Group Blog
 
All blogs
 

D-I-Y การ์ดงานแต่งสีเหลืองอ๋อย 555

การ์ดงานแต่งสีเหลืองอ๋อย อันนี้ เกิดจากอารมณ์ว่า ก็อยากทำการ์ดสีแจ่มๆ มั่งอ่ะ  ส่วนใหญ่การ์ดงานแต่งมันจะออกแนวหวานๆ หรือไม่ก็หรูๆ

ออกเป็นแนวนี้สดใสซะ



วัสดุที่ใช้
1. กระดาษลูกฟูกสีเหลืองทอง ตัดขนาด 5x5 นิ้ว 1 ชิ้น
2. กระดาษ A4 1 แผ่น
3. กระดาษสีเหลืองทอง 1 แผ่น สำหรับทำซอง
4. ริบบิ้นสีแดงเส้นเล็ก
5. กาว กรรไกร คัตเตอร์
6. inkjet printer

ขั้นตอนแรก เริ่มจากการออกแบบเนื้อหาในการ์ด

ออกแบบง่ายที่สุด มีแค่ตัวหนังสือ ไม่มีลวดลาย แค่เลือกฟอนต์ กับสีให้เด่นๆ
เนื้อในตรงนี้ออกแบบให้มีขนาดเล็กกว่ากระดาษลูกฟูกสีเหลืองนิดหน่อย เป็นขนาด 4.5x4.5 นิ้วค่ะ



เสร็จแล้วก็ปรินท์ออกมาตัด



เสร็จแล้วก็ทากาวติดซะ กะให้อยู่กลางๆ หน่อย ปิดขอบด้วยริบบิ้นสีแดง เพิ่มความน่ารักก็ผูกโบว์แปะลงไปด้วยซักอันนึง



เสร็จแล้ว แต่มันรู้สึกธรรมดามากไป  มาทำซองเพิ่มความเก๋ไก๋ดีกว่า




ตัดกระดาษสีเหลืองตามไซส์นี้จ้า


เสร็จแล้วก็เอาการ์ดวางลงไปตรงกลาง 
โอเช  ดูเก๋ไก๋ขึ้น



เวลาปิดซองก็พับหัวท้ายมาสอดกัน ทั้งสองฝั่ง



เพื่อความแน่นหนาในการปิดซองติดสติ๊กเกอร์ยึดไว้ซักหน่อย (เผื่อแขกใส่ซองมา ตังค์จะได้ไม่ร่วง Smiley)

ส่วนด้านหน้าซอง แทนการเขียนชื่อแขกที่จะเชิญ ก็ปรินท์ใส่สติ๊กเกอร์ แล้วมาตัดแปะบนหน้าซองแทน  ดังนี้



เสร็จแล้วจ้า Smiley Smiley




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2555    
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 14:12:36 น.
Counter : 5254 Pageviews.  

D-I-Y มาทำป้ายตั้งโต๊ะงานแต่งเก๋ๆ กันดีกว่า

คราวนี้มาทำป้ายตั้งโต๊ะงานแต่งกันดีกว่า  แขกจะได้รู้ว่า โต๊ะไหนสำหรับแขกกลุ่มไหน

แต่จะทำแบบเรียบๆ ก็ใช่ที่  ตกแต่งซะหน่อย เก๋ไก๋ชไลเดอร์   Smiley

เริ่มต้นด้วยการพับหัวใจมีปีกจ๊ะ  จริงๆ เซิร์จใน google มี pattern สอนวิธีพับหลายอย่างมาก แต่เค้าดูแล้วไม่เข้าใจง่ะ  ไปเจอเทปรายการ vip ตอนเซียนโอริกามิ ช่วงกลางๆ เค้าสอน กรอดูซักสามรอบ ก็พับได้ดังนี้แล 

ใช้กระดาษโอริกามิที่ซื้อมาจากร้านไดโซ 60 บาทเมื่อนานมาแล้ว อันนี้ขนาด 6x6 นิ้ว พับแล้วมันใหญ่ไป เลยแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ตัดเป็นแผ่นละ 3x3 นิ้ว  พับเสร็จจะได้หัวใจดวงน้อยน่ารักแบบนี้ 

เสร็จแล้วก็มาทำตัวการ์ดที่เป็นข้อความกัน  print ข้อความที่ต้องการลง A4 แบ่งเป็น 6 ส่วน

เอามาพับแบ่งครึ่งให้เท่าๆ กัน

แล้วก็ตัด

เสร็จแล้วในแต่ละแผ่นก็เอามาพับครึ่งอีกที เสร็จแล้วก็เสียบเข้าไปตรงซอกปีกหัวใจให้แน่นๆ จ้า เสร็จแว้ว 

 

 




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2555    
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 21:31:29 น.
Counter : 19555 Pageviews.  

MY Made Wedding Souvenior

ตั้งใจจะลงบทความนี้ไว้นานมาก  จนกระทั่งรูปที่ถ่ายขั้นตอนการทำไว้หายไปไหนไม่รู้  หาไม่เจอ Y_Y  รื้อได้รูปมาแบบผสมๆ กันดังนี้ค่ะ

เริ่มจากว่าไปเซิร์จเจอรูปนี้เข้า เห็นว่ากล่องแบบนี้น่ารักจัง  ทำเป็นของชำร่วยดีกว่า  คุณแฟนก็เลยบอกว่า กล่องเฉยๆ มันไม่เกิดประโยชน์  ทำเป็นออมสินดีกว่า



ก็เลยเอาแบบไปให้น้องที่ออฟฟิศวาด แล้วก็ใช้เครื่องตัดกล่อง ตัดออกมา  (แอบมีตัวช่วยพิเศษ  555)



มีเพิ่มเติมด้วยว่าจะเจาะช่องเอาไว้สำหรับใส่รูปบ่าวสาวในของชำร่วยด้วย

พอตัดเสร็จก็เอามาพับขึ้นรูป 


ทีแรกว่าอยากได้ตามแบบที่หามา คือเป็นกล่องกระดาษคราฟท์ แล้วผูกริบบิ้นน่ารักๆ  แต่ทีนี้หากระดาษไม่ได้  ได้เป็นกระดาษสีขาว  นั่งกุมขมับอยู่ตั้งนานว่าจะตกแต่งกล่องยังไงดีให้สวย จะพิมพ์ก็พิมพ์ไม่ได้ เพราะเป็นกระดาษลูกฟูก แถมยังตัดมาเป็นทรงกล่องแล้วด้วย  ก็มาได้ตัวช่วยเป็นผง embossing ค่ะ

แต่ในการนี้จะใช้อุปกรณ์อย่างคือ  1.  Heat Gun อันซ้ายมือ
2.  กาวสำหรับผง emboss ค่ะ ตลับสีขาวด้านบน
3.  ผง Embossing powder สีทอง (จริงๆ มีหลายสี หลายแบบนะคะ)
4.  ตราแสตมป์รูปโลโก้บ่าวสาวค่ะ (อันนี้ที่ ออฟฟิศรับผลิตสำหรับงานอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์  เราก็แอบขอแจมนิดนึง)

DIY emboss wedding logo

เริ่มที่ กดแผ่นกาวลงบนตรายางของเรา ไม่ต้องกดหนักมากนะคะ  กาวเยิ้มติดด้านข้าง เวลาปั๊มแล้วจะเลอะ

DIY emboss wedding logo

ปั๊มลงบนวัสดุที่เราต้องการค่ะ  กดเบาๆ  ให้ทั่วๆ แผ่นนะคะ ระวังอย่าให้ขยับด้วย ไม่งั้นภาพจะซ้อนกันค่ะ เหมือนเดิมค่ะ  ไม่ต้องกดหนักมาก  ตัวหนังสือจะเยิ้มไม่สวย

DIY emboss wedding logo

โรยผง Emboss ลงไปให้ทั่วรอยที่เป็นลาย logo ที่เราปั๊มไว้ 

DIY emboss wedding logo

เสร็จแล้วก็เคาะผงส่วนที่เกินออก  เทเก็บกลับกระปุกเหมือนเดิมค่ะ เพราะแพง

บนชิ้นงานของเราก็จะเห็นเป็นลายแล้ว  ในขั้นตอนนี้  ถ้าพลาดหรือไม่สวย เอากระดาษทิชชู่เช็ดออกได้นะคะ  รอให้กระดาษแห้งซักพักนึง แล้วปั๊มใหม่ได้

DIY emboss wedding logo

เสร็จแล้วก็เป่าด้วย Heat Gun (ใช้ไดร์เป่าเผาไม่ได้นะคะ  ความร้อนไม่มากพอที่จะทำให้ผง Emboss ละลาย)  พอตัวผงโดนความร้อนก็จะค่อยๆ ละลายแล้วก็นูนขึ้นมาเกาะบนผิวกระดาษค่ะ

DIY emboss wedding logo

เสร็จแล้ว ได้ตัวนูน


DIY emboss wedding logo

ผง Emboss จะมีหลายแบบ ให้ texture ที่แตกต่างกัน ความนูนต่างกันค่ะ

DIY emboss wedding logo

ของเจินแสตมป์ 2 จุด เป็นรูปโลโก้ และ หัวใจค่ะ  ผลงาน Handmade 
แขกที่มางานก็เสี่ยงดวงกันนิดหน่อย  ใครจะได้ชิ้นเนี๊ยบ ใครจะได้ชิ้นที่เราทำพลาด 555

DIY emboss wedding logo





 

Create Date : 09 เมษายน 2555    
Last Update : 9 เมษายน 2555 21:33:55 น.
Counter : 3425 Pageviews.  

Wedding Pop up card

แถมให้อีกแบบนึง   pop up การ์ด เป็นรูปบ่าวสาว

แพทเทิร์นตามนี้ค่ะ  เส้นทึบคือเส้นที่ตัด    เส้นประคือเส้นพับ

ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่ค่ะ





แบบนี้  ถ้าเลือกกระดาษสวยๆ  ก็เท่ห์ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว  อ้อ  แต่แบบนี้ ต้องเลือกกระดาษแข็งหน่อยนะคะ  น่าจะเกิน 160 แกรมขึ้นไปน่าจะดี ไม่งั้นเวลาพับตั้งแล้วจะตั้งไม่อยู่  Smiley




 

Create Date : 01 เมษายน 2555    
Last Update : 4 เมษายน 2555 21:16:40 น.
Counter : 2346 Pageviews.  

HOW TO -- My Wedding Card

เนื่องจากมีคนถามถึงหลายคนถึงวิธีทำการ์ดงานแต่งเจิน

ขออธิบายวิธีไว้ตรงนี้นะคะ

เจินจะทำการ์ดเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบพับ สามส่วนครึ่ง

ภาพร่างคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ เส้นที่เป็นเส้นประคือเส้นที่จะพับ แบ่งสามส่วนเท่าๆ กัน  แล้วส่วนแรก ก็แบ่งครึ่งอีกที

wedding card pattern

จริงๆ  แล้วเจินต้องการทำการ์ดออกมาให้ได้ไซส์ 5x5 นิ้ว
เพราะฉะนั้นการ์ดจะต้องใช้กระดาษยาว  15x5 นิ้ว ต่อการ์ด 1 ใบ ซึ่งไซส์มันยาวกว่า A4   (A4 ขนาดประมาณ 8x11 นิ้ว)  จริงๆ แล้วสามารถสั่งให้ร้านกระดาษตัดตามไซส์ที่เราต้องการได้  แต่เค้าหวังดีเห็นว่าจะเอาไปปรินท์เองเลยตัดเป็น A4 มาให้ เลยต้องหดไซส์การ์ดลง A4 พอพับออกมาแล้วเลยกลายเป็นการ์ดใบจิ๋ว ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว เอง 

ส่วนเรื่องกระดาษ  เจินสั่งจากโรงงานกระดาษที่รู้จักกันค่ะ  แต่กระดาษแบบนี้ที่ร้าน 555 เค้าก็มีขาย เป็นกระดาษสีน้ำตาลทองกับสีเงิน (เลือกแกรมหนาประมาณ 100 - 125 พอนะคะ เดี๋ยวปรินท์เตอร์จะไม่ยอมดูดกระดาษ) 

จากเนื้อกระดาษที่เลือกเป็นแบบเมทัลลิกแวววาว  ทำให้มีปัญหาว่า ถ้าปรินท์ด้วย inkjet  หมึกมันจะจางมากและด้วยความแวววาวของกระดาษทำให้อ่านไม่ออกเลย  ก็เลยต้องเปลี่ยนมาพิมพ์ด้วย laser แทน  ซึ่งเครื่อง laser ที่มีก็มีแต่แบบขาวดำ  ก็เลยต้องดีไซน์ให้เป็นการ์ดสีดำสีเดียว



ซึ่งมีหลายคนถามว่างานแต่งพิมพ์สีดำจะดีเหรอ  เลยต้องจัดอาร์ตให้ดูเป็นกันเอง ไม่จริงๆ  หลวมๆ เข้าไว้ เสร็จแล้วก็ปรินท์  A4 1 แผ่น  ทำการ์ดได้ 2 ใบ







ส่วนที่ยากอีกส่วนในการทำการ์ดนี้คือ เวลาปรินท์ค่ะ  เพราะว่าต้องปรินท์หน้า-หลัง  ให้ข้อความออกมาพอดีกัน  อันนี้ลองปรินท์ลงกระดาษธรรมดาก่อน  แล้วมาลองพับดูว่าตำแหน่งพอดีกันหรือยัง ซึ่งพอหลังจากปรับแล้ว ระยะของทั้งสามส่วนอาจจะไม่เท่ากันก็ได้

หลังจากนั้นก็ปรินท์ออกมาทั้งหมด มาพับตามตำแหน่งที่แอบใส่จุดไว้ในงานตอนที่พิมพ์  แล้วก็เจาะขาตัว W ตามเส้นสีแดง (เส้นประคือเส้นที่เราจะพับแบ่งการ์ด  ต้องเจาะขาให้เสร็จก่อนค่อยพับนะคะ  ไม่งั้นขาตัว W จะหักเป็นรอยไม่สวย)





เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ Smiley

ถ้าใครอยากได้ไฟล์เอาไว้ดัดแปลงแก้ไข  ดาวน์โหลดได้ที่นี่นะคะ (อันนี้เป็นไฟล์ที่ปรินท์ออกมาได้ขนาด 3x3 นิ้วนะคะ  ต้องเอาไปขยายก่อน  เป็น PDF ไฟล์  เปิดไฟล์ด้วย illustrator ได้ค่ะ )

//www.4shared.com/office/tqfRVHpi/card_F.html
//www.4shared.com/office/DHTHKlDL/card_B.html


การ์ดงานแต่งที่ทำเองอันนี้ไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรเยอะ  แค่หากระดาษสวยๆ ที่ร้าน 555  ปรินท์เตอร์ที่เรามีอยู่  คัตเตอร์ แล้วก็แรงงานที่ทำด้วยใจรักเท่านั้นเอง  อิอิSmiley


ปล.  มาม๊าบอกไว้ตอนก่อนแต่งว่า  ผู้หญิงที่ได้แต่งงาน เป็นผู้หญิงที่โชคดี เพราะเดี๋ยวนี้ก็อยู่กินกันก่อนแต่งจนไม่ต้องแต่งแล้วก็ได้ (การจัดงานแต่งมันเปลืองตังค์หนิ)  ที่แต่งถือว่าผู้ชายเค้ารักและให้เกียรติผู้หญิงคนนี้มากๆ  และเจินก็ว่า ผู้หญิงที่โชคดียิ่งกว่า คือการที่เจ้าบ่าวเค้ายินดีมาช่วยเราทำในสิ่งที่เราอยากทำ  จริงๆ การเตรียมงานแต่งก็ยุ่งอยู่แล้ว  อย่าทะเลาะกันเพราะการเตรียมงานกันนะจ๊ะ  Smiley





 

Create Date : 01 เมษายน 2555    
Last Update : 4 เมษายน 2555 20:57:53 น.
Counter : 3452 Pageviews.  

1  2  

lowbattgirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add lowbattgirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.