มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
อนุทินความทรงจำเกียวกับ “ กุ้งแคระ “ ในประสบการณ์ของผู้เขียน



   ขูดความทรงจำ ตั้งแต่เมื่อครั้นเวลาย้อนไปหลายขวบปีประมาณเหตุการณ์ได้ว่าย้อนไปราวๆ 8 – 9 ปีที่แล้ว หากนับจากปี 2556นี้ไป  ตั้งแต่ วันแรกๆ ที่กระผมเคยได้ยินคำว่า“กุ้งแคระ “เข้ามาในห้วงความคิด  เอ๊ะ  มันเป็นอย่างไรนะ กุ้งมันมีแคระ หรือไม่แคระด้วยหรือไร  ชีวิตก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่กุ้งตัวใสๆ ที่เรียกกันว่ากุ้งฝอย แล้วไอ้กุ้งแคระนี่เป็นอย่างไรหนา  มันจะตัวเล็กขนาดใหน หน้าตาเป็นอย่างไรใหนดูซิ  โอ้วว แม่เจ้า ทำไมมันน่ารักน่าเลี้ยงขนาดนี้  สีสัน สดใสราวกับอัญมณีในตู้ไม้น้ำ ก็ไม่ผิด แถมยังมีหลายสี หลายแบบอีกด้วย  เพียงเท่านี้ ก็นึกภาพความสวยงาม ในตู้ได้แล้ว ว่าจะเป็นยังไง  มือไวเท่าความคิดรีบคลิ๊กหาข้อมูลทันทีว่าที่เมืองไทย มีน้องกุ้งแคระเข้ามาจำหน่ายแล้วหรือยัง ก็พบว่ามีมาบ้างแล้ว อยู่ร้านชื่อดัง ที่ตลาดจตุจักรซึ่งก็เป็นร้านที่คุ้นเคยอยู่แล้ว  พอเข้าไปดูชะแว่บ.... เอ้ย มีแต่ตัวสีแดงๆ เอ กุ้งอะไรหว่า ดูป้ายชื่อซิ  อ้อ  “ กุ้งเชอร์รี่ “

ตัวละเท่าไหร่ แอร่บบบบบ ตัวละ “ ร้อยกว่า “ เป็นอย่างนี้ คนรักน้องกุ้งแคระโดยแรกเห็นอย่างเราก็....ถอยกลับไปที่บ้านก่อน ( เฮ้ย ) แหม่ ในโลกความแห่งความจริง แม้ว่าจะอยากได้สิ่งของอันใด แม้จะอยากได้มาก ก็ต้องดูว่า มันเป็นช่วง ต้นเดือน หรือสิ้นเดือน ด้วยล่ะนะครับ ( ฮา ) ยามยากก็ถอยทัพไปก่อนยามมี ค่อยกรีฑาทัพมาอีกที ตามหลักพิชัยยุทธ เรารบเมื่อเสบียงพร้อม เราถอย เมื่อเสบียง( เงิน ) หมด โดยให้เราบอกข้ออ้างที่ดูมีเหตุผลกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายของเราว่าขออนุญาตไปศึกษาข้อมูลการเลี้ยงก่อนนั่นเอง ( ฮา )

   หลังจากนั้นยุคของกุ้งแคระชนิดใหม่ๆ ต่างๆก็เริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกุ้งในตระกูล Bee Shrimp หรือแม้กระทั่งกุ้ง TigerShrimpและ กุ้ง CrystalRed ซึ่ง ถ้าหากเป็นสมัยนี้ก็อาจจะเป็นกุ้งแคระที่ราคาไม่สูงอะไรแต่สมัยก่อน ( พูดเหมือนตัวเองจะชราแล้วแฮะ แต่จริงๆ ก็ผ่านมาไม่กี่ปีหนอ ) ก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าฮือฮามาก ค่าตัวในการรับมาเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักก็ไม่เบา ส่วนตัวอื่นๆในตระกูลใกล้เคียงกัน ราคาก็ย่อมเยาขึ้นมาหน่อย แต่เนื่องจากว่าในขณะนั้นการค้นหาข้อมูลในการเลี้ยงยังน้อย เลยทำให้การเลี้ยงไม่ประสบผลสำเร็จเพราะไม่รู้ความต้องการของเขาทำให้ไม่สามารถเลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ จนข้อมูลเริ่มจะมีมาเรื่อยๆก็ทำให้กผู้คนทั่วไป เริ่มที่จะทราบข้อมูล ต่างๆว่าจะจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งแคระแต่ละชนิดอย่างไรบ้างในตอนนี้อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงกุ้งแคระในชนิดที่ต้องการอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเมืองไทยที่ร้อนน้อยกว่า ทวีปแอฟริกาไม่มากองศานัก อย่างเช่น ชิลเลอร์ และระบบกรองที่มีคุณภาพสูง เริ่มเข้ามามีบทบาทชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีร้านค้า ที่เกี่ยวกับปลาสวยงาม และการเลี้ยงไม้น้ำ นำอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งแคระเข้ามาจำหน่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสายพันธุ์ของกุ้งแคระ แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ กุ้งแคระที่ต้องการอุณหภูมิที่ไม่สูงในการดำรงชีพ จะหายจากท้องตลาดไปบ้างเป็นบางระยะเนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ ทางร้านที่จำหน่ายกุ้งแคระ และ ผู้เลี้ยงกุ้งแคระเองก็จัดได้ว่า กำลังอยู่ในช่วงลองผิด ลองถูก เกี่ยวกับการเซ็ตระบบในการเลี้ยงน้องกุ้งบางเจ้าที่เร่งทำตลาด ก็ลงน้องกุ้งไปเยอะ น้องกุ้งก็หมดไปแยะ ( ตาย )เรียกได้ว่า “ เจ็บ “ กันไปตามๆกัน ยังไม่ทันได้ขาย กุ้งตายกันหมด อีกทั้งอาจจะมีปัญหาในส่วนของการส่งออก นำเข้า ด้วยอีกประการหนึ่งทำให้ในช่วงนี้จึงอาจจะเรียกได้ว่า เกิดสูญญากาศ ระหว่างกุ้งแคระพันธุ์ที่ค่อนข้างSensitive ทำให้เหล่ากุ้งแคระที่Sensitiveเหล่านี้ หายไปจากท้องตลาดอยู่พักหนึ่งทำให้ในช่วงนี้เหล่าบุปผาชนเริ่มเบ่งบาน ร้านหลายร้าน รวมทั้งตัวกระผมเองด้วย ต่างก็ออกเสาะแสวงหา กุ้งแคระที่มีในประเทศไทยของเรา มาจำหน่ายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ยังนึกภาพ ตอนที่ตัวเอง ออกไปว่ายน้ำตุ๊มๆต่อมๆ ในคลองแถวบ้านญาติที่จังหวัดประจวบ ฯลฯ ได้เลยครับ ว่ายน้ำป๋อมแป๋ม ๆไปคนเดียว คุณแฟนก็นั่งยิ้มหวานรอให้กำลังใจอยู่บนฝั่ง แบบว่าช่วงนั้นเพิ่งจะจีบกันใหม่ๆด้วยเด้อครับเด้อ อิอิอิ บางช่วงของการไล่หากุ้งกระผมก็เลยโชว์เสต็ปการว่ายน้ำ ทวนกระแส น้ำไหลเชี่ยว หรือ ตีลังกายกขาชี้ฟ้าหัวทิ่มน้ำบ้างเพื่อแสดงความแข็งแรง แข็งแกร่ง ให้ดูน่าจะเป็นพ่อพันธุ์ที่ดีได้สลับกับการหาช้อนกุ้งไปพลาง เป็นระยะๆไป ( ปัจจุบันนี้ เปลี่ยนสถานะจากคุณแฟนมาเป็นคุณภรรยา ไปเรียบร้อยแล้วเด้อครับ มีลูกน้อยกลอยใจกัน ก็ 2 คนแล้ว ชื่นใจ ) มือหนึ่งกระผมก็ถือสวิงช้อนไป ช้อนมาในคลอง ด้านล่างใต้พื้นโคลน ก็มีกุ้งก้ามยาว คอยตอดขาตุ๊บๆ มองทางซ้าย อ้าว มีฝูงวัวลงเดินอ้าว ก้อนอะไรตะคุ่มๆ ลอยมา สีมันดำๆ เหมือนอุจจาระวัวนะ แหม ลอยกันมาเป็นแพให้เราได้ว่ายหลบอย่างสนุกสนานเลย ไอ้เราก็กำลังดำผุดดำว่าย น้ำเข้าหู เข้าปากอยู่ด้วย แหม่คงได้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ มาไว้ในกระเพาะ เพื่อช่วยย่อยอาหารและทำให้ขับถ่ายได้สะดวกไปอีกเยอะเลยนะเนี่ย เฮ๊ย ไม่ใช่ละ จะได้พยาธิเสียมากกว่า เลยรีบโผล่หัวพ้นน้ำ จ้องหาแหล่งเป้าหมาย อ้อ เจอและ แหล่งผักตบที่ลอยในคลอง ก็ลองช้อนไปได้ตัวและ เฮ้อ แต่ได้น้อยจังไม่กี่ตัว มองไปข้างหน้าก็มีแหล่งผักตบอีกพอสมควร แต่น้ำดูจะเป็นน้ำวน และ ดูจะลึกๆเห็นจะไม่คุ้มค่าแก่การสุ่มเสี่ยงชีวิต ได้แค่ใหน ก็เอาแค่นั้นแหล่ะนะครับคนเราต้องรู้จักพอ อย่าเป็นเหมือนพวกนักการเมืองประเทศสารขัณฑ์ ที่ว่างๆไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะหาช่องทางใหนงุ๊บงิ๊บ งบประมาณแผ่นดิน ก็หาเรื่องเอาป่าสมบูรณ์ ไปสร้างเขื่อนซะบ้าง นัยว่าจะได้ผลประโยชน์ตามน้ำมาได้ไม่ยาก โดยยกเอาแต่ผลประโยชน์ที่จะได้มาเพียงนิดเดียวแต่ไม่พูดถึงด้านเสีย ที่ผู้คนและสัตว์ป่าจะได้รับอย่างไม่สามารถที่จะประเมินค่าได้เลย และยังดึงดันจะลงมือทำ โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนที่รักในธรรมชาติเอาเสียเลย พอค้านกันมากๆ ก็มาบอกว่า พวกคนที่ค้านนี่เป็นพวกฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เป็นพวกสารพัดม็อบไปเสียอย่างนั้นก็มี ( เฮ้ย ไม่เกี่ยวกันนะ ) แถมรัฐมนตรีที่มีอำนาจยังมีหน้ามาพูดเอาดีเข้าตัว และ พูดออกมาง่ายๆ เหมือนว่าทุกอย่างในโลกนี้มันสร้างได้อย่างสบายๆ ธรรมชาติก็สร้างได้อย่างสบายๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ง่ายดายไปหมดเสียอย่างนั้น แหม่…พูดถึงเรื่องนี้แล้วของมันขึ้น...ทำไมกันนะพวกท่านทั้งหลาย ที่เป็นรัฐมนตรี เป็นคณะรัฐบาล ต่างก็ได้ทำงานที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีทรัพย์สินและลูกน้องบริวารอันมากมายอยู่แล้ว ทรัพย์สินของพวกท่าน ส่วนใหญ่ก็ล้วนที่จะมากมาย ถ้าท่านไม่ได้กินข้าว ที่เมล็ดข้าวทำมาจากทองคำ รับรองว่า ท่านกินไปเถอะ จะเท่าไหร่รับรองทรัพย์สินของพวกท่านก็ยังจะมีเหลือเฟือ แต่ทำไมพวกท่าน ถึงไม่คิดจะฝากชื่อเสียงในทางที่ดี เป็นผู้ที่ทำงานอันทรงคุณค่า ซึ่งประกอบด้วยคุณูปการต่อแผ่นดิน และช่วยกันสร้างสรร พัฒนาประเทศชาติอย่างจริงใจ เพราะว่าเมื่อท่านต้องจากไปในซักวันหนึ่ง เนื่องจากเพราะว่าไม่มีมนุษย์ผู้ใหน หลบหนีความตายไปได้พ้นทั้งนั้น แม้ว่าตอนมีชีวิตอยู่ จะยิ่งใหญ่ ร่ำรวยมหาศาลหรือมีอิทธิพล ปาณใดก็ตาม สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความตาย ผู้คนทั้งหลายก็จะจำความดีงามที่ท่านเคยได้ทำเอาไว้ได้และจะได้ร่วมสรรเสริญในคุณของท่านที่ทำให้แผ่นดินไปตลอดกาล แต่พวกท่านทั้งหลายส่วนใหญ่ เลือกที่จะรับแต่ผลประโยชน์ของตนเองทั้งทางตรง และ ทางอ้อม เข้าไปสะสมจนพุงกางและ ยอมรับการก่นด่า จากผู้ที่จดจำการกระทำที่เลวทรามของท่านไปตลอดกาล แทนที่จะให้ผู้คนได้จดจำในคุณความดี เฮ้อ... ช่างน่าสังเวชเสียจริง คนเราเมื่อจากไป ยังมีค่าสู้วัว สู้ควาย ยังไม่ได้ เพราะวัวและควาย อาจจะยังมีเขา มีหนัง เอาไว้ใช้ประโยชน์ได้ส่วนของคนเรานั้นไม่มีอะไรเลย ส่วนเรื่องเงินทองนั้น แม้เงินซักสลึง ซักห้าสิบสตางค์ ก็เอาไปไม่ได้นะครับ มีแต่คุณความดีที่คนทั่วแผ่นดิน จะได้จดจำกันเอาไว้เท่านั้น ท่านๆทั้งหลาย ลองนึกถึง บุรพกษัตริย์ และเหล่า วีรบุรุษ และ วีรสตรี บุคคลเหล่านี้ได้ประกอบซึ่งคุณงามความดีจนคนในแผ่นดินสามารถจดจำได้ ต่อให้เวลาผ่านไปสี่ห้าร้อยปี ผู้คนในประเทศของเรา ยังจดจำกันได้เสมอ พวกท่านไม่อยากจะเป็นอย่างนั้น ให้ลูกหลานของพวกท่านได้ภาคภูมิใจกันมั่งหรือครับ ? กระผมอยากรู้จริงๆ.... ธรรมชาติคืออะไร ? ทำเพื่อนคนในชาติเป็นยังไง ?พวกท่านมีอุดมการณ์พวกนี้ในหัวใจหรือไม่? หรือหัวใจถูกบดบังด้วยเงินตราและ ผลประโยชน์กันไปหมดเรียบร้อยแล้ว... อันนี้ก็ไม่อาจจะรู้ได้...สิ่งนี้คงเป็นคำถามของคนในประเทศสารขัณฑ์ที่มีต่อนักการเมืองในประเทศชาติของตนเองต่อไปเฮ้อ ( อีกที )

ซึ่งโดยรวมๆ แล้ว เจ้ากุ้งแคระ ที่กระผมครั้งได้ลองไปเสาะหาเอง และจากที่ร้านค้าต่างๆ หาได้ในตอนนั้นส่วนใหญ่ในท้องตลาด ก็จะเป็นพวก Malaya Shrimp กับพวกกุ้งแคระ ในตระกูล Red Nose Shrimp ครับ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่กุ้งตามธรรมชาติพวกนี้ กลายเป็นสินค้าขึ้นร้านจำหน่ายปลาสวยงาม หลายร้านที่เดียว ยิ่งบางทีคนที่ไปหา ได้กุ้งแคระที่ดูจะแปลกๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุชื่อเป็นทางการที่ชัดเจนได้ แต่ก็สามารถนำมาจำหน่ายได้ราวๆ 20 – 30บาทต่อตัวเลยทีเดียว หรือถ้าเป็นกุ้งในตระกูลRed Nose หรือบางที่จะเรียกกันว่า Longnoseสายพันธุ์ที่ตัวใหญ่ๆ ซักหน่อย ที่อาจจะหามาได้ จากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงแถวๆชายแดนบ้านเรา ราคาก็อาจจะถีบ (ทำไมต้องใช้ถีบ ใช้เตะแทนก็ไม่ได้ อิอิอิ ) ไปได้ถึงประมาณตัวละเกือบร้อยเลยครับนับเป็นยุคที่ กุ้งแคระในบ้านเรา ได้ออกมาเฉิดฉายเบ่งบานอยู่ในตลาดกุ้งสวยงามอยู่พักใหญ่เหมือนกัน แต่ภายหลังจากปี 2553 เป็นต้นมาการนำเข้ากุ้งแคระสวยงาม จากต่างประเทศ ที่มีสีสัน สวยงามกว่ามาก ก็เข้ามาแทนที่อีกครั้งและคราวนี้พันธุ์ของกุ้งสวยงามต่างๆ ต่างทยอยเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้กุ้งแคระจากธรรมชาติ ที่เคยรวบรวมได้ในประเทศ กลายเป็นเพียงแค่ของประดับ และหมดโอกาศที่จะ เข้ามาเป็นสินค้าหลักประจำร้านเหมือนแต่ก่อนครับ หลายร้านที่เคยจำหน่ายกุ้งแคระจากธรรมชาติพวกนี้ เป็นสินค้า เชิดหน้า ชูตา ที่ทำให้กระผมต้องไปดูเป็นประจำ ทุกวันนี้ บางร้านบางตู้เหลือแต่ตู้เปล่าๆครับ ซึ่งเมื่อคิดถึงความเป็นจริงแล้ว การเดินทางไปยังจังหวัดห่างไกลเพื่อจับกุ้งแคระจากธรรมชาติพวกนี้ ที่ปัจจุบันจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกมาก คงเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าไปแล้ว เพราะค่าน้ำมันรถเดี๋ยวนี้ก็ราคาสูงกว่าแต่ก่อนมากครับ ยังไม่นับรวม ค่าอาหาร , ค่าเดินทาง ฯลฯ อีกจิปาถะด้วย ทำให้การสั่งกุ้งแคระสวยงามที่แม้สายพันธุ์จะมีต้นกำเนิดมาจากในต่างประเทศ แต่ในประเทศเราก็ได้มีการเพาะพันธุ์ได้ในปริมาณที่ส่งจำหน่ายกันอย่างกว้างขวางได้แล้วนั้นดูจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุนค้าขายมากกว่าครับ หากมองในมุมมองของเจ้าของร้าน แม้ในบางครั้ง อาจจะพบเจอ กุ้งจากธรรมชาติถูกจับมาขายบ้าง แต่ก็เหมือนจะเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ในท้องตลาดมากกว่าจะมีบทบาทให้พูดถึงเป็นที่น่าสนใจ เหมือนกับในสมัยก่อนครับ

   และในช่วง 2 – 3 ปีมานี้กระแสน้องกุ้งแคระต่างๆ ก็มีเข้ามาเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสาย ทั้งกุ้งแคระที่เลี้ยงได้ไม่ยาก และ กุ้งแคระที่ค่อนข้าง Sensitive ที่ในปัจจุบัน กุ้งแคระที่เลี้ยงไม่ยาก อย่างเช่น ตระกูล Neocaridina Hedetopodraอย่างกุ้งแคระ “ CherryShirmp “ , “ Red Fire “ , “ Yellow Shrimp “ และ อีกหลากหลายสีสันที่มีการคัดเลือกสายพันธุ์มาจากผู้เพาะพันธุ์ในต่างประเทศ ในชื่อทางการค้าต่างๆกัน ก็ได้เข้ามายึดครองเป็นกุ้งแคระสวยงามหลักๆที่ขาดไม่ได้ ของหลายๆร้าน ในบ้านของเราไปเรียบร้อยแล้วสลับกับกุ้งแคระสายตระกูลอื่น ๆ บ้างเป็นบางระยะ เช่น กุ้ง Bee Shrimp สายพันธุ์ต่างๆหรือ กุ้ง TigerShrimp ก็มีแวะเวียนกันมาลงขายกันเป็นระยะขณะที่ในส่วนของกุ้งแคระที่ Sensitiveและ ราคาสูง อย่างกุ้ง Red Bee ก็ได้มีผู้ชำนาญ และมีฝีมือเลี้ยงปรากฏตัวขึ้นมากันอย่างมากมาย โดยที่ฝีมือในการเลี้ยงของ Breeder กุ้งRed Beeของไทย ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่า Breeder ชาวต่างประเทศครับ ร้านค้าหลายๆร้าน ที่จำหน่ายน้องกุ้งพวกนี้คนดูแลร้าน ก็เรียกได้ว่า ต้อง “เป็น “ทุกคน สำหรับการจัดตู้ Red Bee และเลี้ยงดูให้กุ้งสามารถ อาศัยอยู่ได้อย่างมีความสุข จนหลายๆตู้ มีลูกกุ้งออกมาว่ายกันอย่างยั้วเยี้ย เลยก็เป็นเรื่องที่เห็นกันได้เสมอๆนับว่า ผู้เลี้ยงกุ้งแคระในบ้านเรา ทั้งผู้ซื้อ และ ผู้ขาย ก็ได้พัฒนาความรู้ และความสามารถในการเลี้ยงกุ้งแคระที่ Sensitive ขึ้นมาได้อย่างน่าพอใจเลยล่ะครับถ้าเทียบกับในอดีต และ ก็คงจะพัฒนากันต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคตครับ เพราะในตลาดต่างประเทศเองก็ได้มีการพัฒนากุ้งแคระสวยงาม รูปแบบต่างๆ ออกมากันเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสายนับว่าวงการกุ้งแคระสวยงาม ทั้งในประเทศไทย ของเรา และ ในต่างประเทศก็ยังคงก้าวเดินร่วมกันไปได้อย่างมั่นคงครับ .

ขอให้ทุกๆท่านมีความสุขในการเลี้ยงกุ้งแคระสวยงาม ที่บ้านของทุกท่านเช่นกันครับ ^ _ ^


************************************


ติดตามแฟนเพจ ของ Meogui.bloggang.com ที่รวบรวมเรื่องราวของปลา และ กุ้งสวยงามมากมายได้ที่นี่นะครับ

https://www.facebook.com/pages/Thailand-Shrimp-Crayfish-Club/229670613731393


************************************


************************************


สนใจสอบถามคำถาม เรื่องกุ้งต่างๆ สามารถเข้ามาถามคำถามต่างๆ ได้ที่นี่นะครับ ทางเจ้าของบล็อก ได้ทำเว็บบอร์ดเอาไว้ให้แล้วครับ ที่นี่นะครับ


//www.dhonburicrayfish.com/webboard



************************************


ติดตาม แฟนเพจ Thailand Crayfish เพื่อติดตามเรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับกุ้งสวยงาม และ สัตว์น้ำสวยงาม ที่น่าสนใจ ได้ที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/ThailandCrayfishMagazine/





Create Date : 26 มีนาคม 2558
Last Update : 13 สิงหาคม 2560 23:47:58 น.
Counter : 2153 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



เหมียวกุ่ย
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]



ยินดีต้อนรับพี่ๆน้องๆทุกท่านเข้าเยี่ยมชม เว็บบล็อค ชมรมคนรักการเลี้ยงกุ้งสวยงามทุกชนิด แห่งประเทศไทยเด้อครับเด้อ กระผมตั้งใจทำเว็บบล็อคนี้ขึ้น เพื่อรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ กุ้งสวยงามทุกชนิด เท่าที่จะหาข้อมูลได้ และอาจจะรวมถึงสัตว์น้ำอื่นๆ ในตระกูลที่ใกล้เคียงด้วย หวังว่าทุกท่าน คงมีความสุขในการชมบล็อคของกระผมนะครับ










View My Stats
New Comments