All Blog
ปางเสน่หา ตอนที่ 1



ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดที่บริเวณทาวน์เฮ้าส์ร้างแห่งนั้น มีรถคันหนึ่งติดฟิล์มสีดำจอดอยู่ ภายในรถมีร้อยตำรวจเอกเตชิตและจ่าธงซึ่งปลอมตัวอยู่ในชุดเสื้อผ้าเซอร์ๆ พากันจดจ่อนั่งรอด้วยสีหน้ามาดหมายและแน่วแน่ มุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก มีตำรวจ 2 คนซุ่มรอเตรียมพร้อม

เตชิตและธงยังคงมองเขม้นไปบริเวณทางเข้าจนกระทั่งมีรถเก๋งคันหนึ่งติดฟิล์มดำมืดเช่นกันขับเข้ามาเตชิตและธงขยับตัวเตรียมพร้อม รถคันนั้นแล่นเข้ามาจอดตรงหน้ารถเตชิตประตูด้านข้างคนขับเปิดออกชายฉกรรจ์คนหนึ่งก้าวลงมา พร้อมๆ กับชายอีกคนก้าวลงมาจากประตูหลัง ในมือมีกระเป๋าใส่ยาบ้า
เตชิตและธง เปิดประตูรถลงมาเช่นกัน ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้า โดยธงถือกระเป๋าเอกสารใส่เงินแทน ภายในรถ เจียงนั่งอยู่ด้านหลังเขม้นมองภาพข้างหน้าส่วนคนขับเตรียมพร้อม หากมีอะไรผิดปกติ
“รอดูของก่อน”
เตชิตบอก ชาย 1 พยักหน้ากับชาย 2...ชาย 2 เปิดกระเป๋าจึงเห็นยาบ้าเต็มกระเป๋า เตชิตพยักหน้ากับธง
“เปิดซิ”
ธงเปิดกระเป๋าเอกสาร ซึ่งอัดแน่นไปด้วยเงินเช่นกัน ชาย 1กับชาย 2 พยักหน้า ขณะธงเปิดกระเป๋า
“โอ.เค”
ทั้งสองฝ่ายแลกกระเป๋ากัน ขณะที่เตชิตชักปืนออกมา
“นี่ตำรวจ”
“ไปโว้ย”
เจียงสั่งลูกน้อง ลูกน้องสตาร์ทรถขับออกไปทันที แล้วพุ่งเข้าชนเตชิตและธง ทั้งคู่กลิ้งตัวหลบ ขณะที่เจียงเปิดประตูรับลูกน้องทั้งสองคนแล้วขับออกไป ตำรวจที่เตรียมอยู่ยิงสกัดทันที
เตชิตและธง ยิงสกัดเช่นกัน รถคนร้ายยังคงแล่นหนี เตชิตเล็งยิงยางรถอย่างแม่นยำ ทำให้รถคนร้ายเสียหลัก เจียงและพวกเปิดประตูออกมาและยิงต่อสู้กับตำรวจพลางหนีไปด้วยบ เตชิตและพวกตามสกัดในที่สุดเตชิตและพวกก็จับเจียงและลูกน้องได้ทั้งหมด
คืนนั้นเมื่อกลับมาบ้านเตชิตเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อย แล้วอ่อนเพลียหนักจากการต่อสู้กับคนร้าย เตชิตนอนหลับสนิทลงในทันทีทันใด และท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดดูวังเวง เสียงหริ่งหรีดเรไรร้องระงม จู่ๆ ลูกบิดประตูห้องนอนเตชิตก็ขยับ แล้วประตูค่อยๆ แง้มเปิดออก เด็กชายคนหนึ่ง ค่อยๆ ก้าวเข้ามาแล้วย่องมาที่ริมเตียงก้มลงเรียก
“พ่อครับ...พ่อ...”
เตชิตขยับตัวเล็กน้อย
“พ่อ...”
เปลือกตาเตชิตเหมือนจะเปิดขึ้น แต่แล้วก็หลับสนิทลงตามเดิมด้วยความงุนงง
“ว้า! กลับมาถึงก็หลับ ไม่ได้คุยกันซักที”
เด็กน้อยเดินกลับออกไปเซ็งๆ
เด็กน้อยเปิดประตูเดินออกมาที่ห้องรับแขกแล้วทรุดตัวลงนั่ง สีหน้าเด็กน้อยดูเหงาๆ ว้าเหว่
“พ่อก็ไม่ค่อยว่าง แม่ก็อยู่ที่ไหนไม่รู้”
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเตชิตกำลังฝันถึงลดา ภรรยาของเขาซึ่งกำลังท้องได้ 7 เดือนและกำลังเดินจ่ายตลาด
“คุณนายวันนี้รับปลามั้ยค้า วันนี้มีเต๋าเต้ยสวยๆ เลยค่า”
แม่ค้าบอก ลดาเดินเข้ามาดู
“ขายยังไงคะ”
“โลละ... ค่ะ”
ลดาหยิบปลาใส่จาน
อีกด้านหนึ่งของตลาดชายติดยา ผอมโซ หน้าตาเนื้อตัวสกปรก นัยน์ตาขวางแบบเมายา วิ่งถือมีดปลายแหลมไล่แทงชาวบ้านร้านตลาด ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนี ร้องวี้ดว้ายดังลั่น
ลดารับปลาจากแม่ค้าแล้วเดินไปซื้อผัก คนเมายาวิ่งไล่แทงคนมาผู้คนหนีกันเกรียว ลดายังเดินซื้อของจนกระทั่งมีเสียงกรีดร้องใกล้เข้ามา ลดาจึงชะเง้อมอง
“เสียงอะไรน่ะ”
คนเมายาวิ่งตรงมาโดยมีชายฉกรรจ์ 3-4 คน ไล่ต้อนจับ ลดาและผู้คนเริ่มชะเง้อมองไปทางเสียง และวิพากษ์วิจารณ์กัน คนเมายาวิ่งหนีสะเปะสะปะ ผู้คนแตกตื่นหนี
ในที่สุดชายเมายาก็วิ่งกระเจิดกระเจิงมาคว้าตัวลดาเป็นตัวประกัน โดยลดาอุ้ยอ้ายหนีไม่ทัน ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตกใจของผู้คน ลดาพยายามดิ้น ในขณะที่ชายนั้นตกอยู่ท่ามกลางวงล้อม
ชายเมายามัวแต่จ้องและระวังคนที่จะเข้ามาจับ มือซึ่งถือมีดจ่อคอเริ่มตกลง ลดาจึงถือโอกาสสะบัดหลุดวิ่งหนี ชายเมายาคว้าแขนไว้ได้แล้วกระชากกลับ มือที่ถือมีดแทงสวนตรงท้องที่นูนออกมา ลดากรีดร้องแล้วทรุดลง เลือดแดงฉาน
เตชิตทะลึ่งพรวดขึ้นตกใจตื่น เหงื่อแตกโทรมร้องลั่น
“ลดา”
เตชิตมองไปโดยรอบแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ เมื่อรู้สึกว่าเป็นความฝัน เตชิตค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองขึ้นไปบนฟ้า
ท้องฟ้าคืนแรมมีแสงดาวระยิบระยับ เตชิตเบือนหน้ากลับมาแล้วมองไปที่หัวเตียงซึ่งมีรูปลดาส่งยิ้มหวานมาให้ราวกับมีชีวิต เตชิตพึมพำออกมาเบาๆ
“คุณจากผมไป 4 ปีแล้วนะลดา”
เช้าวันรุ่งขึ้นที่สถานีตำรวจ เตชิตในชุดร้อยตำรวจเอกเดินเข้ามาภายใน แล้วรับความเคารพจากตำรวจยศน้อยกว่า ธงรีบเดินมากระซิบกระซาบ
“ผู้กองครับ ผู้กำกับเรียกพบด่วนเมื่อคืนทำดี สงสัยจะมีรางวัล”
เตชิตพยักหน้าและตบไหล่ธงอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินตรงไปห้อง ผู้กำกับเสนา
“ปล่อยนายเจียงไป”
เสนาบอกกับเตชิต เตชิตถึงกับสะดุ้ง
“ผู้กำกับ”
เสนาเอนตัวพิงพนัก ตามองเตชิตเขม็ง
“ไม่ได้ครับ ปล่อยไม่ได้เด็ดขาดกว่าผมจะวางแผนล่อจนจับมันได้ของกลางก็มี”
เสนาขัดขึ้นอย่างเย็นชา
“ไหนล่ะ ผู้กอง ของกลางอยู่ที่ไหน”
“ผู้กำกับ”
เตชิตคราง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“นายก็รู้ดีพอๆ กับฉันว่า ใครเป็น back มันอยู่”
“ก็เพราะรู้น่ะซีครับ ผมถึงได้พยายามจับมันจนได้”
“แล้วไง ผู้กองซุปเปอร์แมน นึกหรือว่าจะเก่งกล้าสามารถถึงขนาดสาวไปถึงตัวพ่อมันได้ นายก็รู้ดีว่าไม่มีทาง” เตชิตขยับทำท่าจะเถียง แต่ก็เถียงไม่ออกเพราะรู้เหมือนกันว่าเป็นไปไม่ได้ “เพราะฉะนั้น ปล่อยมันตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้มันตายปริศนาคาคุกให้อื้อฉาวเปล่าๆ แล้วเราก็ต้องมานั่งนับหนึ่งกันใหม่”
เตชิตถอนใจเฮือก สีหน้าไม่เห็นด้วย เสนาตบไหล่เตชิตเบาๆ “เอาน่า สักวันนึงเราต้องลากคอพวกมันมาเข้าคุกได้ทั้งพวงแน่” เตชิตยังคงนิ่ง “อีกอย่าง นายต้องหายหน้าไปสักพัก”
เตชิตสะดุ้งเฮือก
“อะไรนะครับ”
“ได้ยินแล้วนี่ หรือจะให้ทวนใหม่ก็ได้ หายตัวไปสักพัก” เตชิตขบกรามแน่น “พอเรื่องซา ฉันจะเรียกนายกลับมาเอง”
สีหน้าเตชิตเต็มไปด้วยความผิดหวังและทั้งแค้น
เตชิตกลับมาบ้านและกระชากประตูเปิดอย่างหงุดหงิด เตชิตดึงกระเป๋าเดินทางออกมาโยนโครมบนเตียงแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าดึงเสื้อผ้าออกมาพับใส่กระเป๋าลวกๆ เต็มไปด้วยอารมณ์...เตชิตปิดกระเป๋าจะเดินออกไปแล้วชะงักหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียงหยิบรูปลดาขึ้นมามองเพ่งพิศแล้วนึกถึงอดีตตอนที่ลดายังมีชีวิตอยู่
“ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ฉันจะไปกับคุณ”
ภาพนั้นเลือนหาย เตชิตน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ เตชิตเปิดกระเป๋าวางรูปลดาลงไป แล้วปิด เตชิตทอดถอนใจยาว แล้วเดินออกไปปิดประตู
เตชิตปิดประตูบ้านแน่นหนาแล้วเดินไปที่รถยกกระเป๋าใส่ทางตอนหลัง ระหว่างนั้นบนระเบียงเด็กชายเล็กๆ ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าแววตาเศร้าๆ เตชิตขึ้นรถแล้วขับออกไป เด็กน้อยร้องไห้พร้อมกับตะโกนตาม
“พ่อครับ พ่อจะไปไหนครับ พ่อครับ”
สีหน้าแววตาเด็กน้อยเต็มไปด้วยความว้าเหว่
บรรยากาศยามค่ำที่ไร่ “สุขศรีตรัง” ขณะนั้นศรีตรัง กำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านพัก ศรีตรังชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถเบรคดังลั่น
“เฮ้ย”
ศรีตรังคว้าปืนยาวรีบเดินออกไป
ศรีตรังก้าวออกมาหน้าบ้านพร้อมยกปืนขึ้นเล็ง
“ชูมือขึ้น คุกเข่าลง”
จุรี แม่บ้านของศรีตรังรีบเดินออกมา แล้วแอบข้างหลังศรีตรัง
“ใครหรือคะ”
เตชิตหยิบกระเป๋าออกมาจากรถ
“ฉันเอง”
ศรีตรังลดปืนลง สีหน้าประหลาดใจ
“อะลัดตั๊ดต๊า คุณเตห่างนี่เอง”
ศรีตรังและจุรีเดินมารับเตชิต
“เตชิตครับป้า”
เตชิตแย้ง จุรีหัวเราะคิกคัก
“เอาห่างดีกว่าค่ะ”
“มาทำไม” ศรีตรังถามอย่างแปลกใจ
“มาหาเรื่องแก”
จุรีหัวเราะคิกคัก
“เชิญข้างในค่ะ อาหารเสร็จเรียบร้อยพอดี”
ภายในห้องอาหารบ้านศรีตรังกับข้าวง่ายๆ 2-3 อย่างวางอยู่กลางโต๊ะ เตนั่งกินข้าวอย่างหิวโหย โดยมีศรีตรังนั่งมองอย่างขวางๆ ส่วนจุรีมองอย่างปลาบปลื้ม
“รับประทานมากๆ นะคะ”
“ไม่ต้องแนะนำมันก็แย่งฉันกินจนจะหมดอยู่แล้วละป้า”
“อะลัดตั๊ดต๊า มีงอน”
“เฮ้ย เงยหน้าบ้าง แกจะพักอยู่สักกี่วัน”
“ไม่รู้ แต่รับรองว่าไม่พักฟรี”
“เออ ฉันก็ไม่ให้แกพักฟรีอยู่แล้ว ว่าแต่ไปกัดกับใครมาฮึ ถึงได้หนีหัวซุกหัวซุนมาถึงนี่”
เตชิตยกแก้วน้ำดื่ม
“เป็นสาวเป็นนาง หัดพูดจาให้มันเข้าหูคนฟังหน่อยก็ไม่ได้ มิน่าป่านนี้ถึงยังหาผัวไม่ได้”
ศรีตรังผุดลุกขึ้นหยิบแฟ้มหนาใกล้ตัวเขวี้ยงทันทีแต่เตชิตหลบทัน
“ไอ้เตชิต ไอ้ปากเปราะ ไอ้เนรคุณ เดี๋ยวแม่ก็ไล่กลับ กทม. ซะเลยนี่ ว่าไงแกจะเล่าหรือไม่เล่า”
เตชิตเอนตัวพิงพนัก
“ยังไม่มีอารมณ์เล่าขอนอนก่อน” เตชิตบิดตัวอย่างเมื่อยขบ “ขับรถมาทั้งวัน เมื่อยว่ะ”
“ป้าจ๋า ป้าพาไปเรือนรับรองเลยนะจ๊ะ” จุรีสะดุ้ง
“แต่ว่า...”
“ไปเถอะน่า”
“ไปก็ไปค่ะ เชิญค่ะคุณเตห่าง”
เตชิตลุกขึ้น ศรีตรังยิ้มนิดๆ ในสีหน้า
“นอนหลับให้สบายไร้กังวลนะ ไอ้เตเพื่อนรัก”
“ไม่ต้องห่วง พอหัวถึงหมอนก็หลับอยู่แล้ว”
เตชิตเดินออกไป จุรีหันมามองหน้าศรีตรัง
“คุณศรี ที่เรือนนั่น...”
“เฮ่ย ไม่มีอะไรหรอกป้า ไม่เคยมีใครเห็นเลยนอกจากป้าคนเดียว”
จุรีจำใจเดินออกไป ศรีตรังมองตาม สีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
จุรีพาเตชิตมาที่เรือนพัก เมื่อมาถึงจุรีถือกุญแจเปิดบ้านด้วยมืออันสั่นเทา ดวงตามองไปโดยรอบอย่างหวาดๆ จนกุญแจตกจากมือ เตชิตมองอย่างแปลกใจ
“เป็นอะไรหรือครับป้า”
“ปละ...ปละ...เปล่า...ค่ะ”
“มานี่ ผมเปิดเอง”
เตชิตคว้ากุญแจจากจุรีเปิดบ้าน เสียงประตูดังเอี๊ยด ท่ามกลางความเงียบสงัด
“ว้าย”
จุรีร้องอย่างตกใจ เตชิตหันมามองจุรียิ้มแห้งๆ
“ป้าตกใจเสียงประตูน่ะค่ะ”
เตชิตส่ายหน้าก้าวเข้าไปในบ้านแล้วเตชิตก็ต้องชะงักเพราะมีไอเย็นเข้ามาประปราย เตชิตกอดอกด้วยท่าทางเหมือนหนาวเย็นเยือก จุรีค่อยๆ โผล่หน้าเข้ามาก่อนแล้วเหลียวซ้ายแลขวา พลางส่งเสียงราวกับจะเป็นสัญญาณขับไล่ความเงียบ
“อะลัดตั๊ดต๊า”
“ในนี้เย็นจัง”
“ก็จะไม่เย็นได้ยังไงล่ะคะ” จุรีบอกเสียงสั่น เตชิตหันขวับมามอง จุรียิ้มแห้งๆ ก่อนจะพูดต่อ “ปากช่องอากาศเย็นอย่างนี้ละค่ะ เอ้อ...ถ้าคุณเตห่างไม่มีอะไรป้าขออนุญาตไปก่อนนะคะ”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ ป้า”
จุรีบผลุบออกไปโดยไม่ลืมปิดประตู เตชิตเดินลากกระเป๋าเข้าห้องนอน
เตชิตปิดประตูห้องนอนวางกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างแต่แล้วจู่ๆ มีเสียงผู้หญิงเรียกเตชิต
“คุณคะ...คุณ...”
“ครับ” เตชิตหันมามองอย่างแปลกใจ แต่บริเวณโดยรอบห้องว่างเปล่า “หรือว่าเราจะหูฝาดไป”
เตชิตหันกลับไปเปิดหน้าต่างใหม่
“คุณ”
เตชิตหันขวับมามอง
“ใครน่ะ” ทุกอย่างเงียบสนิท และว่างเปล่า “ฉันถามว่าใคร”
เตชิตเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาแล้วถอดเสื้อ ขยับถอดเข็มขัดแล้วรูดซิปกางเกง
“ว้าย”
เตชิตสะดุ้งเฮือก รีบรูดซิปขึ้นแล้วหยิบปืนและไฟฉายออกมาจากกระเป๋าเสื้อผ้ากวาดตามองไปทั่ว
เตชิตเดินไปที่ประตูแล้วค่อยๆ เปิดออก
เตชิตจับปืนกระชับ แล้วค่อยๆ ก้าวออกมานอกบ้าน เดินเลี้ยวซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง มือถือปืนและไฟฉายค่อยๆ กราดไปทางโน้นทีทางนี้ทีแต่ก็ไม่เห็นใคร จนกระทั่งมีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้น
“คุณเตชิตครับ”
เตชิตสะดุ้งแล้วหันขวับมาจึงเห็นสมขี่จักรยานมาจอดอยู่ที่รั้ว
“ลุงสมเล่นเอาตกใจหมด”
“ถือปืนออกมาทำไมครับ แล้วไม่หนาวหรือนั่น”
“พอลุงถามก็หนาวเลย เมื่อกี้ลุงเห็นผู้หญิงอยู่แถวนี้หรือเปล่า”
“ผู้หญิงที่ไหนครับ” สมทำหน้างง
“ก็ถ้ารู้ผมจะถามลุงหรือครับ หรืออาจจะเป็นแม่บ้านของรีสอร์ท”
“โอ๊ย...ป่านนี้ไม่มีใครมาเดินอยู่หรอกครับ ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีแขกมาพักด้วย” เตชิตมองเลยไปที่บ้านหลังถัดไป สมมองตาม “หลังนั้นไม่มีคนมาพักหรอกครับ ตอนนี้มีแขกอยู่สองหลังเอง อยู่ตรงต้นทางโน่นแน่ะครับ”
เตชิตเกาหัวแล้วชะเง้อมองไปโดยรอบ
เตชิตเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูแน่นหนา ก่อนจะเดินมาที่เตียงวางปืนและไฟฉายไว้ที่หัวนอน เตชิตหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมามองไปโดยรอบอย่างระแวงอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
เวลาผ่านไป...ท่ามกลางบรรยากาศภายนอกที่วังเวง เตชิตนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงแต่มีใครคนหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ ทีละน้อยจนชิดเตียง ระหว่างนั้นมีไอเย็นยะเยือกกระทบขาเตชิตจนเตชิตต้องดึงผ้าห่มกระชับอีกทั้งๆ ที่ยังหลับ
“คุณ...คุณได้ยินฉันไหม” เสียงหญิงสาวกระซิบถามแผ่วๆ เย็น ๆ เตชิตสะบัดแขนไล่ความเย็นแล้วพลิกตัวไปอีกข้าง “คุณ คุณ ตื่นมาคุยกันหน่อย”
“คราย”
เตชิตถามทั้งที่ยังไม่ลืมตา ครึ่งหลับครึ่งตื่น
“ลืมตาขึ้นซิ ไม่ต้องกลัวฉัน ลืมตา”
เตชิตลืมตาขึ้นแล้วสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งตาค้าง พูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นร่างๆ หนึ่ง บางเบาลอยล่องไปมาออกท่าทางประกอบคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เตชิตอ้าปากพยายามจะพูด แต่ก็พูดไม่ออก ร่างนั้นลอยเข้ามาใกล้อีกครั้ง ผมยาวพริ้วใกล้เสียจนเตชิตค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัส
“ผมนิ่มจัง”
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”
หญิงสาวยื่นมือทั้งสองมาจะฉุดดึงให้เตชิตลุกขึ้น เตชิตจับแขนนั้นแล้วดึงร่างที่ลอยอยู่เข้ามาในอ้อมแขนร่างนั้นตกใจทีแรก แล้วกลับโกรธเกรี้ยวพยายามดิ้นแล้วทุบตีเตชิต แต่เตชิตกอดร่างนั้นแน่น แล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข หน้าตาเตชิตเหมือนความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่นแล้วเลื่อนไหลไปสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นจุรีขี่จักรยานมาจอดหน้าบ้านพักเตชิต จุรีลงจากจักรยานมองบ้านพักอย่างสยอง
“จับไข้หัวโกร๋นซะแล้วก็ไม่รู้”
จุรีค่อยๆ เดินไปที่ประตูแล้วไขกุญแจ จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้ามาก่อน
“ตะลัดตั๊ดต๊า อย่ามาหลอกหลอนป้าเลยนะคะ”
ทุกอย่างเงียบสงบ จุรีเหลียวซ้ายแลขวาแล้วเดินมาเคาะประตูห้องนอน
“คุณเตคะ คุณเต”
ทุกอย่างเงียบสนิท
“คุณเตห่าง คุณเต”
ประตูขยับเปิดแง้มออก จุรีค่อยๆ ผลักเข้าไป
จุรีเข้ามาในห้อง ค่อยๆ ปิดประตูเบาๆ แล้วหันกลับมาจึงเห็นเตชิตนอนตะแคงหันหลังให้ จุรีค่อยๆ ย่องไปอีกด้านแล้วจ้องมองเต แล้วเอื้อมมือมาจะปลุกขณะนั้นเตชิตขยับตัวเล็กน้อยภาพในภวังค์ของเตชิตมีแขนดำๆ เกร็งๆ เอื้อมมาที่คอ เตชิตลุกพรวดร้องลั่น
“ช่วยด้วย”
จุรีตกใจหงายท้อง
“ว้าย” เตชิตหายใจแรงด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับจุรีที่ถอนใจเฮือก “คุณเต ป้าเกือบหัวใจวายแน่ะ”
“ป้าเข้ามาได้ยังไง”
“ก็ประตูเปิดอยู่นี่คะ ทีแรกยังคิดว่าคุณเตเดินมาเปิดให้”
เตชิตลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
“เป็นไปไม่ได้ ผมล็อคเองกับมือ” คำตอบนี้ทำให้จุรีทำหน้าเหมือนหวาดกลัวสุดๆ รีบออกไปทันที
“ป้า อะไรวะ”
เตชิตเกาหัวอย่างงๆ
เตชิตมานั่งคุยกับศรีตรังที่นั่งกินกาแฟอยู่ในสวนของรีสอร์ท
“เมื่อคืนฝันว่าได้นอนกอดผีแม่หม้าย”
เตชิตบอก ศรีตรังสำลักกาแฟแล้ววางถ้วยลง
“ไอ้โรคจิต”
เตชิตหัวเราะ แล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขณะถามว่า
“ที่บ้านนั้นเคยมีคนตายหรือเปล่า”
“ไอ้เตห่าง แกอย่ามาแช่งรีสอร์ทฉันนะ เดี๋ยวแม่สาดด้วยกาแฟเลยนี่”
“เฮ้ย...ฉันพูดจริงๆ เมื่อคืนฉันฝันเป็นจริงเป็นจังมาก”
เตชิตบอกแล้วชะงักเมื่อเห็นอ้อยในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อสายเดี่ยว เดินนวยนาดถือจานขนมเข้ามาวาง อ้อยสบตาหวานให้เตชิตขณะวางขนมลง
“เค้กมะตูมค่ะ อ้อยทำเอง”
ศรีตรังกระแอม เตชิตรู้สึกตัว ทำหน้าเคร่งแล้วยกกาแฟดื่ม
“ขอบใจจ้ะ”
ศรีตรังบอกแล้วมองหน้าอ้อยหมือนจะบอกว่า “ไปได้แล้ว” แต่อ้อยทำไม่รู้ไม่ชี้
“ลองชิมหน่อยซิคะ อ้อยจะได้รู้ว่ารสชาดกลมกล่อมดีหรือยังต้องเพิ่มหรือลดอะไรบ้าง”
“อ้อย”
“ขา”
“ไปได้แล้ว”
“ค่ะ” อ้อยแอบไม่พอใจขณะหันหลังเดินออกมา “นังทอมหวงก้าง”
อ้อยบ่นขมุบขมิบอย่างฉุนๆ เตชิตมองตามอ้อยแว่บหนึ่งแล้วหันกลับมา
“ใครวะ”
ศรีตรังยังไม่ยอมบอกว่าอ้อยเป็นใครจนกระทั่งเตชิตต้องขับรถให้เธอนั่ง ระหว่างศรีตรังออกไปตรวจนงานในรีสอร์ท
“อ้อยใจเป็นลูกบุญธรรมของป้าจุรี น่าจะเป็นลูกของญาติห่างๆ เซ็กซี่สะบัด”
“ใคร ป้าจุรีหรืออ้อยใจ”
“ไอ้บ้า”
ศรีตรังพูดพลางฟาดโครม เตชิตหลบพลางหัวเราะ
“ระวัง”
เสียงดังขึ้นอย่างตกใจ เตชิตหันกลับไปมองแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งมาล้มตรงหน้าพอดี เตชิตเหยียบเบรคทันทีทั้งตัวเองและศรีตรังหัวทิ่ม ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ พุ่งเสียหลักเข้าไปในดงไม้คนขับกลิ้งตกจากรถร้องลั่น
“โอ๊ย”
ศรีตรังและเตชิตรีบลงไปดู
“เป็นไงบ้าง”
“อูย เจ็บครับ”
“เมาหรือไง ถึงได้ขับรถตัดหน้า”
“เปล่าครับนาย แต่อยู่ดีๆ รถมันก็เบรคไม่อยู่”
“ขึ้นรถ จะได้ไปทำแผล”
คนงานกระเผลกมาที่รถ เตชิตช่วยพยุงขึ้นรถ
“ขอบคุณครับ”
เตชิตเดินมาขึ้นที่คนขับ ขณะที่ศรีตรังขึ้นรถเช่นกัน
“เกือบไป”
“ถ้าแกไม่ร้องเตือนละก็ มีหวังแบนเต๊ดแต๋”
ศรีตรังหันขวับมามอง
“ฉันเปล่า”
“แกบอกว่า “ระวัง”
“เฮ้ย เปล่าจริงๆ”
“แกไม่ร้องแล้วใครร้อง”
“ไอ้เต แกทำใหฉันขนลุกแล้วนะเนี่ย”
เตชิตขับรถออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด เตชิตขับรถผ่านมาถึงหน้าบ้านพัก
“จอด” ศรีตรังร้องบอก เตชิตเบรครถทันที “แกไปพักเถอะ ฉันจะขับต่อเอง”
“ไม่เป็นไร ฉันขับได้”
“เดี๋ยวส่งเช้านี่แล้ว ฉันจะเลยไปธุระต่อ”
“ฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้อง ถ้าต้องการอะไรก็บอกป้าจุรีละกัน”
“แน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันไปด้วย” ศรีตรังถามย้ำอีก
“เออ”
เตชิตลงจากรถ ศรีตรังขยับไปนั่งที่คนขับแทน
“ขอบใจนะ”
“ระวังผีแม่หม้ายของแกก็แล้วกัน”
ศรีตรังหัวเราะแล้วขับรถออกไป
“บ้า” เตชิตด่าตามหลังแล้วหันกลับจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงัก “เฮ่ย ผีไม่มีในโลก”

เตชิตสะบัดหัว เดินเข้าบ้านอย่างสง่าผ่าเผย










Create Date : 31 มกราคม 2555
Last Update : 31 มกราคม 2555 21:31:19 น.
Counter : 589 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]