ตุลาคม 2562

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog
แก่นแท้ของความสุข คือ วิมุตหลุดพ้น ใจเป็นอิสระ ไม่มีอะไรมาทิ่มแทงเผาใจ..ความสุขและปัญญาต้องไปคู่กัน
โอวาทธรรมในกฐินสามัคคี ปี๒๕๖๒ ณ. วัดทับทิมแดง
 
139แก่นแท้ของชีวิต139


วันนี้เป็นวันทอดกฐินประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๒  ของ วัดทับทิมแดง ตำบลคลองสอง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
 
พระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญพุทธบารมี มายาวนานมาก สี่อสงไข กับ แสนมหากัลป์ จนได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมโพธิญาน จนได้มาเป็นครู มาเป็นผู้บอก ผู้สอนของเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อถึงการเข้าพรรษาหน้าฝนไม่สะดวกในการจาริไปในที่ต่างๆ พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาให้พระภิกษุได้อยู่จำพรรษาในอาวาสที่เดียวเป็นเวลาสามเดือน
 
ออกพรรษาแล้วท่านก็เมตตาให้พระภิกษุทุกวัด ที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาครบห้ารูปขึ้นไป ได้มีโอกาสรับผ้ากฐิน เพื่อทำการจีวร ตั้งแต่ แรมหนึ่งค่ำ เดือนสิบเอ็ด ถึงเพ็ญสิบห้าค่ำเดือน สิบสอง มีระยะเวลาหนึ่งเดือน
 
พระพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัททั้งสี่ ภิกษุ ภิกษณี อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนถึง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พากันรับผิดชอบ สืบทอด ต่อยอดพระพุทธศาสนา ด้วยการเป็นหนึ่งเป็นเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียง พากันเสียสละกิจกรรมบุญทั้งหลาย มี กฐินเป็นต้น เพื่อต่อยอดพระพุทธศานา ไปถึงกุลบุตรลูกหลาน อันนี้เป็นพระธรรม พระวินัย ที่พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาวางไว้ให้   
 
ทางวัดทับทิมแดงจึงได้จัดวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ นี้ เป็นวันทอดผ้ากฐินสามัคคี ประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านทุกคน ได้มีโอกาสสร้างบุญบารมี ได้ถวายผ้ากฐินเหมือนกันทุกๆคน
 
พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้พุทธบริษัททั้งหลาย จัดงานทอดผ้ากฐินเพื่อหาเงิน หาสตางค์ หาปัจจัย จุดมุ่งหมายในการทอดผ้ากฐิน ก็เพื่อให้พระทุกๆ วัดที่ได้บรรพชาอุปสมบทมาในพุทธศาสนา ให้มีความพร้อมเพรียง สมัคสมาน สามัคคี เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยกันทำจีวรตัด เย็บ ย้อมผ้า ให้เป็นจีวรผืนใด ผืนหนึ่ง พร้อมทั้งให้ข้าราชการพ่อค้าประชาชนทั้งหลาย ได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญ กุศล ถวายผ้ากฐินกับคณะสงฆ์ เพื่อทำการจีวร
 
ซึ่งปีหนึ่ง วัดหนึ่ง ก็จะทอดกฐินได้เพียงหนเดียวเท่านั้น ตั้งแต่ แรมหนึ่งค่ำ เดือนสิบเอ็ด ถึง เพ็ญ สิบห้าค่ำ เดือนสิบสอง เรามีระยะเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้น ในการถวายผ้ากฐิน แต่ละวัด เป็นกาลทาน เป็นบุญใหญ่ อานิสงค์ใหญ่ เป็นมหาสังฆทาน ทางวัดทับทิมแดง จึงได้จัดเป็นกฐินสามัคคี  ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกครอบครัว ผู้ที่เดินทางมาจากทางใกล้ ทางไกล ต่างจังหวัด ในจังหวัด ได้มีโอกาสได้ถวายผ้ากฐินเหมือนกันทุกๆคน
 
เราทุกคนที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้ ถือว่าเป็นผู้มีโอกาสอันประเสริฐ ที่จะฝึกฝน พัฒนาตัวเอง เป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ

เรามีเวลา 24ชั่วโมง เท่ากันทุกคนนะ อยู่ที่เราจะให้เวลากับอะไรต่างหาก บางคนบอกว่าไม่มีเวลาไปวัด แต่มีเวลาไปเที่ยวนะ มันอยู่ที่เราให้เวลากับสิ่งใดต่างหาก  อยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญ
มีวาสนา มีโอกาส ที่จะได้ประพฤติธรรม ปฎิบัติธรรม ตามรอยพระพุทธเจ้า เราต้องมีความเห็นถูกต้องเลย ก่อนเพื่อน อันดับแรกต้องเข้าใจถูกต้อง จะได้ปฎิบัติถูกต้อง
 
เมื่อเรามีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้องเราก็ต้องพากันมาเสียสละ พากันมาประพฤติปฏิบัติธรรม เราทุกคนถึงจะมีความสุข เมื่อเรามีความสุขเราต้องมีปัญญาด้วย เราถึงจะไม่หลงติดอยู่ในความสุข

139เป็นคนรวยมันก็ดีนะ แต่ติดรวย นี่ไม่ดีนะ
139เป็นคนเก่งก็ดีนะ แต่ติดเก่งไม่ดีนะ
139มีความสุขก็ดีนะ แต่ติดสุขไม่ดีนะ ไอ้ตอนติดนี่แหระที่เป็นปัญหา

พระพุทเจ้าถึงสอนให้เราเจริญปัญญา มีอะไรจะได้ไม่เกิดโทษ เพราะเราไม่ติด ไม่เป็นทาสมัน
มีความสุขก็ดี แต่อย่าไปติดในความสุข ต้องมีปัญญา พระพุทเจ้าท่านถึงสอน เจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องไปพร้อมๆ กัน ไม่มีปัญญา รวยขึ้นมามันรวยไม่นาน เดี๋ยวมันเสื่อม

กระบวนการกระแสแห่งมรรคผลนิพาน เรามีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีกาย มีใจ มีไว้ก็เพื่อสร้างปัญญา เป็นเครื่องมือให้เราไว้สร้างปัญญา เช่น มีตา เอาไว้มองอะไรให้เกิดปัญญา ความรู้
 
138ธรรมชาติมันก็สอนความจริงเราตลอดเวลา มันเป็นอนิจัง แปรปรวนตลอดเวลา ขณะเดียวกันเราจะใช้ตาทำอะไร เอาไว้เสพสวยก็ได้นะ มองหาแต่สวยๆ หรือจะมองหาให้เป็นความให้เป็นปัญญาก็ได้นะ มองหาแล้วหลงก็มี มองหาแล้วเกิดปัญญาก็มี

พระพุทธเจ้าสอนให้เราใช้ตา ฝึกใช้ตา ให้เกิดปัญญา ทุกสิ่งทุกอย่าง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นเครื่องมือสร้างปัญญา เราเรียนหนังสือ ศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ ก็เพื่อให้มีปัญญา  เรามีปัญญาแล้ว ก็มาใช้ในชิวิต สร้างความสุขความเจริญได้ทุกเมื่อ เมื่อเรามีความสุขแล้ว มีปัญญาไม่ไปติด ไม่ไปหลง เราต้องเริ่มต้น ที่การฝึกตนให้อยู่กับปัจจุบัน อดีตมันจะไม่มาทำร้ายใจ อนาคตมันจะไม่ทำให้เราเป็น โรคกังวล ไม่เป็นโรคเครียด ไม่เป็นโรคกังวล เพราะเราหัดทำใจให้อยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต ปัจจุบันเป็นอย่างไรอนาคตก็เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าท่านให้เรามีความสุขอยู่กับปัจจุบันในการปฏิบัติธรรม
 
 
การปฏิบัติธรรม กับการทำงาน มันก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราทำงานอย่างคนมีธรรมะ  "ให้เรามีความสุขในการทำงาน ส่วนใหญ่ทุกคนยังไม่เข้าใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน เมื่อเราไม่มีความสุขในการทำงาน จำใจทำน่ะ เราก็เลยเป็นโรคเครียด โรคประสาท โรคจิต เพราะใจเราไปอยู่กับเงินโน่น  เราไปอยู่กับผล อยู่ไกลๆตัว ใจเราไม่อยู่กับตรงหน้า เฉพาะหน้า มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเนี๊ยะ "เราชอบสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรามั้ย?" "เห็นคุณ เห็นประโยชน์ที่เราทำมั้ย?"
 
ส่วนใหญ่ทุกคนยังไม่ค่อยเข้าใจ เราเลยไม่ค่อยความสุขในปัจจุบัน เราต้องฝึกมีความสุขในการทำงาน ทุกคนถึงจะบรรลุคุณธรรมอันประเสริฐได้ เป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐได้ เข้าถึงสวรรค์ นิพาน ได้ตั้งแต่ยังไม่ตาย
 
ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก ประเสริฐจริงๆ เราทุกคนจำเป็นต้องประพฤติปฏิบัติตามรอยพระพุทธเจ้า ถ้าเราปฏิบัติตามจิต ตามใจตัวเองที่มีความหลง ยึดมั่น ถือมั่น การดำเนินชีวิตของเรามันก็เทียบเท่ากับสัตว์เดรัชฉาน ไปแต่..ที่ชอบ ที่ชอบ พระพุทธเจ้าให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจอย่างนี้ ให้ทุกท่านทุกคนจับหลักให้ได้ จับประเด็นให้ได้ ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจ ที่เรามีความทุกข์ยากลำบาก มีปัญหาต่างๆ นาๆ มากมายก่ายกองทุกวันนี้ ก็เนื่องมาจากเราไม่เข้าใจธรรมะ ไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า การดำเนินชีวิตของเราก็เลยไปเอาอวิชา ความหลง ทิฐิมานะความเห็นตัวตน มาเป็นหลักนำทาง เลยเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พากันเป็นโรคเครียด โรคจิต โรคประสาท มีปัญหารุงรังไปหมด เดียวนี้เด็กอายุสิบกว่าขวบพากันเป็นโรคเครียด โรคจิต โรคประสาท พากันไปหาจิตรแพทย์กันตั้งแต่เด็ก สาเหตุก็มาจากพ่อแม่ ที่เป็นตัวอย่างของความเครียด เป็นตัวอย่างของการไม่ความสุขในชีวิตประจำวัน
 
มนุษย์เราถ้าประพฤติตามพระพุทธเจ้า...จะไม่เป็นโรคเครียด จะไม่เป็นโรจิต โรคประสาท เราจะมีแต่ความสุขทุกๆ วัน ทุกๆเวลา ทำแต่ละอย่างก็ทำอย่างมีความสุข มีความพอใจที่ได้ทำ มีความพอใจที่ได้ทำ พอได้ทำก็มีความพอใจมีความสุขเลย ทำไปสุขไป ทำทั้งวันสุขทั้งวัน เหมือนอาซิ่ม อาแป๊ะ คนจีนนี่เค้าขยันเป็นนิสัยนะ ไม่ใช่ขยันตอนไปเรียน ตอนไปทำงาน วันอาทิตย์วันเสาร์วันหยุดนี้ตื่นสายๆ แสดงว่าเราไม่ขยันเป็นนิสัย ขยันต่อเมื่อมีแรงบีบเท่านั้น วันทำงาน วันเรียนหนังสื่อ นี่ตื่นเช้าได้ เพราะมีแรงบีบ แต่วันธรรมดาวันหยุดนี่ตื่นเช้าไม่ได้ นอนสบายก่อน ต้องสร้างนิสัยขยันขึ้นมา อาซิ่ม อาแป๊ะ เค้าเป็นคนชอบทำนะ ตื่นเช้าแต่มืด ทำโน่นทำนี้ มีความสุขทั้งวัน ชวนไปเที่ยวก็ไม่ไปหรอก  เพราะเค้ามีความสุขเมื่อได้ทำ
 
คำสอนพระพุทธเจ้า สอนให้เรามีความสุขเมื่อได้ทำ ประโยชน์ก็เกิด สุขก็เกิด มีความสุขทุกเวลา เราพากันทำตามคำสอนพระพุทธเจ้า เราจะมีความสุขความเจริญ เป็นกระแสแห่งมรรคผละพระนิพพานแน่นอน

ประเทศที่เขาร่ำรวย เป็นมหาอำนาจ พัฒนาตามหลักวิทยาศาสตร์ พัฒนาแต่วัตถุ เทคโนโลยี มาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก แต่..ไม่ค่อยสบายเท่าไรหรอก เน้นแต่วัตถุอย่างเดียว สะดวกแต่ไม่ค่อยสบาย ...ใจมันเครียด นี้เป็นเปลือก เป็นกระพี้ของความสุข เราต้องพากันเข้าถึงแก่นแท้ของความสุข คือ วิมุตหลุดพ้น ใจเป็นอิสระ ไม่มีอะไรมาทิ่มแทงเผาใจ
 
เราจะมีความสุขเราต้องมีปัญญา คนมีปัญญาถึงจะมีความสุข
ถ้าไม่มีความสุข แสดงว่าขาดปัญญา ปัญญาหาตังค์ อาจจะมีนะ แต่ปัญญาแก้ไขใจให้มันสบายทุกเวลาได้นะ ไม่ต้องหนีคนที่ไม่ชอบ ไม่ต้องหนีสิ่งที่เราไม่ชอบ เรามีปัญญาสุขทุกเวลาให้เป็น ถ้าทำตามพระพุทธเจ้าได้ เราจะทำได้เสมอ ความสุขและปัญญามันต้องไปพร้อมๆ กัน

"ความสุขที่ขาดปัญญามันอยู่ไม่นาน"

มีปัญญาต้องมีความสุข เพราะความสุขเป็นของชอบ แต่ปัญญาเป็นของดี ให้ไปคู่กันนะ ของดี ของชอบ ชีวิตของเรามันถึงจะสมบูรณ์แบบ เหมือนอาหารอร่อย อาหารสุขภาพ ก็ต้องอร่อยด้วยนะ อาหารสุขภาพ แต่ไม่อร่อยก็ไม่มีใครอยากกินนะ อาหารอร่อยๆ แต่สุขภาพไม่ดี อาหารเป็นโทษ ก็ป่วยไข้อายุสั้นอีก ต้องไปคู่กันนะ อาหารเพื่อสุขภาพและรสชาติก็อร่อย ไปคู่กันนะ
 
ความสุขและปัญญาต้องไปคู่กัน ชีวติถึงจะสมบูรณ์แบบ สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ ไปพร้อมๆกันอย่างนี้ ความสุขที่มันเกิดกับเรา เราไม่ไปหลงในความสุข เราถึงจะมีปัญญา ความทุกข์เกิดกับเรา เราก็เอาความทุกข์มาสร้างปัญญา ความไม่สุขไม่ทุกข์เกิดกับเรา  เราก็ต้องเอาความไม่สุข ไม่ทุกข์ มาสร้างปัญญา ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น เราเสียสละ ละวาง ก็จะมีปัญญา

ปัญญา..นั้นได้แก่ พระพุทธเจ้า ธรรมะที่อยู่ในจิต ในใจของเรา เราจะมีพุทโธ ผู้รู้ตื่น ผู้รู้เบิกบานด้วยธรรม เข้าถึงวิตมุติหลุดพ้น ตลอดกาล ตลอดเวลา
 
ขออนุโมทนากับคณะสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ที่ได้มีความสมัคสมานสามัคคี จัดงานเตรียมงาน เตรียมอาหาร พากันตั้งโรงทาน ดูแลจราจร อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ในงานทอดผ้ากฐินสามัคคี ของวัดทับทิมแดง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดิน บูชาคุณพระศาสนา และเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ทุกๆพระองค์ น้อมเกล้าบูชาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลย์เดชมหาราช ผู้เสด็จสู่สวรรคคาลัย สู่มรรคผลพระนิพาน และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัติร์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงค์จักกรี และเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษ ทุกภพทุกชาติ ตลอดถึงเจ้ากรรมนายเวร เทพาอารักษ์ อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ขออำนวยอวยชัย คุณพระศรีรัตนตรัย คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์  จงอำนวยอวยชัยให้ทุกท่านทุกคนบรรลุถึงคุณธรรมอันประเสริฐ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติทุกท่านทุกคนเทอญ.
 
โอวาทธรรม หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้พระอาจารย์ สมัย อินมุตโต เป็นองค์แสดงธรรม
งานทอดผ้ากฐิน ณ.วัดทับทิมแดง ปี พุทธศักราช ๒๕๖๒
 
 
 



Create Date : 28 ตุลาคม 2562
Last Update : 28 ตุลาคม 2562 18:27:32 น.
Counter : 107 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



MaKiNoh
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]