กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
บั้นปลายชีวิต ใครสน? Where is your HOME ?
เรื่องนี้เป็นเรื่อง จริง จาก วงใน 
มันเป็นเรื่องที่ คนในอยากออก คนนอกไม่อยากเข้าค่ะ



จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ แม่สามี ...
อาการความดันโลหิตสูง กินยาลดความดันมาหลายชาติ
ลูกชายโทรไปหาทีไร ก็จะบอกแม่ว่า อย่านั่งเฉยๆหน้าจอทีวี
พยายามเดินหรือออกกำลังกายบ้าง แต่อยากจะบอกว่า 
ตราบใดที่คุณไม่ได้อายุ แปดสิบ.... คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่า 
สภาพ และ สังขารของร่างกายอ่ะ พูดง่าย แต่ทำโคตรยาก



คืนหนึ่ง แม่สามีเกิดอาการ เส้นเลือดในสมองตีบ..และอาจจะแตก(มั๊ง)
เพื่อนบ้านเรียกรถพยาบาล มารับตัวไป
ผลคือ ไม่ได้รับการผ่าตัดเพราะความเสี่ยงสูง
แม่ต้องเจออาการ ซีกซ้ายทั้งซีก ไปหมด...ไม่รู้สึก ขยับไม่ได้เลย
แม้กระทั่งจะ "เคี้ยวอาหาร" ยังต้องเอานิ้วล้วงปาก
พยายามปาดให้อาหารมาทางโซนขวา เพื่อจะได้เคี้ยวอาหารได้

อนาถ ไหม? 

หมอส่งตัวแม่ไปยัง สถานบำบัดคนป่วย Reha 
ก็ใช้เวลาอยู่ที่นั่น แบบเต็มที่เท่าที่ประกันจะจ่ายให้

ในตอนนั้น คือ แม่เค้าบอกกับลูกชายเค้า (สามีเรา)
ว่า ได้ทำสัญญา "ขายบ้านพร้อมที่ดิน" สองไร่กว่า
ไปให้กับ ลูกชายคนเล็กหมดแล้ว โดยเงื่อนไขคือ 
ลูกชายคนเล็กจะต้องจัดการเรื่องการดูแลแม่
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด จนกว่าแม่จะตายจากไป

และเมื่อแม่ตายจากไปแล้ว บ้านและที่ดินตรงนี้
ให้นำมา ขาย และหลังหักค่าใช้จ่าย หากยังมีเงินเหลือ
ก็ให้นำมา หารสี่ ...แบ่งให้ลูกๆที่เหลือทุกคน 
อ่ะ สัญญาที่เค้าทำไปมันเป็นแบบนี้นะ
เพราะ เหตุผลคือ แม่เค้าไม่ต้องการที่จะมาปวดหัว
เรื่องการแบ่งสมบัติ และก่อนเค้าจะตาย เค้าไม่ต้องการที่จะมาทนฟัง
หรือ ทนเห็นลูกทะเลาะกันว่า ใครจะจ่ายอะไร เพื่อดูแลแม่

เรื่องนี้ สำหรับเราแล้ว no comment ค่ะ
สามีเรา ทำหน้าที่ลูกอย่างดีที่สุด เท่าที่เค้าจะทำได้ จบ..ไม่เอาดราม่า



ตอนนี้ แม่สามีได้ย้ายออกมาจาก Reha แล้ว
และ ตรงดิ่งเข้าไปอยู่ใน สถานพักฟื้นคนป่วย & บ้านพักคนชรา
วีคแรก .... ที่ลูกชายเค้าได้ คุยโทรศัพท์กับแม่เค้า
เค้าเล่าให้เราฟังว่า แม่เค้าร้องไห้เลย
เพราะเค้าบอกว่า สภาพ ....ข้างในคือ มีแต่คนแก่มากๆที่ถึงวาระสุดท้ายแล้ว
แต่ พระเจ้าก็ยุ่งๆ ไม่มารับไปซะที ประมาณนี้



ประกอบกับ สถานการณ์โควิด ในตอนนี้ 
การกำหนดเวลาเยี่ยม เค้าไม่ให้ ใครเข้าไปด้านในเลยค่ะ 
คนเยี่ยมจะทำได้คือ มาอยู่แค่ด้านนอก และชะโงกหัวคุยกันกับคนที่อยู่ด้านใน
การเยี่ยมทำได้คือ แค่วันธรรมดา เท่านั้น เสาร์อาทิตย์ งดเยี่ยม



สภาพจะประมาณนี้ 
ที่เราแทบไม่รู้เลย จนกระทั่งแม่สามีเล่าผ่านลูกชายเค้าคือ
....เรื่องของ "กลิ่น" ...ที่ โคตรเหม็น!
เพราะ กลิ่นคนแก่ คือกลิ่นที่ บางทีไม่มีคนมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้มั๊ง(เดา)
หรือบางทีการ ปล่อยของเสียนี่คือ ... ก็ปล่อยอ่ะ 

แม่บอกว่า เวลาคนดูแล เข็นรถไปไว้ในที่ๆแบบนี้
เค้าทนกลิ่นพวกนี้แทบไม่ได้
และเค้าก็ไม่สามารถ "หนี" ได้
เพราะ เค้าเข็นรถตัวเองไปไหนไม่ได้เลย



ในสถานที่นี้ คนซวยสุด คือคนที่เป็น ผัก ติดรถเข็น หรือติดเตียง...
เพราะทุกอย่างจะ ขึ้นอยู่กับคนดูแลเท่านั้น 
หากคนดูแลอารมณ์ดี อยากทำงาน เค้าจะมาทำความสะอาดให้
หากคนดูแล ขี้เกียจ ..คือ ซวย ! เหม็นต่อไป ทั้งวัน

สภาพเหมือน เข้าไปอยู่ในสถานที่ๆแบบ บ่นไม่ได้นะ 
ถ้าบ่น หรือ มีเหตุทำให้คนดูแลโมโห ..คุณจะ ซวย!!!!!

แม่ร้องไห้เลยในวันแรก 
และ โอดครวญกับลูกชายว่า "อยากกลับมาบ้าน"
เพราะเวลาที่เค้าอยู่บ้านตัวเอง... เค้าไม่ต้องมา "ทน" กับเรื่องพวกนี้

....บ้าน....
ที่ พ่อทำงานอย่างหนัก แม่ทำอย่างอย่างหนัก
เพื่อให้ได้มันมา 
แต่ พ่อก็ไม่ได้ใช้ชีวิตในวาระสุดท้ายที่บ้าน
เค้าไปตายที่สถานบ้านพัก และ ดูแลคนชรา
ด้วยเหตุที่ พ่อมีอาการ อัลไซเมอร์ ที่อาละวาด 
ก็เลยต้องได้รับการบำบัด และดูแล 24ชม 

ลูกชายคนเล็กที่มีหน้าที่ดูแลแม่ 
เค้าก็รู้นะคะว่า สถานที่นี้มันไม่ได้ดีอะไร
แต่ปัญหาคือ (อันนี้ได้ยินเค้าคุยกับสามีเรานะ)
แม่ต้องมีคนดูแล 24 ชม 
การที่จะ หาคนมาดูแล 24ชม ได้ มันไม่ใช่ง่ายๆ

มีบริษัทจัดหาคนดูแล...พนักงานมาจาก Poland 
ราคาเริ่มต้นที่ 2400 Euro ต่อเดือน
พูดเยอรมันได้แค่เป็นบางคำ ...
ทุกๆ สองเดือนจะต้องเปลี่ยนคน แล้วแต่เงื่อนไข
คนดูแลจะต้องได้รับวันหยุดด้วยตามกฏหมาย

หลายคนอาจจะคิด ทำไม ไม่ทำวะ ?
แต่ คนที่นี่เค้าไม่ได้คิดแบบนั้น
การที่จะตัดสินใจ "ทำอะไร" คือต้องไปให้รอด
ไม่ใช่ ทำไปแค่ครึ่งๆกลางๆ แล้ว ล่ม กลางทาง
เพราะลูกเค้า 4คน ก็ยังต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง

คำว่า กตัญญู ไม่ใช่คำที่เยอรมันสนใจมากไปกว่า ความเป็นจริง!
เพราะ กตัญญู คำเดียวและไม่มี ปัจจัย มันทำไม่ได้
อ่ะ ฝรั่งเป็นแบบนี้ คิดแบบนี้ เราก็ขอไม่ออกความเห็นอะไรนะคะ
ที่ประเทศนี้คือ เค้าเซ็ตระบบทุกอย่างขึ้นมา ตั้งแต่เกิดจนตาย

รัฐช่วยไหม? คือมนุษย์เยอรมันทุกคนที่นี่จะต้องมี ประกันสุขภาพ
และ ประกันทุพพลภาพ ค่ะ นี่คือประกันที่โคตรสำคัญ
ที่จะ ชี้ชะตาว่า ตอนแก่ จะไปอยู่ที่ไหนได้ก่อนตาย และตายที่ไหนดี?

รัฐจะช่วยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 

เรามองเห็นตรงนี้ และเรียนรู้ว่า คนที่ทุ่มทุนสร้างไปมากมาย
กับที่อยู่อาศัย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว คนที่เรารู้จักส่วนมาก ไม่ได้ตายที่บ้าน
แต่ต้อง ไป จบ...ในที่ๆ คนมีบ้าน หรือไม่มีบ้าน ก็ลงหลุมเดียวกัน
ทำให้เราบอกสามีเลยว่า "อย่าเอาเงินไปลงทุนกับบ้าน"

ด้วยเหตุผลในเรื่องของความมีอิสระในการเลือกที่อยู่ และใช้ชีวิต
ไม่ได้ว่า การมีบ้าน ไม่ดีนะคะ ม้นคือทรัพย์สิน มันดีเสมอแหละ
จนกระทั่ง สภาพรอบๆบ้านเปลี่ยนเป็น สลัม
มีพวกอพยพมาอยู่เพราะรัฐช่วยให้มาอยู่ได้ นั่นแหละคุณ
ตอนนั้นแหละ บ้านจะไม่ใช่ วิมานของเราแล้ว ขายก็ยาก
ไม่มีใครกล้าซื้อ เพราะสภาพรอบๆ สลัมมากๆ
เรามีเพื่อนที่เป็นเจ้าของอพาร์เม้นต์ที่ Berlin 
จน ณ วันนี้ จ่ายดอกเบี้ยให้แบงค์อย่างเดียวเลย
อพาร์เม้นต์ขายไม่ออก สภาพรอบๆแถวนั้น สลัมโซนมุสลิม
และ แก๊งค์อะไรต่อมิอะไรเข้ามาอยู่กันพลุกพล่านมาก
น่าสงสารเพื่อนมากๆค่ะ 

เคสของ แม่สามี เป็นอีกเคส ที่ confirm เราเลยว่า 
อย่าลงทุนเรื่องมีบ้าน เพราะเราไม่มีลูก
เราไปไหนมาไหนง่าย และตอนแก่ตัวมากๆ 
เราต้องเตรียมตัวแล้วว่า จะหาที่ตายที่ไหน..
แต่การจะมาจับเราเอาไปผูกไว้กับ วีลแชร์ เราไม่เอา

ซึ่ง...มันก็คงจะไม่เกี่ยวกันกับ เราจะเอาหรือไม่เอา
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ "เลือกได้"
เพียงแค่ ตอนนี้ เราอายุห้าสิบสาม 
สุขภาพของเรา จะเป็น ตัวกำหนดว่า
อีกยี่สิบปีข้างหน้า 
ชีวิตเราจะเป็นแบบไหน ตะหาก



ข่าวล่าสุด คุณย่า อายุ 90ปี วิ่ง 400เมตร ได้ในระยะเวลา 2:16นาที 
เป็น World record ไปแล้วค่ะ 
คำถาม ย่าจะมีบ้านเป็นของตัวเอง
ย่าจะซุกหัวนอนในบ้านเช่า ...
ใครสนคะ ...?

คือ คุณย่า จะไม่ตายบนรถเข็นวีลแชร์แน่นอน 
นี่ตะหากที่สำคัญ 
เข้าใจเราไหมคะ??? 

เห็นแบบนี้แล้ว... 
เริ่มมีกำลังใจ ฮึด....ขึ้นมาเลยค่ะ
เพราะไม่อยากเข้าไปนั่งดมกลิ่นเหม็นๆในบ้านพักคนชราค่ะ
สู้ๆนะคะ 

สภาพนั่งรถเข็นวีลแชร์ มันอนาถพอแล้ว
ยังต้องมา อดทนนั่งดมกลิ่นเหม็น ตุ ตุ ของคนอื่นอีก
เวรกรรม จริงๆค่ะ



รักคนอ่านค่ะ



Create Date : 22 กันยายน 2563
Last Update : 22 กันยายน 2563 17:08:48 น.
Counter : 277 Pageviews.

7 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSleepless Sea, คุณสองแผ่นดิน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnonnoiGiwGiw, คุณกะว่าก๋า, คุณtuk-tuk@korat, คุณสันตะวาใบข้าว

  
บ้านไม่ใช่ปัญหา เมื่อเราไม่มีผัวและไม่มีลูก 5555+
เกี่ยวไหม อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนบนเรือ พ่อเค้าล้มเมื่อคืนหนึ่ง
แล้วหัวฟาดทำให้เส้นเลือดในสมองแตก แต่กว่าจะไปเจอกันก็เช้า
ทำให้เค้าเปนอัมพฤกครึ่งซีกค่ะ ต้องทำห้องให้พ่ออยู่จ้างพยาบาล
เหตุการณ์นี้ทำให้หนอนได้รุ้ว่า ค่าคนเฝ้าแพงมากจริงๆนี่ขนาดบ้านเรานะ.. ยังไงส่งกำลังใจนะคะ

นี่คิดไว้ยามชราไว้ว่า อยากตายเงียบๆ คนเดียวในบ้าน
ขอแค่ทำหนี้สินให้หมดไปไวๆ ตอนที่ยังทำไหว ตอนแก่
อาจจะมีรายได้นิดๆ หน่อยๆ ให้พออยู่ได้ก็น่าจะพอไหว
แต่ก็ไม่อยากจะอยู่นานมากเท่าไรรักนะคะ อันนี้ที่คิดไว้
แต่ไงเรื่องสุขภาพก็สำคัญที่สุดล่ะ

ปล.แปะใจไว้ก่อน โหวตมะได้ เพิ่งโหวตอันเก่าไปมะคืนแนะ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 22 กันยายน 2563 เวลา:17:56:06 น.
  
เคยไปเยี่ยมญาติลูกพี่ลูกน้องที่เนอสเซอรี่ ที่ลูกเค้าไม่เอาพ่อของเค้า(พี่/น้องต้องช่วยกันแชร์เงินเป็นค่าใช้จ่าย)
สาเหตุที่ญาติต้องนำไปไว้ที่เนอสเซอรี่เพราะกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ เดินได้แต่ไปห้องน้ำไม่ทัน อยู่เนอสเซอรี่ต้องใส่แพมเพิสตลอด
ที่เนอสเซอรี่แห่งนี้ ขั้นต่ำหมื่นบาทต่อเดือน ตามสภาพคนไข้
ถ้าติดเตียงก็มากหน่อย
แต่อย่างว่า กลิ่นแต่ละห้อง แล้วแต่พนักงานมาทำ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 22 กันยายน 2563 เวลา:22:26:43 น.
  
อยู่กับลูกหลานยังไงมันก็มีความสุขกว่ากับใครก็ไม่รู้ครับ ถ้าตายก็อยากตายไปเลย จะได้ไม่เป็นภาระ เริ่มเบื่อโลกนี้แล้วเหมือนกัน โลกนี้นับวันมันจะอยู่ยากขึ้นทุกที คนก็แย่ลงทุกที
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 22 กันยายน 2563 เวลา:23:36:51 น.
  
สวัสดีครับผม

อ่านมีเรื่อย ๆ คือ ฮา ตรง "พระเจ้ายังยุ่งๆ ไม่ว่างมารับ" มากๆ 55555
ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายนะครับที่พระเจ้ายังไม่มีคิว

ผมเลยครับพี่ลงทุนกับอสังหาฯ แล้วตอนนี้คือเป็นภาระมากๆๆๆๆๆๆๆ
หันไปมองมันทีไรก็เบื่อหน้ามัน เศรษฐกิจก็สดใส จะขายนี่ไม่ต้องคิด
ยังหาเช่าไม่ได้ครับ เพราะทำเลทองจริงๆ
ขนาดจะไปเซเว่นยังเดินจนหอบรับประทาน - -''

ตอนนี้ลงทุนกับบุฟเฟ่ เบย์ตัวเองคุ้มสุดครับพี่ ^^
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 23 กันยายน 2563 เวลา:16:50:31 น.
  
สวัสดีครับพี่แม๊กซ์

อ่านแล้วเห็นการจัดการในบั้นปลาย
ทั้งฝั่งของพ่อแม่และฝั่งของลูก
ตรงนี้คนตะวันออกกับคนตะวันตก
มีความคิดและการปฏิบัติที่ต่างกันจริงๆ

จริงๆก็ไม่มีผิดหรือถูกนะครับ
ผมว่าระบบของรัฐสวัสดิการ
จะเป็นตัวบอกเอง
ว่าประชาชนจะได้รับการดูแลลแบบไหน

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กันยายน 2563 เวลา:22:28:37 น.
  
มาแล้ววววๆๆๆ... ขอบคุณที่ไปชมว่าน้องน่ารัก อิอิ
บางทีเห็นเด็กๆ ก็อดเอ็นดูไม่ได้ ขนาดว่าเป็นรูปตัวเองนะ

เรื่องยาพ่นหอบ น้องคิดเหมือนกันเลยพี่ คือ เรื่องนี้
น้องเคยโดนพยาบาลด่ามา จะบอกว่าน้องนี่แหละ
ที่เป็นหอบสมัยประถมปลาย แล้วก็หายมาตลอด
มหาลัยก็ไม่เปนนะ คือปีนึงอาจจะมีช่วงที่เป็นครั้งนึงอะไรแบบนั้น
แต่แทบไม่ต้องพ่นยา

มันมาเริ่มเป็นตอนหลังๆ ไม่นานมานี้นี่แหละ(ไม่ถึงสองปี)
น่าจะเป็นเพราะอ้วน ออกกำลังกายน้อย และขี่มอไซมาทำงาน

แต่... เคยไปหาหมอโดนพยาบาลด่า ว่าทำไม่มียาพ่นติดตัว
ทำไมไม่ระวัง ไปหาทีเค้าจะให้ยาพ่นมาเยอะมาก
ทั้งยาพ่นระวังอาการและยาพ่นฉุกเฉิน..

สารภาพว่าไม่ได้พ่นตลอดหรอก.. น้องดื้อ..
มันอยู่ที่ร่างกายเราอย่างพี่ว่าจริงๆ แหละพวกนี้
พอเข้าเผ่าพอลดน้ำหนัก พอออกกำลังกาย
มันก็จะหายไปเองโดยไม่ต้องพ่น ทั้งกรดไหลย้อนทั้งหอบ

นี่ไปคุยกะเพื่อนเรื่องเบี้ยสุขภาพประจำปี
ซึ่งถ้ามาทำตอนอายุเยอะๆ แบบนี้จะแพงมาก
น้องซึ่งไม่เบี้ยน้อยหอยน้อย ต้องหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นแล้วแหละ

รู้นะ แต่บิ๊ววตัวเองยากจัง.. ไม่เหนโรงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆพี่
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 25 กันยายน 2563 เวลา:11:41:06 น.
  
ตอนนี้ก็เตรียมตัวไว้ว่าจะมาอยู่กับหลาน ๆ
แต่ถ้าเราเป็นภาระมาก ๆ ก็คงต้องหาตังไว้ช่วยตัวเองเหมือนกันนะคะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 กันยายน 2563 เวลา:15:53:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**