กระจกวิเศษ
 
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
22 กรกฏาคม 2551
 
 

กัลยาณมิตรหน้ากลม

ไม่ได้เข้ามาเป็นเวลานานมากเลย ช่วงอาสาฬบูชา-เข้าพรรษา ไปปฏิบัติธรรมมาค่ะ ที่วัดมเหยงศ์อยุธยา กับเพื่อนหน้ากล๊มกลม คนนึง อยากเล่า ขอเล่าเลยนะค่ะ แหมจะว่าไปแล้ว ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะที่เจียดเวลาไปปฏิบัติธรรมฝึกสติให้มีความคมกล้าไว้แก้ไขปัญหาชีวิตเวลาที่มันมาเยือนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ครั้งแรกของปีนี้ก็ช่วงสงกรานต์เขาเที่ยวกันเราก็ไม่ได้เที่ยวหรอกค่ะไปวัดซะส่วนมาก
เฮ้อ ทำไงได้ล่ะค่ะ จะสิ้นชีวีวันไหนยังไม่ทราบได้เลย พยายามสะสมบุญไว้เป็นการดีที่สุด เข้าเรื่องดีกว่านะ เจ็ดโมงเช้าของวันที่ 17 ก.ค เราเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวของยัยหน้ากลมที่เพิ่งซื้อไม่ถึงปี เหยียบแบบไม่สนใจน้ำมันแพงเลยค่ะมุ่งสู่จังหวัดอยุธยาโดยสวัสดิภาพ ถึงวัดเป็นเวลา 8.30 พอดี เราสองคนไปลงทะเบียนผู้ปฏิบัติธรรม จากนั้นก็เดินหาชุดปฏิบัติธรรม(ของยัยหน้ากลม เพราะหล่อนเพิ่งเข้าสู่วงการยังไม่มีเป็นส่วนตัว) ต่อไปก็เป็นภารกิจการหาที่นอน ซึ่งในบัตรระบุว่าเราต้องนอนศาลานึง แต่ว่าเมื่อเดินไปเกือบจะถึงแล้วเห็นคนเยอะแยะเต็มไปหมด(เยอะตั้งแต่ช่วงลงจากรถแล้วล่ะค่ะ)แต่นี่เยอะเป็นพิเศษ เพราะทุกคนแทบจะไม่มีที่นอน เต็มหมดเราเดินมาแบบ งงๆ คือเห็นเค้ากางเต้นท์กัน(ลายทหารเสียด้วย) ส่งเสียงถามออกไปว่า "ศาลาเต็มเหรอค่ะ" ฝั่งตรงข้ามตอบมาว่า "เต็มค่ะไม่มีที่เลย ต้องนอนเต้นท์ค่ะ" หน้ากลมถามว่า "เออแล้วเอาที่ไหนค่ะ" "ก็เดี่ยวมีคนเข็นมาให้ค่ะ" สาวคนเดิมตอบมา... ค่ะ เราต้องนอนเต้นท์กัน ดีใจนะคะ..ไม่ใช่ไม่ชอบ ถูกใจซะอีกว่าแล้วก็ยืนร๊อ...รอ เต้นท์นานพอควร ได้เต้นท์แล้วหาที่เล้ยย ไกลคนหน่อยก็ดี (ลืมนึกไปว่านี่มันวัดนะ กลางคืนน่ะมืดเชียว...)ได้ที่ไม่ค่อยแออัดเท่าไหร่ แต่กว่าจะถึงเย็นก็กลายสภาพเป็นในเมือง(เทียบได้กับแถวสีลม)แล้วล่ะคะ อบอุ่นดีเนาะ.. ช่วงบ่ายเริ่มปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมที่นี่ท่านไม่เน้นคำบริกรรมค่ะ ใช้สติระลึกตัว ยืน เดิน นั่ง นอน ใช้สติกำกับ แต่จะใช้ก้ได้นะค่ะ หากใช้ พุท-โธ เวลานั่ง ต้องยกจิตขึ้นเป็นวิปัสสนาเมื่อมีอารมณ์มากระทบ เป็นวิปัสสนากรรมฐานค่ะ โดยส่วนตัวแล้วดิฉันแล้วช่วงแรกๆใช้คำบริกรรมตอนนั่งเป็น ยุบหนอ พองหนอ และเดินจงกรมเป็น ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ เพราะมาทางนี้โดยตรงตั้งแต่สมัยบวชเนกขัมมะมัธยม 4-5-6 แล้วค่ะ พอโตขึ้นมาเป็นสาวสักหน่อยก็เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ(วัดอัมพวัน) จวบจนทุกวันนี้แหละค่ะแต่ว่าช่วงหลังๆ ไปฝึกกับที่อื่นๆบ้างแต่ส่วนมากก็จะแนวนี้ตลอด มีเมื่อครั้ง 2 ปี่ที่ผ่านมาไปเข้าคอร์สฝึกสติที่วัดเขาพุทธโคดม 8 คืน ฝึกสติได้ผลมากใครที่ยังไม่เคยไปลองไปดูนะคะที่นี่เขาจะกำหนดสติทุกขณะจิตเลยก็ว่า กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์แบบกำหนด นี่สุดยอดจริงๆ ยิ่งคืนสุดท้าย ปฏิบัติธรรมโต้รุ่งสว่างคาตาเลย ค่ะ แต่สิ่งที่ได้นั้น เกินจะหาคำเปรียบเทียบได้ค่ะ ต้องลองเอง กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า(อิอิ) คืนนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา หลวงพ่อ สุรศักดิ์ เขมรังสี เจ้าอาวาสบอกว่า ช่วง 5 โมงเย็นเป็นต้นไปเราจะไปปฏิบัติธรรมที่โบราณสถาน(วัดมเหยงค์เป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา ซึ่งมีโบสถ์เก่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรเรียบร้อยแล้ว....)
แหม..มีงานเข้ามาซะแล้วว เดี๋ยวมาเล่าต่อ วัดนี้ประทับใจจริงๆ

มาแล้วค่า..เล่าต่อดีกว่าค่ะ คืนวันนั้น ดิฉันตั้งใจเลยนะคะว่าเต็มที่เลย เพราะหลวงพ่อบอกว่า เราจะปฏิบัติจนถึงรุ่งเช้าของวันถัดไปดูท่าเพื่อนธรรมหน้ากลมคนนี้มีทีท่าว่าเห็นด้วย พยักหน้ารับแบบมั่นใจ 5 โมงเย็นพร้อมกันที่โบราณสถานในชุดขาว สวดมนต์ทำวัตรเย็น จากนั้นก็ฟังธรรมตามสมควรและเริ่มปฎิบัติธรรม ดิฉันเดินหาสถานที่เหมาะๆแยกออกมาจากเพื่อนธรรมหน้ากลมและคนอื่นๆหวังใจว่าขอที่สงบ(จริงๆแล้วถึงไม่แยกออกมาก็สงบมากค่ะ เพราะว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าเกรงขามมาก)ก็เริ่มนั่งภาวนา(ปรกติการปฏิบัติธรรมแบบกำหนดสติตามแบบหลวงพ่อจรัญ วัดอัพวัน ต้องเดินจงกรมก่อนค่อยนั่งเพื่อตามสติให้ต่อเนื่องกัน แต่วันนั้นดิฉันอนุโลมตัวเองนั่งก่อนดีกว่า เพราะมันดูมืดๆนิดๆ ผสมกับหญ้าที่โดนตัดแล้วมันเป็นตอแบบแข็งทิ่มเท้าดีแท้) พอเริ่มนั่งจิตก็เริ่มขุ่นมัวนิดนึง เพราะมีสุภาพบุรุษท่านนึงค่อนข้างอ้วน ดูเหมือนจะเป็นอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่เพราะดูจาการพูดจาและการแสดงออก เพราะตั้งแต่ตอนแรกที่เข้ามาในวัด ท่านผู้นี้พูดจาเสียงดังมาก และวางท่า จนดิฉันนึกตำหนิในใจ (คือ มาจากเมืองศิวิไลซ์ วันแรกค่ะ ขาดสติมาเหมือนกันเลยตำหนิผู้อื่น) ยืนเกาะกลุ่มกับช่างภาพ ที่นี่มีช่างภาพเยอะเลยค่ะตั้งกล้องเป็นเรื่องเป็นราว ปีนขึ้นไปบนที่สูงเพื่อจะได้รูปสวยๆ ตอนที่เวียนเทียน เพราะโบราณสถานแห่งนี้จะมีแสงไฟที่เกิดจากเทียนนำมันวางเป็นจุดๆรอบๆโบสถ์ตามจุดสำคัญต่างๆ ซึ่งมองกลางคืน สวยมากจริงๆ พร้อมๆกับเหล่าผู้ปฏิบัติธรรมเดินเป็นขบวนถือธูปเทียนดอกไม้ปากก็สวดมนต์ไป ช่างเป็นบุญที่ได้เข้ามาร่วมขบวนจริงๆ อ่ะ ต่อดีกว่านะคะ ดิฉันพยายามกำหนดสติ เพ่งไปที่การได้ยิน แล้วปล่อยวางเสีย เหมือนโดนกลั่นแกล้ง ยิ่งกำหนดถี่ขึ้นเหมือนคนพูดจะรู้งั้นแหละ ดังขึ้นมากกว่าเดิม เฮ้อ สุดท้าย ก็ แพ้ค่ะ ดิฉันย้ายที่นั่งดีกว่า มานั่งนึกที่หลังว่าแหมเราช่างไม่มีความอดทนต่อการเอาชนะอารมณ์ขุ่นมัวและไม่พอใจนั่นเลย นั่งไปพร้อมกับสลับการการเดินมาเรื่อย ช่วงพักเปลี่ยนอริยาบท เหลือบมองเพื่อนธรรมซะหน่อยไปไงบ้าง อืม ดู ตั้งอกตั้งใจดี ผิดกันตอนที่อยู่นอกวัดเสียจริงๆ
อากาศเริ่มเย็นลงตอน 4 ทุ่มกว่าๆ เริ่มหนาวสิคะ ยุงก็เริ่มมารบกวน หวี่ๆที่หูนี่แหละค่ะ กัดที่นึงนะ โอ้โห..สติกระเจิง ที่กำหนดอยู่น่ะหายหมดเลยยังกะเข็มเล่มที่คมที่สุดในโลกทิ่มลึกลงไป(ไม่เผลอตบหรอกค่ะแค่ปัดไม่ฆ่าสัตว์เป็นเวลานานมากแล้ว ตั้งแต่เริ่มเดินทางธรรม) เพื่อนธรรม เริ่มถามว่าสว่างเลยเหรอ ดูเหมือนหล่อนจะเริ่มท้อแล้วน่ะ เพราะมันเริ่มหนาวลมแรง และบอกว่าเหมือนจะไม่สบาย ดิฉันก็บอกให้ไปนอนก่อนก็ได้ ถ้าไม่ไหวจะตามไป เธอก็ไม่ไป เพราะเธอกลัวนอนในเต้นท์ แล้วอยู่หน้าวัดติดถนน ถ้าไม่ปิดประตูวัดล่ะ ใครเดินเข้ามาเราก็ไม่รู้ได้ เลยต้องพับโครงการสว่างคาตาไป กลับไปนอนเอาแรงวันรุ่งขึ้น เต้นท์แคบนิดเดียวค่ะ เหมาะจะนอนคนเดียว แต่ถ้าเรากางให้มันเตี้ยๆลงมาหน่อยก็จะได้พื้นที่กว้างขึ้นมาอีกนิด เอากระเป๋า วางกั้นไว้ กางเต้นท์เองนะคะ พอดีมีประสบการณ์ด้านนี้อยู่บ้างในฐานะที่เป็นคนชอบเที่ยวแบบสมบุกสมบัน แต่ขอบอกว่า กางเต้นท์แบบกลดมีเชือกแขวนน่ะยากมากค่ะกว่าจะกางร่มข้างในออกพร้อมๆกับดึงให้ตึง ตอนดึงต้องนับกัน 1 2 3 เลย ในขณะที่เต้นท์อื่นๆกางแบบเงียบๆ เพราะมีอาสาสมัครผู้ชายกางให้ แต่รอไม่ไหวหรอกค่ะผู้ชายมีน้อยมาก เทียบกับผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นผู้หญิงที่เกือบจะล้นวัด เลยต้องกางเองกางเป็นรูปร่างแล้วเราก็เย้กันใหญ่ (ดีนะที่ยังไม่เปลี่ยนชุดขาว)ป้าเต้นท์ข้างๆชมว่า เก่งจังเลยลูก แหมก็ยิ้มสิคะ แอบเหลือบมองเต้นท์ป้าน่ะกางเรียบร้อยแล้ว เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ไม่งั้นคงต้องแสดงน้ำใจแลกกับคำชม กางเต้นท์ให้ป้าอีกหลังแน่...รอดตัวไป

เดี๋ยวมาต่อวันหลังนะจ๊ะ.. วันนี้มีธุระจ๊า

22 ส.ค 51 เขียนต่อดีกว่า วันนี้ว่างค่ะ ตื่นตอนเช้ามืดก็ไปทำวัตรเช้าที่สวนธรรม ที่สวนธรรมแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่แสดงธรรมและกิจกรรมสำหรับพระภิกษุ แต่พิเศษกว่าที่อื่นหน่อยนึงตรงที่จำลองเป็นถ้ำ และมีพระประธานตั้งอยู่สวยงามมากค่ะ ข้างๆสวนธรรมก็จะเป็นบึงน้ำมีศาลายื่นออกไป ถ้านั่งสมาธิหันหน้าไปทางบึงตอนแสงแดดโดนเมฆบัง ช่วยได้มากค่ะ เงียบสงบดี.. ช่วงนี้จะมีพายุลมฝนทุกวันเลย วันแรกนอนเต้นท์ค่อนข้างร้อน พอคืนที่ 2 นี่ฝนตกน้ำสาดเต้นท์คนข้างๆเปียกหมดเลยตอนกลางคืนได้ยินเขาชลมุนย้ายเต้นท์นอนกันใหญ่เลยค่ะ แต่โชคดีที่เต้นท์เราเป็นน้อยโดนน้ำฝนสาดกระเป๋าเสื้อผ้านิดนึง แต่วันที่ 2 นี่แหละค่ะ ฝนตกกระหน่ำมาก หลังจากที่พักช่วงเช้าทานข้างกลางวัน พวกเราจะปูผ้าใบรองนั่งเพราะแต่ละคนจะมีเป็นของตัวเอง(มีขาย)เนื่องจากสวนธรรมเป็นลานดินทั้งหมด เวลาฝนตกจะชุ่มแฉะมาก และได้ใช้เวลารับประทานอาหารด้วย โรงทานที่นี่ไม่มีโต๊ะ เก้าอี้นะคะ อาจจะอยู่ในช่วงการหาปัจจัยเพื่อสร้างอยู่ก็เป็นได้ แต่พื้นจะปูเป็นอิฐสีแดงต่อกันเป็นบริเวณกว้าง เข้าแถวตักข้าวแล้วก็เดินหาที่นั่งเลยค่ะ กำลังนั่งกินข้าว ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่ตอนปฏิบัติธรรมแล้วค่ะ เราคิดว่าไม่ตกหรอก อย่างน้อยๆพวกเราก็รับประทานอาหารเสร็จก่อนแน่นอน(แอบนึกเข้าข้างตัวเอง)เพราะมันไม่สามารถจะนั่งตรงไหนได้แล้ว นอกจากถือไปเต้นท์ที่พักเลย นั่งอยู่ยั่งงั้นแหละค่ะฝนเริ่มลงเม็ดหน่อยๆ ใจนึก น่า เดี๋ยวก็หยุด กินต่อไปเรื่อย คนก็หาที่หลบฝนกันใหญ่ มีลุงข้างๆแกก็ไม่ยอมลุก คราวนี้ลงหนักกว่าเดิมชักจะอยู่ไม่ได้แล้วเปียกแน่นอน เลยต้องเก็บลุกมองหาที่พักพิง มองไปศาลาทีพักที่เป็นชานออกมาตามแนวอาคาร คนอยู่เต็มไปหมดเลย เราก็เดินไปกะจะมีสักที่ว่างๆให้เรา 2 คนบ้าง ไม่มีเลยค่ะ ...มาถึงขนาดนี้แล้วเอาไงเอากัน นั่งตรงม้านั่งยาวใต้ต้นไม้พอมีกิ่งคุ้มหัว ไม่สนใจแล้ว กินต่อแบบไม่สนใจฟ้าดินกันเลย เปียกเป็นเปียก สิน่า.. มองดูรอบๆข้าง ลุง ป้าบางคนแกไม่ลุกเลยนั่งตากฝนกินข้าวกันไป .. เลยได้ธรรมะมาข้อนึง สภาวะภายนอกจะเป็นเช่นไร เราไม่สามารถบังคับได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เราสามารถอยู่ในสภาวะแบบนั้นได้โดยจิตใจไม่ทุกข์ร้อน..อืมม์ คนภายนอกอาจจะมองดู ว่าน่าสงสารคนแก่นั่งกินข้าวตากฝนแต่ใครจะรู้ว่าท่านเหล่านั้นอาจจะมีความสุขใจก็เป็นได้=//www.bloggang.com/emo/emo22.gif>




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551
4 comments
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 12:53:43 น.
Counter : 755 Pageviews.

 

อ่านแล้วอยากไปบ้างเหมือนกัน แต่ในใจก็คิดว่าอยู่ที่ใหนถ้าเรากำหนดจิตได้ รู้สติ ทำที่ใหนก้น่าจะช่วยได้บ้างน่ะ ปลอบใจตัวเองที่ไม่ได้ไปปฎิบัติธรรมที่วัดจ๊า....
มีโอกาสเมื่อไรขอไปด้วยคนน่ะจ๊ะ

 

โดย: สาวใหญ่ IP: 203.147.21.142 9 สิงหาคม 2551 11:17:39 น.  

 

สาวใหญ่ใจเกินร้อย อยากไป

 

โดย: สาวใหญ่ IP: 124.120.138.100 11 สิงหาคม 2551 16:17:55 น.  

 

ถ้ามีโอกาสก็อยากจะร่วมบุญนี้สักครั้งหนึ่ง

 

โดย: สาวน้อย IP: 203.147.21.141 14 สิงหาคม 2551 12:52:24 น.  

 

Anumothanaa+++:)

 

โดย: \\mamiaw IP: 58.8.44.128 22 สิงหาคม 2551 21:48:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

Valentine's Month


 
กระจกบานใหญ่
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




hits
[Add กระจกบานใหญ่'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com