Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 พฤษภาคม 2563
 
All Blogs
 
6 พค 63 ดอกแก้ว - Orange Jasmine

             กลิ่นหอมหวานโชยมาแตะจมูกยามเย็นบริเวณข้างโรงรถ  คล้ายกลิ่นดอกจำปีมองหาไม่เห็น   รุ่งเช้าจึงได้เห็นว่ารอบบริเวณเต็มไปด้วยดอกแก้ว   ดอกแก้วที่เพิ่งบานคงจะกลิ่นไม่เหมือนดอกที่บานนานแล้วซึ่งหอมฉุนกลิ่นแรงเกินไป   

             ต้นแก้วในถุงต้นเล็กๆราคาไม่แพง เลี้ยงไม่ยาก  มีใบดกหนาใช้ปลูกกั้นบริเวณที่ต้องการบังสายตาได้ดีไม่น้อย    ส่วนต้นสูงใหญ่ดูดีมีราคาสวยงามทีเดียว











                     ดอกแก้วเยอะมาก   ไม่เคยตัดมาปักแจกันมาก่อน  ไหว้พระในบ้านกลิ่นแรงมากเกินไป   แจกันแก้วสีเขียวดูโบราณเข้ากับดอกแก้ว   
 
                   

                     "แก้ว"   ดอกไม้จากอดีตสู่ปัจจุบัน   ยังแพร่หลายอยู่ได้ต่อเนื่อง    ดอกสีขาวเป็นพวงสวยงามมาก   แก้วชอบฝน หลังฝนตกไม่เกินเจ็ดวันจะให้ดอกสะพรั่ง   ถ้าไม่ขาดน้ำจะให้ดอกเป็นระยะตลอดปี  
 


" แก้วหิมาลัย"
 
             ต้นแก้วชนิดใหม่ที่เพิ่งมีขายไม่กี่ปี ต้นแก้วชนิดใหม่ราคาใหม่สูงกว่าเดิม   ดอกจะประปรายตามยอดแทบทุกยอด  

 











เทียบ  แก้ว กับ แก้วหิมาลัย 
ทางซ้ายแก้วดอกจะเป็นพวง บางคนเรียก แก้วพวง ใบสีเขียวอ่อนกว่าปลายแหลม
ทางขวาแก้วหิมาลัย  ดอกสองสามดอกประปราย ใบสีเขียวเข้มปลายใบมน



ด้านหน้าแก้ว
ด้านหลัง แก้วหิมาลัย

แก้ว ชื่อสามัญ Andaman satinwood, Chanese box tree, Cosmetic bark tree, Orange jasmine, Orange jessamine, Satin wood

แก้ว ชื่อวิทยาศาสตร์ Murraya paniculata (L.) Jack  (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Murraya exotica L.) จัดอยู่ในวงศ์ส้ม (
RUTACEAE)

สมุนไพรแก้ว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า จ๊าพริก (ลำปาง), แก้วลาย (สระบุรี), แก้วขี้ไก่ (ยะลา), แก้วพริก ตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ), แก้วขาว (ภาคกลาง), กะมูนิง (มลายู-ปัตตานี), จิ๋วหลี่เซียง (จีนกลาง) เป็นต้น

 

ประโยชน์แก้ว

  1. ก้านใบสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดฟันได้[1],[2]
  2. ผลสุกสามารถนำมาใช้รับประทานเป็นอาหารได้[4]
  3. ต้นแก้วเป็นไม้ประดับที่มีทรงพุ่มสวยงาม ตัดแต่งเป็นพุ่มได้ง่าย เป็นไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีและไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก เพียงแต่รดน้ำเพียงครั้งคราวเท่านั้น จึงนิยมนำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับหรือไม้ประธานตามสวนหย่อม ริมทะเล ฯลฯ โดยจะปลูกเป็นต้นเดี่ยว ๆ หรือใช้ปลูกแบบเป็นกลุ่ม ๆ ก็ได้ หรือใช้ปลูกเป็นรั้วบังสายตา ใช้ปลูกเพื่อให้ร่มเงาก็ได้ อีกทั้งยังออกดอกดก ดอกมีความสวยงามและมีกลิ่นหอม (การปลูกจากกิ่งตอนจะเป็นไม้พุ่ม แต่การปลูกในที่ร่มใบจะเขียวเข้ม มีกิ่งยืดยาว และให้ดอกน้อย)[5]
  4. คนไทยโบราณมีความเชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นแก้วไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีแต่ความดีและมีคุณค่า เนื่องจากคำว่า "แก้ว" นั้นมีความหมายว่า สิ่งที่ดีและมีคุณค่า เป็นที่นับถือของคนทั่วไป เพราะคนโบราณได้เปรียบเทียบของที่มีค่าสูงนี้เหมือนดั่งดวงแก้ว นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าบ้านที่ปลูกต้นแก้วไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เปรียบเสมือนแก้วที่มีความสดใสและมีความใสสะอาด และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันตกและควรปลูกในวันพุธ เพราะคนโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้ดอกเพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันพุธ[6]
  5. ดอกแก้วยังถูกนำมาใช้บูชาพระในพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งอีกด้วย[6]
  6. ในต่างประเทศ เช่น ชาวเกาะชวามีความเชื่อว่าต้นแก้วสามารถช่วยขับไล่วิญญาณร้าย แม่มด หรือปีศาจ และช่วยในการปัดเป่าโชคร้ายต่าง ๆ และยังนำความสุขสมหวังมาให้ จึงมีการปลูกเป็นไม้ดับกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งต้นแก้วยังถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ โดยมีตำนานเล่าว่าสุลต่านแห่งยอกยาการ์ต้า มักจะหาที่พักสงบจิตใจและรวบรวมสมาธิใกล้ ๆ กับต้นแก้วก่อนที่จะเสด็จเพื่อเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือเรื่องที่เกี่ยวกับบ้านเมือง ต้นแก้วจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมีสมาธิและสติปัญญาไปโดยปริยาย นอกจากนี้ในพิธีแต่งงาน ดอกแก้วยังเปรียบเสมือนคำอวยพรถึงคู่บ่าวสาวที่ขอพรให้ใช้ชีวิตคู่กันอย่างสุขสมหวังและหอมหวานเสมือนกลิ่นของดอกแก้วนั่นเอง อีกทั้งใบของต้นแก้วก็นำมาใช้ในพิธีศพด้วย โดยมักจะใช้โรยบนพื้นก่อนนำศพลงไปวาง เพราะใบแก้วมีกลิ่นหอมที่สดชื่น จึงช่วยดับกลิ่นเหม็นคลุ้งของศพได้นั่นเอง[9]
  7. เนื้อไม้ของต้นแก้วเมื่อนำมาแปรรูปใหม่ ๆ จะเป็นสีเหลืองอ่อน พอนานเข้าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมสีเทา เนื้อไม้มีเสี้ยนตรงหรือสน มีความละเอียดอย่างสม่ำเสมอ และมักมีลายพื้นหรือลายกาบในบางต้น สามารถเลื่อย ผ่า ไส ขัด หรือนำมาตบแต่งได้ดี อีกทั้งยังมีลายไม้ที่สวยงาม โดยเนื้อไม้นั้นจะนิยมนำมาใช้ในการทำเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายในบ้าน ภาชนะต่าง ๆ หรือใช้ทำด้ามเครื่องมือ ด้ามปากกา ไม้บรรทัด ไม้เท้า ไม้ตะพด กรอบรูป เครื่องดนตรี ซออู้ ซอด้วง เครื่องกลึง ฯลฯ[6],[8]
  8. มีข้อมูลระบุว่าสารสกัดจากต้นแก้วใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ยาลดน้ำหนักในประเทศมาเลเซีย ซึ่งในโฆษณาระบุว่ามันเป็นสูตรยาสมุนไพรเก่าแก่ โดยมีสรรพคุณในการช่วยลดความอยากอาหารได้โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย[9]
 

สรรพคุณของต้นแก้ว

  1. ใบมีรสร้อนเผ็ดและขม ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)[3],[5]
  2. ช่วยคลายการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดลมเป็นไปได้ดีขึ้น (ราก)[3]
  3. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ (ดอก, ใบ)[4]
  4. ช่วยแก้อาการไอ (ดอก, ใบ)[4]
  5. ราก ก้าน และใบสดสามารถนำมาใช้เป็นยาชาระงับอาการปวดได้ จึงมีการนำมาใช้เป็นยาแก้อาการปวดฟันและปวดกระเพาะ (ราก, ก้าน, ใบสด)[3],[4] บ้างก็ว่าก้านและใบสดมีรสเผ็ดร้อนขม นำมาต้มใช้เป็นยาอมบ้วนปากแก้อาการปวดฟันได้เช่นกัน (ก้านใบ, ใบสด)[1],
  6. รากใช้เป็นยาแก้ฝีฝักบัวที่เต้านม (ราก)[3]
  7. รากใช้เป็นยาช่วยขับลมชื้นในร่างกาย แต่ต้องนำไปใช้ร่วมกับตำราแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนจีน (ราก)[3]
  8. ใบช่วยแก้ท้องเสีย (ใบ)[4]
  9. ช่วยแก้บิด (ใบ)[4]
  10. ใบช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ (ใบ)[3],[5]
  11. ช่วยในการย่อยอาหาร (ดอก, ใบ)[4]
  12. ใช้เป็นยาแก้ปวดกระเพาะ ด้วยการใช้ใบแก้วแห้ง, กานพลู, เจตพังคี, และเปลือกอบเชย นำมาบดเป็นผงใช้ชงกับน้ำร้อนเป็นยารับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง หรือจะนำผงที่ได้มาบดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลืองก็ได้ โดยใช้รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (ใบแห้ง)[3]
  13. ใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด (ใบ)[4]
  14. ใบใช้เป็นยาขับประจำเดือนหรือระดูของสตรี (ใบ)[3],[5] หรือจะใช้รากแห้งประมาณ 10-15 กรัม (สดให้ใช้ 30-60 กรัม) นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว แล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว ใช้รับประทานหลังอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (รากแห้ง)[4]
  15. รากและต้นแห้งนำมาหั่นและต้มเคี่ยวแล้วกรองเอาแต่น้ำมาใช้ ช่วยเร่งการคลอดบุตรของสตรี โดยใช้ผ้าพันแผลจุ่มกับน้ำยาสอดเข้าไปที่ปากมดลูก (ราก, ต้นแห้ง)[1],[2]
  16. รากใช้เป็นยาแก้ฝีในมดลูก (ราก)[3]
  17. รากสดใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นแผล (รากสด)[1],[2] ใช้เป็นยาแก้แผลคัน (ราก)[3]
  18. ใช้เป็นยาแก้ผดผื่นคันที่เกิดจากความชื้นและที่เกิดจากแมลงกัดต่อย (ราก, ก้าน, ใบสด)[1],[3],[4] แก้อาการคันที่ผิวหนัง (ราก)[3]
  19. แก้แมลงสัตว์กัดต่อย ด้วยการใช้รากและใบสดนำมาต้มใช้ชะล้างบริเวณที่ถูกแมลงกัดต่อย (ราก, ใบสด)[1] แก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย (ราก)[3]
  20. รากสดมีรสเผ็ดสุขุม นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้แผลฟกช้ำได้ (รากสด)[1],[2] แก้ฟกช้ำดำเขียว (ราก)[3] แก้แผลเจ็บปวดที่เกิดจากการกระทบกระแทก (ใบ)[4]
  21. ช่วยแก้ฟกช้ำ ด้วยการใช้ใบแก้วสด, ขมิ้น, ขิง และไพร นำมาตำให้ละเอียดและผสมกับเหล้า แล้วนำไปคั่วให้ร้อน นำผ้าสะอาดห่อ ใช้เป็นยาประคบบริเวณที่มีอาการฟกช้ำประมาณ 20-30 นาที โดยให้ทำวันละ 2-3 ครั้ง (ใบสด)[3]
  22. รากใช้แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย บรรเทาอาการปวดบวม แต่ต้องนำไปใช้ร่วมกับตำราแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนจีน (ราก)[3] บ้างว่าใช้รากแห้งนำมาหั่นเป็นฝอยใช้ตุ๋นกับหางหมูเจือกับสุราใช้กินเป็นยาแก้อาการปวดเมื่อยเอว (รากแห้ง)[1],[2],[4]
  23. ก้านและใบสดเมื่อนำมาบดแช่กับแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง สามารถนำมาใช้ทาหรือฉีดเป็นยาระงับอาการปวดได้ (ก้านใบ, ใบสด)[1],[2]
  24. ดอกและใบใช้เป็นยาแก้ไขข้ออักเสบ (ดอก, ใบ)[4

วิธีและปริมาณที่ใช้ของสมุนไพรแก้ว

  • รากและใบแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-18 กรัม แต่หากเป็นยาสดให้ใช้ครั้งละ 20-35 กรัม[3]
  • ใช้เป็นยารักษาภายใน เพื่อแก้อาการท้องเสีย แก้บิด และขับพยาธิ ให้ใช้ก้านและใบสดประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว ใช้รับประทานหลังอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือจะนำมาดองกับเหล้าแล้วใช้ดื่มแต่เหล้าครั้งละ 1 ถ้วยตะไลก็ได้[4]
  • ใช้เป็นยาภายนอก ให้ใช้ก้านและใบสดนำมาตำแล้วพอกหรือจะคั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่เป็น หรืออีกวิธีให้ใช้ใบแห้งนำมาบดเป็นผงใช้โรยใส่แผลก็ได้ หากใช้เป็นยาแก้ปวดหรือเป็นยาชาเฉพาะที่ก็ให้ใช้ใบและก้านสดที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ 50% ถ้าเป็นในส่วนของรากแห้งหรือรากสดก็ให้นำมาตำแล้วพอก หรือจะนำไปต้มเอาแต่น้ำใช้ชะล้างบริเวณที่เป็นก็ได้[4]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของต้นแก้ว

  • ในใบมีน้ำมันหอมระเหย 0.25 โดยประกอบไปด้วยสาร Bisabolene, Carene, Citronellol, Eugenol, Geraniol, I-Candinenem, Paniculatin, Phebalosin, Methyl Anthranilate, Scopoletin, Scopolin[3]
  • ในกิ่ง เปลือกก้าน และผลของต้นแก้วมีสาร Mexoticin I, Hibiscetin, Heptamethyleeher I[3]
  • สารสกัดจาก Petroleum ether ของต้นแก้ว เมื่อนำมาทดลองกับลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กของหนูขาวที่ทำการผ่าออกจากร่าง พบว่าสารดังกล่าวมีประสิทธิภาพทำให้การเกร็งตึงที่กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้มีการหย่อนคลาย[3]
  • จากการทดลองกับหัวใจที่ออกจากร่างของกบพบว่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งการเต้นของหัวใจของกบด้วย[3]
  • สารจากต้นแก้วที่ทำการสกัดด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อหรือช่วยยับยั้งเชื้อ Bacullus Inuza และเชื้อ Btaphylo Coccus ได้[3]

อ้างอิง https://medthai.com/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7/
 



แก้วอีกชนิด  รอกาน้ำชามานานมาก หลายปี
วันนี้ข่าวดีจะได้ครบชุดสักที  เปิดกรุหยิบมาลูบคลำขัดถูรอชมค่ะ

Paragon Six famous roses ภายในแต่ละใบสีพาสเทลแตกต่างกัน
ลายยอดนิยม   หลายแบรนด์ทำออกมาคล้ายกัน





 
 

 

 



Create Date : 06 พฤษภาคม 2563
Last Update : 8 พฤษภาคม 2563 22:51:10 น. 12 comments
Counter : 243 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณตะลีกีปัส, คุณSleepless Sea, คุณอุ้มสี, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณวลีลักษณา, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ


 
ว้าววววว.. สวยทั้งสองแบบ
แต่หิมาลัยพอมองเป็นต้นแล้วออกดอก
ได้พราวเต็มต้น.. ดูตะมุตะมิดีจังค่ะพี่

ปล.เพลงฟังสบายๆเหมาะกับวันพักผ่อนมั๊กกกก..



โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:02:05 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

กรี๊ดดดดด...สลบไปฟื้นมากรี๊ดสลบอีก
กับแก้วกริ๊งๆๆๆๆๆๆ ลายกุหลาบ
ชอบจริงๆค่ะ แม่ตะลีเก็บสะเปะสะปะไปเรื่อย
เจอมีขาย สู้ราคาไหวก็สอยคะ เอามาใช้ทู๊กกกกวัน
ไม่กลัวแตกค่ะ เพราะซื้อแล้วต้องใช้ให้คุ้มค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:10:33 น.  

 
แก้วที่เป็นต้นไม้
ดอกหอมมาก
ที่บ้านผมก็ปลูกเอาไว้ครับ
ชอบกลิ่นดอกแก้วตอนหน้าหนาวมากๆ
ได้กลิ่นอ่อนๆ พร้อมลมหนาว
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ในบรรยากาศแบบนี้ครับ

ส่วนแก้วชุดใหญ่ของคุณเย็นนั้น
ลวดลายสวยคลาสสิกมากครับ

โควิดรอบนี้เปลี่ยนวิธีคิด
วิธีมองโลกของคนส่วนใหญ่บนโลกนี้แน่ๆครับ
ผมก็รอไปเรื่อยๆครับ
จนกว่าโควิดจะหมด หรือสถานการณ์ดีขึ้น
ตอนนี้ก็ต้องหาอะไรทำไปเรื่อยๆ
ให้ผ่านไปทีละวันๆนี่ล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:14:17 น.  

 
ชอบทั้งสามแก้วเลยค่ะ
แต่มีแต่ดอกแก้วไทยอย่างเดียว

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนุ้งนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:46:00 น.  

 
ดอกแก้วสวยมากเลยค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:16:29:17 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปนะครับ
ชอบดอกแก้วครับ ดอกเล็กๆน่ารักกลิ่นอ่อนๆ ชื่นใจ
ใบเป็นมันสวย ชื่อก็เพราะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:18:18:58 น.  

 
mcayenne94 Home & Garden Blog ดู Blog
สวยงามมากค่ะคุณเย็น



โดย: หอมกร วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:20:01:33 น.  

 
ดอกไม้มีกลิ่นมันดีนะครับ เมื่อก่อนที่บ้านมีดอกราตรี หอมเหมือนกัน ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ วันนี้วันดีจริงๆ ครับ ได้หยุดด้วย ตรงกับวิสาขบูชาด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:20:39:50 น.  

 
ชอบกลิ่นหอมของดอกแก้วค่ะ
เอามาเขียนในกลอนบ่อยๆ
แต่ที่บ้านวลีปลูกไม่ออกดอก
มีแต่ใบ คงงามไป


โดย: วลีลักษณา วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:21:57:50 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับคุณเย็น



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:5:58:05 น.  

 

เคยลองแล้ว
ผมไม่ค่อยเหมาะจะไปยืนอยู่บนเวทีเลยครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:12:47:39 น.  

 

ชอบๆๆทั้งกลิ่นดอกแก้ว

และเพลง Folk อมตะ
500 Miles (away from home..)
ใครฝึกเล่นกีต้าร์ใหม่ๆ
ต้องเกาเพลงนี้ให้ได้เลยค่ะ..ในแดีต


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 10 พฤษภาคม 2563 เวลา:5:57:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

mcayenne94
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Bangkok

Kyoto

Sydney

Mcayenne94's Diary มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวของเจ้าของบ้านและสิ่งแวดล้อม ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการ จัดจำหน่าย ต้นไม้ดอกไม้ หรือสิ่งใด อนุญาตให้นำภาพถ่าย พร้อมชื่อMcayenneผู้ถ่ายภาพไปใช้ประโยชน์ได้ และสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำภาพถ่าย Mcayenne ไปใช้ โดยการดัดแปลงตัดต่อหรือลบชื่อภายในภาพ
Friends' blogs
[Add mcayenne94's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.