space
space
space
<<
พฤษภาคม 2565
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
21 พฤษภาคม 2565
space
space
space

The micro SD card in Tesla Model 3 มีไว้ทำอะไร
May 21, 2022

เราก็ไม่เคยรู้ว่า Tesla จะมี micro SD card ซ่อนไว้ใน car computer หรือ MCU (Media Control Unit) จนกระทั่งมันหลุดออกมา มันไม่ได้หลุดออกมาเองหรอก เราเป็นคนเขี่ยให้มันหลุดออกมาแบบไม่ตั้งใจ

สืบเนื่องจากบล็อกก่อนหน้านี้ที่เราเคยเล่าเกี่ยวกับ SIM card สล็อท (สะกดด้วย ต. ไม่ได้ เป็นคำต้องห้ามของพันทิปเค้า) ว่าเราได้มุดเข้าไปเปลี่ยนซิมด้วยตัวเองแทนที่จะไปให้วสุธาทำให้ เนื่องจาก SIM รายปีของ AIS เค้าอยู่ดีๆ ก็ใช้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะใช้มาได้เพียง 8 เดือน หลังจากนั้นก็เกิดความคิดที่ว่าทำไมต้องมุดเข้าไปเรื่อย ๆ เกิด 8 เดือนต้องมุดเข้าไปที มันคงจะไม่เหมาะกับคนอายุขนาดเรา เด้วจะเวียนหัว หัวทิ่ม บ้านหมุน ตาก็มองไม่ค่อยจะเห็น ก็เลยอุตส่าห์ไปหาซื้อ SIM card extension กะว่าจะเอามาเสียบแล้วห้อยไว้ข้างนอก เวลาเปลี่ยนก็เปลี่ยนชิล ๆ ขำๆ ไม่ต้องไปแกะอะไร

ด้วยความไร้เดียงสา + ความงก ก็ดันไปซื้อ SIM card extension ถูก ๆ มาจากช็อปปี้ อันนึง จาก aliexpress อันนึง (ยาวเฟื้อยเลย) กะว่าใครส่งมาถึงก่อนก็เอาอันนั้นแหละ ปรากฎสภาพของดังกล่าวเห็นแล้วจะช็อค มันเหมือนกันไอ้เจ้าสายริบบิ้นแบน ๆ น่ะมันเอามาแปะบนแผ่นพลาสติกใส ๆ หนา ๆ ที่ตัดเป็นรูปซิม เหมือนแปะด้วยกาวสองหน้า เราก็ยังอุตส่าห์จะเอากาวยูวีไปหยอดให้เค้า คิดว่าเอาน่าไม่หลุดหรอก แล้วมันก็หลุด หลุดในทีนี้ก็หมายถึงสายริบบิ้นนั่นมันหลุดจากแผ่นออกมาเลย ส่วนไอ้เจ้าแผ่นพลาสติกรูปซิมเจ้ากรรมก็ติดแหงกอยู่ข้างในนั่นแหละ เราคิดว่าคงจะเป็นเพราะเรายัดเข้าไปไม่ตรงกับสล็อทเค้าทีเดียว 

จากรูป ข้างบนคือของถูก ราคาไม่ถึงร้อย ตัวสายแปะกาวสองหน้าอยู่บนแผ่นพลาสติกใสที่ตัดเป็นรูป SIM card ขนาดมาตรฐาน สายแพรริบบิ้นมีตัวนำแค่ 5 เส้น ส่วนอันล่างนี่ราคาแพงกว่า 3 เท่า ดูดีกว่า สั้นกว่า ตัวนำสายไฟมี 6 เส้นครบทุก contacts บน SIM card ตัวสายแพรริบบิ้นแนบแน่นไปกับแผ่นรูป SIM card ไม่หลุดง่าย ๆ พอทดสอบข้างนอกแล้วปรากฎของถูกไม่เวิ้ค ของแพงเวิ้ค เป็นบทเรียน (อย่างแพงนี่มาซื้อทีหลัง หลังทดสอบอันถูกแล้วว่ามันไม่เวิ้ค)

 
แล้วมันก็หลุดสิ ดันแปะกาวสองหน้าไว้ (ไอ้เจ้า dongle ถูกนั่นน่ะ) กว่าจะแงะออกมากได้ เลือดตาแทบกระเด็น นึกว่าจะแงะไม่ออก ก็จะเห็นรอยหนีบ รอยแหนบครูด ไขควงขูดขีด แล้วมันก็หลุดออกมา พร้อม ๆ กับเพื่อนมันเพราะดันไปเขี่ยผิดช่อง ตกกะใจทำไมมี micro SD card ออกมาด้วย แถม

ก็ซวยสิ นอกจากไม่เวิ้คแล้ว คราวนี้ยังใส่อันใหม่ไม่ได้ด้วยเพราะไอ้เจ้าแผ่นพลาสติกเวรนี่มันขวางทางอยู่) ไม่น่าเลย ตรู หลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 วันก็มุดเข้าไปใหม่ พยายามเอาไฟส่อง เอากระจกส่อง (มันมองตรง ๆ ไม่เห็น เนื่องจากหัวเราโต หัวมันติดผนัง) พอกระจกทันตแพทย์ส่องแล้วก็จะพอเห็นว่ามันติดร่องอยู่ ก็พยายามแคะแทบตาย แคะเกือบจะได้ แต่มันก็ยังติด แหนบก็หนีบไม่อยู่ ลื่นปรื๊ด ลื่นปรื๊ด เมื่อย ๆ ก็เมื่อย เพราะมันต้องมุด เจ็บ greater trochanter (ปุ่มกระดูกด้านข้าง) เจ็บหัว (หัวชนผนัง) เจ็บใจ นั่งแคะนั่งหนีบ นั่งดึง (ด้วยแหนบ) อยู่เกือบ ชม. เขี่ยไปเขี่ยมา ก็ดันมี micro SD card สีขาว ๆ หล่นตุ๊บออกมา เพราะดันไปเขี่ยผิดสล็อท (มันมีสองอัน) เขี่ยไปเขี่ยมา มึน เขี่ยผิดอัน คราวนี้ก็ตกกะใจ แล้วก็ฮึด เพราะเห็นแพรม ๆ ว่ามันจะหลุดอยู่แล้ว (ไอ้เจ้าพลาสติกใส ๆ นั่น) ในที่สุดมันก็หลุดออกมาจนได้  พอได้ไอ้แผ่นบ้านี่ออกมา ก็พยายามจะใส่ micro SD card กลับเข้าไป แต่ใส่เท่าไหร่ก็ใส่ไม่ได้ แถมตอนใส่อยู่ มันก็มีบางจังหวะมันหลุดเข้าไปในเครื่องแล้วหายจ๋อมไปเลย  หน้าซีดเผือด แต่พอเอาสายริบบิ้น(ที่หลุดมาจากได้แผ่นพลาสติกใส ๆ นั่น) เขี่ย มันก็หล่นออกมาอีก สุดท้ายก็เลยเก็บไว้ก่อนไม่กล้าใส่อีก พออีกวันนึงเราก็พยายามใส่กลับเข้าไปอีก ใส่เกือบ 20-30 รอบ มันก็ใส่ไม่ได้ แล้วแถมตอนนี้มันหลุดเข้าไปในเครื่อง MCU จริง ๆ เขี่ยไม่ออก ซวยล่ะสิ ยังอุตส่าห์ไปหา Micro SD 32GB ที่บ้านมาพยายามยัดเข้าไป ก็หลุดเข้าไปอีก หายไป 2 อันเลย ...

เฮ้อ เหงื่อตกเลย เลยคิดว่าสงสัยคนที่ไม่เคยใส่ซิม ยอมขับรถไปให้น้องตัวเล็ก ๆ ที่วสุธานั่นเค้าใส่ให้ล่ะดีแล้ว เด้วเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบบเรา

 
จากในรูปก็จะเห็นว่าสล็อทสองอันเค้าอยู่ข้าง ๆ กัน โดยที่สล็อทใส่ซิมจะอยู่ด้านประตู (อันที่วงไข่ปลาเส้นแดง) ส่วนสล็อทใส่ micro SD จะอยู่ด้านคอนโซลกลางรถ (จะใช้คำว่า ด้านซ้าย/ขวา ก็อาจจะงง เพราะเวลาทำงานมันต้องมุดลงไปแล้วมองจากข้างล่าง ที่เคยเป็นซ้ายก็จะกลายเป็นขวา) เขี่ยผิดช่องก็ได้เรื่อง ได้ของแถม



ก็มานั่งสงสัยกันว่าแล้วไอ้เจ้า micro SD card นี่มันเอาไว้ทำอะไร รถจะขับได้ไหมหว่า 

ส่วนช่องใส่ซิมก็เอาซิมดีแตกอันเดิมที่เคยใส่ไว้ ใส่คืนกลับเข้าไป ยกเลิกโครงการ SIM extension/dongle ไปก่อน

เราก็สารภาพกับคนขับรถเราว่า ได้อย่างเสียอย่าง สรุปว่าตอนนี้ซิมการ์ดดีแตกเวิ้คแล้ว ส่วน Micro SD หลุดออกมา ยังใส่กลับเข้าไปไม่ได้ แล้วยังเจือกหายตัวเข้าไปในซอกเครื่อง MCU อีก พาการ์ด micro SD 32GB อีกอันเข้าไปติดข้างในด้วย

ระหว่างนี้รถก็ยังขับได้ ใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีข้อความอะไรฟ้องขึ้นมา เราก็ได้แต่สงสัยว่าถ้าไม่มี Micro SD นี่แล้วมันจะยังไง ใจก็ไม่ดี ก็ต้องค้นคว้า

พอคีย์คำว่า micro SD card in tesla เข้าไปในกูเกิ้ล ก็ปรากฎไม่มีใครรู้เรื่องเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่อากู๋หาขึ้นมาจะเป็นเรื่องหน่วยความจำสำหรับ sentry mode มีแต่คนพูด/คนขาย SD card, micro SD card สำหรับ sentry mode 

เรื่องเกี่ยวกับ micro SD card ใน Tesla นี่มีคนรู้น้อยมากหาข้อมูลก็ยาก สิ่งที่เราเจอข้อมูลก็คือผู้ใช้รถท่านหนึ่งเป็นชาวศรีลังกาเค้าใช้รถ Tesla model 3 นำเข้าจาก USA เข้าไปที่ประเทศเค้า แล้วก็เคราะห์ร้ายประสบชะตากรรมเหมือนเรา แต่เค้าไม่ได้ทำเองกะมือ เป็นช่างของเค้า ก็คือไปยุ่งกับ SIM card (เหมือนกันเลย) แล้วก็ได้ microSD card หล่นตุ๊บออกมา แล้วพอเค้าพยายามใส่กลับเข้าไป มันก็หลุดหายไปเลยในเครื่อง (เหมือนเราเลย) สุดท้ายเค้าใส่แผ่นใหม่เข้าไป และยังต้องไปติดต่อกับทาง Tesla ให้ assign APN setting อะไรใหม่ก็ไม่ทราบ มีรายละเอียดนิดเดียวเขียนอยู่ในบล็อกนี้จ้า (คลิ๊กอ่านที่นี่)

อีกคนคือ Mr. Phil Sadow วิศวกรท่านนึงในเมกา เรารู้จักเค้าผ่านช่องยูทูป Ingineerix แล้วเราก็ถามคำถามเค้าเรื่องอื่น แล้วก็พาลมาถึงเรื่องนี้ (ถามว่าไอ้เจ้า microSD card ในรถเทสล่ามันเอาไว้ทำอะไร) แล้วเค้าก็ตอบว่าประมาณนี้

"FYI: Tesla can see in the alerts that your SD is missing. Obviously this voids the warranty on your ICE. Without the SD the car cannot send High-Resolution CAN logs to Tesla, as this is where they are stored. More importantly the SD card is used during updates, so without it you will will not be able to apply future updates. If you don't want to take apart the ICE, you could take your chances and just leave the old one inside and install a new high-quality high-endurance 8GB card in there. The Gateway will format it and everything will work as before. For others reading this: There is nothing really useful on the SD card, please do not screw with it on your expensive car. The Linux part of the car computer does not access this, only the SPC5 gateway. If you want to "hack" on Tesla parts without risking your car/warranty, just go buy a used ICE off Ebay.
 
อีกคนชือคุณ Francis Hoogendijk เค้าอยู่ที่สถาบันนิติศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ เค้าเขียนบทความเรื่อง Reverse engineering and evaluation of Tesla Vehicle Logs สามารถดาวน์โหลดมาอ่าน   ได้

หลังจากได้คำตอบมาประมาณนี้เราก็สรุปว่า Tesla ใช้ industrial grade micro SD card 8GB ใส่ไว้ในสล็อทในเครื่อง car computer หรือ MCU ของ Model 3/Y, S และ X รุ่นปรับโฉม(ของ S กะ X ใช้ 16 GB) เอาไว้เขียนข้อมูลแบบละเอียด (high resolution CAN [Control Area Network] logs) ทุก ๆ 5 วินาที  ซึ่งมีการ encode ไว้ ถ้าอยากจะแกะข้อมูลออก ก็ต้องมีการ reverse engineer โดยผู้รู้  ข้อมูลดังกล่าวน่าจะมีการลบและเขียนทับบ่อย ๆ และเทสลาจะ access ข้อมูลนี้ online ได้ กรณีที่มีอุบัติเหตุ นอกจากนี้ก็ยังใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสำรองข้อมูลเวลามีการอัพเดตซอฟท์แวร์ (ตามที่คุณ Phil บอก)  เราเข้าใจว่าหน่วยความจำส่วนนี้จะมีการเขียนทับซ้ำไปซ้ำมาอยู่เรื่อย ๆ จนในที่สุดก็อาจจะถึงเวลาเสื่อม เพราะในอดีตเทสล่าสมัย Model S/X รุ่นเก่า เทสล่าเคยใช้ eMMC (embedded Multi-media card) ซึ่งจะบัดกรียึดลงไปเลยบนเมนบอร์ด ซึ่งหน่วยความจำนี้มันจะเขียนทับได้ประมาณ 3000 รอบ ตอนนี้พวกรถ Tesla model S/X รุ่นแรก ๆ ที่เคยใช้ MCU รุ่น 1 ก็มีปัญหาว่าหน่วยความจำนี้เดี้ยง เทสล่าจะขอเก็บประมาณ​ $2500 ค่าซ่อม แต่เข้าใจว่าไม่ได้ไปเปลี่ยน eMMC เพราะคงแงะไม่ง่าย คงจะเปลี่ยนใหม่ทั้งกล่อง หลังจากนั้นมาทางเทสล่าก็คงเลยฉลาดขึ้น ก็เปลี่ยนจากใช้ eMMC ไปใช้เป็น microSD card, industrial grade เผื่อว่าอีกหน่อยรถเก่าถึง 10 ปี ส่วน Micro SD card อันนี้โดนเขียนแล้วลบไปเกิน 3000 รอบ เดี๊ยง จะได้ซ่อมง่ายหน่อย แค่เปลี่ยนการ์ดใหม่ลงไป ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งกล่อง

หลังจากซาบซึ้งเหตุผลที่มาที่ไป แต่เราก็ยังทำใจเย็น ทุก ๆ วัน ถ้ามีเวลาว่างก็จะเอาไฟฉาย กระจกส่อง แล้วก็ลวดสายโทรศัพท์ (มันมีฉนวนหุ้ม) มุดเอาหัวเข้าไปใต้ car computer ตรง footwell นั่น ไปนั่งเขี่ย นั่งอ้อนวอน ให้เค้าออกมา ปรากฎมีอยู่วันนึง ฟลุ๊กได้ micro SD 32GB Sandisk คืนมา 1 อัน แต่อัน 8GB ที่เป็นอันดั้งเดิม เค้างอนไม่ยอมออก เวลาคนขับรถเราขับ เราก็จะบอกให้เค้าขับไปที่ขรุขระ ๆ ให้มันกระเทือน กระเทือนหน่อย เผื่อมันออกมา ขนาดขับไปแหลมผักเบี้ย มีทางขรุขระหลายทีก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะหลุด เขี่ยเท่าไหร่ก็ไม่มา จนเราเกิดสงสัยว่ามันหลุดไปแล้ว ก็รื้อพรมเปิดดูก็ไม่เห็น หรือมันจริง ๆ ใส่เข้า เข้าไปในสล็อทของมันแล้วนา  มองย๊าก ยาก ต้องขอยืมโทรฯ​มือถือผลไม้ รุ่น 13 ซึ่งเค้ามี Macro mode มาส่อง ก็ยืนยันว่าไม่มี

    
พยายามเอากล้องที่มี macro ไปถ่ายเพื่อเมคชัวร์ว่าการ์ดมันไม่ได้ค้างอยู่ในสล็อท ก็ไม่เจอ รูปกลางบนเป็นอันที่หลุดหายไป มีรอยคีบ​ (ตอนเราเอาแหนบคีบพยายามใส่คืน) อยู่ตรงปลาย ส่วนรูปขวาคืออันที่ซื้อมาจาก amazon เอามาแทน นึกว่าเหมือนกันเดี๊ยะ เพราะเทียบกับ side by side ปรากฎว่าของแท้มีคำว่า XI ต่อท้าย industrial ส่วนของ amazon ขายไม่มี เด้วถ้าเจ๊งก็ยังมีอีกอันให้ใส่ เพราะซื้อมาทั้งหมด 2 อัน

ระหว่างนี้เราก็ไปหา micro SD card อันใหม่ ที่บ้านน่ะมีหลายอันเลย ของ Sandisk ของแท้ (แน่ใจว่าแท้เพราะซื้อจากศูนย์ ไม่ได้ซื้อช็อปปีลาซาด้า ซึ่งดูดไม่ออกว่าจริงหรือปลอม) แต่เป็น 32GB เราก็พยายามจะหาซื้อแบบ 8GB แต่ในเมืองไทยมันไม่มีใครขายแล้ว ทุกคนเหมือนจะเริ่มที่ 32GB กันหมด 16GB ก็พอหาได้ แต่ดูยี่ห้อ ดูพ่อค้าแล้วไม่ค่อยน่าซื้อเท่าไหร่  ปรากฎหาไปหามาก็ไปเจอคนขายอยู่บน amazon ขายเป็นแผ่นเดียวก็มี ขายทีละ 10 ทีละ 100 ก็มี หน้าตาแบบเดียวกันกับอันที่หลุดเค้าไปเดี๊ยะ ก็ต้องสอยมาอย่างน้อย 2 อัน เผื่อมันหลุดเข้าไปข้างในอีกอัน

ระหว่างที่รอของส่ง เราก็ทบทวนเหตุผลที่ทำไมเราใส่เข้าไปไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะมองไม่เห็นชัด ๆ อันนึง ที่สล็อทเค้ามีเงี่ยงที่ต้องผลักออกด้านข้างก่อนยัดเข้าไป พอมองไม่เห็นมันก็ทำยาก ใช้ตัวแหนบ forceps หนีบ มันก็ไม่ได้ความรู้สึก (คนมีเล็บยาวหน่อยอาจจะใส่ได้สำเร็จ)สุดท้ายเราก็ไปประดิษฐ์ Micro SD card inserter โดยตัดจากแผ่น credit card มีตัวสไลด์ดัน (ดูรูป)  อีกไอเดียนึงก็คือ ทำไมเราไม่ใส่ dongle เข้าไปแล้วห้อยต่องแต่งไว้ ถ้ามีตัว dongle ซึ่งมีสายแพรติดอยู่เค้าคงไม่หลุดเข้าไป ก็เลยสั่งมา แล้วก็นั่งรอของทั้ง Micro SD card และ Micro SD card dongle นอกจากนี้ก็ยังสั่ง SIM card dongle อันใหม่ไปด้วย และดูเห็นหน้าตาอันที่ขายบน amazon ดูน่าเชื่อถือว่า ราคาก็แพงกว่ากันประมาณ 10 เท่า

ข้อดีของ amazon คือของมาถึงไม่ช้าเกินไป (มักจะไม่เกิน 2 สัปดาห์) เค้าจะคิดภาษีอะไรเรียบร้อยของส่งถึงบ้าน ไม่ต้องมาลุ้นใบมาแปะจากไปรษณีย์ไทย (แต่ก่อนต้องไปจ่ายที่ไปรษณีย์ เด้วนี้จ่ายผ่านแอพได้แต่ก็ยังเซ็งเพราะต้องดีเลย์ไปอีกวันนึงอยู่ดี) หลังจากทุกอย่างเบ็ดเสร็จสรรพเค้าจะคืนเงินที่หักไว้สำหรับค่าอากรนำเข้าให้อัตโนมัติด้วย และที่เลิฟสุด ๆ ก็คือ packaging ของ amazon จะเป็น plastic-less ไม่มีบับเบิ้ลแร๊พหรือวัสดุทำร้ายโลกให้เห็น อยากได้ shopee/lazada หรือประเทศไทยเป็นอย่างนี้บ้างจัง

ก่อนที่สมบัติจะส่งมาถึง และแล้วมันก็มีอัพเดตโผล่มาจนได้ เราสองคนก็ลองดู ปรากฎว่าอัพเดตไม่สำเร็จจริง ๆ ด้วย เค้าจะไปถึงแค่ 30% แล้วก็ขึ้นข้อความว่าไม่สำเร็จ เด้วจะส่งข้อความมาเตือนใหม่ กี่รอบ ๆ ก็ไม่สำเร็จ

ก่อนหน้านี้ช่วงที่ยังไม่มีอัพเดตมาเตือน เราก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะรถมันก็ขับได้เหมือนปกติ ใช้งานอะไรต่าง ๆ ได้เหมือนปกติทุกอย่าง แต่พอมีอัพเดตโผล่มาแล้วมันอัพเดตไม่ได้นี่สิ เดือดร้อนขึ้นมาทันที มันเป็นตัวบอกชัดเจนว่ามีอะไรขาดหายไปอย่างแรง ช่วงที่นั่งรอของมา เราก็ไปนั่งเขี่ยไอ้เจ้า microSD อันเก่าอยู่เรื่อย ๆ มันก็ไม่ออก จนเราสังเกตเห็นสกรูที่ยึดแผ่นอลูมิเนียมปิดกล่อง MCU ข้างหน้าไว้ ดูเหมือนจะแกะแผ่นนี้ออกไม่ยาก มีความคาดหวังว่าถ้าแกะแผ่นนี้ออกมา โดยที่ไม่ยุ่งอะไรกับคอมพ์เค้า (เหมือนเปิดฝาออกมาเฉย ๆ) แล้วเกิดเจอไอ้เจ้า micro SD card เวรกรรมตัวนี้ มันก็จบ และถ้าเราใส่การ์ดตอนฝามันเปิดออกอยู่ มันน่าจะเห็นชัดกว่ารึปะ

ก็ไปนั่งศึกษาวิดิโอ ค้นคว้าหาดูวิธีเข้าถึงกล่อง MCU ก็มีข้อมูลไม่เยอะ โชคดีที่เราได้ 2018 Tesla M3 service manual มา (ไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ก็ประยุกต์ใช้ได้ดีทีเดียว) วิดิโอที่มีประโยชน์มากคือวิดิโอของน้าหมาที่อยู่ที่พิจิตร น้าหมาเค้าแสดงวิธีถอดกล่อง glovebox เพื่อเข้าถึง MCU มีวิดิโออีก อันหรือสองอัน แต่เป็นภาษา ... ไม่แน่ใจ รัสเซียหรืออะไรประมาณนี้ แล้วเค้าก็เป็นรถพวงมาลัยซ้าย ตอนเค้าแสดงวิธีการถอดท่อต่อ glycol ที่เป็นส่วน liquid cooling ให้ MCU นี่ดูน่ากลัวพิลึก  ของน้าหมานี่ดีกว่า ถึงน้าหมาในวิดิโอนี้จะไม่พูดเลยสักคำแต่ความที่เป็นรถพวงมาลัยขวาเหมือนกัน และน้าหมาเค้าแสดงให้ดูว่าไม่จำเป็นต้องถอดกล่อง airbag ที่มันซ่อนอยู่ด้านล่าง (ในคู่มือ Tesla เค้าถอดต่างหาก) ก้อเลยทำให้วิดิโอน้าหมานี่มีประโยชน์สุด มีพลาดแค่นิดเดียวคือน้าหมาลืมบอกว่ามีสกรูด้านล่าง 2 ตัวอยู่ในสุดที่ต้องถอด ทำให้เรานั่งลองผิดลองถูกตรงนี้พอควร มีความกลัวว่าถอดผิดเด้ว airbag เกิด deploy ขึ้นมา เด้ว pyrofuse ระเบิดตูม เป็นเรื่องอีก


ต้องถอด glovebox ออก (พร้อม airbag ด้านผู้โดยสาร) ตัดไฟ 12V จากแบตใต้ฝากระโปรงรถและตัดไฟ 12V ส่งจากแบตก้อนใหญ่ (ใต้เบาะหลังด้านคนขับ) แล้วก็ถอดท่อแอร์เป่าขาออก แล้วก็จะสามารถเข้าถึงกล่อง MCU ได้ ไอ้เจ้าสกรูดำ 4 ตัว (2 ตัวบนโดนสายไฟบัง) ถอดยากสุด ๆ ต้องเอาประแจ 8 มม. ไปจับน็อต 6 เหลี่ยมด้านหลัง fix ไว้ไม่ให้หมุนตามสกรู ส่วนสกรูอีก 4 ตัวถอดไม่ยาก สายสัญญาณหัวชมพูแน่นถอดยาก สายหน้ามาคล้าย HDMI แบน ๆ ถอดแล้วหวาดเสียวเขี้ยวมันจะหัก มันเล็ก ๆ น่ากลัว สรุปว่าไม่จำเป็นไม่อยากจะถอดเลย ถอดไปเหงื่อตกไป กลัวเจ๊งสุดชีวิต

ด้วยบทเรียนจาก SIM card dongle คุณภาพต่ำที่เราเจอมา รอบนี้พอของมาถึงเราก็ทำการทดสอบก่อนเลย โดย SIM dongle ก็ไปทดสอบกับ pocket Wifi (จริง ๆ ไม่ใช่ pocket Wifi ฮะ มันเป็น 4G LTE Wifi box อันใหญ่เลยใช้ในบ้าน) ก็คอนเฟิร์มว่าของถูก (เราสั่งไปสองอัน จำได้บ่ อันยาวอันนึง อันสั้นอันนึง ถูก ๆ ทั้งคู่ ราคาไม่ถึงร้อย อันที่เจ๊งไปคืออันยาว เหลืออันสั้น) มันไม่เวิ้คจริง ๆ แต่ของแพงจาก amazon เวิ้คจ้า  ส่วน Micro SD card dongle เราก็ไปทดสอบกับเครื่อง rasberry Pi ของเรา ก็เวิ้คดีทุกประการ ของที่มาช้าสุดเป็น microSIM อันกระจิ๊ดเดียว ดันมาช้า ก็รอต่อไป

เพราะของทุกอย่างมาพร้อม เราก็ตัดสินใจว่าจะลองแกะ glovebox + airbag + air duct เพื่อเข้าถึงกล่อง MCU โดยที่ไม่ยุ่งกับแผ่นวงจรข้างในเลย และจะไม่ถอดสาย glycol liquid cooling ด้วย งานนี้ยอมรับเลยว่าเครียดมาก เพราะว่ากลัวจะทำคอมพ์เจ๊ง เพราะถ้าเจ๊งก็คงจะขับไม่ได้ ถึงกับไปเล็ง ๆ หากล่อง MCU มีคนขายบนอีเบย์ ประมาณ 3 หมื่นบาท (ไม่ได้ซื้อฮะ ไม่แน่ใจว่าซื้อมาเปลี่ยนเองแล้วจะเวิ้ค ในคู่มือ service manual ของ tesla เหมือนมีกระบวนการอะไรทางซอฟท์แวร์เพื่อให้คอมใหม่มันทำงาน ไม่แน่ใจ) จะซื้อมาแกะดูเล่น ๆ ก็คงไม่คุ้ม

อันนี้เป็น Micro SD card extension คุณภาพดีที่ซื้อมา แต่มีปัญหาว่าฐานมันโต ต้องไปไถออก สุดท้ายก็ยังใช้ไม่ได้อีก (อ่านต่อไปข้างล่าง)

ถอดไปก้อเหงื่อโง่ไหลริน คิดว่าเครียดกว่าตอนถอดประตู 4 บาทติดตั้ง soft close + auto door handle มาก ๆ มือไม้นี่เป็นแผลเต็มไปหมดจากการล้วงนู่นนี่  ด้วยความระมัดระวังสุดชีวิต ก็สามารถเข้าถึง MCU ได้ ก็ถอดฝาสิฮะ ปรากฎว่าบนฝาอลูมิเนียม มีสกรูตัวเล็ก และก็สกรูตัวใหญ่สีดำ เจ้าตัวเล็กนี่หลุดออกมาหมดไม่มีปัญหา สกรูดำใหญ่ 4 มุมมันไม่ยอมหลุดสิฮะ มันหมุนแล้วหวาน สุดท้ายเพิ่งจะรู้ว่าเค้าเป็น สกรู + นัท คือมีแหวนสกรูตัวเมียเป็นแบบ patch bolts ด้วยสิฮะ (มีกาว) ต้องไปหา wrench 8 มม. มาจับตัวนัทไม่ให้หมุนตาม แล้วสกรูถึงจะถอดออกมาได้ ไอ้เจ้าสองตัวด้านซ้ายมือ (ด้านฝั่งประตู) มันเอื้อมถึงไม่ยากสิฮะ แต่ไอ้สองตัวด้านขวามือนี่มันท้าทายมากโดยเฉพาะมุมขวาบน นี่สุด ๆ เลย ยาก แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้ ที่น่ากลัวอีกอันนึงก็คือพวก connector ทั้งหลายที่เราต้องถอด มีบางอันเราก็กลัวถอดเข้าถอดออกเด้วจะพัง เฮ้อ เครียดสุด ๆ

คิดว่าเปิดฝาออกมาแล้วจะเจอ แป่ว...​มิมี มันไม่ได้อยู่ระหว่างฝาอลูกับแผ่นเมนบอร์ด มันอยู่หลังเมนบอร์ดอีกฮะ ถึงตอนนี้เรานั่งคิดอยู่เกือบ 10 ตลบ จะพอแค่นี้หรือจะไปต่อ เราเคยดูวิดิโอของคุณ Phil Sodow เค้าแกะ MCU ของ Model S ตัวใหม่ให้ดูและ คือถ้าจะถอด mainboard นี่ก็ต้องดึง connectors ทั้งหมดออก (มันมีเป็นสิบ) แล้วก็ไขสกรู แล้วก็แงะออกมาดื้อ ๆ ในชีวิตนี้มีไม่กี่ครั้งที่เราหยุดและไปต่อ ทุกทีมันจะลุย แต่อันนี้ เรายอมรับว่าถอยดีกว่า ไม่คุ้ม เพราะยังไง ๆ ไม่ได้ MicroSD ตัวเก่า เราก็ยังมีตัวใหม่ ที่ติดใจจะเอาตัวเก่าออกมาเป็นเพราะคุณที่โพสต์ปัญหาเหมือนเราที่เค้ามาจากศรีลังกาเค้ามีพูดว่าใส่อันใหม่เสร็จแล้วก็ยังไม่เวิ้ค ต้องติดต่อให้ทางเทสล่าเค้าตั้ง APN settings อะไรให้ใหม่ ซึ่งอันนี้คุณ Phil เค้าไม่ได้ยืนยัน เค้าบอกว่าใส่อันใหม่ลงไปก็น่าจะเวิ้ค) ถ้าจะแกะเมนบอร์ดออกมา สิ่งที่เรากังวลก็คือ หลังแผ่น mainboard จะมี thermal paste เค้าป้ายอยู่ระหว่างส่วนท่ีต้องระบายความร้อน ทั้ง CPU, RAM, etc เราไม่แน่ใจว่าหลังแกะออกมา เราจะทำ thermal paste หลุดร่อนไปรึเปล่า แล้ว thermal paste ที่เทสล่าใช้ยี่ห้ออะไร เกรดอะไร อันนี้หาข้อมูลไม่ได้  สุดท้ายก็เลยตัดใจยอมปิดฝาอลูกลับเข้าไปตามเดิม ตอนที่สกรูดำ 4 ตัวที่ยึดมุมเค้าหลุดจากเพลทข้างหลังนี่ ตัวกล่อง MCU เค้าจะง็อกแง่กมากนะ เอียงไปเอียงมาได้ เราก็อุตส่าห์เอียงแล้วก็เคาะ ๆ เผื่อไอ้เจ้าการ์ดอันเก่ามันจะยอมไหลออกมา ... เคาะไปเหอะ ไม่มี ไปโยกมากก็กลัวท่อ glycol cooling จะหลุด สรุปว่า ใส่กลับเข้าไปตามเดิม ไอ้สกรูดำสี่ตัวนี่ ตอนออกก็ว่าไขยากแล้วนะ ไอ้ตอนใส่เข้านี่มันส์กว่าเดิม ที่หวังว่าจะได้หยอดกาว loctite ก็ฝันไปเถอะ นิ้วคงจะเลอะกาวเปรอะเปื้อนอยู่แถวนั้น มิน่าเทสล่าเค้าถึงใช้เป็น patch bolts ใส่เข้าไปได้ก็บุญโขแระ อย่ามาหวังว่าจะได้หยอดกาว เกิวอะไรกัน 

เหงื่อตกเลยฮะ ประกอบทุกอย่างกลับคืนเข้าไป มีความรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้แกะฟรี แกะแล้วหาไม่เจอ ก็เด้วคงต้องลองเสียบการ์ดใหม่

ก็ข้ามวันฮะ เพราะการ์ดยังมาไม่ถึง อีกอย่างไอ้เจ้า dongle ที่เตรียมไว้มันยัดไม่เข้าฮะ ตรงฐานมันบาน ต้องไปไถออก (เอา dremel ตัดเรียบแล้วแล้วขัดกระดาษทราย หยอดกาวยูวีเสริมความแข็งแรง) แล้วก็ทดสอบกับ raspberry Pi ยังเวิ้คอยู่ งานไถนี่ทำสองรอบเลย ไถซ้ายที ขวาที กระมิดกระเมี้ยน พอการ์ดมาถึงก็เสียบกับ dongle แล้วก็ไปเสียบที่รถที่ช่อง micro SD สล็อทนั่นน่ะ เสียบง่ายมากเลย เพราะมันมีที่จับและมันยึดกับสายแพรอยู่ไม่ต้องกลัวหลุด แล้วก็ทำการอัพเดตซอฟท์แวร์ ปรากฎว่า เช่นเดิม มาได้ถึงแค่ 30% แล้วก็หยุด ไม่สำเร็จ กี่รอบ ๆ ก็ไม่สำเร็จ ถึงตอนนี้หน้าซีดเผือด เอ ใส่การ์ดใหม่แล้ว Sandisk 8GB industrial grade หน้าตาเหมือนของเดิมเด๊ะ แต่ก็ยังไม่เวิ้ค ก็เริ่มนึกถึงคุณศรีลังกาที่เค้าบอกว่าต้องทางเทสล่าตั้ง APN setting ให้ใหม่ เราก็ให้คนขับรถเราเค้าแอบถามคุณ จ. ที่วสุธา เล่าเรื่อง microSD card หลุดหายอยู่ข้างในให้ฟัง ถามว่าถ้าต้องติดต่อทางเทสล่าให้เค้าตั้ง APN setting (APN = Access Point Name) นี่ คุณจ.เค้าจะทำให้ได้ใช่ไหม คุณจ. ตอบมาว่าถ้าจะให้รื้อกล่อง MCU หาการ์ด microSD เด้วให้ช่างที่วสุธาทำให้ได้ เค้าเคยเปลี่ยนกล่อง CPU มาหลายครั้งแรก มีพรรคพวกเปลี่ยนกล่องรถฮ่องกงเป็นกล่องอังกฤษอะไรประมาณเนี้ย ฮั่นแน่ ช่างวสุธานี่ล้วงลูกลึกไม่ใช่เล่นแฮะ เปลี่ยนกล่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ด้วย รู้แล้วก็อุ่นใจ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าแค่เปลี่ยนกล่องเปลี่ยนได้ แต่เคยแกะกล่องกัน รื้อแผ่น mainboard ค้นหา microSD ที่หายไปบ้างไหมอ่า ก็ได้เบอร์ช่างมา แต่ก็ว่าจะไว้โทรคุยพรุ่งนี้ เนื่องจากดึกแล้ว (ตอนนั้นจะทุ่มนึงแล้ว)

 
ตอนแรกเราเฉือนตรงฐานเข้าออกด้านเดียวปรากฎว่ามันก็ยังเสียบไม่ได้ มันติดอีกด้านนึง ก็เลยต้องไปไถอีกด้านนึงออกด้วย รูปทางขวามือให้ดูเปรียบเทียบระหว่างของดั้งเดิมมาตอนยังไม่โดยเฉือนฐาน กับอันที่เฉือนฐานออกแล้วทั้งสองด้าน

หลังจากอาบน้ำเสร็จก็นั่งดูวิดิโอคุณ Phil รื้อกล่อง MCU ของ Tesla model S plaid อีกรอบ (น่าจะดูไปเกือบ 10 รอบแล้ว) เราก็เพิ่งจะสังเกตเหตุว่าเวลาช่องใส่ Micro SD card เค้ามีเงี่ยงพลาสติกสีดำด้านข้างเหมือนกับเป็นตัวล็อก ที่เราต้องดันออกไปด้านข้างเพื่อใส่ Micro SD ทีนี้ไอ้เจ้า dongle ที่เราได้มา ตรงส่วนที่ทำเป็นส่วนที่เสียบเข้าไปในช่องนี้ ตรงตูดเค้าจะบานออกเพื่อต่อออกเป็นสายเชื่อมออกมา ต่อให้เราดันเข้าไปในช่องได้จนสุด แต่ไอ้เจ้าเงี่ยงนี้มันก็จะล็อกไม่ได้  ก็มีความสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุนี้รึเปล่าที่อาจจะทำให้มันไม่อ่านหรือไม่สามารถเขียน micro SD card อันใหม่ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ dongle ไม่เวิ้ครึเปล่า ต้องเสียบตรง 

กว่าจะคิดมาได้ถึงตอนนี้ เวลาก็ปาเข้าไปประมาณ 4 ทุ่ม คิดว่าถ้าไม่ลองให้มันรู้คืนนี้ไปเลยคงนอนไม่หลับ ก็เลยคว้าไฟฉายและ อุปกรณ์ inserter ที่ประดิษฐ์เอง กะกระจกทันตแพทย์ ลงไปที่รถ ก็ปลุกปล้ำกันอยู่ประมาณ 10 นาที ไอ้เจ้า inserter เรานี่พอได้เอามาใช้งานจริงคิดว่ายังต้องมีส่วนที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะสำหรับ version ที่ 2 แต่ถ้าไม่มีเค้านี่ คิดว่าคงจะใส่ไม่เข้าแน่นอน หลังจากยักแย่ยักยันใส่เข้าไปได้ ก็ส่องไฟส่องกระจกดู confirm แล้วว่ามันอยู่ในสล็อทจริง ๆ แล้วเงี่ยงสีดำก็ล็อกได้จริง ๆ ก็ต้องทดสอบโดยการสั่งให้มันอัพเดต

  
ตอนนี้ฝั่ง SIM card เราเสียบเป็น dongle (อันที่เวิ้ค)ไว้เรียบร้อย ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา ส่วนทางฝั่ง micro SD card คงต้องตัดใจเรื่อง dongle รูปขวาแสดงรูป home made microSD card inserter ที่ประดิษฐ์เองจากแผ่นเครดิตการ์ดเอามาตัดวางเป็นช่องพอดีกับขนาด micro SD card แล้วก็มีตัวดัน ดันเข้าไปในสล็อท ถ้าไม่มี inserter ตัวนี้เราก็คงเสียบไม่เข้าอีกนั่นหละ ขนาดมียังพยายามอยู่ตั้ง 2-3 ที ดีนะมันไม่หลุดเข้าไปข้างในอีก

พอถึงตรง 30% นี่ กะว่าต้อง fail แน่นอน เตรียมใจ ปรากฎว่าหลังจากหมุนอยู่นาน มันก็ขยับไปเห็น 60% แล้วก็ 80% แล้วก็อัพเดตได้สมบูรณ์ เรียกว่าน้ำตาเล็ดด้วยความดีใจ เป็นอัพเดตที่ทรงคุณค่ามากที่สุดตั้งแต่เคยได้รถมา (ทั้ง ๆ ที่อัพเดตก็ไม่มี features อะไรเพิ่มมาเท่าไหร่)  ถึงกับต้อง DM ไปหาคุณ Phil ว่าสำเร็จแล้ว ปรากฎคุณ Phil ตอบมาว่า glad to hear แล้วก็บอกว่าอยากได้ file ในแผ่น micro SD ตอนที่อัพเดตไม่สำเร็จ  ...​เงอะ ....​เราตอบไปว่าเราคงจะไม่กล้าไปเอามันออกมาอีก ไม่รู้จะใส่ได้อีกรึเปล่า ถ้าเค้ามีปัญญาดึง file จากระยะทางไกล online ได้เรายินดี บอก code บอก password หรือข้อมูลอะไรก็ตามที่เค้าต้องการ คิดว่าถ้าเป็นไปได้ชาตินี้คงไม่อยากไปยุ่งกับมันอีกต่อไปแล้วล่ะ ปล่อยให้มันอยู่ข้างในอย่างนั้นแหละ

   
ไม่เคยจะนั่งลุ้นการอัพเดตมาก่อนเลย มีครั้งนี้แหละเพราะก่อนหน้านี้มันอัพเดตเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน fail ตลอด พอใส่ microSD card กลับเข้าไปได้ ก็ผ่านฉลุย ยังไม่ได้ขอตั้ง APN settings อะไรเหมือนที่คุณศรีลังกากล่าวถึง เด้วต้องลุ้นกันต่อไปนะคับว่าจะมีอะไรแปลก ๆ อีกไหม

สรุปบทเรียนครั้งนี้ก็คือ

ใน MCU ของรถ Tesla model 3 จะมี micro SD card, industrial grade, high endurance  ขนาด 8GB อยู่ในสล็อทข้าง ๆ กับ สล็อทสำหรับใส่ SIM card ถ้าใครไปเล่นซนกับช่อง SIM card ก็อย่าได้เผลอไผลไปทำเค้าหลุดออกมาทีเดียวเชียว เพราะมันใส่กลับเข้าไปโค ตะ ระ ยาก   ถ้าไม่มี SD card อันนี้ ระบบก็จะไม่สามารถ log ข้อมูลอย่างละเอียด (ทุก 5 วินาที) ได้ โดยเฉพาะเวลาเกิดอุบัติเหตุ และไม่สามารถอัพเดตได้ แต่ก็ยังขับรถใช้งาน ฟังเพลงได้ตามปกติ  คิดว่าทางเทสล่าน่าจะสามารถเข้าถึงข้อมูลตรงส่วนนี้ได้จาก online ดังนั้นใครที่มีความลับจะปกปิดไม่ให้เทสล่ารู้ เช่นเอาไปเล่นซนจนเกิดอุบัติเหตุ แล้วอยากจะฟ้องเทสล่า ก็อาจจะต้องรีบแงะอันนี้ออกก่อนที่ Tesla จะเช้าถึงข้อมูลได้ แต่คิดว่าทางเทสล่าก็น่าจะรู้ว่าทาง user มีการแงะเอากล่องดำออก  ถ้าจะให้เนียนกว่านั้น ก็ต้องเอาแผ่นเปล่าอีกแผ่นหนึ่งเสียบกลับคืนเข้าไป  บังเอิญว่าเขี่ยให้ออกมานั้นทำได้แน่นอน แต่ใส่กลับเข้าไปเนี่ยสิ เจ็บปวดใจ

หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบสิ้น เราก็ยังอุตส่าห์ไปเห็น micro SD card dongle อีกอันนึง ซึ่งตรงส่วนที่ทำเลียนแบบเป็นเหมือน micro SD เผื่อเสียบเข้าใปในช่องมันมีก้นให้เงี่ยงพลาสติกโอบล็อกไว้ได้แน่นอน คิดว่า dongle อันนี้น่าจะเวิ้ค ถ้าใครจะเล่นซน ถอดเข้าถอดออก  สำหรับเราตอนนี้ เข็ดแล้ว คงไม่ไปยุ่งกับช่องนี้อีก ได้พิมพ์ป้ายสีส้มสะท้อนแสงเอาไปแปะทับช่องนี้ไว้แล้วว่า อย่าได้ไปยุ่งกับมันอีก สาธุ ได้รถกลับมาทำงานเหมือนเดิมก็บุญแล้ว วันดีคืนดีน้อง micro SD อันเก่า อาจจะกลับใจหล่นออกมาเองก็เป็นได้

 
หลังจากเหตุการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ (ยกเว้นแต่ microSD card อันดั้งเดิมยังหลุดหายอยู่ข้างในกล่อง MCU) เราก็ดันไปเห็น Micro SD card dongle อีกอันขายอยู่บน amazon ราคา $12 กว่า ที่ aliexpress ก็มีขายเหมือนกันราคา $9 กว่าถูกกว่ากันอยู่ ก็ว่าจะสอยมาเก็บไว้ก่อน แต่คงจะไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับมันอีกจนกว่าจะมีเหตุให้ต้องไปยุ่งคราวนี้ คิดว่า dongle อันนี้น่าจะเวิ้คเพราะตัวเสียบเข้าไปที่เป็นรูปเหมือน micro SD card มันมีพื้นที่ให้ไอ้เจ้าเงี่ยงพลาสติกสีดำมันจะน่าจะ engaged เข้ามาล็อกตัวการ์ด(ปลอม)นี้ที่มีสายต่อออกมาได้ เสียดายว่าไม่เห็นตัวนี้ตั้งแต่ตอนแรก

 


Create Date : 21 พฤษภาคม 2565
Last Update : 1 มิถุนายน 2565 6:36:55 น. 0 comments
Counter : 336 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

gollygui
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add gollygui's blog to your web]
space
space
space
space
space