Group Blog
 
 
มกราคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
ตำนานแห่ง Cupid & Psyche












ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่า คำศัพท์ที่ใช้แทนลักษณะต่างๆในทางจิตวิทยา
มักอ้างอิงมาจากเรื่องราวของกรีก

ดังนั้น การที่เราได้จำเรื่องราวต่างๆ และ จดจำชื่อตัวละครได้
จะช่วยให้การจำศัพท์ต่างๆง่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ คิวปิค มีอีกชื่อคือ เอรอส
ส่วนตัวรู้สึกชอบชื่อเอรอสมากกว่าน่ะ 



เรื่องราวของ ไซคี สาวน้อยผู้พลิกผันจากมนุษย์ธรรมดา ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับทวยเทพ เรื่องมันเริ่มขึ้นตรงที่ อโฟไดท์ เทพีในความเชื่อของกรีก หรือ วีนัส ในความเชื่อของโรมัน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้มีความงามเป็นเลิศ นางเคยได้รับการบูชาจากเหล่ามนุษย์มาช้านาน แต่เมื่อไซคีบุตรีแห่งกษัตริย์เมืองหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น ความงามของไซคีเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว จนผู้คนต่างก็ลืมเลือนอโฟไดท์ และคิดว่า ไซคี มีความงามเป็นเลิศยิ่งกว่า แม้ในภพใดๆ ความอิจฉา และ น้อยใจของอโฟไดท์จึงก่อให้เกิดเรื่องตามมา


อโฟไดท์ มีบุตรชายอยู่ 1 คน ชื่อว่า คิวปิค หรือ อีกชื่อก็คือ เอรอส ซึ่งก็มีความงดงาม และได้ชื่อว่า เป็นเทพแห่งความรัก วันหนึ่งเอรอสได้พบว่า แม่ของตนเสียใจ เพราะบนโลกมนุษย์มีสาวน้อยนางหนึ่ง เธอทำให้ผู้คนลืมเลือนเทพ อโฟไดท์ได้ขอให้เอรอสไปลงโทษนางฐานที่ลบหลู่เทพ



โดยปกติเอรอสจะมีธนูติดตัวอยู่แล้ว และด้วยความเป็นเทพแห่งความรัก จึงดลใจให้เกิดความรักได้ ซึ่งสิ่งที่อโฟไดท์ต้องการก็คือ ให้เอรอสนำศรแห่งความรักนี้ไปปักไซคี โดยให้นางตกหลุมรักอสูรกายที่น่าเกลียดที่สุด เพื่อให้คนบนโลกเกลียดนางไปด้วย แต่เมื่อเอรอสได้เห็นหน้าของไซคี เอรอสก็ถึงกับตกอยู่ในภวังค์ ลืมตัวและเผลอทำศรทิ่มตัวเอง จึงตกหลุมรักไซคีตั้งแต่แรกเห็น และจากมาโดยไม่ได้ทำอะไรนาง


กลับมาทางไซคี แม้นางจะมีความงดงามเพียงใด แต่ก็หาได้มีชายหนุ่มเข้ามาติดพัน ทุกคนต่างชื่นชมและยกย่องในความงาม แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่ตกหลุมรักนาง ในบรรดาพี่น้องทุกคนได้แต่งงานกันหมด เหลือก็เพียงแต่ไซคี ซึ่งทำให้พระบิดาและพระมารดาร้อนใจมาก จึงพากันไปยังวิหารของเทพอพอลโล ซึ่งเทพอพอลโลได้ทำนายว่า "คู่ของนางนั้น ไม่ใช่มนุษย์ แต่จะเป็นอสูรกาย หรือ เทพ ก็ยากจะรู้ได้ จงนำนางไปไว้บนยอดเขาสูงเถอะ"



ปฏิบัติการ ทิ้งนาง ตามหารัก จึงเกิดขึ้น ไซคีถูกนำตัวขึ้นไปทิ้งไว้บนยอดเขา และเทพแห่งลมได้มาพาตัวนางไปยังปราสาทที่แสนสวยงามแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบที่ตั้ง เมื่อแรกที่นางลืมตาขึ้น นางถึงกับตกตะลึงในความงดงามของวิหาร แต่ทั้งวิหารกลับปราศจากสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างเงียบเชียบ และก็มีเสียงหนึ่งร้องทักนาง พร้อมบอกว่า เราเป็นเจ้าของวิหารแห่งนี้ และ เป็นสามีของนาง พร้อมทั้งบอกให้นางทำทุกอย่างตามที่บอก ขัดสีฉวีวรรณให้เรียบร้อย ไซคีเองได้ยินแต่เสียงไม่เคยเห็นตัวเจ้าของเสียง แต่ก็รู้สึกอิ่มเอมในใจ และ หลงรักในสามีที่ไม่เคยได้พบหน้ามาก่อน


กาลเวลาล่วงมาหลายเดือน ไซคีอาศัยอยู่ที่วิหารอย่างมีความสุข แม้ในยามกลางวันนางไม่รู้ว่า สามีของนางไปไหน และ สามีของนางเป็นใคร แต่เมื่อตกยามค่ำคืน สามีของนางก็จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่สามี โดยล่องหนกายเอาไว้ ให้นางได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะส่วนหนึ่งเอรอสฝ่าฝืนคำสั่งของอโฟไดท์ และตกหลุมรักรับนางมาเป็นภรรยาเสียเอง


วันหนึ่งไซคีคิดถึงพี่สาว และอยากให้พี่สาวได้ล่วงรู้ถึงความเป็นอยู่ของตน เมื่อถึงยามค่ำคืนจึงอ้อนวอนต่อสามี ให้พาพี่สาวมายังวิหาร ด้วยความรักที่เอรอสมีต่อไซคี เอรอสจึงตกคำรับปากไซคี และได้สั่งให้เทพแห่งสายลม นำตัวพี่สาวของไซคีมา



พี่สาวของไซคี เมื่อเห็นไซคีก็รู้สึกดีใจ อีกทั้งน้องสาวยังอยู่สบายดีมีสุขในสถานที่ซึ่งมีความงดงามเกินกว่ามนุษย์จะสร้าง ครั้นเมื่อได้ยินน้องสาวเล่าให้ฟังว่า รู้จักสามีเพียงแค่เสียง จึงเกิดความวิตก เลยกล่าวกับน้องสาวว่า



"ยังจำได้ไหม ที่ท่านเทพได้ทำนายไว้ สามีของเจ้าอาจจะเป็นอสูรกายร้าย เลี้ยงเจ้าเพื่อเอาไว้กินในวันหน้า หากคืนนี้ยามที่สามีเจ้าหลับลงแล้ว จงลับมีดให้แหลมคม และย่องไปดูหน้าสามีเสียเถอะ หากเป็นอสูรกายร้าย เจ้าจงสังหารเสีย"


เมื่อถึงแก่เวลา เทพสายลมก็นำพี่สาวของไซคีไปส่ง ไซคีเองเมื่อได้ยินคำพูดของพี่สาว ก็เกิดความกลัวขึ้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นับตั้งแต่มาถึงยังวิหารแห่งนี้ จึงตระเตรียมการตามที่พี่สาวได้บอกเอาไว้ และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง หลังจากที่ไซคีแน่ใจแล้วว่า สามีของตนกำลังนอนหลับอยู่ จึงเดินออกหา จนได้มาพบกับเทพเอรอสหลับใหลอยู่ภายใต้ละออง ความงามของเอรอสทำให้ไซคีอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพยายามย่องเข้าไป และน้อมตัว ในช่วงเวลานั้นน้ำตาเทียนก็ได้หยดลงไปบนผิวของเอรอส ความร้อนนั้นทำให้เอรอสสะดุ้งตื่น และ ไซคีเองก็ตกใจ จนเผลอทำมีดที่พกติดตัวมา ตกลงสู่พื้น



เอรอสเมื่อได้เห็นว่า ไซคีภรรยาที่แสนรักของตน ลอบย่องเข้ามา อีกทั้งยังพกอาวุธสังหารเข้ามา จึงเข้าใจว่า ไซคีมีจิตคิดจะสังหารตน จึงตัดพ้อว่า ตัวเอรอสอีกยอมฝ่าฝืนคำสั่งของอโฟไดท์ ที่จะให้ไซคีได้รักกับอสูรกาย และ รับตัวไซคีมาเป็นภรรยา แต่ไซคีกลับคิดสังหารเขา แม้ไซคีจะอ้อนวอนและแก้ตัวเพียงใด เอรอสก็ไม่รับฟัง และ หนีจากไซคีกลับไปยังวิหารของอโฟไดท์ดั่งเดิม


ฝ่ายไซคี เมื่อสามีเข้าใจผิดและหนีนางไป นางจึงติดตามหาสามีของนางไปทั่วทุกทิศ จนเวลาล่วงผ่านไปนานหลายปี จนสุดท้ายเทพแห่งลมสงสาร จึงนำพานางไปยังวิหารของอโฟไดท์ ไซคีจึงได้เข้าเฝ้าเทพีอโฟไดท์ และบอกว่า นางรักเอรอสมากมายยิ่งนัก นางอยากจะพบกับเอรอส แต่อโฟไดท์ก็ไม่ให้พบ แม้เอรอสเองก็อยากจะพบกับไซคีเหมือนกัน


อโฟไดท์ได้กลั่นแกล้งไซคีหลายอย่าง ด้วยความอยากให้นางกลับไปยังโลกมนุษย์ของตน และไม่ต้องการให้ไซคีได้เอรอสไปครอบครอง เสือ 2 ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันใด สาวสวย 2 คน ก็อยู่วิหารเดียวกันไม่ได้เหมือนกัน แต่ละงานที่อโฟไดท์สั่งนั้นยากเย็นยิ่งนัก แต่ไซคีเองก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างลับๆอยู่เสมอ


เมื่อครั้นอโฟไดท์สั่งให้ไซคีคัดแยกธัญพืชต่างๆที่บรรจุอยู่ในกระสอบหลายร้อยกระสอบในยุ้งฉาง เพื่อนำมาเป็นอาหารของนก และกำชับไว้ว่า ต้องแยกให้หมดได้ก่อนถึงเย็น ไซคีเองแม้รู้ว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ก็ยังปฏิบัติตาม เพื่อหวังจะได้พบกับสามี ครั้นนั้นเอรอสก็ได้แอบใช้อำนาจของตนบังคับให้พวกมดมาช่วยเหลือไซคี จึงสามารถทำงานได้ลุล่วงก่อนถึงเวลา ทำให้อโฟไดท์ไม่พอใจและรู้ทันทีว่าเอรอสได้ช่วยนาง



ต่อมาอโฟไดท์จึงสั่งให้ไซคีไปทำงานที่ยากขึ้น และห่างไกลเอรอส เพื่อไม่ให้เอรอสได้ช่วยเหลือ จึงสั่งให้ไซคีไปเก็บขนแกะทองคำ โดยหวังให้แกะเหล่านั้นฆ่าไซคีเสีย แต่ด้วยความช่วยเหลือของจิตแห่งแม่น้ำ ได้บอกให้ไซคีหยุดพักเสียก่อน รอจนตะวันเที่ยง พวกแกะหลบแดดและพากันหลับแล้ว ให้ไปเดินเก็บขนแกะตามพุ่มไม้ เพราะถ้าหากเช้าไปในช่วงยามเช้า ฝูงแกะจะพุ่งพล่านและฆ่าทุกสิ่งที่เข้าไปใกล้ ไซคีเมื่อนำขนแกะกลับมาได้ อโฟไดท์ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น จึงคิดหาแผนการที่จะให้ไซคีไปจากตนให้ได้



แผนการครั้งสุดท้ายก็คือ ให้ไซคีไปยังอเวจี เพื่อไปขอเคล็ดลับความงามแห่งเทพี กลับมาให้กับอโฟไดท์ เพื่อที่จะได้นำไปประทินโฉมก่อนไปงานสังสรรค์ของเทพ ไซคีรู้ดีว่า ตนเองเป็นเพียงมนุษย์ ไม่สามารถไปยังนรกได้อย่างง่ายดายเหมือนพวกทวยเทพ แต่ด้วยความไม่อยากยอมแพ้ นางจึงขึ้นไปยืนบนกำแพงสูง และโดดลงมา แม้นางจะบาดเจ็บแต่ก็ไม่ตาย เทพแห่งสายลมสงสารนาง จึงขอให้ไซคีหลับตาลง แม้เกิดอะไรขึ้น ก็อย่าได้ลืมตาเด็ดขาด ไซคีทำตามที่บอก


ตลอดการเดินทาง ไซคีไม่ลืมตาเลยแม้แต่น้อย แม้จะได้ยินเสียงดังน่ากลัว หรือ กลิ่นคาวเลือดเพียงใด สุดท้ายของปลายทาง นางได้เห็นแสงลอดเข้ามาในความมืด บรรยากาศรอบๆดีขึ้นโดยมาก นางจึงลืมตาขึ้น และได้อ้อนวอนเทพีแห่งแดนยมโลก พร้อมกับนำกล่องบรรจุ เคล็ดลับความงามแห่งเทพ (แต่ที่จริงในกล่องเป็น ความนิทรา)



ไซคีเมื่อคิดว่า ตนเองได้กล่องแห่งความงาม และไม่อยากแพ้อโฟไดท์ จึงเปิดกล่องเสีย และก็หลับไป ฝ่ายเอรอสเมื่อมาครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆ ก็รู้ตัวว่า ยังรักไซคีมาก เลยตามมาช่วยเหลือ จนนางฟื้นขึ้นมา และบอกว่า จะไปหาเทพซุส เพื่อขออนุญาตแต่งงาน และ ขอน้ำอมตฤทธิ์ให้กับไซคี เพื่อให้นางเป็นอมตะ



ไซคีทำตามที่เอรอสบอก นำกล่องไปมอบให้อโฟไดท์ และการแต่งงานก็ได้เกิดขึ้น อโฟไดท์ก็ยอมลดราลง แต่ก็ยังห้ำหั่นกันในความสวยงามกับไซคีตลอดมา





ทำไม ไซคี (Psyche) ถึงมามีความหมายว่า จิตใจ หรือ จิตวิญญาณ (soul)

บางคนก็ว่า เพราะความรัก(love) และ จิตวิญญาณ (soul) สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถแยกจากกันได้ และคงอยู่ในร่างกายของเรา




ถ้าเอรอสเป็นตัวแทนของ ความรัก ไซคีจึงเป็นตัวแทนของ จิตวิญญาณ

ต้นกำเนิดของจิตวิทยา Psychology จึงมาจาก Psyche นี่เอง




Create Date : 08 มกราคม 2559
Last Update : 8 มกราคม 2559 23:47:00 น. 0 comments
Counter : 218 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขี้เหงา...เอาแต่ใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]














Friends' blogs
[Add ขี้เหงา...เอาแต่ใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.