Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก : บทนำ











เจี้ยนหยวน ศกปีที่ 1 ในรัชกาลจักรพรรดิฮั่นอู่


     ท่ามกลางรัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมร่างหนึ่งเงยหน้าโชกเลือดขึ้นจากพงหญ้าสูงท่วมศีรษะ สีหน้าบ่งบอกความรวดร้าวทรมานที่เกิดจากแผลขนาดใหญ่

     เจ็บปวดเหมือนจะตายเสียให้ได้...

เพียงปลายนิ้วสั่นระริกแตะสัมผัสใบหน้าเหวอะหวะหยดน้ำตาก็พลันไหลรินดวงตาพร่าเลือนไปด้วยเลือดจากศีรษะไหลรวมกับน้ำตาราวกับเป็นเนื้อเดียวนางมิอาจตายในตอนนี้ แม้สวรรค์ไม่ปราณี

แต่นางจำต้องอยู่...

ร่างอวบอัดในชุดแพรไหมสีกุหลาบเอนกายนอนแผ่ยาวลมหายใจผ่อนหนักเบาตามจังหวะการเต้นของหัวใจ แพขนตาชุ่มไปด้วยน้ำตา นางตั้งสติได้เพียงครู่ก็เห็นภาพเบื้องหน้าปรากฏแก่สายตา

เขาหินสูงดำทะมึนล้อมรอบในเพลานี้มีเพียงจันทร์เต็มดวงส่องแสงสีนวลโดดเด่นมองเห็นท่ามกลางความมืดรอบกายเท่านั้น

เพียงแค่คิดน้ำตาก็ไหลรินเหตุใดสวรรค์จึงไร้เมตตาต่อนางถึงเพียงนี้ ความเจ็บร้าวทั่วสรรพางค์กายที่ได้รับทำให้นางชังนักกับการมีชีวิตอยู่

นางทำสิ่งใดผิดจึงถูกลงโทษโดยไร้ซึ่งความปราณีหรือเพียงเพราะรักคนที่มิอาจหักใจไม่ให้รัก...

เจ็บกายหรือจะเท่าเจ็บใจ เพราะมิได้รู้กลจึงเพลี่ยงพล้ำถูกทำปางตายแต่นางมิอาจตายตราบที่ยังมีอีกชีวิตอยู่ในท้อง

“ยังอยู่ดีใช่หรือไม่... ลูกแม่...หากเจ้ายังอยู่ทำให้แม่รู้แม่จะไม่มีวันยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา...”

นางเปรยเสียงแผ่วโหยหวังเพียงลูกน้อยในครรภ์จะได้ยินฝ่ามือสั่นระริกไร้แรงลูบแผ่วเบาบริเวณส่วนนูนกลางลำตัว รับรู้ได้ถึงชีวิตเล็ก ๆที่เคลื่อนไหวภายในร่างกายด้วยเลือดเนื้อของนางกำลังตอบรับสัมผัสที่มอบให้

“หากยังมีบุญเหลืออยู่บ้าง ขอให้เจ้าเกิดมาอย่างปลอดภัยด้วยเถอะเจ็บเพียงใดแม่ก็จะยอมถึงต้องตายแม่ก็จะทนเพื่อเจ้า”

นางคร่ำครวญเพียงครู่จึงรวบรวมแรงกายลุกนั่งพลันดวงหน้าเปื้อนเลือดกลับเหยเกปวดร้าว ก้มมองสภาพตัวเองเห็นกระโปรงสีสดเต็มไปด้วยโคลนดินผสมของเหลวจากในกายไหลหลั่งราวทำนบแตกก็ถึงกับกรีดร้องโหยหวน

“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย! ผู้ใดอยู่แถวนี้บ้างช่วยข้าด้วย

เสียงร้องของนางก้องป่าแต่กลับไร้เสียงตอบรับโดยสิ้นเชิงมีเพียงเแมลงกลางคืนเท่านั้นที่แข่งกันส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ นางร้องเรียกจนอ่อนใจแต่หามีผู้ใดล่วงรู้ เพียงแค่คิดว่าอาจตายในดงป่าก็ไร้ซึ่งพลังใจหยัดยืน

แต่ไม่นานร่างอวบอัดเปื้อนเลือดก็กระเถิบถอยหลบซุกร่างซ่อนหลังขอนไม้ใหญ่ทั้งที่เจ็บเจียนตายแต่นางต้องกลั้นน้ำเสียงไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกมาเมื่อเสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาและหยุดลงไม่ไกล

ร่างที่เห็นเพียงเงาตะคุ่มกระโดดลงจากหลังม้าด้วยความว่องไวก้าวเท้าสวบสาบแหวกพงหญ้าเข้ามานางลอบมองผ่านความมืดพลันต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อร่างนั้นเดินตรงมาและหยุดยืนตรงหน้า

“ออกมาเถิด”

เสียงเรียกเบาหวิวไร้อารมณ์ทำให้นางลังเลแทบลืมหายใจอาการปวดท้องรุนแรงจนต้องล้วงม้วนผ้าในสาบเสื้อออกมากัดไม่ให้เสียงเล็ดลอด แต่บุรุษผู้นั้นกลับไม่ยอมไปไหนและทรุดลงนั่งชันเข่าอีกฝั่งหนึ่งของขอนไม้

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น”

ร่างอวบอัดโชกเลือดค่อย ๆ คายม้วนผ้าเผยอริมฝีปากสั่นระริกพยายามเปล่งเสียงแต่เหมือนต้องรวบรวมแรงมหาศาลค่อยๆ ขยับออกจากมุมมืดเอ่ยเสียงสั่นหวาดกลัว

“ผู้ใดส่งเจ้ามา”

“ผู้ใดไม่สำคัญ หากไร้เรี่ยวแรงข้าจะดึงเจ้าออกมา”ร่างตะคุ่มกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะดึงนางออกจากมุมมืดแต่อีกฝ่ายสะบัดมือหนี

“ขะ... ข้า... ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าไปเถิด”

นางก้มศีรษะโขกพื้นดินก่อนจะเงยหน้าช้อนตามองภาพที่เห็นปรากฏร่างบุรุษนิรนามเป็นภาพซ้อนจนต้องขยี้ตาแต่อีกฝ่ายดึงมือนางออก

“เจ้ามองไม่เห็นข้าหรือ”

“ดวงตาข้าพร่าเลือนหนักแล้ว” นางเอ่ยเสียงเครืออีกครั้งก่อนน้ำตาจะไหลริน“เหตุใดท่านจึงมาพบข้ากลางหุบเหวเช่นนี้ได้”

อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ล้วงหยิบขวดยาเล็ก ๆ ขึ้นมานางเงยหน้าขึ้นมองเห็นแสงเรืองรองของตราสัญลักษณ์สีทองก็พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้

“ดื่มเสียแล้วเจ้าจะไม่เจ็บปวดอีกตลอดชีวิต”

“มะ! ไม่!...ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ”

“ข้าปล่อยเจ้าไปก็เป็นข้าที่ต้องรับอาญาแทน”

“ชะ... ช่วยข้า

ร่างตะคุ่มไม่ฟังคำร้องขอรุดลงคุกเข่าเปิดจุกขวดออกมืออีกข้างบีบสองแก้มนางจนริมฝีปากเผยออ้า กลิ่นภายในขวดฉุนจัดจนนางต้องเมินหน้าหนีเมื่ออีกฝ่ายพยายามกรอกสิ่งที่อยู่ในขวดใส่ปาก

“หากเจ้าไม่ยินยอมข้าคงต้องบังคับซึ่งข้ามิได้ต้องการให้เป็นเช่นนั้นเลย”

“ถ้าเช่นนั้นก็ช่วยข้า... ”

“นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้”

นางรับฟังสีหน้าเจ็บช้ำแต่ใจหรือจะเท่ากายเมื่อความเจ็บปวดปะทุขึ้นถึงขีดสุดร่างนางเริ่มสั่นไหวควบคุมอาการไว้ไม่ได้

“อะ... โอย ช่วยด้วย! ช่วยลูกข้าด้วย! ข้าจะคลอดแล้ว”

“คลอด! คลอดหรือ! นี่เจ้า

นางพยักหน้าพลันรวบรวมแรงปัดขวดยากระเด็นก่อนล้มตัวลงนอนบิดตัวไปมามือประคองท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด บุรุษนิรนามถึงกับตะลึงเมื่อเห็นลักษณะนูนป่องที่ท้องนางชัดเจน

“ไม่ไหวแล้ว!... ช่วยข้าอย่าให้ลูกข้าตาย เขาต้องรอด ต้องรอด

“เกือบไปแล้ว... ข้าเกือบไปแล้ว” เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้ง ดวงตากร้าวเมื่อครู่ฉายแววลังเลฉับพลันลุกพรวดพราดเอ่ยเสียงเจ็บปวด “ถึงข้าจะมิใช่หมอที่ดีนักแต่มิอาจทำให้หนึ่งชีวิตไม่หายใจได้ ข้าจะช่วยเจ้า”

มือหยาบกร้านโยนจุกขวดทิ้งแล้วล้วงในสาบเสื้อหยิบบางสิ่งออกมาแล้วบีบปากนางอีกครั้งแต่ก่อนจะหยอดสิ่งนั้นลงไปกลับยั้งไว้เมื่อริมฝีปากสั่นระริกของนางยังคงเอ่ยเสียงสั่น

“ข้าไม่กิน! ได้โปรดช่วยลูกข้าให้เกิดมาด้วยเถิด”นางวิงวอนน้ำตาไหลพราก “ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ได้โปรดช่วยด้วย

“เช่นนั้นก็กลืนยานี่มันจะบรรเทาความเจ็บปวดของเจ้า”

ร่างเล็กผอมเกร็งรุดนั่งเคียงข้างช้อนตัวนางขึ้นนั่งพิงเข่าแล้วหยอดสิ่งนั้นลงไป นางหมดแรงขัดขืนจึงกลืนลงคอครู่ใหญ่สีหน้าเหยเกเจ็บปวดค่อยสงบลง อีกฝ่ายจึงก้มลงแนบหูฟังกับท้องนูน

“ใกล้แล้ว ๆ ”

น้ำเสียงยินดีแต่สีหน้าเครียดลงหลายส่วนเหงื่อเม็ดโตผุดเต็มหน้าจนต้องปาดทิ้ง ฝ่ามือกร้านขยับนวดผ่อนคลายรอบบริเวณท้องนูนของนาง

“ทำใจดี ๆ หายใจเข้าลึก ๆ เแล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกจากนั้นออกแรงเบ่งเต็มที่ข้าจะดึงลูกเจ้าออกมา”

“ข้าทำมิได้

“ต้องทำ! มิเช่นนั้นลูกเจ้าอาจไม่รอด”

นางชะงักได้คิดครู่หนึ่งจึงกลั้นใจทำตาม นาทีนั้นความอายไร้ค่าเมื่ออีกฝ่ายจับขานางสองข้างชันเข่าเปิดกระโปรงเปื้อนเลือดแล้วก้มมอง

     “ออกแรงเบ่ง

     นางหลับตากลั้นใจเบ่งสุดชีวิตเจ็บปวดเกินจะอับอาย นางต้องอดทนตราบเท่าที่ต้องรักษาอีกหนึ่งชีวิตที่แม้นมีวาสนาคงได้ลืมตาในชาตินี้เขาต้องลืมตาอีกนิดเดียว...

     แรงเฮือกสุดท้ายถูกขับออกมาด้วยกำลังทั้งหมดที่มีในที่สุดเสียงแหลมเล็กก็แผดก้องก็ดังลั่นป่า เหล่าสกุณาล้วนโบยบินทั่วนภาจันทร์เต็มดวงเปล่งรัศมีเรืองรองออกจากแนวเมฆปกคลุมสว่างกว่าคราใด

บุรุษนิรนามอุ้มร่างเล็กแดง ๆ เต็มไปด้วยเลือดและน้ำคร่ำจากครรภ์มารดาออกมาใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้วห่อด้วยผ้าผืนเดิมที่นางกัดแต่บัดนี้คลี่ออกมาคลุมร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดสีหน้าแช่มชื่นมองทารกน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงยินดี

“เจ้าให้กำเนิดบุตรชาย...”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไม่ได้อัปบล็อกสามเดือนแล้ว

ตะพาบก็ไม่ได้เขียน ปีนี้คงต้องเว้นก่อนแล้วค่ะ

คนพันธุ์บีก็เขียนได้บล็อกเดียวเอง T T

ไปทำภารกิจหลายอย่างค่ะ 

เขียนนิยายจีนจบไป 1 เรื่อง ลงขายอีบุ๊กในเม็บ

รีไรต์นิยายไทยส่งต้นฉบับสำนักพิมพ์เรียบร้อยกลางปีหน้าคงได้เห็นรูปเล่ม

ช่วงนี้เลยห่างหายค่ะ

แต่คงจะมาอัปนิยายเรื่องนี้ไปก่อน 

บล็อกจะได้ไม่ร้าง


ขอฝากอีบุ๊กนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ

2 เล่มจบ (36 ตอน+ตอนพิเศษค่ะ)

ขอบคุณมากค่า ^__^




ช่วงนี้อาจจะลงนิยายถี่หน่อย

เกรงใจพี่ๆ ไม่อ่านนิยาย

ขออนุญาตปิดคอมเมนต์ก่อนค่า

ขอบคุณมากๆ ค่ะ 

^____^






Create Date : 08 ตุลาคม 2561
Last Update : 8 ตุลาคม 2561 19:19:59 น. 0 comments
Counter : 256 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณอุ้มสี, คุณALDI


lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.