Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
2 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก บทที่ 3 / 1







      นี่มันแปลกเกินไปแล้วเขาต้องแพ้ทางสกุณางามนางนี้เป็นแน่...

      เพียงแค่โดนร่างอรชรในคราบชายลากออกมาจากกระท่อมยายเฒ่าวิปลาสนั่นเขากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงขัดขืน หากเป็นคนอื่นเพียงแค่แตะมือรับรองว่ากระบี่มีออกจากฝักและเขาไม่มีวันยอมถูกลากจูงราวกับไร้สามารถเช่นนี้เสียชื่ออดีตขุนนางจากหมู่บ้านปลายน้ำแห่งฉางอันจริงๆ

หยางซุนหยางครุ่นคิดหลังยกมือขึ้นปาดคราบเลือดเกรอะกรังที่จมูกด้วยความหวั่นวิตกสองครั้งแล้วที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และเกิดกับคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือคนเดิม

หากมิเรียกบังเอิญคงไม่ได้ หรืออันที่จริงแล้วฟ้าจงใจส่งนางมาให้เขาค้นพบ...

“นี่เจ้า” หลิวเสียะกวักมือเรียก

     “เรียกข้ารึ”

“อยู่กับเจ้าสองคนก็ต้องเป็นเจ้านั่นเล่า มาดูนี่เร็ว ๆ”

ร่างบึกบึนในชุดสตรีขะมุกขะมอมมองตามเสียงเรียกแล้วถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะก้าวยาวๆ มาหยุดยืนเคียงข้างร่างอรชรในคราบชาย นางสูงน้อยกว่าเขาเกือบศอกแต่กลับดูแข็งแรงกว่าสตรีทั่วไปและที่สำคัญสามารถลากจูงเขาให้ตามมาถึงบนเขานี่ได้ย่อมไม่ธรรมดา หากเป็นสตรีอื่นมีหวังเป็นลมตั้งแต่แรกทีเดียว

     “เจ้าดูนั่น”

     “อะไร” อดีตขุนนางหนุ่มถามกลับพลันเหลียวมองรอบ ๆ จึงพบว่าพวกเขาล่วงเลยขึ้นเขามาไกลจนถึงป่าสนอมตะสุดปลายแผนที่ที่เขาและนางมีแล้ว

     เพียงหันกลับไปมองก็ต้องแปลกใจด้วยไม่ทันสังเกตว่าป่าสนชื้นแห่งนี้อุดมด้วยสนยืนต้นสูงลิบลำต้นเก่าแก่ของมันปกคลุมด้วยมอส ยิว บนเนินดินที่นางชี้ให้ดูมีร่องรอยคล้ายถูกถางเป็นทางเดินเล็กทั้งแคบสูงชันและอุดมไปด้วยป่าไผ่ดำเป็นระยะเหนือขึ้นไปมองเห็นลิบ ๆ นั่นล้วนเต็มไปด้วยกุหลาบพันปีสีชมพูบานสะพรั่ง

“เจ้าเห็นไหม! ดอกไม้นั่นคือกุหลาบพันปีเกิดมาข้ายังไม่เคยเจอของจริงมากมายเช่นนี้เลย” คุณชายน้อยกล่าวเสียงตื่นเต้น“รีบ ๆ เดินเร็วเข้าอย่าชักช้าสิเจ้าคนจร”

“ดูเจ้าลิงโลดนัก ลืมแล้วหรือไม่ว่าเรากำลังหลงทาง”หนุ่มพเนจรแย้ง

“ข้ารู้แต่ดูแค่ครู่เดียวคงไม่เสียเวลานักหรอก” ร่างอรชรตอบแล้วเดินนำไปหาได้หวาดหวั่น

หยางซุนหยางรับรู้ถึงความผิดปกติเมื่อใบไม้ไหวระริกทั้งที่ลมสักนิดกลับไม่กระดิกจึงได้แต่ทักท้วงนาง “เจ้ารอข้าก่อน อย่าเดินเร็วเกินไป ข้าตามเจ้าเหนื่อยนัก”

“ข้าว่าที่เจ้าชักช้าเช่นนี้เพราะชุดสตรีนั่นมากกว่า”หลิวเสียะหันมาตอบพลางหัวเราะขบขัน “เจ้าควรเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือว่าติดใจชุดสตรีเข้าแล้ว”

“เจ้าช่างมีอารมณ์ขันที่เห็นข้าดูประหลาดเช่นนี้นะ” หยางซุนหยางตอบยิ้ม ๆ

รอยยิ้มสว่างไสวของโฉมสะคราญตรงหน้าช่างงดงามยิ่งนักเพียงนางยิ้มพลอยทำให้เขายิ้มตามริมฝีปากของนางได้รูปแม้ไม่แต่งแต้มสีชาดแต่ก็เป็นสีอ่อนเหมือนดอกท้อช่างน่าทนุถนอมทำให้อดีตขุนนางหนุ่มลอบมองด้วยความเผลอไผลแม้นางจะหันกลับเดินจ้ำนำไปเขาก็ยังหยุดยืนอยู่ราวต้องมนตร์จนไม่ทันรู้ตัวว่าภัยกำลังมา

คุณชายน้อยหยุดเดินเมื่อเสียงสวบสาบด้านหลังเงียบไปก็หันกลับไปมองแล้วดวงตาสดใสเมื่อครู่ก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังอีกฝ่ายมันช่างใหญ่โตน่าเกรงขาม ดวงตามันลุกโชนราวไฟกองใหญ่เพียงเท่านั้นนางก็ร้องด้วยความตกใจ

“เจ้าคนจรระวัง! หลบเร็ว”

ซุนหยางสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมองพลันต้องร้องอุทาน

“เฮ้ย

ร่างบึกบึนกระโดดหนีตัวลอยก่อนที่เจ้าร่างยักษ์จะทันพุ่งกระโจนเข้าใส่แต่ถึงอย่างไรก็โดนสะบัดขาฟาดใส่ มันคำรามลั่นแล้วตะปบกรงเล็บลงมาโดยที่หยางซุนหยางไม่ทันรู้ตัวจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า

หมีดำร่างทมึนเคลื่อนตัวทั้งเสียงคำรามค้ำศีรษะอดีตขุนนางหนุ่มเอาไว้ร่างของมันใหญ่มหึมาแม้แต่เงายังบังร่างบึกบึนจนมิด

หลิวเสียะหวีดร้องสุดเสียงเมื่อมันโน้มหน้าเข้าหาอีกฝ่ายแล้วก้มตัวฟาดขาหน้าตะปบหนุ่มพเนจรกลิ้งตัวหลบพัลวันแต่ก็ยังโดนเล็บคมตวัดเข้าที่หน้าแข้งจนเลือดอาบ

“ไอ้เจ้าหมีบ้า! ทำข้าโมโห”

ร่างบึกบึนในชุดสตรีควักอาวุธที่ซ่อนไว้ในกางเกงใต้กระโปรงจับมากระชับมือแล้วกระเด้งตัวลุกยืนจังก้ามีดสั้นคมวาววับปรากฏแก่สายตาแต่คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือถึงกับผวาร้องลั่นอีกคราเมื่อเห็นอีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเพราะหมียักษ์ตะปบทีเดียวเกือบถึงตัว

“เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ คิดจะสู้กับหมียักษ์เช่นนั้นมิเท่ากับตายเปล่าหรอกรึ”

“หากสู้แล้วตายแต่มิสู้อาจไม่มีชีวิตรอดจากถูกหมีตะปบตายข้าเลือกอย่างแรกดีหรือไม่เล่า”

“นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ” หลิวเสียะสบถ“ข้าต้องสู้กับคนสติวิปลาสไม่พอ ยังต้องมาสู้กับหมียักษ์อีกเช่นนั้นหรือ”

“แล้วเจ้าสู้คนเดียวเสียที่ไหนเล่า”

ร่างอรชรพรูลมหายใจหนักหน่วงเมื่อฟังจบหมียักษ์สีดำมะเมื่อมเห็นอีกฝ่ายกลิ้งล้มไม่เป็นท่าก็หมายขย้ำซ้ำ

นางเห็นท่าไม่ดีเหลียวมองรอบกายสอดส่ายสายตาหาตัวช่วยพลันเจอเข้ากับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ระโยงระยาง

หากไม่ฆ่ามันเพียงแค่จับมันมัดไว้เล่า...

แค่คิดก็เสียเวลานักแล้ว...

จำเป็นที่นางจะต้องเบนความสนใจเจ้าหมียักษ์ให้มาสนใจที่นางก่อนเพื่อให้อีกฝ่ายตั้งตัวคิดได้ดังนั้นนางจึงตะโกนลั่น

“เจ้าหมีบ้า! ข้าอยู่นี่”

หมีดำคำรามลั่นเบนสายตามาที่นางมันก้าวเข้าหาแสดงความเป็นเจ้าถิ่นที่โมโหโกรธาคนรุกรานหลิวเสียะวุ่นกับการดึงเถาวัลย์จนไม่ทันเห็นมันพุ่งปราดเดียวถึงตัว เพียงหันมองมันก็ตะปบวูบเข้าที่หน้านาง

หยางซุนหยางพุ่งตัวกระโดดคร่อมหลังมันสะบัดไปมาแต่มือหนุ่มพเนจรเหนียวยิ่งกว่าสิ่งใด พอตั้งตัวได้มือแข็งแรงก็ปักมีดสั้นเข้าที่คอหมียักษ์ทันทีมันคำรามก้องป่าก่อนจะทรุดฮวบไป

“หนีเร็วหยางซุนหยางพุ่งปราดเดียวถึงตัวนางที่กำลังสะลืมสะลือเพราะกลิ้งไปหลายตลบ

“จะหนีไปไหนได้ ด้านบนนั้นมันเป็น...”

ไม่ทันที่คุณชายน้อยจะได้เอ่ยจบอดีตขุนนางหนุ่มก็กระโดดลงจากหลังหมียักษ์วิ่งเข้าหาร่างอรชรที่ยืนตะลึงหลังพิงต้นไม้ตาค้างมือยังคงมีเถาวัลย์ที่แกะไม่เสร็จพาออกวิ่งขึ้นเนินไปด้วยกัน

เพียงพ้นแนวสันเขาก็ยั้งฝีเท้าไม่ทันเสียแล้วเพราะทันทีที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดบนเนิน เบื้องล่างกลับเป็นหน้าผาสูงชัน ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำตกพาดผ่านสันเขาเป็นระยะทำให้ดินบริเวณปลายเขานั้นอ่อนยวบ

สองร่างเสียหลักร่วงลงไปทั้งที่มือยังกุมกันแน่นหลิวเสียะเกี่ยวเถาวัลย์ติดมือมาจากต้นไม้ด้านบนไว้มั่น ส่วนหยางซุนหยางคว้าได้แค่ปลายมือนางอีกมือพยายามยึดแง่งหินใหญ่ริมผาแห่งนั้นเอาไว้ไม่ให้ตกลงไป...

แต่โชคยังช่วย...

หลิวเสียะยึดเถาวัลย์เส้นหนาไว้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้อีกมือคว้าร่างละลิ่วของหยางซุนหยางได้ทัน นางก้มมองเบื้องล่างแล้วถึงกับใจหายถ้าตกลงไปในแอ่งน้ำตกนั่นคงไม่ถึงตายแต่อาจจะตายเพราะความหนาวจับขั้วหัวใจได้

“จับมือข้าไว้แน่น ๆ ห้ามปล่อยเด็ดขาด ข้าจะดึงเจ้าขึ้นแข็งใจไว้” นางตะโกนให้คำมั่น

หยางซุนหยางมองหินก้อนโตกลิ้งลงน้ำเสียงดังตูมต่อหน้าแล้วได้แต่หน้าเผือดซีดเขาไม่ได้กลัวความสูงแต่หากให้ร่างเล็กด้านบนดึงไว้อาจจะตกไปทั้งคู่และอาจหนาวเหน็บจนตาย

“ปล่อยมือข้าเถอะ มิเช่นนั้นเราจะตกไปด้วยกัน”

“เช่นใดกันเล่า เจ้าช่วยข้าเอาไว้มากมายข้าย่อมไม่ทิ้งเจ้า”

คุณชายน้อยกล่าวพลันฮึดด้วยแรงทั้งหมดที่มีวาดเท้าเกี่ยวแง่งหินมือหนึ่งยึดเถาวัลย์ส่วนอีกมือดึงมือหนุ่มพเนจรที่พยายามตะเกียกตะกายแต่ดูเหมือนหน้าผาจะชันเกินไปจนไร้สิ่งยึดเหนี่ยวอย่างใจ

     “เจ้าแข็งใจไว้ข้าต้องช่วยเจ้าขึ้นมาให้ได้ นางตะโกนแข่งกับเสียงน้ำตกดวงตากวางกร้าวแกร่งมุ่มมั่นตามที่ให้วาจา

โธ่!... โฉมสะคราญผู้เด็ดเดี่ยว...

     อดีตขุนนางหนุ่มฮึดอีกเฮือกมืออีกข้างเอื้อมเกาะปลายโซ่ที่ห้อยคาข้อเท้าคุณชายน้อยแล้วรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อให้มีแรงส่งตัวขึ้นแต่ครั้นเริ่มฮึดพลันก็ต้องตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะร่างงามด้านบน

     แม้แสงแดดยามเย็นทางทิศตะวันตกจะลับฉับพลันกลายเป็นสายฝนตกกระหน่ำราวกับพายุมาแทนที่แต่ร่างทมึนด้านบนยังบ่งบอกลักษณะ จะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก

     ไอ้หมียักษ์ราวีไม่เลิก!

“คุณชายข้าว่าขึ้นไปก็ตายสู้มิขึ้นอาจไม่ตาย”

“เจ้าว่าอะไรนะคุณชายน้อยตะโกนกลับ“แข็งใจไว้อย่ายอมแพ้ หากเจ้าตกข้าก็จะตกกับเจ้า”

“ข้าหาได้ยอมแพ้ไม่ แต่ว่า...” หยางซุนหยางตะโกนลั่นดวงตาจับจ้องเหนือร่างงามสลับกับแอ่งน้ำตกเบื้องล่าง ก่อนตัดสินใจ

“โดด



++++++++++++++++++++++



ลงนิยายเสร็จขอต่อตะพาบนิดนึงค่ะ

ตะพาบโจทย์ล่าสุดน่าเขียนมากคือเรื่อง "การเดินทางครั้งล่าสุด"

นานๆ เขียนทีก็ขอแจมเรื่องการเดินทางของนิยายดีกว่านะคะ

ตอนนี้ที่หายไปไม่ค่อยได้มาเขียนบล็อก

คือกำลังให้ความสนใจสิ่งนี้อยู่ค่ะ

"หนังสืออิเล็คทรอนิกส์ หรือ E-book" 

คือการเดินทางครั้งล่าสุดในการเขียนนิยาย

ก่อนหน้านั้นการเขียนนิยายคือการเขียนเล่นบ้าง

เขียนลงเว็บบ้างมีทั้งจบและไม่จบซึ่งก็ไม่น้อย


จุดมุ่งหมายของนักเขียนส่วนใหญ่คืออยากเห็นนิยายสำเร็จเป็นรูปเล่ม

เขียนแล้วก็รีไรต์ต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์

เขียน+รีไรต์+ส่งสำนักพิมพ์เพื่อพิจารณารวมแล้วเกือบปีหรือเป็นปี

ถ้าต้นฉบับผ่านก็ดีใจยิ่งกว่าถูกหวยและรอต่อไปให้ออกเป็นรูปเล่ม

แต่ถ้าไม่ออกสักทีล่ะจะทำยังไง 

ยิ่งถ้าต้นฉบับไม่ผ่านสักที 

ส่งกี่ที่ๆ ก็ไม่ผ่านคงไม่ต้องคิดว่าจะเฟลแค่ไหน 

ใจหายเหมือนกับนิยายคือลูก ลูกไม่คลอดก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา


จนกระทั่งมีตลาดอีบุ๊คเข้ามา

การเดินทางของนักเขียนและต้นฉบับก็เหมือนมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

มันไม่ได้ดีที่สุดหรือดีกว่าหนังสือเล่มแต่มันคือสิ่งที่ต้องเดินไปด้วยกัน

วิวัฒนาการและยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว

ทุกอย่างก็ต้องมีการปรับตัว

อีบุ๊กจึงเป็นช่องทางให้คนเห็น คนอ่าน ได้เลือกซื้อเลือกหา

แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายเพราะมันยากมากทีเดียว 

ทุกอย่างมีต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนในการวางนิยายผ่านเว็บ

ที่พอๆ กับฝากวางในร้านหนังสือ

เซฟได้หน่อยหากต้นทุนต้นฉบับนั้นเราทำเองได้หมด 

จัดรูปเล่มเอง ตรวจคำผิดเอง 


หลังจากลงเรื่องแรกที่ทำเองทุกอย่างผ่านไป

บอกได้ว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ 

ท่ามกลางนิยายหลักหมื่นหลักแสนที่วางขายในรูปแบบอีบุ๊ก

จะทำยังไงให้คนเห็นและซื้ออ่านด้วยความเต็มใจ

เป็นเรื่องราวที่ยังต้องค้นหาและเดินทางต่อไปไม่สิ้นสุด

ก็หวังว่าถึงตอนนั้นจะยังมีไฟและไม่ถอดใจไปเสียก่อน...


 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ขอแจมตะพาบกับพี่ๆ ที่ตรงนี้นะคะ

ยังไม่ได้ไปขอบคุณเลยค่ะแต่ไม่ลืมน้า 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า






Create Date : 02 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2561 14:48:47 น. 0 comments
Counter : 204 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณtuk-tuk@korat, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณSweet_pills, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณพันคม, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe


lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.