กันยายน 2562

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ที่ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา
วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา ประจํา ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒

พระพุทธเจ้า ท่านให้พระภิกษุสามเณร อยู่จําพรรษาในอาวาส ไม่ให้จาริกไปในประเทศต่างๆ
เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝน ไม่ให้จาริกไปในที่ต่างๆ นอกจากมีเหตุจําเป็น เช่น เจ็บไข้ไม่สบาย ป่วยหนัก ไปนอนรักษา ที่โรงพยาบาล หรือไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ป่วยหนัก ไปในกิจของพระพุทธศาสนา เช่น ไป ระงับ อธิกรณ์ ที่พระภิกษุสามเณรทะเลาะ

ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ต้องถือเอานิสัยของพระพุทธเจ้าที่เป็น ตัวอย่างแบบอย่าง.
 
พระพุทธเจ้านั้น คือ ผู้ที่เสียสละ บําเพ็ญพุทธบารมีสี่อสงคไขยแสนมหากัป ท่านได้บําเพ็ญพุทธบารมี จนตรัสรู้อรหันตสัมมาสัมโพธิญาณ  เป็นครูผู้บอก ผู้สอนของเหล่าเทวดา และมนุษย์
 
พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานไปแล้ว ๒๕๖๒ ปี สิ่งที่เป็นตัวแทน ของพระพุทธเจ้านั้น คือ ธรรมวินัย

แม้แต่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานนานแล้ว แต่พระธรรมคําสั่งสอนของท่านก็ยังเป็น อมตะ 
ผู้ประพฤติปฏิบัติตาม ก็ได้มรรค ได้ผล เหมือนครั้งพระพุทธเจ้ายังดํารงพระชนม์อยู่ 
 
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม มีหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม นําทุก ๆ คนทุก ๆ
ท่านถือนิสัย ถือ ธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เดินตามทางสายกลาง ที่พระพุทธองค์ ทรงวางหลักธรรมวินัยให้เราทั้งหลายพากันประพฤติปฏิบัติ ที่ท่านตรัสไว้ดีแล้ว
 
 
138ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ที่ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา
 
139ให้ทุกท่าน ทุกคน มี สัมมาทิฏฐิ  มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจให้ถูกต้อง
 
138ตัวของเรานั้นไม่มี ที่เรามีตัว มีตน ได้เพราะเรา มี...ความเห็นผิดเข้าใจผิด
 
ที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีที่จบ ไม่มีที่สิ้น นั้นเนื่องมาจาก...เรามีความเข้าใจผิด เห็นผิดว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนี้เป็นเรา…
 
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้นไม่ใช่เรานะ มันเป็นดิน เป็นน้ำ เป็นลม เป็น ที่เค้าเกิดมาได้เนื่องจากอวิชชา ที่เป็น รากเหง้า แห่งความหลง
 
เมื่อเรามีความหลง เราก็ย่อมเป็น...ทาสของอวิชชา
 
ที่เราทุกคนชอบพูดกันว่าทําอะไรสบาย ๆ ตามใจนั้นคือไทยแท้
ความเป็นจริงแล้วที่เราทําอะไรตามใจน่ะ มันไม่ใช่ไทยแท้นะ มันเป็น ทาสรับใช้ ของอวิชชานะ ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจอย่างนี้
 
การปฏิบัติธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์  สร้างบารมีเพื่อให้เกิดคุณธรรม 
 
 
เราทุกคนต้องอาศัยร่างกาย ปัจจัย ๔ อาหารบิณฑบาต ยารักษาโรค ที่อยู่ที่อาศัย ทุกอย่าง 
 
พระพุทธเจ้าให้เราละหมดทุกสิ่ง เปรียบเสมือนคนที่เค้า แบกของหนัก วางของหนักทิ้งลงเสีย ในโลกนี้ไม่เอาอะไร มีแต่ปล่อย มีแต่วาง มีในการปล่อยการวาง
 
พระพุทธเจ้าพาเราปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง 

คําว่า “ปล่อยวาง” นั้นให้พระภิกษุสามเณรทุกท่านพากันเข้าใจนะ คือ ปล่อยวาง ความยึดมั่น ถือมั่น ที่ว่าร่างกายนี้เป็นตัวเป็นตนของเรา

ให้..ปล่อยวางทางจิตใจ ที่จิตใจของเรา ไปติดในความสุขทางกาย ความสะดวกสบายทางกาย
 
เรามีความสุขทางกาย เราต้องมีปัญญา
เรามีปัญญา เราต้องมีความสุข
 
การดําเนินชีวิตของเรา เราต้องมีปัญญาแล้วก็ต้องมีความสุข ไปพร้อม ๆ กัน เราถึงจะไม่ได้หลงทาง ไม่ตั้งอยู่ในความเพลิดเพลินตั้งอยู่ในความประมาท
 
พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราปล่อยวางธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ ผู้ที่เข้ามาบวชบางคน บางท่านยังไม่เข้าใจนะ คิดว่าการเข้ามาบวชเป็นพระเป็นเณร เพื่อจะมาปล่อยมาวาง ไม่เอาอะไรเลย จะมานอนมาพักผ่อน วัดต่าง ๆ จึงเป็นศูนย์รวมของพวกขี้เกียจขี้คร้าน มารวมกันอยู่
 
ผู้ที่มาบวชตามพระพุทธเจ้า ต้องมีความสุขในการเสียสละ ขยัน รับผิดชอบ อดทน ต้องมีความสุขอย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน 

ปฏิบัติอย่างนี้ปล่อยวางอย่างนี้  จึงเป็น  ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง

ทุกท่านที่บวชมา พระพุทธเจ้าให้เราพากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้เต็มที่ ให้สมศักดิ์ศรี 
เพราะเราบวชมาแล้ว พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทั้งหลาย เขาก็ เคารพกราบไหว้เรา แม้แต่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านก็ไหว้
 
บ้านก็ไม่ได้เช่า  ข้าวก็ไม่ได้ซื้อ เค้าเอาของมาให้มาถวาย แล้วก็ยังมากราบมาไหว้อีก 
 
เราปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ พ่อแม่  ปู่ย่าตายายก็ได้บุญได้กุศล ญาติโยมที่เค้าพากันทําบุญตักบาตรเค้าก็จะได้รับบุญกุศล  กันอย่างเต็มที่   
 
ถ้าเราไม่ปฏิบัติอย่างนี้ เราก็ไม่ใช่พระภิกษุสามเณรนะ เราเป็นเพียงคนขอทาน  ธรรมดา เปรียบเสมือน เอาลิงมาห่มผ้าจีวรนะ
 
 
ชีวิตของเราทุก ๆ คนที่เกิดมา ต้องแก่เจ็บตายพลัดพรากไปตามอายุขัย
ส่วนใหญ่....ไม่เกินร้อยปี อย่างไม่มีเงื่อนไข
 
เราต้องเอาชีวิตนี้มาสร้างความดีบำเพ็ญบารมี สร้างคุณธรรม
 
วันหนึ่งคืนหนึ่งของเราทุกคนนั้นมี ๒๔ ชั่วโมง เวลานอนของเรานั้น ๘, ๙ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นั้นสิบกว่าชั่วโมง  เวลาตื่นอยู่นี้ คือ เป็นเวลาที่เราทุก ๆ คน ดำเนินชีวิตอันประเสริฐ เริ่มต้นที่ปัจจุบัน
 
ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก....เราต้องมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
 
พระพุทธเจ้าให้เรา มีสติ มีปัญญาในปัจจุบัน ถ้ามันจะผิดก็ผิดที่ปัจจุบัน ถ้ามันจะถูกก็ถูกที่ปัจจุบัน
 
ปัญญา นี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ
 
ที่เราเรียนหนังสือก็เพื่อให้เกิดปัญญา
ที่เรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เพื่อที่จะให้เกิดปัญญา
 
ปัญญานั้น คือ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
พระพุทธเจ้านั้น คือ ผู้ที่มีปัญญา เรียกว่า พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
 
138เมื่อเรามีปัญญาแล้ว เราถึงจะมีความสุข ถ้าเรามีความสุขเราต้องมีปัญญา
 
ความสุขกับปัญญานี้จะเดินไปพร้อม ๆ กัน เราถึงจะไม่หลงไม่เพลิดเพลินตั้งอยู่ในความประมาทในชีวิตของเรานั้นนะ ถ้าเราเดินตามพระพุทธเจ้า เราจะมีความสุขมีปัญญา มีปัญญามีความสุข
วันหนึ่งคืนหนึ่งเราจะมีความสุขทั้งวันทั้งคืน

ทุกอย่างนั้นมีแต่คุณ มีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษ เพราะว่ามันเป็นขบวนการ เป็นกระแส เป็นมรรค เป็นผล ที่เราเดิน  สู่มรรคผลพระนิพพาน
 
อดีตที่ผ่านมาแล้วนั้นเราจะไปแก้ไขไม่ได้ เปรียบเสมือนของที่เสียแล้วมันใช้การใช้งานไม่ได้แล้ว
 
ชีวิตของเราทุก ๆ คนต้องก้าวไปข้างหน้าในปัจจุบันเวลา เราจะได้เข้าถึงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ตั้งแต่ยังไม่ตาย
 
การปฏิบัติธรรมะน่ะ พระพุทธเจ้าให้เราถึงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ตั้งแต่ยังไม่ตาย
 
ที่พระท่านเทศน์บอกว่า ประชาชนเกิดมาในชาตินี้ยากจน ไม่มีโภคทรัพย์เพราะไม่ได้ทำบุญตักบาตร ให้ทานรักษาศีล เจริญวิปัสสนา เกิดมาชาตินี้ถึงยากจน

เราทุกคนเกิดมาต้องมาให้ ทาน รักษาศีล เจริญวิปัสสนา เราตายไปแล้วเกิดชาติหน้าเราจะได้ร่ำรวย มีบุญมีวาสนา เป็นมหาเศรษฐี
 
พระพุทธเจ้าสอนให้เราเข้าถึงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติตั้งแต่ยังไม่ตาย
เช่น บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี พระอรหันต์ ต้องเป็นตั้งแต่ยังไม่ตาย
 
เราคิดดูดี ๆ นะ เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่เราตกนรกทั้งเป็น เมื่อตายไปแล้วโน้น เราถึงจะได้ไปสวรรค์ไปพระนิพพาน....นั้น...มันเป็นสิ่งที่...เป็นไปไม่ได้
 
พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีความสุขใจ สบายใจทั้งวันทั้งคืนเลย ให้เรามีความเห็นอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ การดำเนินชีวิตของเราถึงจะมีความสุข ถึงจะไม่เป็นโรคจิต โรคประสาท
 
โอวาทธรรมองค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในวันเข้าพรรษา พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ.วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมารม
 
 
 



Create Date : 04 กันยายน 2562
Last Update : 4 กันยายน 2562 12:58:34 น.
Counter : 89 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



MaKiNoh
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]