'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
~เทียบท้าปฐพี(1- 3)/ชิงหลิงเยวี่ย :เขียน/กระบี่หลงทิศ :แปล ~




เทียบท้าปฐพี(1- 3)
ผู้เขียน : ชิงหลิงเยวี่ย/ผู้แปล : กระบี่หลงทิศ
สนพ.แจ่มใส/พิมพ์

คำโปรย...

ท่ามกลางกลียุค บนยอดเขาชังหมังมีหมากกระดานจนกลหนึ่ง 
ที่รอผู้กล้าฟ้าใหม่ ผู้ใดชนะกลหมากนี้ได้ ผู้นั้นได้ครองปฐพี

เรื่องราวย่อๆ(ปกหลังเล่ม 1)

ท่ามกลางกลียุค
ข้างกระดานหมากที่เวิ้งว้างเพียงร้างรอ ณ ยอดเขาชังหมังมีอักษรสลักไว้
‘หมากจนบนชังหมัง เว้นอาสน์ร้างว่างรอรา 
ฟ้าใหม่เหล่าผู้กล้า เทียบฤทธาชิงปฐพี’
ยอดบุรุษมากมายวาดหวังจะกำปฐพีไว้ในมือ
ไม่ว่าจะเป็นเฮยเฟิงซีผู้มีท่วงทีสูงส่ง กิตติศัพท์ลือเลื่อง เล่ห์กลลึกล้ำ
หวงเฉาผู้อหังการ สูงศักดิ์และหยิ่งทระนง
เฟิงหลันซีผู้เก็บคมงำประกาย งามสง่าดุจกล้วยไม้ในหุบเขาลึก
กระทั่งจอมยุทธ์หญิงไป๋เฟิงซีที่ท่องเที่ยวยืนหยัดเพียงลำพังไปทั่วแดน
ท่าทีผ่อนคลายไม่แยแสยังถูกม้วนเข้าไปสู่วังวนของการแย่งชิง
ทว่ากระดานหมากบนยอดเขาต้องการเพียงสอง
ยอดคนผู้ครองโลกหล้าต้องการเพียงหนึ่ง
พวกเขาจะจบหมากกระดานสำคัญนี้อย่างไร
ใครจะเป็นผู้เทียบฤทธาท้าชิงปฐพี
และสุดท้ายใครจะเป็นผู้กุมผืนหล้าไว้ในฝ่ามือ!




(ปกหลังเล่ม 2)

เมื่อเภรีศึกดังกึกก้อง 
หวงเฉาผู้อหังการ มีปณิธานอย่างเอกอุก็กลายเป็นศัตรู 
เฟิงหลันซีผู้เก็บคมงำประกาย งามสง่าดุจดุจกล้วยไม้กลายเป็นพันธมิตรที่ต้องระแวงระวัง 
อวี้อู๋หยวนผู้สูงส่ง ไร้ธุลีแห่งโลกิยะกลายเป็นกุนซือให้ต่างแคว้น
แล้วไป๋เฟิงซีผู้ไร้ทุกข์โศกดั่งสายลม ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า
จะแสดงท่าทีนิ่งเฉยไม่แยแสเฉกในอดีตได้เช่นไร
เพราะจะอย่างไรนางก็คือซีอวิ๋นกงจู่แห่งแคว้นชิงโจว! 
คือเฟิ่งหวงที่จำต้องสยายปีกทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า 
เพื่อปกป้องแผ่นดินและประชาชนของตน! 



(ปกหลังเล่ม 3)

เหล่าผู้หาญกล้าย่างเท้าก้าวเข้าสู่สมรภูมิรบ 
วิญญาณวีรบุรุษทัพวายุเมฆานับไม่ถ้วนมีอันต้องตกล่วงไปบนเขาลั่วอิง
ทว่ากลับไร้เงาของทัพปีกกาฬและคนผู้นั้น...
หัวใจนางผู้เฉิดฉันจับตาราวกับเฟิ่งรวดร้าวแสนสาหัส
เพื่อให้ได้มาซึ่งสายน้ำขุนเขาหมื่นลี้ ทุกสิ่งย่อมสละได้จริงหรือ
เพื่อเทียบฤทธาชิงปฐพี ทุกสิ่งย่อมสละได้จริง ๆ ละหรือ

อันว่าหัวใจของบุรุษนั้นใหญ่ยิ่ง 
หวังจะเก็บใต้หล้า เก็บอำนาจ เก็บชื่อเสียง เก็บหญิงงาม...
บรรจุสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายนัก 
ทว่าหัวใจของสตรีมักจะเล็กแคบ เก็บบุรษไว้ได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น

นี่คือตำนานที่จะถูกเล่าขานไปตราบนานเท่านาน
ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร สุขสงบหรือโศกเศร้า 
นั่นก็คือสิ่งที่พวกเขาล้วนเลือกด้วยตัวเอง!






หลังอ่าน...
จุดที่ดึงดูดจุดแรกเลยคือสำนวนภาษาค่ะ
ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้เป็นแบบจีนโบราณที่โบราณจริงๆ
มีการใช้ภาษาสัญลักษณ์ มีบทกวี มีสำนวนโวหาร คารมคมคายเยอะแยะไปหมด
ในเล่มแรกนี้เป็นประหนึ่งการปูพื้น บอกเล่าถึงสภาพโดยทั่วไปของเรื่องราว
 พร้อมๆกับเป็นการเปิดตัว แนะนำตัวละครแต่ละตัว...(ซึ่งมีอยู่เยอะมากกกก...)

สืบเนื่องมาจากยุคสมัยนั้นฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดินต้าตงไร้ซึ่งคุณธรรม
 เกิดเป็นกลียุคปั่นป่วน ป้ายขั้วกาฬอันเป็นประหนึ่งป้ายอาญาสิทธิ์สูงสุดก็สูญหาย 
บรรดาเจ้าแคว้นต่างๆ แตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า
 ต่างตั้งตนเป็นใหญ่หมายแย่งชิงป้ายขั้วกาฬเพื่อครอบครองใต้หล้า

นางเอกไป๋เฟิงซีเป็นจอมยุทธหญิงที่มีชื่อเสียง
 มีอุปนิสัยรักอิสระชอบเที่ยวซุกซนไปทั่ว
 นางมักจะได้รับการกล่าวขานนามคู่กับเฮยเฟิงซี 
จอมยุทธผู้เก่งกาจอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวังวนแห่งการแย่งชิงใต้หล้าเช่นกัน

ว่าด้วยความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ในเล่มแรกนี้ 
ดูเหมือนจะเป็นสหายสนิทกันมากกว่าที่จะเป็นคู่รัก 
ในขณะที่ฝ่ายหญิงมักจะเรียกอีกฝ่ายอย่างกึ่งล้อเลียนกึ่งหยันว่าจิ้งจอกดำ 
ฝ่ายชายก็คอยเรียกฝ่ายหญิงว่า'สตรี' เพื่อเป็นการปรามไม่ให้นางทำตัวห้าวห่ามเกินหญิงนั่นเอง...

ในเล่มแรก บทที่ชอบที่สุดก็จะเป็นตอนที่มีเด็กน้อยหานผู่
มาคอยตามติดพี่สาว-ไป๋เฟิงซี 
มีมุมน่ารักๆให้อ่านแล้วอมยิ้มตาม

แต่ก็มีแอบรำคาญนางเอกนิดๆ นะ ตรงที่นางเที่ยวไปปิ๊งคนนั้นคนนี้ง่ายไปหน่อย
 ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วก็คงมีใจให้เฮยเฟิงซีมั่งแหละ
ถึงได้คอยไปพูดจากระทบกระเทียบตอนที่เขามีหญิงอื่นมาติดตาม

เล่มแรกนี้อ่านสบายๆค่ะ แม้จะเริ่มรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งสงคราม
ที่กำลังจะประทุขึ้นในท้ายๆ เล่ม



มาถึงเล่ม 2....

โผล่มาเล่มนี้ก็จัดหนักจัดเต็มค่ะ
เปิดฉากมาก็สู้รบกันโครมๆ แต่เรื่องราวความรักก็ดำเนินควบคู่กันไป
เป็นความรักที่แฝงไปด้วยสำนึกในภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
เป็นความรักที่อึมครึม ต่างฝ่ายต่างมีข้อกินแหนงแคลงใจในกันและกัน

ไป๋เฟิงซีต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องจากบิดาที่สิ้นชีวิต
ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองอย่างค่อนข้างจะสิ้นเชิง 
กลายเป็นท่านอ๋องหญิงแห่งชิงโจว-เฟิงซีอวิ๋น 
ที่นำทัพเข้าสู่สงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

นางยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเฟิงหลันซี...
(ซึ่งก็คือเฮยเฟิงซี เจ้าจิ้งจอกดำของนางนั่นเอง)
เพื่อความมั่นคงของแคว้น...
และเพื่อการรวมตัวกันของกองทัพที่เกรียงไกรยิ่งขึ้น

ทว่า...เมื่อถึงคราคับขันมันกลับมีม่านหมอกของความระแวงแคลงใจ 
ความไม่เข้าใจไม่มั่นใจมาบดบัง จนเกิดเป็นความสูญเสีย 
และกลายเป็นรอยแผลบาดลึกขึ้นในใจ

ฮือ...เล่มนี้จบเศร้าค่ะ หน่วงในอารมณ์แบบสุดๆ ไปเลย (มีแอบน้ำตาซึมอะ)
แถมเด็กน้อยผู่เอ๋อร์ที่เรารอคอยก็ไม่ได้โผล่มาแจมเลยแม้เงา


เล่ม 3...(เล่มจบ)

มาถึงเล่มนี้ก็ยังคงรบรายืดเยื้อติดพันสืบเนื่องมาจากเล่มสอง...

แต่เพียงไม่นานก็ถึงจุดพีค... 
เมื่อชิงอ๋องเฟิงซีอวิ๋นเกิดต้องศรพิษของหวงเฉาเข้าอย่างจัง
 ว่ากันว่าผู้ใดต้องศรนี้ไม่มีทางรอดชีวิต สร้างความตระหนกตกตื่นให้แก่เหล่าทหารแม่ทัพนายกองน้อยใหญ่....
รวมทั้งยงอ๋อง-เฟิงหลันซีผู้เป็นสามีที่...
ณ ตอนนั้นเอง เพิ่งจะตระหนักชัดในใจว่านางมีค่าต่อเขามากเพียงใด
อาจจะมากเสียยิ่งกว่าบัลลังก์ใต้หล้าที่ใครๆ ต่างหมายปองเสียอีก
เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตนางไว้...แม้จะต้องแลกด้วยวิญญาณของเขาเอง

เล่มนี้...อาจจะดูเหมือนรวบรัดตัดจบง่ายไปนิดหนึ่ง
 เพราะเรื่องราวจบลงเพียงครึ่งเล่มนี้นี่เอง

แต่ปมต่างๆ ก็คลี่คลายได้ครบถ้วนกระบวนความอยู่นะ 
โดยเฉพาะความเป็นไปเป็นมาของอวี้อู๋หย่วน ที่ตอบคำถามตงิดๆ ในใจ
ตั้งแต่ในเล่มแรกว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายตัวร้าย 
การที่เขาเหมือนจะปฏิเสธไมตรีจากไป๋เฟิงซีแล้วเข้าเป็นพันธมิตรกับหวงเฉา
มันต้องมีเหตุผลมากกว่าความเป็นเพื่อนกันมานาน...
ซึ่งในเล่มนี้ถึงบทเฉลยละ
จบดีค่ะ มีสุขมีซึ้ง มีเศร้าคละเคล้ากันไป

แต่ที่พีคในพีคอยู่ในบทพิเศษค่ะ...
มีอะไรๆหลายอย่างที่คลี่คลายอยู่ในบทพิเศษ
 โดยเฉพาะหนุ่มน้อยหานผู่ที่เรารอคอย โผล่มาได้เสียทีในตอนท้าย
 แล้วก็ได้พบกับพี่สาวแล้วสมใจ(คนอ่าน)

สรุปว่าอ่านจบทั้งสามเล่ม ขอคารวะผู้แปลเลยค่ะ
 ภาษางดงามอลังการมาก ทั้งสำนวนโวหารบรรยาย 
ทั้งบทกวีประกอบเรื่อง มันเหมาะเจาะลงตัวที่สุด
 ไม่ถึงกับต้องปีนกะไดอ่าน แต่ก็ไม่อาจข้ามผ่านได้เลยสักตอน 
หาไม่จะอ่านไม่รู้เรื่อง 
เพราะเรื่องราวดำเนินต่อเนื่อง มีการเคลื่อนไหวพลิกผันอยู่เรื่อยๆ
ชอบมากกกกก...Smiley





Create Date : 13 สิงหาคม 2561
Last Update : 13 สิงหาคม 2561 13:30:10 น. 0 comments
Counter : 222 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.