ท่านจงมีน้ำใจต่อกันเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 2:5)
 

Let that be enough ขอให้รักของพระองค์นั้นเพียงพอ

Let that be enough ขอให้รักของพระองค์นั้นเพียงพอ


Wish I had what I needed
ฉันปรารถนาจะได้สิ่งที่ฉันต้องการ
To be on my own
เพื่อที่ฉันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง
Cause I feel so defeated
เพราะฉันรู้สึกสิ้นหวัง
And I’m feeling alone
และรู้สึกโดดเดี่ยว
And it all seems so helpless
และมันก็ดูเหมือนจะหมดหนทาง
And I have no plans
และไร้ซึ่งการวางแผน
I’m a plane in the sunset
ฉันเป็นดั่งเครื่องบินในยามตะวันลับขอบฟ้า
With nowhere to land
อันไร้จุดหมายปลายทางที่จะลงจอด


And all I see
และทั้งหมดที่ฉันได้เห็น
It could never make me happy
ไม่เคยทำให้ฉันได้พบกับความสุข
And all my sandcastles
และปราสาททรายที่ฉันสร้างไว้
Spend their time collapsing
ก็เริ่มที่จะผุพังทลาย


Let me know that you hear me
บอกให้ฉันรู้ทีเถิดว่าพระองค์ได้ยินเสียงของฉัน
Let me know your touch
บอกให้ฉันรู้ถึงสัมผัสของพระองค์
Let me know that you love me
บอกให้ฉันรู้เถิดว่าพระองค์รักฉัน
Let that be enough
ขอให้รักของพระองค์นั้นเพียงพอ


It’s my birthday tomorrow
พรุ่งนี้ก็ถึงวันเกิดของฉันแล้ว
No one here could know
คงไม่มีใครรู้หรอกว่า
I was born this Thursday
ฉันเกิดเมื่อวันพฤหัสนี้
Twenty-two years ago
เมื่อ 22 ปีที่แล้ว


And I feel stuck watching history repeating
และฉันก็รู้สึกจมปลักมองแต่เรื่องเดิมๆเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Oh who am I just a kid who knows he’s needy?
โอ้ ฉันเป็นใคร ก็แค่เด็กน้อยที่รู้ว่าตัวเองยังขัดสน


Let me know that you hear me
บอกให้ฉันรู้ทีเถิดว่าพระองค์ได้ยินเสียงของฉัน
Let me know your touch
บอกให้ฉันรู้ถึงสัมผัสของพระองค์
Let me know that you love me
บอกให้ฉันรู้เถิดว่าพระองค์รักฉัน
Let that be enough
ขอให้รักของพระองค์นั้นเพียงพอ






Free TextEditor


https://www.youtube.com/watch?v=m9fPJM1qdWo&feature=related





 

Create Date : 06 กันยายน 2552    
Last Update : 6 กันยายน 2552 10:07:36 น.
Counter : 317 Pageviews.  

Friendship ในมุมมองแบบคริสเตียน

สวัสดีครับพี่น้องที่รักทุกท่าน
ก่อนอื่นต้องขออภัยอย่างมาก ที่ผมเองไม่ได้มีเวลามา Update บล็อกของผมนานมากเป็นปีแล้ว เนื่องจากในช่วงนั้นตัวผมเองประสบปัญหาและความยากลำบากในการการเรียนและการหางานทำ ซึ่งตอนนี้ผมเองก็เรียนจบและทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ภาษา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ซึ่งก่อนที่ผมจะได้เข้ามาทำงานนี้ ผมเองก็ต้องสอบแข่งขันกับคนอื่นๆซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดเป็นสิบๆกว่าคน ส่วนการทำงานนั้นผมเองก็เจออุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องงาน เรื่องโดนเจ้านายว่าในที่ทำงาน ถึงกระนั้นมันก็ไม่ทำให้ความเป็นเพื่อนของผมที่มีต่อคนอื่นๆหรือแม้แต่พระเจ้าลดลงเลย ความเปนเพื่อนนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมยังสามารถมีกำลังใจสู้ต่อไปทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต ซึ่งหัวข้อที่ผมจะนำมาแบ่งปันวันนี้ก็คือ เรื่อง ความเป็นเพื่อน

ความเป็นเพื่อนเป็นอย่างไร

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณอย่างชัดเจร ก็คือความสัตย์ซื่อในความเป็นเพื่อน ในหัวข้อนี้เราจะพูดกันถึงเรื่อง คุณค่าของความเป็นเพื่อน อย่าลืมนะครับว่า "ความเป็นเพื่อนนั้นเพิ่มความสุข ทำให้การปิดบังน้อยลง โดยการที่เรามีความชื่นชมยินดี และแบ่งปันความเศร้าโศก"

บางที เพื่อนที่ดีก็คือ บุคคลที่เราต้องการมากที่สุดและหายากที่สุด บางครั้งเราเองก็ลืมไปว่า พระคริสต์ต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวติฝ่ายวิญญาณแก่สาวก พระองค์จึงได้ตรัสสิ่งที่สำคัญแก่พวกเขาว่า "นี่แหละเป็นบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามที่เราสั่งท่าน ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา เราไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าทาสอีก เพราะทาสไม่ทราบว่านายของเขาทำอะไร แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว" (ยอห์น15:12-15) ดังนั้นในมุมมองของพระคริสต์ คำว่า "เพื่อน" นั้น มีความหมายมาก มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การมอบความไว้วางใจ และความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

เนื้อหาที่ผมอยากจะกล่าวนั้น มีเพียงเท่านี้นะครับ แต่หากพี่น้องท่านใดประสงค์อยากจะให้ผมเพิ่มเติมเนื้อหานี้ให้มีความละเอียดมากขึ้น ก็สามารถบอกผ่าน comment บล็อกนี้ของผมได้เลยนะครับ หรือหากผมใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกับเนื้อหาก็สามารถติชมใน comment นี้ได้เช่นกัน

อย่าลืมนะครับ ว่า ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ทำอะไร เรามีเพื่อนคนนี้เสมอ "เค้าคือพระเยซูคริสต์ครับ" ขอพระเจ้าอวยพรครับ





 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 11:22:03 น.
Counter : 223 Pageviews.  

Joy in Christ

Joy. It's an aspect of Christian life whose importance can easily be overlooked by a believer when they're assessing their walk with God. It doesn’t mean joy in the sense of looking happy or acting outrageously in some way; It refers to your response to God's work in Christ for you.

This response will express itself differently in different people and different situations, but is characterized by an underlying happiness and thankfulness in the knowledge of the Kingdom to which you belong. (Rom. 8:28-30). There's no doubt that we have a lot to be joyful about!

The Bible is quite clear on the issue of joy: "Rejoice always" (1 Thess. 5:16); "Rejoice in hope" (Rom. 12:12); "Rejoice in the Lord always; again I will say, Rejoice." (Php. 4:4) This rejoicing is the response to the knowledge and belief that God eternally provides and sustains. Galatians tells us that joy is a fruit of the Spirit (5:22-23), and elsewhere we learn that joy is the expected response both when considering the hope of eternity that we have (Lk. 6:23), and even as we face afflictions and persecutions (Jas. 1:2 cf. 1 Pet. 4:13).

Further, "Loving our neighbor" surely includes loving, supporting and encouraging our brothers and sisters in Christ, and telling non-believers of God's love for them. But we must realize that it's hard to support our brothers and sisters if we can't convincingly, through the joyful impact of the love of Christ in our own lives, offer the hope of Christ and the love of God as a source of encouragement to them. And for that matter, how can we show non-believers their need to change as a response to the gospel if we ourselves are not responding to it day by day?

Finally, consider Jesus' response to the question "What must we do to do the works God requires?" Our Savior stated, "The work of God is this: to believe in the one he has sent" (John 6:28-29). It impacted us greatly to realize that failing to receive Christ with joy, is in a way, rejecting Him. Receiving Christ without joy must be an indication that we do not fully believe what He has done for us, because what He has done is so immense that joy should be an inevitable result. This understanding moved us deeply, as we know that we've been lacking joy in Christ for a great deal of our Christian life.

"May the God of hope fill you with all joy and peace as you trust in him, so that you may overflow with hope by the power of the Holy Spirit." (Romans 15:13)


ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า
มาร์คัสไปเอาบทความนี้มาจาก 1way2God.net นะครับ
ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความชื่นชมยินดีในพระคริสต์

เนื่องจาก มาร์คัสอยากให้พี่น้องคริสเตียนมีความชื่นชมยินดีเสมอ
ในฐานะที่เราเป็นพี่น้องกันในพระคริสต์และเป็นบุตรของพระเจ้า
มีบางส่วนนะครับที่มาร์คัสตัดทอนและเติมแต่งให้กระชับ
ใครอ่านภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ ก้อ comment ไว้แระกันครับ
ว่างๆจะลองแปลให้ฟัง

ขอพระเจ้่า่อวยพรครับ พี่น้องทุกท่าน




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2551    
Last Update : 16 ตุลาคม 2551 10:41:48 น.
Counter : 209 Pageviews.  

แบ่งปันข้อพระคัมภีร์ ยากอบ 2 ข้อ 14-26

ตอน 9 โมงเช้า ผมเองก้อไปเข้าชั้นเรียนรวีที่โบสถ์ก่อนจะเริ่มนมัสการน่ะคับ ผู้นำก้อได้นำข้อพระคัมภีร์ตอนนี้มาแบ่งปันแล้วให้ทุกคนอ่านออกเสียง พี่น้องที่เข้ามารบกวนช่วยอ่านดูแล้วคิดตามไปด้วยนะคับ

ยากอบ 2: 14 - 26
14 พี่น้องของข้าพเจ้า แม้ใครจะกล่าวว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่ได้ประพฤติตามจะมีประโยชน์อะไร? ความเชื่อนั้นจะช่วยให้เขารอดได้หรือ? 15 ถ้าพี่น้องชายหรือหญิงคนไหนขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหารประจำวัน 16 แล้วมีใครในพวกท่านกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า “ขอให้กลับไปอย่างเป็นสุข ให้อบอุ่น และอิ่มหนำสำราญเถิด” แต่ไม่ได้ให้สิ่งจำเป็นฝ่ายกายแก่พวกเขา จะมีประโยชน์อะไร? 17 ทำนองเดียวกัน ลำพังความเชื่อ ถ้าไม่มีการปฏิบัติ ก็เป็นสิ่งที่ตายแล้ว
18 แต่บางคนจะกล่าวว่า “ท่านมีความเชื่อและข้าพเจ้ามีการประพฤติ” จง แสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่านโดยไม่มีการประพฤติซิ แล้วข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้าโดยการประพฤติ 19 ท่านเชื่อว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียว นั่นก็ดี แม้พวกผีก็เชื่อและกลัวจนตัวสั่น 20 คนโฉดเขลาเอ๋ย ท่านต้องการให้พิสูจน์ว่าความเชื่อที่ไม่มีการประพฤตินั้นไร้ผลหรือ? 21 อับราฮัมบรรพบุรุษของเรา ถวายอิสอัคบุตรของท่านบนแท่นบูชา จึงถูกชำระให้ชอบธรรมเพราะการประพฤติไม่ใช่หรือ? 22 ท่านก็เห็นแล้วว่า ความเชื่อนั้นทำงานควบคู่กับการประพฤติของเขา และความเชื่อก็สมบูรณ์โดยการประพฤตินั้น 23 และพระคัมภีร์ก็สำเร็จตามที่กล่าวไว้ว่า อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าเขาชอบธรรม และเขาได้ชื่อว่าเป็นสหายของพระเจ้า 24 พวกท่านก็เห็นแล้วว่า คนหนึ่งคนใดจะถูกชำระให้ชอบธรรมได้ก็เพราะการประพฤติ และไม่ใช่เพราะความเชื่อเพียงอย่างเดียว 25 เช่นเดียวกัน ราหับหญิงโสเภณีก็ถูกชำระให้ชอบธรรมเพราะการประพฤติไม่ใช่หรือ? เมื่อนาง ได้ต้อนรับพวกผู้สอดแนม และส่งเขาทั้งหลายไปโดยทางอื่น 26 กายที่ปราศจากจิตวิญญาณนั้นตายแล้วอย่างไร ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติก็ตายแล้วอย่างนั้น

เปนไงกันมั่งคับ มีหลายคนเลยใช่มั้ยที่เชื่อแล้วปฏิบัติตาม พูดง่ายๆก้อคือ การประพฤติปฏิบัตินี่แหละคับ เป็นตัวบ่งบอกถึงความเชื่อของเราเอง ยกตัวอย่าง เวลาเราจะสังเกตว่าคนไหนรักสุนัขหรือไม่ ก้อดูได้ง่ายๆคับ เวลาเค้าเห็นสุนัขแล้ว ตบหัวลูบหลังแล้วเอาของกินมาให้ หรือว่า เตะไล่มันไปไกลๆ เพียงเท่านี้ก้อเหนความแตกต่างชัดเจนแล้วใช่มั้ยคับ เหมือนกับการใช้ชีวิตคริสเตียนนั่นแหละคับ เราทำให้คนอื่นเห็นความแตกต่างของชีวิตคริสเตียนกับชีวิตฝ่ายโลกหรือยัง โดยส่วนตัวแล้วผมยอมรับเลยคับว่า มีหลายอย่างที่ผมไม่ได้ปฏิบัติตามข้อพระคัมภีร์ บางครั้งก้อท่องข้อพระคัมภีร์จำๆไว้งั้นแหละ แต่ก้อไม่ได้เอามาใช้

ก้ออยากจะหนุนใจพี่น้องทุกท่าน ให้ปฏิบัติตามข้อพระคัมภีร์น่ะคับ เพราะไม่งั้นตัวเราเองก้อจะเหมือนกับเป็นต้นไม้ที่ไม่ออกดอกออกผลอะไรเลย ใครมีอารายอยากจะเสริมแบ่งปันก้อแสดงความเห็นเข้ามาเลยนะคับ

สุดท้ายนี้ก้อ Dios te bendiga! พระเจ้าอวยพรเหมือนเดิมและตลอดไปคับ





 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 13:09:19 น.
Counter : 950 Pageviews.  

แนะนำตัวและแบ่งปัน

Hola สวัสดีพี่น้องทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมบล็อกของผมนะคับ ผมชื่อ มาร์กัสคับ บ้านอยู่อุตรดิตถ์กะกรุงเทพฯ เป็นคนอารมณ์ดี คุยเก่ง ปากหวาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชอบฟังเพลงเล่นดนตรี แล้วก้อชอบดูกีฬาด้วย(โดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอล)

ผมเองเปนคริสเตียนอย่างเป็นทางการมาก้อ 3 ปีกว่าแล้ว ก้อได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้าในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นมุมมองเรื่องความรัก การให้ความช่วยเลือกคนอื่น การวางตัว หรือการรับใช้

ยอมรับนะคับว่าที่อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะมีพระเจ้าคอยดูแล ตอนนี้ผมเองรับใช้อยู่ที่บ้านอธิษฐาน จังหวัดเชียงรายคับ ถึงแม้จะไม่สามารถรับใช้ได้เต็มเวลาแต่ก้อยินดีและเต็มใจจะรับใช้พระเจ้าเสมอ นอกจากนี้ผมก้อเป็น staff ของชมรมคริสเตียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วยคับ เป็นคนคอยดูแลเรื่องจองห้องชมรมแล้วก้อการนมัสการคับ ที่เชียงรายนี่มีคริสเตียนเยอะนะคับแล้วก้อเข้มแข็งซะด้วย

ขอบคุณพระเจ้าจิงๆที่นำผมมายังที่แห่งนี้ ก้อช่วยๆกันอธิษฐานเผื่อข่าวประเสริฐของพระองค์จะเผยแพร่ไปถึงทุกๆคนในประเทศไทยด้วยนะคับพี่น้อง
เมื่อวานนี้ก้อเป็นวันที่ผมได้อ่านหนังสือ ชีวิตที่เคลื่อนที่ไปด้วยวัตถุประสงค์ (The Purpose Driven Life)ครบ40วันพอดี ก้อได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้าพอสมควรคับ ไม่ว่าจะเป็น การมีมุมมองอย่างพระเจ้า การทำให้พระเจ้าพอพระทัย การเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฝ่ายวิญญาณ การทดลอง การเป็นผู้รับใช้ และการดำเนินชีวิตด้วยวัตถุประสงค์ ก้อถ้าพี่น้องที่มาเยี่ยมชมมีอารายอยากจะแบ่งปัน
ก้อเชิญฝากข้อความไว้ตามสบายเลยคับ
Dios te bendiga!ขอพระเจ้าอวยพรคับ




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2550 10:46:22 น.
Counter : 255 Pageviews.  

 
 

Marcus_latino
Location :
อุตรดิตถ์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hola สวัสดีพี่น้องทุกท่านที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมนะครับ
ผมชื่อ มาร์คัส ตอนนี้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ภาษา อยู่ที่
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์

[Add Marcus_latino's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com