สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
2
3
4
5
7
9
10
11
12
14
16
17
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 26
ตอนที่ ๒๖

ณลักษณ์อยู่ในภาวะรักเป็นพิษอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกและเจ็บปวดเท่าครั้งเก่าก็ตาม แต่ความคาดหวังในรักครั้งนี้มีมากกว่าครั้งแรก เพราะเธอได้เผยความรู้สึกที่มีให้ปริญไปแล้ว หลังจากที่กลับมาจากงานลอยกระทง ทั้งคู่คุยกันทางโทรศัพท์บ่อยขึ้น แทนการเขียนจดหมายหรือโปสการ์ดอย่างเคย ซึ่งดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะเป็นไปด้วยดีในความรู้สึกของเธอ เพราะคำพูดและการกระทำที่ผ่านมาของเขาทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหมดข้อกังขา แต่ที่สุดแล้วสิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างคิด
“แล้วสิ่งที่ไม่เห็นอีกล่ะ???” หญิงสาวเปรยกับตัวเอง

หลังจากที่ทราบข่าวร้ายจากที่ทำงาน และข่าวซ้ำร้ายยิ่งกว่าจากแม่ของปริญ หญิงถึงกับหมดแรง เธอเลือกนั่งเงียบๆ อยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ซึ่งเธอมักจะมานั่งเล่นที่นี่เพื่อวางแผนการเดินทางก่อนทำงาน หรือไม่ก็อ่านนิตยสารหลากหลายที่ทางร้านมีไว้บริการอยู่เป็นประจำ แต่วันนี้ต่างจากวันที่ผ่านมา แต่ไม่จำเป็นต้องวางแผนการเดินทาง และไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านเรื่องราวใดๆ ได้แต่นั่งคนถ้วยช็อคโกแลตร้อนด้วยความเหม่อลอยจนมันเย็นหมดแล้ว

ลมเย็นโชยมาเบาๆ ให้เธอได้ออกจากภวังค์ พนักงานเสิร์ฟสาวรุ่นเดินถือนิตยสารท่องเที่ยวเล่มใหม่มายื่นให้เธอ “พี่คะ เล่มใหม่ออกแล้วนะคะ”
“อ่อ...ขอบใจจ้ะ รู้ใจจัง” ณลักษณ์รับมา เมื่อเห็นหน้าปกแล้วถึงกับใจสั่น เพราะหน้าปกนิตยสารเล่มดังกล่าวเป็นบรรยากาศค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวงของงานลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงที่จังหวัดตาก

หญิงสาวน้ำตารื้น เม้มปากด้วยความเจ็บปวด แต่ต้องกลั้นไว้ไม่ให้คนในร้านเห็น ภาพนั้นมันทำให้เธอหวนรำลึกถึงคืนวันแห่งความสุขในช่วงสั้นๆ ระหว่างเขาและเธอ ถ้าบอกใครก็คงไม่เชื่อว่า เธอแทบจะจำทุกถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอได้หมด แม้แต่เสียงหัวเราะของเขาที่เธอเข้าใจว่านั่นเป็นเสียงที่แสดงถึงความสุขเช่นเดียวกันกับเสียงหัวเราะของเธอ

ณลักษณ์วางนิตยสารเล่มนั้นไว้ข้างถ้วยช็อคโกแลต ไม่กล้าแม้จะเปิดดูหน้าแรก ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาจิบเพื่อให้อาการใจสั่นบรรเทาลง

ภาพวันวานไม่นานมานี้ แล่นเข้ามาในสมองเฉียบพลัน โดยเฉพาะฉากที่ปริญและณลักษณ์ร่วมเดินทางกันบนรถยนต์บนเส้นทางตาก-นครสวรรค์ กับบทสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวใหม่ๆ ของกันและกัน พร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าของทั้งคู่
“คุณปริญเป็นลูกคนเดียว สนุกมั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม
“ไม่ค่อยสนุกหรอกครับ หลายครั้งผมก็อิจฉาคนที่มีพี่มีน้องเหมือนกัน บางทีเราก็มีเรื่องที่ไม่อาจจะบอกแม่ได้ทุกเรื่อง อยากจะปรึกษาพี่ๆ น้องๆ เหมือนกัน พอไม่มีให้ปรึกษา ก็ต้องหันไปปรึกษาเพื่อนแทน หรือไม่ก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง”
“แม่คุณคงเหงาสิคะ ตอนที่คุณไปเรียนที่กรุงเทพฯ”
“ผมก็ไม่แน่ใจนะ เพราะพ่อผมเสียไปนานแล้ว เหลือผมกับแม่กันสองคน สมัยก่อนตอนผมไปอยู่ทางโน้นแม่ผมยังทำงานอยู่ ก็ยังมีเพื่อนบ้าง แต่พอออกจากงานแล้วก็คงเหงา ผมก็เลยอยากกลับมาอยู่กับแม่เนี่ยล่ะครับ”
“ดีค่ะ เป็นลูกกตัญญู”
“แล้วคุณลักษณ์ล่ะ คิดจะอยู่ต่างจังหวัดบ้างมั้ย หรือว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตลอดไป” ปริญซักเธอกลับบ้าง
“อืม...จริงๆ ฉันชอบต่างจังหวัดนะ เวลาได้มาเที่ยว มาดูบ้านเมืองตามต่างจังหวัดก็มีความสุขดี เพราะไม่วุ่นวายเหมือนในกรุงเทพฯ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าจะให้ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ อย่างคุณฉันจะทำได้หรือเปล่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอย่างนักท่องเที่ยวซะมากกว่า”
“ถ้าเลือกได้ อยากอยู่ที่ไหนครับ”
“ที่ไหนดีล่ะ คิดก่อนนะ” ณลักษณ์ทำท่านึกคำตอบ
“ตากมั้ยครับ” เขาคิดคำตอบแทน เล่นเอาหญิงสาวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“อ้าว...เงียบเลยทีนี้ หึๆๆ”
“ค่ะ น่าอยู่เนอะ” เธอตอบแก้เขิน
“ไปเที่ยวเมืองตากกันไหม ฉันจะเป็นไกด์นำเที่ยว.....” เขาฮัมเพลงของครูซัน ศิลปินพื้นบ้านของตากให้เธอฟัง แทนที่หญิงสาวจะเคลิ้มกับเสียงร้องของเขา กลับหัวเราะก๊ากเสียงดัง เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเขาร้องเพลง
“เอ้า! คุณหัวเราะทำไมเนี่ย” ปริญถามอย่างเสียความมั่นใจ
“ฮ่าๆๆๆๆ ขอโทษค่ะขอโทษ มีซีดีมั้ยคะ เปิดซีดีฟังดีกว่านะ” ณลักษณ์กลั้วหัวเราะไม่หยุด จนปริญเองก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย

คำเชิญชวนจากเขา ทำให้หญิงสาวเก็บไปคิดต่ออยู่พักใหญ่ กระทั่งวันที่บริษัทบอกเลิกจ้างเธอ ความคิดที่จะหางานทำที่ต่างจังหวัดวนกลับมาให้คิด แต่แล้วต้องทลายลงทันทีที่วางสายจากวารีในวันนั้น ณลักษณ์หยิบนิตยสารที่อยู่บนโต๊ะมาดูหน้าปกอีกครั้ง น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่จนล้นหยดลงบนภาพพระจันทร์เต็มดวง เธอรีบปาดมันออกอย่างรวดเร็ว แล้ววางไว้ที่เก่า ก่อนจะเรียกพนักงานเสิร์ฟคนเดิมมาเก็บเงิน

....................................

ณลักษณ์หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ธรณี แล้วสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น ก่อนอ้อนเบาๆ ว่า “แม่ตัวอุ่นดีจัง” ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ของธรณีรู้ดีว่า การกอดครั้งนี้ไม่ใช่การกอดปกติ แต่เป็นการกอดของผู้แพ้ หรือผู้ที่หมดกำลังใจ
“อกหักตามเคย...” ธรณีวางมือจากงานซ่อมเสื้อผ้าที่ทำอยู่
“หนูน่าจะเชื่อแม่แต่แรก หนูคิดว่าคราวก่อนเป็นบทเรียนแล้วนะ คราวนี้อุตส่าห์เผยความรู้สึกเต็มที่ แต่ก็ทำให้เราเสียใจอีกจนได้” ณลักษณ์ซบไหล่ธรณีน้ำตาซึม
“คิดเสียว่าเรายังไม่รู้จักเขามากพอ จึงตัดสินใจพลาด” ธรณีลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ เพื่อปลอบใจ
“ฤทัยเคยบอกไว้ว่า อย่าเลือกผู้ชายที่ดีกว่าคนเก่า แต่ให้เลือกคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าเดิม หนูก็ว่าคนนี้แหละที่คอยให้กำลังใจหนูมาตลอด ทำให้หนูมีแรงทำอะไรมากมายที่ไม่เคยคิดจะทำ แต่สุดท้าย....ฮือๆๆๆ” แล้วณลักษณ์ก็ปล่อยโฮออกมา จนธรณีต้องเป็นฝ่ายกอดลูกสาวกลับ มือหนึ่งก็คอยลูบหลังอย่างทะนุถนอม
“จะร้องก็ร้องเลยลูก ร้องไห้ที่บ้านให้จบ”
เสียงร้องของณลักษณ์เหมือนเด็กน้อยที่ผิดหวังเสียใจ ธรณีไม่คิดจะต่อว่า หรือซ้ำเติมความผิดพลาดครั้งนี้แม้แต่น้อย เธออยากให้ลูกสาวได้ระบายความทุกข์ความเศร้าออกมาอย่างเต็มที่ ดีกว่าออกไประบายที่อื่น โดยที่เธอไม่รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของลูกเลย

ครู่หนึ่งเสียงโฮกลายเป็นเสียงสะอื้นเบาๆ
“แล้วนี่จะเอายังไงกับชีวิตต่อไป อาทิตย์หน้าก็ไม่มีงานทำแล้วนะ” ธรณีเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ที่ทำงานจัดการเรื่องเงินเดือนและเงินชดเชยทั้งหมดที่หนูควรจะได้ไว้ให้แล้ว อาทิตย์หน้าก็ไปเซ็นเอกสารเลิกจ้าง แล้วคงไปพักใจบ้านฤทัยที่พัทยาสักอาทิตย์ หนูสัญญากับฤทัยไว้ก่อนเกิดเรื่องแล้ว แม่คงไม่ว่าอะไรนะ” ณลักษณ์ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา
“ทำไมไม่ไปสงขลาอีกล่ะ”
“หนูเกรงใจพี่ริน พอบ้าทีไรก็ไปสงขลาทุกที”
“เออ งั้นก็ตามใจ” ธรณีไม่อยากขัดใจลูกสาว
“หนูไปอยู่พัทยา หนูจะเลิกใช้มือถือสักพัก แม่มีอะไรโทรเข้าบ้านฤทัยนะ”

ฤทัยเป็นสาวสวย ฉลาด ทำงานเก่ง ก่อนหน้านี้เคยทำงานบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่งจนประสบความสำเร็จเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารในเวลาอันรวดเร็ว จึงกลายเป็นที่สนใจของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ฐานะดีมากมาย ฤทัยเลือกหนุ่มใหญ่รายหนึ่งเป็นถึงขั้นหมั้นหมายกันเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อถูกนอกใจ ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดที่จะเป็นผู้หญิงสวย ฉลาด ทำงานเก่ง เพราะแม้จะสมบูรณ์แบบเพียงใด ผู้ชายก็ไม่ได้ต้องการจะได้เป็นคู่ครองอยู่ดี เธอเบื่อสังคมที่แก่งแย่งแข่งขันและมองกันที่เปลือกนอก เธอจึงตัดสินใจลาออกและเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่บ้านเกิดเมืองพัทยา ตอนที่กลับมาอยู่ระยะแรก ฤทัยก็คิดจะอยู่เป็นโสดที่นี่จนตาย แต่พอระยะหลังมีฝรั่งมาติดพันอยู่หลายคนจึงเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอจะครองชีวิตโสดไปได้อีกนานแค่ไหน และอาจจะไม่ได้ลงหลักปักฐานอยู่บ้านเกิดอย่างที่คิดไว้แต่แรกแล้ว

การไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าที่พัทยาคราวนี้ ณลักษณ์ทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ และช่วยทำประชาสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ ให้ร้านเบเกอรี่ของฤทัย ขณะเดียวกันก็ช่วยคัดกรองฝรั่งผมทองที่จะเข้ามาเกาะแกะเพื่อนสาวด้วย

ถึงแม้แต่ละวันจะดูยุ่งไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจทำให้ณลักษณ์ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอได้ไวนัก
“แกยังคิดถึงเขาอยู่หรือเปล่าลักษณ์” ระหว่างเก็บข้าวของเพื่อปิดร้านในตอนเย็น ฤทัยถามถึงความรู้สึกของเพื่อนเมื่อเห็นสีหน้าของณลักษณ์ยังหม่นอยู่
“อืม ก็มีบ้าง แต่พยายามจะไม่คิดถึง ไม่อยากนึกถึง มันเหนื่อยว่ะ”
“ถ้าแกยังมีอะไรค้างคาอยู่ในใจ ทำไมไม่โทรไปเคลียร์ให้จบล่ะ การที่ปิดโทรศัพท์หนีอย่างนี้เหมือนแกกำลังหนีความจริงนะ”
“จะให้ฉันโทรไปถามว่าทำไมทำกับฉันแบบนี้เหรอ ประวัติศาสตร์มันสอนให้ฉันเรียนรู้ว่าอย่าถามถ้าไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง” ณลักษณ์เสียงสั่นเครือ
“อย่าปล่อยให้ทิฐิทำร้ายตัวเอง โดยที่ยังไม่รู้ความจริงสิ” ฤทัยเตือนสติ
“มันยากเกินกว่าที่จะทำใจได้ แค่ฉันบอกเขาไปว่าฉันรู้สึกดีกับเขา ฉันก็อับอายไปตลอดชีวิตแล้ว”
“เฮ้อ....งั้นแกมาอยู่กับฉันที่นี่เลยมั้ยลักษณ์” ฤทัยเปลี่ยนเรื่องพูด
“ฉันไม่อยากรบกวนแกมากไปกว่านี้หรอก ฉันมาก็แค่อยากลืมเรื่องราวเก่าๆ เรื่องแย่ๆ ที่มันดันเข้ามาพร้อมๆ กัน จนฉันรับไม่ไหวเท่านั้นเอง” ณลักษณ์ปฏิเสธ
“แกกลับไปทำอะไรล่ะ หาอะไรทำที่นี่ก็ได้ ฉันรู้จักคนเยอะอยู่นะ แกอยากทำงานโรงแรมมั้ย เดี๋ยวฉันถามหาให้”
“โอ๊ย...ฉันจะไปทำอะไรเป็นวะ ฉันไม่ชอบงานบริการ แกไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันเอาตัวรอดได้น่ะ” ณลักษณ์บอกปัดทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะเอาตัวรอดได้อย่างไรในภาวะสังคมและเศรษฐกิจที่ต่างคนต่างแย่งกันหางานทำเช่นนี้



Create Date : 08 สิงหาคม 2557
Last Update : 10 ตุลาคม 2560 10:02:27 น.
Counter : 594 Pageviews.

2 comments
  
ปริญคงโทรหาแย่เลย เล่นปิดมือถือแบบนี้
โดย: กระรอกเมือง วันที่: 9 สิงหาคม 2557 เวลา:9:04:36 น.
  
นั่นสิคะ คนที่ปิดมือถือหนีปัญหาหรือหนีความจริง นี่มันยังไงกัน อิอิ
โดย: Alex on the rock วันที่: 9 สิงหาคม 2557 เวลา:10:03:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com