กรกฏาคม 2563

 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
17
18
19
20
22
23
24
25
27
31
 
 
All Blog
หมอฟัน ฆาตทันตกรรม in Germany นี่มันคือเวรกรรมของชั้นใช่มั๊ย!!!!!


นี่เป็นครั้งที่ ร้อยกว่า...ที่เจอหมา เอ๊ย หมอฟัน ห่วยแตกใน เยอรมัน
ใช่เลยค่ะ ตามนี้เลย!

เรื่องมันมีอยู่ว่า... จนทุกวันนี้เรายังหาหมอฟันที่ถูกใจไม่ได้
หากไม่เจอที่ "หิวเงินจนหน้ามืด..ลืมจรรยาบรรณ!"
ก็จะเจอแบบ "ไม่สนไม่แคร์ แค่มาดูๆพอเป็นพิธี! และจากไป"
ทำให้ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา..
เราจำใจต้องพยายามสืบเสาะค้นหา "หมอฟันในฝัน" 
แต่ แม่งก็นะ อยู่แต่ "ในฝัน" น่ะค่ะคุณ !

16

ล่าสุด... น้องคนไทย แนะนำมาเพราะน้องเค้ามีร้านอาหารไทยเอง
และมีอาชีพเป็น ผู้ช่วยทันตกรรม 
น้องเค้าบอกว่า เจ้านายเก่า หมอฟัน แกไม่ยอมเกษียณ
แกทุ่มทุนสร้างมาเปิดคลีนิคใหม่คนเดียวในเมือง
ก็ให้เบอร์โทรมา... เออ ลองดูๆ 

น้องเค้าก็บอกว่า หนูมาช่วยหมอทำงาน เฉพาะวันจันทร์วันเดียว
เราก็ทำนัด นัดวันจันทร์เพื่อ ขูดหินปูน และตรวจสภาพฟันประจำปี
ขูดหินปูน ราคาเริ่มที่ 100Euro+ ค่ะ
และ...น้องเค้าก็ ขูดไม่สะอาด..จบมะ ? 
หินปูนเกาะโคนฟันดำปื้อ...จ่ายไปสิคุณ!

เรากลับมาบ้านก็ เห้ยยย ไรวะ มีแบบนี้ด้วย?
หมอแม่งก็เข้ามาดู และไม่พูดไรเลย 
การตรวจสภาพฟันประจำปี ประกันจ่ายค่ะ 
แต่ขูดหินปูน ประกันสุขภาพช่วยจ่ายให้แค่ 50Euro/ครั้ง/ปี

จากนั้นเราก็มีนัดอีก เพราะ ฟันล่างมันบิ่นจนใกล้จะทะลุรากฟันแระ
สองซี่... เราก็ถามหมอว่า เราต้องการทำตรงจุดนี้
มันคือวิธีการ เติมฟันให้เต็ม...füllung zahn ( Filling Tooth )
สองซี่ สองร้อยกว่ายูโร ประกันไม่จ่ายเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว

จ่ายไป...เพราะหากไม่ทำ ปัญหาใหญ่ก็จะโถมเข้ามาในไม่ช้า
ตะนี้ ไม่ใช่แค่เสียเงิน แต่มันหมายถึง ความเจ็บปวดที่ยาวนานด้วย

* เข้าใจเราป่ะ ว่าเราเดินทางทุกปี เราไปดำน้ำ ไปนอนเรือกลางมหาสมุทร *
หากแม่งงง เกิดปวดฟันขึ้นมา กลางทะเล ...ตายอย่างเดียวเลยคุณ!

อ่ะก็ จัดไป จากนั้น เราก็ถามหมอค่ะว่า ..
ฟันล่างสี่ซี่ของเราที่มันห่างกัน แบบหนูวิ่งลอดระหว่างซี่ได้อ่ะ
หมอทำอะไรกับมันได้ไหม? คือ อาจจะ filling ให้มันแนบชิดติดกัน

ความปัญญาอ่อนคือ... แทนที่เราจะคิดเรื่องนี้ออก..
ก่อนที่จะ filling อีสองซี่ สองร้อย+ยูโร...นี้
ก็ดัน.. มาคิดออกตอนจบ... และอีหมอแม่งก็ไม่แนะนำกูเลย ไม่มีไอเดียใดๆ
อ่ะก็ทำค่ะ เพราะหมอเค้าทำราคา ทำแผนมาเสนอ...
ราคาคือ 600Euro ...ซึ่งในวิธีการทำนี้.. 
เค้าก็จะทำครอบคลุมไปถึง อี 2ซี่ ที่เพิ่งจะ filling เสร็จไปหมาดๆด้วย

มันคือ การทำงานซ้ำซ้อน และมันคือ การที่เราต้อง "จ่ายซ้ำซ้อน"
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของ หมอฟันนะคะคุณ
มันคือปัญหาของคนไข้ที่โง่ๆแบบอิชั้นค่ะ 



ก็คิดเรื่องนี้ อยู่หลายวีคเลยว่า "ทำดีไหมวะ?" 
สามีบอก "ทำไป เดี๋ยวช่วยจ่าย"

เราก็โทรไปทำนัด... หมอบอกว่า
ใช้เวลาไม่เกิน สอง ถึง สองชั่วโมงครึ่ง..
**** ความทรมาน เริ่มตรงนี้ค่ะคุณ อ่านดีๆเลย ****

เรามีบทเรียนจากอดีต...
หากคิดจะ "นัดหมอไหนก็ตาม ยกเว้นหมอผี" ใน Germany
จงทำวันที่นัดนั้นให้ "ว่างทั้งวัน" 
เพื่อความปลอดภัยของชีวิตคุณ!
เคยนัดหมอสูติ บ่ายหนึ่ง ได้ตรวจบ่ายสองครึ่ง..
และต้องไปทำงานต่อ บ่ายสาม..วันนั้นแบบ หืดขึ้นคอเลย..
เข็ดค่ะ เข็ด....

วันนั้น.. ได้คุยกันอีกรอบ ก่อนที่จะ "ให้หมอลงมือทำ" 
คือ ฉันต้องการความมั่นใจว่า เข้าใจในสิ่งที่หมอกำลังจะทำ
และ...ต้องการ "รับรู้ทุกขั้นตอน" ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา

ในวันนั้น น้องที่เข้าเคส ผู้ช่วยหมอ คือ น้องคนไทยอีกคน
ไม่ใช่คนที่ฉันรู้จักอ่ะค่ะ แต่น้องเค้าก็ดี
พยายามช่วยพูด ภาษาไทย ที่อีหมอฟังไม่ออก
และช่วยแปลให้หมอฟัง คือทำเหมือน คนไข้เป็นกึ่งคนกึ่งควาย
ที่ไม่สามารถสื่อสารเยอรมันได้จ้ะ อ่ะ ..เค้าหวังดี เราก็ควรขอบคุณนะ

สิ่งที่น่า "รำคาญโคตรๆ" คือ
ตั้งแต่ตอน filling ฟันสองซี่นั่นแล้ว 
น้องคนนี้เค้าจะ พูดไทยกับเราตลอดในขณะที่ทำฟันน่ะค่ะ
คือ เราไม่ได้ต้องการตรงนั้นเลยอ่ะ เราพูดเยอรมันได้
เราเข้าใจภาษาเยอรมัน
แต่มันไม่ใช่เรื่องของการโอ้อวดว่าเก่งภาษา หรือไรนะคะ
แต่...เราคนไข้ต้องการ สื่อสารให้ อีห่าหมอเข้าใจเราด้วยค่ะ!!!!!

เพราะหมอเค้าไม่เข้าใจภาษาไทย อ่ะ...
แล้วมรึงจะมาพูดไทยกะกูทำไมวะ?
เวลาที่เราบอกว่า เจ็บ ..เค้าตอบแทบหมอเลยค่ะว่า นิดเดียวค่ะ
หมอแม่งงงงง ไม่รู้เรื่องหรอก กระแทกฟันกูต่อไป เพราะฟังไม่ออก

ตะนี้.. ตอนแรกก็เริ่มด้วยดีนะคะ
จนกระทั่ง... สิบห้านาทีผ่านไป... 
จู่ๆ...หมอเค้าก็เอา "ที่ขึงกรามล่างจากซ้ายไปขวา"
คือ ขึงแบบ จอหนังกลางแปลง อ่ะนึกภาพออกนะ 
เหมือนเป็นผ้าม่านน่ะ แต่ที่ขึงเนี้ย มันทำมาจากซิลิโคน

สาเหตุที่ขึงไว้...เพราะ หมอทำงานไม่สะดวกจ้า ลิ้นของเราผลุบเข้าออก
ทำให้การทำงานของเค้าไม่ราบรื่น 
ซึ่ง เอาอีกแล้วครับท่าน! น้องผู้ช่วยคนไทย...
พูดไทย อธิบายให้เราฟังว่า ..
มันทำงานยาก เพราะเราไม่สามารถต่อสู้กับลิ้นของพี่ได้ค่ะ
ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย ..แน่นวลลลล ว่า หมอฟังไม่ออกค่ะ
และหมอก็ไม่พูดไรเลยซักคำนะคะคุณ ....

การขึงอุปกรณ์ตัวนี้ เค้าต้องใช้ที่หนีบ...กรามซ้าย และกรามขวา..
หนีบแบบ หนีบผ้าอ่ะค่ะ คุณ..ชัดเจนนึกภาพออกป่ะ
เจ็บมากค่ะ และน้องคนไทยเค้าก็ทำการ suctioning ดูดน้ำลายออก
หรือดูดของเหลวจากปากเราออก
เค้าจะต้อง "ดึง...เพื่อเปิด แผ่นซิลิโคนที่ขึงหนีบติดอยู่กับกรามของเรา"
และแยงไอ้สาย suctioning เข้าไปในปากเรา

ไอ้การทำ... filling มันไม่ได้ เจ็บปวดเลยนะคุณ
แต่ ไอ้ห่าแผ่นที่ ขึงซิลิโคนนี่ตะหากที่ ปวดทรมานมากๆอ่ะค่ะ

ไม่มีการฉีดยาชาจ้า... ทำไม? ฉันก็ไม่รู้ค่ะ
ทำสด... เจ็บจริง ทรมานจริง..

ตลอดระยะเวลา 240นาที.... หมอใช้เวลา 3ชั่วโมงครึ่งค่ะ
และใช้เวลาเกือบ "ชั่วโมง" 
ที่จะพยายามดึงเอา วัสดุ form ที่ครอบฟันออกหลังจาก filling ไปแล้ว
แต่หมอเค้าดึงไม่ออก... ใช้เวลาตรงนี้นานมาก
ทั้งสว่านให้เจาะทะลวง ทั้งดึงจนเหงือกเราแทบจะหลุดออกจากปาก

แน่นอน! ไม่ได้ใช้ยาชาจ้ะ สดๆ ...
และไอ้แผ่นซิลิโคน ที่ขึงหนีบอยู่ในปากก็ติดอยู่แบบนั้น

...เป็นครั้งแรกที่ น้ำตาเราไหลออกมาเลยอ่ะคุณ!
คือเราทนไม่ไหวแล้วอ่ะ มันเจ็บมาก และเจ็บเฉพาะจุดที่เค้าหนีบเหงือก
เพื่อขึงแผ่นซิลิโคน...คำถามคือ...
มันจำเป็นไหมที่ต้องใช้วิธีนี้ ..คำตอบคือ ..
เกิดมาในชีวิต ทำฟันแทบทั้งปาก ทั้งครอบฟัน ทั้ง bridge ทุกอย่าง
ยังไม่เคยเจอวิธี พิสดาร ...เพื่อให้หมอทำงานได้สะดวกแบบนี้เลยค่ะคุณ

เราพูดเยอรมันออกมาว่า เอาแผ่นซิลิโคนนี้ออกเดี๋ยวนี้!
น้องคนไทยเค้าก็พูดไทยกลับมาค่ะคุณ...
"อีกแค่นิดเดียวค่ะพี่" 
เราก็พูดเป็นภาษาเยอรมันว่า ich rede mit deinem Chef!
แปลว่า กูพูดกับ นายมรึง...

คือ 240 นาที มันก็นานมากๆ แล้วสำหรับการทำฟัน
แถม เจอความเจ็บปวดตลอดเวลาทุกนาที
จากอีที่หนีบเหงือกเนี่ย ... มันเกินทนอ่ะคุณ
มันนานมาก นานเกินไป และเราไม่ได้คุยเรื่องนี้กันตอนแรก!

เราบอก น้องคนไทย เป็นภาษาไทยว่า
"ต้องโดนเองนะ ถึงจะเข้าใจ!"
น้องตอบมาว่า "โอย โดนกันมาหมดแล้วค่ะพี่"
เราก็บอกว่า " 3ชั่วโมงครึ่ง ไม่ฉีดยาชา" เหรอ????
น้องบอกทุกเคสจะฉีดยาชาค่ะ และไม่นานขนาดนี้
เอ่อ...ถ้างั้น มรึงหุบปากไปเลยนะดีกว่าไหมคะ??? 

แม่งน่าโมโหว่ะ แก้ปัญหาไม่เก่งนะคุณคลีนิคนี้
แต่ แก้ตัวโคตรเก่งเลยค่ะ

คือระยะเวลามันนานไป เราบอกอีหมอห่านี่
ว่าให้เอาที่หนีบเหงือกเราออกให้หมด เราไม่เอาแล้ว
ตอนนั้นคือ สามชั่วโมงผ่านไปค่ะ
คุณเค้าเอา ลวดร้อยผ่านเข้าไปใต้เหงือกระหว่างกรามซ้ายขวา
และจบด้วยการหนีบ เหงือกเราเอาไว้ 
ใต้เหงือกระหว่างกรามซ้ายขวา
หมายถึง เรามี bridge ที่กรามซ้ายขวา
อยู่นึกภาพออกไหม
นี่คือวิธีของเค้านะคะ

แถม...  ระหว่างการทำ แม้ว่าจะมีการขึงม่านนรกนี่แล้ว
หมอฟันก็ ทำผิดพลาด ทำเครื่องมือที่อยู่ในมือ 
กระแทกฟันบนเราแบบ ยับเยินอ่ะคุณ
ไม่ใช่หนสองหนนะคะ บ่อยมากกกกกก
และทุกครั้งที่พลาด
เค้าจะพูดว่า pardon! (แปลว่าขอโทษ ภาษาฝรั่งเศส)

จากนั้นพอหมอฟัน เอาที่ขึงเหงือกเราออก
เค้าก็บอกว่า "งั้นเราต้องทำงานแบบซี่ต่อซี่ไป" 
อ้าวอีเชรี่ย แล้วปกติถ้ามรึงไม่ทำงานซี่ต่อซี่ แล้วทำไงเหรอ?
ตลกล่ะ! เราเจ็บที่เหงือกมากทั้งสองข้าง...จนน้ำตาไหล

เราก็ อดทนนั่งให้มันทำงานต่อ..จนมันคงหมดแรง..
เพราะระยะเวลามัน "นานมาก..."
เกิดมายังไม่เคยนั่งทำฟันนานขนาดนี้
สามชั่วโมงครึ่ง หากไม่เจ็บปวดก็คงไม่เป็นไร
แต่นี่แม่งโคตรเจ็บ จากวิธีการพิสดารของมัน

พอหมอบอก พอแระ ... 
แต่ต้องการ "นัดอีกรอบ"
เพื่อมาเช็คว่า ที่ทำมานั้นต้องแก้ไขอะไรอีก
เรากระโดดออกจาก เก้าอี้เลย 
เราพูดเยอรมันเลยว่า ..หากเรารู้ว่าจะมีวิธีแบบนี้ล่วงหน้า
เราจะ "ยกเลิกการทำฟันในครั้งนี้ไปเลย"

4
จากนั้น สองอาทิตย์ต่อมา... เรานัดใหม่
จริงๆเค้าอยากให้เรานัดใหม่อีก 2-3 วันข้างหน้า
แต่เรา "ต้องการจะใช้เวลาดูว่า งานที่เค้าทำมานั้นดีไหม"
คือ 2-3 วันมันสั้นไปอ่ะคุณ ...

และเมื่อวานเราก็ไปอีกตามนัด...
ผู้ช่วยอีกคนเยอรมัน เดินเข้ามาทักทาย
นางบอกว่า ไม่ต้องกลัววันนี้หมอแค่ต้องการ "ดูเฉยๆ" ...
เราบอกนางไปว่า "ถ้าไม่จำเป็นชั้นจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก"

ชัดเจน...ค่ะ เป็นคนชัดเจน...

จากนั้นเข้าห้องตรวจ เจอหน้าหมอ..
คุณรู้มั๊ยว่า คำทักทายคำแรกของหมอคืออะไร?
" เป็นยังไง ลิ้นคุณสามารถทำงานได้ปกติดีหรือยัง"
มันคือ "Joke"ค่ะ หมายถึงจากครั้งที่แล้ว 3.5ชม 
ที่ต้องอ้าปากนั่งติดเก้าอี้หมอฟัน... ประมาณนั้น
แต่กรูไม่เห็น ขำเลย... 

16
หมอก็... ดูฟันใหม่ที่ทำทั้งห้าซี่ว่า filling ยังดีไหม
สรุปต้องมีการ ขัดตะไบถูกันอีกรอบ ต้องตัดฟันด้านบนออก
เพราะมันยื่นเกินไป ต้องเช็คเวลาเคี้ยวอาหารกันใหม่
ก็ใช้เวลา หมดไปเกือบชั่วโมงค่ะ

แต่ครั้งนี้ น้องคนไทย หุบปากเงียบตลอดรายการเลยจ้ะ
ซึ่งเป็นเรื่อง ดี....ที่สุด ....

พอเสร็จพิธี....

17

หมอก็ถามอีกว่า แล้วเรื่องที่ว่าจะทำ ที่ครอบฟันใช้เวลาใส่นอน
จะทำเลยไหม...

เราบอก ไม่ค่ะ เพราะจะมีแพลนที่จะ ทำต่ออีกหลายที่ในปาก
(แต่ไม่ใช่ทำกะมรึงล่ะนะ ...) 
ก็มีการ small talk เล็กน้อย...
เราก็ถามหมอไปว่า ทำไมยูถึงใช้วิธีไอ้ที่ขึงในปากวะ
หมอเค้าก็ทำปากให้เราดูว่า
"คุณทำปากแบบนี้ตลอด ชั้นทำงานไม่ได้"
เราก็บอกไปว่า "แต่เราเจ็บ และระยะเวลา 3.5ชั่วโมงมันนานไป!"

หมอตอบมาว่า ... ความสวยงาม มาพร้อมกับความเจ็บปวด.... 
และเคสแบบนี้ ปกติจะใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงอยู่แล้ว...

ชัดเจนดีค่ะคุณ ..แสดงว่า หมอไม่ได้สนใจที่จะรับรู้ถึงความเจ็บปวด
ทรมานตลอดระยะเวลา 240นาที ของคนไข้เลยค่ะคุณ 
และตอนแรกทำไมบอกเราว่า 2-2.5ชั่วโมงคะ????

เราก็พูดไป..."งั้นไม่ใช่ชั้นแระ ที่จะมานั่งทนความเจ็บปวด"
หมอบอกว่า " จากประสบการณ์ 30-40ปี คนไข้พูดแบบนี้
ไม่เอาอีกแล้วๆ แต่ในที่สุดก็กลับมาหาชั้นอีก.....
ผู้หญิงส่วนมากเป็นแบบนี้"

... เอิ่มมมม ทัศนคติแบบนี้ของหมอ... เข้าใจแล้วว่า 
ทำไม คลีนิคนี้คงจะไปไม่รอด

อีกอันนึงที่สำคัญสุดๆนะคะ ..
หมอแก่แล้ว อายุเลย 67ปี...
สายตาฝ้าฟาง.... นี่คือเหตุที่ทำให้
ตอนแกทำงาน เครื่องมือกระแทกฟันซื่อื่นๆเจ๊งตามไปด้วย
และ ... คนแก่... จะชอบคุยโวพูดถึงแต่ อดีตที่ ล้าสมัยไปแล้ว
แกจะไม่ยอมรับ ไม่เปิดใจรับ เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆอีกต่อไป
สรุปคือมีทางเดียว คือ  "รอลงหลุมอ่ะแหละ" จบนะ... 

นี่คือ รอใบเรียกเก็บเงิน... 600ยูโรค่ะ
จ่ายๆจะได้ จบๆ 
และจะไม่ก้าวขาเข้าไปที่คลีนิคนี้อีกเป็นอันขาดค่ะ 
เข็ดจนตายเลยคุณ 

14












 



Create Date : 01 กรกฎาคม 2563
Last Update : 1 กรกฎาคม 2563 16:58:08 น.
Counter : 227 Pageviews.

11 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณอุ้มสี, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณkae+aoe, คุณtuk-tuk@korat, คุณหอมกร

  
โหวตมะด้ายยยย เพิ่งโหวตอันเก่าไป..
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 1 กรกฎาคม 2563 เวลา:17:12:21 น.
  
อ่านแล้วเข้าใจคำว่าคนหัวเก่าเลยค่ะ เหอๆ พี่โชคร้ายมาก
น้องเคยเจอหมอ ที่ชอบเอาเครื่องมือ มาทิ้งไปในปาก
แล้วก็ขยับทำนั่นทำนี่ อีเครื่องมือมันก็จะทับปากเรา
เบียดกะเหงือกกับฟันเจ็บมาก ไม่พอหมดมือใหม่ เดียว
ก็โดนปากอยู่ตลอด โคตรทรมาน

เคยเจอแบบตัดเหงือกแล้วตัดยังไงเลือดก็ไม่หยุดไหล
ทำให้ครั้งนั้น ต้องอุดชั่วคราว เสียเงินเพิ่มอีก

แต่ล่าสุด ครั้งสุดท้ายที่ไปรักษารากฟันนี้
เจอหมอดีมาก หมอผู้ชายอายุไม่เยอะ นางเป็นคนตรัง
จะมาคลินิคกทม เฉพาะเสาทิต แต่น้องก็รอนะ

แล้วแบบไม่รู้นางทำยังไง รักษารากนี่คือ ไม่เจ็บเลย
นางล้วงเข้ามาไม่เคยโดนริมผีปากเรา ครอบฟันก็แน่น
คือดีไปหมด นี่คือเลิฟมาก ทั้งที่ยังไม่ได้ให้คะแนน
หน้าตาดีกับเสียงทุ้มๆฟังเพลินนะพี่ 5555+

ปล.อีน้องคนไทยน่าตบมาก
ปล2. หมอแก่ ทำให้นึกถึงหมอที่รักษามะแร็งเต้านมเพื่อนน้อง
นางถามว่า จะผ่าก่อนหรือทำคีโมก่อน จิงๆ ตัดทิ้งไปเลยก็ได้
ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น คือพี่เป็นหมอพูดแบบนี้ได้ไง เค้าควรจะ
แนะนำให้เรามีคีโมก่อนไหมพอผ่าตัดแล้วจะได้เอาออกไปไม่มาก
นมจะได้เหลืออยู่บ้างไรงี้ ช่างไม่เห็นแก่จิตใจคนไข้อ่า

ว่าแต่ ร้านหมดฟันร้านนี้ น่าคอมเพลนมากจริงๆ คะ่
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 1 กรกฎาคม 2563 เวลา:17:26:11 น.
  
หมอฟันนี่ไม่จำเป็นจริงๆ ไม่อยากไปหาเลยครับ แฮะๆ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 กรกฎาคม 2563 เวลา:23:42:03 น.
  
สวัสดีครับพี่แม๊กซ์

ราคาค่าทำฟันที่เยอรมัน
ถือว่าสูงมากทีเดียวครับพี่

ผมเคยได้ยินนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสกับญี่ปุ่น
ชื่นชมหมอไทยครับว่าทำฟันเก่ง ราคาไม่แพง
เค้ามีจัดทริปมาเที่ยวด้วย ทำฟันด้วย
หรือไม่ก็ตรวจสุขภาพประจำปี
เพราะบ้านเราราคาถูกกว่า บริการดีกว่าครับ
อันนี้เขาเล่ามานะครับ 555

อ่านตอนที่พี่แม๊กซ์บรรยาย
ขนลุกเลยครับ
ผมเองก็เคยเจอประสบการณ์คล้ายๆกัน
คือถอนฟันไม่ออก เปลี่ยนหมอสามคนมาช่วยกันดึง
น่ากลัวมากครับ


ที่ร้านยังไม่ได้เปิดครับพี่
ตราบใดที่สนามบินยังไม่เปิด
ผมก็ต้องปิดร้านต่อไปเรื่อยๆ
เพราะรับนักท่องเที่ยวต่างชาิตเป็นหลักเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กรกฎาคม 2563 เวลา:19:19:59 น.
  
ผมไม่ค่อยอยากไปหาหมอฟันเหมือนกันครับ เจ็บ แล้วก็เหมือนปากบวม อ่านของคุณแม็กซ์วันนี้ลุ้นตามไปด้วย เจ็บจี๊ด ๆ หมออายุ 67 น่าจะเกษียณตัวเองไปได้แล้วนะ 555

คลอป ผมว่าเป็นโค้ชที่เก่งมาก ๆ ครับ จิตวิทยาเยี่ยม สร้างความฮึกเหิมให้ทั้งนักเตะและกองเชียร์ เยอรมันการันตีเรื่องวินัยเลยครับ

โดย: The Kop Civil วันที่: 2 กรกฎาคม 2563 เวลา:22:59:56 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับพี่

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:5:42:21 น.
  
หาหมอฟันผิด
คิดจนตัวตายเลยเนาะคุณ
โดย: อุ้มสี วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:29:55 น.
  
ไม่เคยเจอแบบนี้ในเมืองไทยเลยค่ะ
พี่ทำฟันที่ทันตกรรม ร.พ.กรุงเทพ
ไม่เคยทำอะไรเกินชั่วโมงครึ่ง
และไม่เคยต้องเจ็บปวดถึงขั้นทรมานแต่อย่างใด
นึกไม่ถึงเลยว่าทำไมที่เยอรมันโคดห่วยขนาดนี้

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:28:24 น.
  
สาหัสจริงค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:15:48:30 น.
  
ราคาแรงมากๆ เลยค่ะ ขูดหินปูน 100Euro บ้านเรา ไม่ถึงพัน
โดย: NEXT (สมาชิกหมายเลข 5990010 ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:17:15:32 น.
  
Max Bulliboo Diarist ดู Blog
ถ้ามาทำเมืองไทยต้องรอคิวนานมากคุณแม็กซ์

โดย: หอมกร วันที่: 6 กรกฎาคม 2563 เวลา:20:46:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**