็บปืนแล้วมองหน้าน้องสาวอย่างจริงจัง
“เจอรี่เจ้านายมุกเพิ่งบอกว่า อะดอเรลลาคือเพชรที่เพิ่งถูกขโมยมาจากราชวงศ์แอนโทรมานอฟ”
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่เห็นมีข่าวเลย” คมกฤชสงสัย
“สำนักพระราชวังปิดข่าวเพราะมันเกี่ยวกับความหละหลวมเรื่องรักษาความปลอดภัย ยังมีเครื่องประดับเก่าแก่หลายรายการถูกขโมยออกมา แต่ชิ้นที่สำคัญที่สุด และทางราชวงศ์ขอให้ตำรวจสากลตามหาคือ อะดอเรลลา”
“แล้วอยู่ๆ อะดอเรลลาก็มาโผล่ที่เมืองไทย”
“เพราะฉะนั้นนายเพชรแสนดีของคุณแม่นั่นแหละที่รับซื้อของโจร แล้วก็วางแผนปล้นเพชรของตัวเอง หวังเงินประกัน”
มุกดาพูดอย่างเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

ที่ร้านสตาร์ไดมอนด์ เพชรเดินหนีมรกตที่ตามเขามาติดๆ
“ผมไม่ไปหายายมุกดำ มุกดาอะไรของแม่อีกแล้วครับ... เสียเวลา”
“แกต้องไป ชั้นอยากได้หนูมุกเป็นลูกสะใภ้”
เจนจบ ชนินทร และพาทีที่ยืนอยู่ถึงกับอมยิ้ม มรกตหันขวับไปมอง ทุกคนรีบทำเป็นเปิดแฟ้มปรึกษากันเรื่องงาน
“แม่ครับผมไม่สนใจเรื่องอะไร... นอกจากงาน” เพชรบอก
“ฉันถึงต้องเลือกเมียให้แกไง ฉันต้องการอุ้มหลาน หรือที่แกไม่ยอมแต่งก็เพราะว่ายังไม่ลืมแม่ปานตาแฟนเก่า”
เพชรชะงัก ชนินทร พาที และเจนจบตกใจทีได้ยินคำพูดของมรกต ทุกคนพากันมองหน้าเพชร
“คุณแม่ครับ อันนี้แรงไปมั้ยครับ” พาทีเอ่ยขึ้น
“แรงแล้วเดือดร้อนส่วนไหนของชีวิตเธอจ้ะ พาที”
“อุ่ย... ไม่เลยครับ ผมสอดเอง”
“ผมยืนยันได้ว่าเพชรไม่ได้คิดถึงปานตาหรอกครับ” เจนจบกล่าว
มรกตยิ้มหวาน “เหรอจ๊ะ เพิ่งรู้นะเจนจบว่าเธอเป็นฝาแฝดลูกชายฉัน นึกว่าเป็นเพื่อนสนิทเพชรอย่างเดียว”
เจนจบหันไป พาทียิ้มให้ในทำนองสมน้ำหน้า
“คนอย่างปานตา ไม่มีอะไรให้เพชรนึกถึงหรอกครับ” ชนินทรเสริม
“ใช่ซิ จะเป็นเจ้าสาวอยู่อีกวันสองวัน ยังวิ่งโร่ไปกับผู้ชายคนอื่น” มรกตกระแหนะกระแหน
“พอแล้วครับ แม่” เพชรเสียงเข้มอย่างอดกลั้นไม่ไหว ทำให้ทุกคนเงียบ
“ปานตาไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะแต่งงานหรือไม่แต่งงาน อดีตก็คืออดีต ผู้หญิงคนเดียว... กำหนดชีวิตผมไม่ได้”
“แต่ผู้หญิงคนนี้กำหนดชีวิตของลูกได้นะจ๊ะ” มรกตชี้ที่ตัวเอง “ถ้าแกลืมแม่ปานตาได้จริงๆ แม่ขอสั่งให้แกเปิดใจมองผู้หญิงดีๆอย่างหนูมุกดา.. .เดี๋ยวนี้”
มรกตเดินออกไปทันทีไม่ปล่อยให้เพชรปฏิเสธ ทุกคนมองเพชรอย่างเห็นใจ

ณ บ้านของมุกดา มุกดาทำตาชวนฝันแล้วเอ่ยเสียงหวาน
“พี่เพชรเหรอคะ สมาร์ท เนี้ยบ หน้าหว๊านหวาน บาดใจวัยใส ดูดีสุดๆ มุกอินเลิฟเค้ามากมายค่ะ แม่”
มุกดายกแขนทำเป็นรูปหัวใจบนหัวแบบเกาหลี คมกฤชถึงกับสำลักกาแฟ ประไพเข้ามากอดลูกสาวอย่างดีอกดีใจ
“งั้นแม่โทร.ไปตอบรับคุณป้ามรกตก่อนนะจ๊ะ”
ประไพเดินอออกไป คมกฤชหันมาทางน้อง
“ไม่ต้องช่วยพี่ผ่อนหนี้ด้วยการเอาตัวเข้าล่อ เข้าแลกก็ได้นะมุก”
“มุกไม่ได้ทำเพื่อพี่กฤชคนเดียว มุกต้องการได้ตัวทุกคนที่รู้เห็นเรื่องขโมยเพชรอะดอเรลลา”
คมกฤชมองมุกดา เห็นน้องสาวมีหน้าตาจริงจัง
“แกเลยยอมไปดูตัวเพราะต้องการเข้าใกล้คุณเพชร”
“ค่ะ ในฐานะตำรวจสากล แล้วก็เป็นคนไทย มุกต้องเอาอะดอเรลลากลับไปคืนราชวงศ์ให้ได้ มุกไม่ยอมให้คนไทยแค่ไม่กี่คน ทำลายศักดิ์ศรีประเทศชาติทุกคนต้องรู้ว่าเมืองไทยไม่ใช่ประเทศขี้ขโมย”
มุกดามีสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง

ในห้องอบซาวน่าเวลานั้น ไอน้ำลอยฟุ้งเต็มทั่วห้อง เพชรและเพื่อนทั้ง 3 คนนั่งแช่น้ำอยู่ มีเหงื่อหยดเต็มหน้าเต็มตัว
“คิดออกหรือยังว่าฉันจะดีดยายหนูมุกออกไปยังไง” เพชรถามพาที
“คนนะ ไม่ใช่แมลงสาบ ขอเวลาคิดหน่อยสิวะ” พาทีบอก
ชนินทรลุกขึ้นจากน้ำ “พวกแกวางแผนไปแล้วกัน ฉันกลับบ้านก่อน”
“ไอ้ชนินทรเอ้ยยย...นิสัยหวงเมียเว่อร์นี่แก้ไม่หาย” พาทีแขวะ
“ฉันไม่ใช่พวกชอบสะสมกิ๊กอย่างแกนี่ พาที น้องก้อยจับได้ หูแกยานลากพื้นแน่”
“ผู้ชายไม่เจ้าชู้ ก้อเหมือนงูไม่มีพิษ” พาทีรีบแก้ต่าง
“แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะโดนรีดพิษจากผู้หญิงสติเสีย... พวกแกคิดเร็วๆสิวะ” เพชรกลับเข้าเรื่องของตัวเอง
“ฉันประสบการณ์น้อย คอยหน่อยแล้วกัน ยังคิดไม่ออกว่ะ” เจนจบออกตัว
“ใครช่วยจับฉันกดน้ำให้ตายที” เพชรพูดด้วยหน้าตาอยากตาย เจนจบหันมากดเพชรลงน้ำไปจริงๆ ทุกคนเฮ
เพชรพยายามจะลุกขึ้น เจนจบเหนี่ยวคอเพชรกดลงไปอีกครั้ง แล้วปล่อยให้เพชรขึ้นมา เปียกทั้งหน้า ทั้งตัว
“เล่นจริงเลยเหรอวะ” เพชรฉุนเพื่อน
“เดี๋ยวจะหาว่าไม่ใช่เพื่อนรัก ทำให้ได้ทุกอย่าง” เจนจบหัวเราะ พาทีมองรอยยิ้มของเจนจบแล้วปิ๊งขึ้นมาทันที
“แกนั่นแหละ เจนจบ... แกช่วยไอ้เพชรได้แน่นอน”
ทุกคนมองมาที่เจนจบแบบงงๆ

บ่ายของวันใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า เพชรเดินคุยมือถือมาด้วยหน้าตาสุดเซ็ง
“ครับแม่ มาถึงแล้วครับ ... ผมไม่เบี้ยวหรอกน่า...แต่หนูมุกของแม่น่ะสิ ป่านนี้ยังไม่โผล่หน้ามาเลย”
“พี่เพชรคะ พี่เพชร หนูมุกอยู่นี่คะ ยู้ฮู” เสียงมุกดาดังมาจากที่ไกล
เพชรสะดุ้งเฮือก หันไปเห็นมุกดาแต่งตัวหวานจ๋อย และกำลังยกป้ายไฟเขียนว่ามุก พี่เพชร ปักกับมะดันร้องกรี๊ดๆเหมือนแฟนคลับเจอดาราอยู่ด้านหลัง
“ทางนี้ค่ะ พี่เพชร... ซารังโย้โย... สุดหล่อ เลิฟยู จุ๊บจุ๊บ” มุกดาตะโกนเสียงดัง
ปักกับมะดันกรี๊ดยาว คนในห้างสรรพสินค้าพากันมองมาที่เพชร เพชรก้มหน้าหลบหลังป้ายโฆษณาด้วยความอาย

มุกดาเดินแกว่งแขนดูของอย่างสบายใจ เพชรเดินห่างแล้วทำเป็นหยุดมองอย่างอื่น มุกดาหันมาเห็น เลยแกล้งเรียกเสียงดัง
“พี่เพชรขา”
เพชรเห็นสาวๆ หันมามองก็อาย ทำเป็นไม่ได้ยิน มุกดารีบวิ่งมาเกาะแขน เพชรสะบัดอย่างแรง แต่มุกดาไม่ยอมปล่อย สาวๆ หัวเราะเพชร เพชรรำคาญมากจึงกระชากแขนออก
“พี่เพชรชอบแบบนี้เหรอคะ” มุกดาถามเสียงซื่อ
“แบบไหน”
“ดิบ เถื่อน ใช้ความรุนแรง จะตบหนูมุกก่อนเลยมั้ยคะ” มุกดาเสียงดัง พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปหา
“เอาเลยค่ะ ตบแล้วจูบได้เลยนะคะ”
เพชรเห็นคนมองก็รีบเดินหนี มุกดาเดินตาม เพชรกัดฟันถาม
“หิวหรือยัง รีบไปกินอะไรให้อิ่มๆ แล้วแยกย้ายเถอะ ผมมีงานรออยู่”
“พี่เพชรจะไปหาพลอยสีชมพูที่หายไปเหรอคะ”
เพชรหันมามองอย่างเหยียดๆ
“อะดอเรลลาไม่ใช่พลอย แต่เป็นเพชร” เพชรเน้นเสียง “เพชรสีชมพู”
“เพชรมีสีชมพู้ ชมพูด้วยเหรอคะ หนูมุกเคยเห็นแต่สีขาว แล้วหายไปได้ยังไงคะ เมื่อไหร่จะได้คืน”
“เพชรมูลค่า 500 ล้านนะครับ” เพชรมองด้วยแววตาเชือดเฉือน “ไม่ใช่มือถือเครื่องนึงหาย สองสามวันถึงจะได้คืน”
มุกดาทำหน้าซื่อ “เหรอคะ... อย่างงี้พี่เพชรก็จนแย่สิคะ ของแพงๆหายไป”
“สตาร์ไดมอนด์ยังฐานะมั่นคง ให้ผู้หญิงน้ำลายหกอีกหลายคน” เพชรพูดแดกดัน
“หนูมุกน้า หกแล้วหกอีกนะคะ น้ำลายเนี่ยะ หิวค่ะ หนูมุกขอกินร้านแพงๆ นะคะ”
มุกดาชี้ไปร้านปิ้งย่างที่คนแน่นยืนต่อแถวหน้าร้านยาว เพชรถึงกับชะงัก
“ร้านโน้นดีกว่า” เพชรเสนอ เขาชี้ไปอีกร้านที่ดูดีและมีคนน้อยกว่า
“ไม่ค่ะ หนูมุกอยากกินร้านนั้น”
มุกดาดีดดิ้น ทำท่าแบบเด็กเอาแต่ใจ
“ร้านโน้น ต้องร้านโน้น พี่เพชรต้องตามใจหนูมุก”
มุกดาชี้มือแล้วหันไปมองร้านเดิม เธอเห็นบลูกำลังเดินแนบชิดมากับขุนพล
ภาพในอดีต ตอนที่มุกดาเห็นหน้าบลูใต้หน้ากากเพียงไม่กี่วินาทีแวบขึ้นมาในสมองมุกดาทันที
มุกดาเห็นบลูแยกกับขุนพล ขุนพลไปทางลานจอดรถ แต่บลูไปทางห้องน้ำ
“เอ้า…ตามใจ จะกินร้านไหน ก็รีบๆ กินให้เสร็จ” เพชรบอกอย่างรำคาญแล้วหันมาทางมุกดา แต่มุกดาเดินอย่างรวดเร็วตามบลูไปแล้ว
“นี่...เธอจะไปไหน”
มุกดารีบหันมาสั่ง “พี่เพชรไปเข้าแถวรอโต๊ะก่อนนะคะ หนูมุกปวดท้องค่ะ ปวดมาก กำลังจะราด ว๊าย... ตดแล้วค่ะ ได้กลิ่นมั้ย”
เพชรรีบปิดจมูก มุกดาหัวเราะ เพชรจึงรู้ตัวว่าโดนแกล้ง แต่มุกดาวิ่งไปแล้ว เพชรได้แต่มองตาม

บลูเดินเข้าห้องน้ำหญิงไป มีผู้หญิงเดินสวนออกไป 2 คน มุกดาตามเข้ามา เห็นบลูเข้าห้องน้ำปิดประตูไปแล้ว มุกดามองห้องอื่นๆ เห็นประตูเปิดและไม่มีคน
มุกดากดล็อคประตูห้องน้ำเบาๆ แล้วค่อยๆ เดินไปทางห้องบลู มุกดาเข้าไปใกล้อย่างระวังตัว แต่บลูเปิดพรวดออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปล็อคคอมุกแล้วกดจนติดผนัง
“แกตามฉันมาทำไม” บลูมองจ้องมุกดา
ภาพเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่บลูปะทะกับมุกย้อนกลับมา
“แก...ที่ขโมยอะดอเรลลา” บลูตกใจ
“แกต่างหาก... ขโมย” มุกดาเสียงกร้าว
บลูเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ แต่มุกดารูดตัวหลบต่ำ ทำให้บลูชกเข้ากับผนัง พอหันมาก็เจอมุกดาสันฟันมือใส่ทำให้บลูเซ
มุกดาจะเข้าไปซ้ำ แต่บลูคว้าถังขยะขึ้นมาเขวี้ยงใส่ มุกดาหลบแล้วพุ่งเข้าถีบจนบลูล้มลงกับพื้น

ขณะเดียวกันนั้นที่หน้าร้านอาหาร เพชรยืนรอมุกดาอย่างหงุดหงิด

ส่วนด้านในห้องน้ำหญิง มุกดากับบลูยืนอยู่คนละด้าน บลูมองไปที่ประตู มุกดารู้ว่าบลูกำลังจะหนี บลูวิ่งแต่มุกดาพุ่งเข้าไปล็อคคอแล้วจับบลูกระแทกอ่างน้ำ
“แกทำงานให้ใคร” มุกดาถาม
บลูไม่ตอบ มุกดาเปิดน้ำแล้วกดหัวบลูให้จมน้ำ บลูดิ้นและสำลัก มุกดากระชากหัวบลูขึ้นมา
“อะดอเรลลาอยู่ที่ไหน”
มุกดาจะกดซ้ำ แต่บลูกระทุ้งศอกเข้าที่ท้องของมุกดา แล้วเป็นฝ่ายจับมุกดากดน้ำแทน บลูกดกระแทกจนมุกดาสำลักและเข่าอ่อน บลูจิกหน้ามุกดาหงายขึ้นแล้วถาม
“แกอยู่แก๊งไหน”
มุกดาไม่ตอบ บลูชกมุกดาจนหน้าหงายกระเด็นออกไป ทั้งสองคนสะบัดเนื้อตัว ปัดหน้าตาและผมที่เปียกน้ำแล้วมองหน้ากันอย่างดุเดือด
บลูหันไปคว้าไม้ถูพื้นด้ามยาวขึ้นมาฟาด จนมุกดาต้องถอยติดมุม บลูหักไม้เป็นปลายด้ามแหลมยาว แล้วถือยืนจังก้า เตรียมเสียบร่างมุกดาที่หลังติดผนังอยู่

เพชรเดินมาเลียบๆเคียงๆ มองหน้าห้องน้ำหญิง ยามเดินผ่านมาเหล่มองเขา
“เข้าไปอาบน้ำหรือไง” เพชรหน้าตาอึดอัด

ด้านในห้องน้ำหญิง บลูตั้งท่าจะพุ่งไม้แต่มุกดาเอาสองขายัน แล้วหนีบไม้ถูพื้นปลายแหลมได้ก่อนจะถึงตัว บลูออกแรงดัน แต่มุกดาตัดสินใจเบี่ยงตัวหลบ แล้วตวัดขาฟาดพาดคอบลู บลูเซ ทันใดนั้นเองมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองคนชะงักหันไปมอง

หน้าห้องน้ำหญิง เพชรยืนอยู่ข้างยาม
“มีคนอยู่ข้างในหรือเปล่าครับ” ยามตะโกนถาม
ข้างในเงียบ ยามหันมา เพชรบอกน้ำเสียงจริงจัง
“เพื่อนผมเข้าไปนานแล้ว”

บลูมองประตูห้องน้ำ มุกดาฉวยจังหวะคว้าสายยางใต้อ่างล้างหน้ามารัดคอบลู บลูดิ้นจนน้ำพุ่งไปรอบๆ
“อะดอเรลลา ..อยู่ที่ไหน” มุกดาถาม
บลูชักมีดที่ซ่อนไว้ในเข็มขัดขึ้นมา เตรียมจะแทงไปที่ท้องของมุกดา มุกดายังไม่รู้ตัว เธอยังคงรัดคอบลูแน่น
“จะตอบ หรือจะตาย”
บลูกัดฟัน กำลังจะแทง แต่ประตูห้องน้ำเปิดออกมาเพราะเพชรถีบประตูพุ่งพรวดเข้ามา ยามตามหลังเข้ามาติดๆ เพชรเห็นผู้หญิงสองคนยืนตัวเปียกอยู่ มุกดาถือสายยาง เธอเห็นเพชรก็รีบโยนสายยางทิ้งแล้วโปรยยิ้มใส่
“นี่.. มาเข้าส้วมหรือมาล้างห้องน้ำ” เพชรถาม
“พอดีพื้นมันลื่น หนูมุกเลยล้ม” มุกดาแต่งเรื่องแล้วหันไปยิ้มกับบลูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ใช่ .. ล้มทั้งคู่” บลูรับเรื่องแล้วรีบแหวกเพชรหลบออกไป มุกดาเดินตามแต่เพชรคว้าตัวไว้ จนมุกดาเซเข้ามาใกล้เพชร ทั้งสองคนสบตากันในระยะประชิด
“เกิดมา .. ยังไม่เคยเห็นใครเปียกแล้วอุบาทว์เท่าเธอเลย” เพชรต่อว่า
มุกดาโมโหขึ้นมาทันที เธอแกล้งทำเป็นลื่น แล้วผลักเพชรกระเด็นไปชนอ่างล้างหน้า
“หนูมุกลื่นอีกค่ะ” มุกดายิ้มสะใจ
เพชรที่เซไปชนอ่างล้างหน้ารู้สึกเสียฟอร์ม เขามองมุกดาที่กำลังออกประตูไป
“มุกดา .. จะไปไหนอีก”
เพชรรีบวิ่งตามออกไป

บลูวิ่งหลบหลีกคนมาเรื่อยๆ ด้านหลังของบลูมีมุกดาวิ่งตาม บลูหันไปเห็นมุกดาก็รีบวิ่งแทรกคน หนีไปทางประตูลานจอดรถ มุกดาวิ่งตามไปติดๆ
เพชรวิ่งออกมา เห็นหลังมุกดาไวไว
“วิ่งตามใคร” เพชรพึมพำ

มุกดาวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ แต่บลูหายไปแล้ว มุกดาวิ่งมาถึงก็มองไปรอบๆ
รถคันหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลัง มุกดาหันไปเห็นขุนพลเป็นคนขับโดยมีบลูนั่งอยู่ข้างๆ ขุนพลเร่งเครื่องพุ่งหวังเข้าชนมุกดา มุกดาม้วนตัวหลบไปอีกด้านอย่างฉิวเฉียด
ขุนพลถอยกลับมาอย่างเร็วตั้งใจจะชนมุกดาที่กำลังลุกขึ้น มุกดาวิ่งหนี ขุนพลรีบดริฟท์รถตามอย่างไม่ลดละ มุกดาตัดสินใจวิ่งเข้าซอกเล็กๆ ระหว่างรถแล้วก้มลงมอง
มุกดามองล้อรถของขุนพล เห็นล้อรถหยุดนิ่ง มุกดาคลานรวดเร็วหลบออกอีกทาง
มุกดาคลานพ้นออกมาจากแนวรถ เธอยืนขึ้นเห็นบลูที่อยู่ในรถกำลังยกปืนเล็งออกมานอกหน้าต่าง มุกดาวิ่งหลบ บลูรัวไม่ยั้ง มุกดาหนีเข้ามุมอับ เธอหันไปเห็นบลูลั่นไก
แววตาของมุกดาตื่นตระหนก ทันใดนั้นเอง เจนจบกระโดดพุ่งเข้ามาคว้ามุกไปกอดบังไว้ กระสุนของบลูเจาะผ่านไหล่เจนจบ
เพชรที่วิ่งตามมาหยุดตรงประตู เห็นเพื่อนถูกยิงก็ตะโกนลั่น
“เจนจบ”
ขุนพลรีบถอยรถหนีไปอย่างเร็ว
เพชรวิ่งเข้ามา เจนจบร่วงลงในอ้อมแขนของมุกดา
“คุณ...ปลอดภัย ..ใช่มั้ยครับ”
มุกดาตะลึง เจนจบสลบไปในอ้อมแขนของมุกดา
“เจนจบ เจนจบ” เพชรร้องเรียกแล้วหันไปมองหน้ามุกดาอย่างเคร่งเครียด

มุกดาตกใจที่เจนจบเข้ามาขวางจนโดนยิงเช่นนี้










Create Date : 31 มกราคม 2555
Last Update : 31 มกราคม 2555 10:37:32 น.
Counter : 396 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]