มิถุนายน 2564

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
11
12
13
18
19
20
21
26
27
29
30
 
 
All Blog
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝัน บทที่ 9
บทที่ ๙

วรรณาชวนวันวิสาข์กับวันรบไปทำสังฆทานให้บรรพบุรุษและถวายเพลที่วัดหลังจากที่ห่างหายจากการทำบุญไปสักพักใหญ่ๆ เมื่อไปถึงวัดทั้งสามได้เจอกับพระสาโรจน์ ซึ่งบวชไปเมื่อวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา

“นมัสการค่ะท่าน” วรรณายกมือไหว้ พร้อมๆ กับลูกทั้งสองยกมือไหว้ตาม
“เป็นไงบ้าง โยมน้า สบายดีหรือเปล่า” พระสาโรจน์เอ่ยทักทายด้วยใบหน้าอิ่มเอิบแจ่มใสแตกต่างไปจากวันก่อนบวชครั้งที่ไปขอซื้อเหล้าที่ร้านของวรรณา
“สบายดีจ้ะ ช่วงนี้ปิดเทอมเลยพาลูกสองคนมาทำบุญ และถวายเพลด้วย หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากน้ำท่วมที่ผ่านมา” วรรณาตอบ

“ปีนี้น้ำท่วมนานเลย กว่าจะออกมาทำบุญกันเป็นกิจวัตรได้ พระที่วัดก็ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยไปเหมือนกัน ไม่สามารถไปบิณฑบาตได้ต้องรอชาวบ้านพายเรือเอาข้าวกล่องมาให้ ลำบากกันถ้วนหน้า แต่คนไทยก็ยังเป็นคนไทยอยู่วันยันค่ำ ยังนึกถึงพระถึงเจ้าอยู่เสมอ แม้ยามที่ตัวเองตกทุกข์ได้ยากก็ตาม อาตมายังเคยได้รับถุงยังชีพที่โยมวันรบพายเรือมาส่งให้เลย ตัวแค่นี้แต่สามารถช่วยคนอื่นได้เยอะนะ โยมวันรบเป็นเด็กดีที่อาตมาเชื่อว่าผลแห่งการกระทำจะนำพาให้เขาเจริญก้าวหน้าในอนาคต”
“สาธุครับหลวงพี่” วันรบยิ้มแป้น ยกมือไหว้ท่วมหัว

“นั่นโยมวันวิสาข์ใช่ไหม ไม่เจอเสียนานเกือบจำไม่ได้แล้ว” พระสาโรจน์ชี้ไปที่วันวิสาข์ที่นั่งอยู่ข้างวันรบ
“ใช่ค่ะ หนูไม่ทันได้มางานบวชของหลวงพี่ แต่ดีใจที่ได้เห็นหลวงพี่อยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์ค่ะ” วันวิสาข์พนมมือระหว่างสนทนา
“ไม่เป็นไรหรอกโยม โยมมีภาระต้องเรียนหนังสือก็ต้องทำหน้าที่ของโยมต่อไป หวังว่าโยมจะเรียนจบเร็วๆ นี้นะ จะได้เป็นนักข่าวสมใจสักที”
“อีกหลายปีค่ะหลวงพี่ แต่ความตั้งใจหนูไม่เปลี่ยนแน่ๆ” สาวน้อยบอกอย่างมั่นใจ
“ผ้ากาสาวพัสตร์ แปลว่าไรหรือพี่” วันรบหันไปกระซิบถามพี่สาว เมื่อได้ยินคำศัพท์ที่เขาไม่คุ้นเคย
“อ๋อ ก็แปลว่าผ้าเหลืองนั่นแหละ” วันวิสาข์ตอบ

“แล้วโยมผู้ใหญ่ล่ะ ไม่มาด้วยหรือ” พระสาโรจน์ถามถึงวันชัย
“พี่ผู้ใหญ่ติดประชุมกับลูกบ้านน่ะจ้ะ ตอนนี้กำลังช่วยกันทดลองปลูกหญ้าแฝกกันอยู่” วรรณาเล่าถึงภารกิจของสามี

“ครอบครัวของโยมน้า ไม่ว่าจะเป็นโยมผู้ใหญ่ วันวิสาข์ วันรบ และแม้แต่ตัวของโยมน้าเอง ทุกคนเป็นคนดี อาตมายังจำวันก่อนที่วันที่อาตมาจะบวชได้อย่างแม่นยำ ถ้าไม่ได้โยมน้า และโยมผู้ใหญ่สั่งสอนตักเตือน อาตมาคงไม่มีวันนี้แน่ๆ เพราะครอบครัวของโยมมีจิตสาธารณะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว”
“หลวงพี่ช่วยอธิบายคำว่าจิตสาธารณะหน่อยครับ ผมอยากรู้ความหมาย” วันรบสงสัย

“ได้สิ...จิตสาธารณะ หมายถึง จิตที่บริสุทธิ์ มีสำนึกรู้ดีรู้ชั่ว รู้จักการเสียสละ แบ่งปัน มีน้ำใจ และร่วมช่วยเหลือทำประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนร่วมมากกว่าประโยชน์ของตนเอง ทั้งการคิด การพูด และการกระทำ ครอบครัวของโยมโดยเฉพาะพ่อแม่คอยอบรมชี้แนะและปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่โยมเป็นเด็กจึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะโตขึ้นโยมจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นแก่ตัว และเห็นใจเพื่อนมนุษย์ในสังคมด้วย
อาตมายกตัวอย่างในตอนที่บ้านเราโดนน้ำท่วม แม้บ้านของโยนโดนน้ำท่วมเหมือนกัน แต่เห็นคนอื่นเดือดร้อนกว่าก็อาสาออกไปช่วยเขาด้วยความเต็มใจ ไปให้กำลังใจเขา ไม่ได้ทำเพราะถูกบีบบังคับ หรือไม่ได้ทำเพราะต้องการได้ชื่อเสียง อาตมาอธิบายอย่างนี้พอเข้าใจไหม โยมวันรบ” พระสาโรจน์ถามกลับ
“เข้าใจชัดเจนเลยครับ” วันรบพยักหน้า
“เอาล่ะ เดี๋ยวอาตมาจะให้ศีลให้พรนะ” พระสาโรจน์ท่องบทสวดมนต์ภาษาบาลีได้อย่างคล่องแคล่วราวกับพระที่บวชหลายพรรษา

ทั้งสามคนพนมมือยิ้มรับพรจากพระสาโรจน์ด้วยความอิ่มใจ




Create Date : 24 มิถุนายน 2564
Last Update : 24 มิถุนายน 2564 9:49:09 น.
Counter : 92 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีค่ะ..

ตามมาอ่านต่อนะคะ..

เป็นกำลังใจให้นะคะ..

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:13:35:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com