Master Piece : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด
ธุรกิจ การตลาด ขาย ส่งออก นำเข้า บุคคล บัญชี การเงิน ผู้บริหาร

คุณมีความฝันหรือเปล่า

เคยมีความฝันกันไหม

ฝันของคุณประกอบไปด้วยอะไรบ้างล่ะ มันยังคงเป็นความฝันเดียวกับที่เคยฝันหรือเปล่า หรือว่า มันค่อย ๆ เล็กลงไปตามกาลเวลา เล็กไปตาม ความเป็นไปได้ ที่ผ่านกาลเวลาไปเรื่อย ๆ

ฝันจะเล็ก ฝันจะใหญ่ มันก็ฝันของเรา ขอให้ได้ฝันเถอะ อ๊ะ ๆ อย่านะ อย่าบอกว่า ไม่กล้าฝัน เพราะขนาดฝันยังไม่กล้า คงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะ

ฝันของผมเหรอ …… (อ่านตอนมีเพลงเริ่มขับขาน)

ผมฝันอยากมีบ้านกระจกอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจี บนภูเขาที่เห็นท้องฟ้าสีสดใสได้ทุกวัน วันว่าง ๆ ก็ชักชวนเพื่อน ๆ และคนในครอบครัวไป ดำน้ำ ดูประการัง หรือ ไปเที่ยวเกาะ ให้ไอทะเลเกาะตามผิวหนังได้บ้าง เมื่อกลับมาบ้านก็ได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบ วันปรกตินั่งบนเปลญวน จิบกาแฟ ฟังเพลงเบา ๆ อ่านหนังสือเพลิน ๆ แล้วมีลมพัดผ่านตัวเบา ๆ ตื่นขึ้นมาก็ได้เจอ ได้พบเห็นคนที่รัก อยู่ใกล้ ๆ อยู่กับธรรมชาติด้วยกัน ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน มีเวลาเหลือเฝือให้ได้ใช้อย่าง สุรุ่ยสุร่าย หลังจากที่เพียรทำงานมาเป็นสิบ ๆ ปี อยากไปไหนก็ได้ไป อยากกินอะไรก็ได้กิน ชีวิตช่างมีความสุขจริง ๆ.........

แล้วเคยไล่ล่าความฝันของตัวเองกันหรือเปล่าครับ เสียงของคำถามนี้ เคยก้องอยู่ในหูผม ในช่วงที่ผมรู้สึกเบื่อกับงานประจำ ผมเครียดกับมันมากจนกระทั่งโรคกระเพาะถามหา และผมก็เริ่มหาทางทำตามฝันให้ได้ ตอนนี้ผมอ่านหนังสือ อย่างหนัก (หมายถึงมันหลายเล่มชั่งได้หลายโล) เพื่อหาวิธีที่จะเปิดใจตัวเองให้มองหา เส้นทางบรรลุฝัน ให้ได้

.........แล้วคุณล่ะเคยคิดถึงวิธีที่จะทำให้ฝัน เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หรือคิดว่าฝันนั้นไม่มีทางจะเป็นจริงได้ เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกไว้ว่า การที่คนเราฝันนั้น มันคือการตั้งเป้าหมายอย่างหนึ่งของตัวเอง และทุกคนอยากพิชิตฝันด้วยกันทั้งนั้น แต่ โอกาส ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ที่จะพิชิตฝันนั้นได้ แต่บางคนไม่มีโอกาส ก็ใช้วิธี กระเสือกกระสน ดิ้นรนทุกวิถีทาง ให้ชิวิตนั้น เติมเต็มฝันที่เคยฝันไว้ได้ แล้วคุณล่ะมีฝันไหม แล้วเคยทำอะไรกับฝันนั้นบ้างหรือยัง หรือ มันก็คือแค่ฝัน.........




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2550   
Last Update : 20 กรกฎาคม 2550 22:42:48 น.   
Counter : 300 Pageviews.  

ตัดสินใจออกจากงาน

“พี่ครับผมไม่ไหวแล้ว ต้องลาออกแล้วล่ะ”

ผมมักจะได้ยินประโยคนี้ บ่อยมาก และเป็นประจำ และผมมักจะถามกลับเสมอว่า “แล้วมึงจะออกไปทำอะไร”

คนที่อยู่ในห้วงอารมณ์โกรธหรือโมโหหน่อยก็จะตอบกลับมาว่า “ไม่มีอะไรทำ ดีกว่า ทำแล้วไม่มีอะไร”

ผมก็จะเขกหัวคนพูดทุกครั้งไป เพราะอะไรน่ะรึ เพราะมันเป็นคำตอบที่ ไร้สติ มาก ผมจะบอกว่า “เฮ้ย ใจเย็น ๆ

แล้วฟังกูนี่” (ภาษาแนวพ่อขุนรามคำแหงฯ สงวนไว้ในฐานะที่เข้าใจว่า ต้องคุยแบบคนสนิท)

“ทุกวันนี้เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า ทำงานไปเพื่ออะไร”

หลายคนจะตอบว่า “ทำงานก็ต้องเพื่อเงินซิพี่”

“ครับถูกต้อง เราทำงานเพื่อเงิน แล้วเงินล่ะเอาไปทำอะไร”

หลายคนก็จะตอบอีกว่า “ใช้จ่ายประจำวัน ให้แม่ กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง กิน ดื่ม เที่ยว และใช้หนี้สินต่าง ๆ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บใส่ธนาคารไว้บ้าง เผื่อคราวจำเป็นเช่น เจ็บป่วย อะไรแบบนี้น่ะ”

“อ๋อเหรอ แล้วมองในมุมกลับ ถ้าตอนนี้ไม่มีงานล่ะ มึงหมายถึงมึงก็ไม่ต้องใช้เงินใช่ไหม”

“ใครบอกพี่ล่ะ ยิ่งต้องใ้ช้มากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะไหนจะต้องหางาน ไหนจะต้องวิ่งรอกสัมภาษณ์ มันก็ต้องใช้เงินอยู่แล้วอ่ะ”

“อ่าว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาล่ะวะ”

“เงินเก็บของผมไงพี่”

“อ่อ เหรอ เก็บเงินได้เยอะแล้วหรือยังล่ะ”

“ก็มีพออยู่เกือบ ๆ สองหมื่นแหล่ะครับ”

“แล้วเรื่องค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่ายประจำเดือนทำไงวะ”

“ก็ต้องจ่ายปรกติอ่ะ ใครเขาจะให้อยู่ฟรี พี่ก็ถามแปลก”

“อ้อเหรอ แล้วนี่ถ้าออกหางาน ตากแดด ตากลม แล้วไม่สบายต้องทำไงวะเนี่ย”

“หาหมอดิพี่ ถามอะไรแปลก ๆ ”

“เออ แล้วคราวนี้จะเบิกตังค์กับใครวะ”

“ธนาคารไงพี่”

“โห ชีวิตเมิงฝากไว้กับธนาคารหลายเรื่องเลยเน๊อะ”

“แล้วนี่ถ้าเงินในธนาคารหมด จะทำยังไงวะ”

“ก็คงต้องหายืมเพื่อน หรือไม่ก็ขอเงินแม่แหล่ะครับ”

“ไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกนะมึง”

“แหมจะทำไงได้ล่ะพี่ ก็ผมไม่มีงานทำนี่นา”

“ใครบอกล่ะ….มึงเองนั่นแหล่ะที่ตัดสินใจ จะไม่มีงานทำ เพราะมึงลาออกมาเองนิ เขาไม่ได้ไล่ออก ใช่ไหม”

…………

ตัดบทสนทนาบางส่วนมาสาธยายให้ฟังครับ บทสรุปว่า ไม่ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร จะด้วยอารมณ์ หรือ เหตุผลส่วนตัว ก็ตามแต่ อยากให้คิดถึง อนาคต ไว้ให้มากขึ้น ชีิวิตเราไม่ได้มีแผนสำรองไว้ให้มากมายนัก บางครั้งการเลือก การตัดสินใจอะไรบางอย่าง มันอาจจะไม่ใช่แค่ตัวเราที่เกิดผลกระทบ แต่คนรอบข้างเราก็เกิดเช่นกัน

ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม จงใช้สติ อย่าไร้สติ แล้วเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะเมื่อถึงเวลาที่ตัดสินใจไปแล้ว คุณจะได้ไม่ต้องมาบ่นให้ใครต่อใครฟังว่า “รู้งี้ กูไม่น่าทำเลย”






 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2550   
Last Update : 17 กันยายน 2557 15:42:50 น.   
Counter : 249 Pageviews.  

จบแล้วทำงานอะไรดี

เมื่อสองวันก่อน มีเพื่อนของน้องสาวโทรมาคุยกับน้องสาวผม เผอิญว่า เขานั่งอยู่ในรถที่ผมขับ ผมเลยได้ยิน Conversation ต่าง ๆ เกือบหมด

เพื่อนของน้อง เล่าให้ฟังว่า พ่อกับแม่คาดหวังกับเขาเอาไว้มาก ปีนี้เรียนปีสามแล้ว จบตรีจะไปเรียนต่อโทที่เมืองนอก แล้วต่อด้วยเอกจนจบ และโดยส่วนตัว น้องคนนี้ ก็เป็นคนที่เรียนเก่งมาก สามารถจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสบาย ๆ

“ปูมหลังก่อนหน้านี้ 3 เดือน เนื่องจากน้องผมเขาชอบท่องเที่ยว ผจญภัย สอง ปีที่ผ่านมาช่วงปิดเทอม น้องผมก็ขวนขวายหาทางไปทำงานพิเศษที่อเมริกา ก็ช่วงแรกท่านนายกทักษิณ สนับสนุนในโครงการดึงดอลล่าร์เข้าประเทศโดยส่ง นศ.ไปฝึกงานช่วงปิดเทอม เพื่อหาประสบการณ์และฝึกวิชาชีพ (แต่โครงการดี ๆ แบบนี้ก็คงถูกยุบไป เหมือนกับอีกหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลเขาไม่ชอบ)

เพื่อนของน้องคนนี้ก็ได้ไปกับน้องผมด้วย เมื่อครั้งที่ผ่านมา และพบว่าชีวิตมันไม่ได้มีแต่เรื่องเรียนอย่างเดียว เธอสนุกสนานมากกับการที่ได้ไปทำงาน+ท่องเที่ยวที่อเมริกาในครั้งนั้น”

กลับมาที่รถคันเดิม ผมขับ น้องผมนั่งคุยโทรศัพท์ ผมก็พูดผ่านน้องไปตามประสาคนรู้จักว่า “ชีวิตพี่เรียนไม่เก่งหรอกนะ แต่พี่น่ะปัจจุบันเป็นคนที่ชี้นิ้วให้คนที่จบเกียรตินิยมนั่นแหล่ะ ทำงานให้พี่” ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นน่ะหรือ…….

ผมบอกกับน้อง ๆ รุ่นน้อง หรือคนที่ผมรู้จักที่กำลังศึกษาอยู่เกือบทุกคนว่า คนเราต้องรู้จักที่จะ จัดการ ชีวิตตัวเอง แม้ว่าในวัยเรียนก็ตาม คุณมีหน้าที่เรียนตามที่พ่อแม่ส่งมาเรียน ถูกต้องครับ แต่คุณก็ต้องมีหน้าที่อย่างอื่นในสังคมด้วย กิจกรรม ต่าง ๆ ในวัยเรียน วัยศึกษา คุณก็ต้องเข้าร่วมด้วย ช่วงปิดเทอมก็หางานพิเศษทำ ช่วงว่างก็หาอะไรทำ อย่าเอาแต่ เที่ยวผับ เที่ยวเธค เป็นอย่างเดียว เพราะนั่นมันเอามาเป็นพื้นฐานทำมาหากินไม่ได้ เว้นแต่ น้องอยากจบไปเป็น โคโยตี้ หรือ แดนเซอร์ นั่นอีกเรื่อง

ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เราใช้เวลาว่างในช่วงเรียน จะเป็นตัวบอกกับเราเองว่า เมื่อเราเรียนจบ เราอยากจะทำอะไร ด้านไหน ด้านที่เรียนมาหรือด้านอื่นที่เราชอบ แต่นั่นคือ เราได้มีประสบการณ์มาแล้วบางวส่วนกับสิ่งนั้น ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้ วิธีการทำงาน วิธีการจัดการชีวิต ได้ แล้วในท้ายที่สุด คนที่จะตอบคุณได้ว่า คุณจบแล้วไปทำงานอะไรดี ก็คือตัวคุณเองนั่นแหล่ะ…..

หาโอกาสให้ตัวเองได้ สัมผัส กับสิ่งที่เราไม่เคยได้พานพบ ในช่วงที่เราพอจะมีเวลาเสียแต่วันนี้ มันดีกว่าที่อะไร ๆ มันก็สายเกินไป และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะย้อนมองกลับไปแล้วคิดว่า ทำไมเราถึงไม่ทำในช่วงนั้น………


ที่มา : //www.bestbusinessarticle.info

ประสบการณ์บางอย่าง หาไม่ได้ในห้องเรียน แต่หาได้ในสิ่งที่เราต้องก้าวเข้าไปหา
อนาคตไม่ใช่โชคชะตา เรากำหนดมันได้ ถ้าเรารู้จักขีดเขียน ชีวิต ของเราให้ก้าวไปในทางที่เรารัก......




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2550   
Last Update : 7 กรกฎาคม 2550 12:16:55 น.   
Counter : 478 Pageviews.  

เมื่อไหร่เราถึงจะตระหนักถึงคำว่า จำเป็น (ตกงาน)

จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ตั้งใจจะเขียนวันนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก แต่ก็เหมือนคำถามนั่นแหล่ะครับ แล้วไม่อย่างนั้น เมื่อไหร่ล่ะ เราถึงจะตระหนักถึงคำว่า จำเป็น กันเสียที ผมมีเรื่องเล่าของชีวิตจริง 2 เรื่องมาเล่าให้ฟัง เริ่มเลยนะครับ

เรื่องแรกนี่เป็นเรื่องของเพื่อนสนิทของผมเอง เพื่อนผมคนนี้มีดีกรีเป็นถึง ผู้จัดการแผนกคลังสินค้า (สาขา) ในบริษัท ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทำงานด้วยแรงใจ และแรงกาย ลูกน้องนับหน้าถือตา เป็นที่เคารพของเพื่อนรุ่นงานในบริษัทที่สาขา และบริษัทแม่

ชีวิตครอบครัวมีความสุขกับภรรยาและลูกชายอีกสองคน ตอนนี้กำลังปลูกบ้านใหม่ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ ก็ฝันว่าจะได้ย้ายเข้าบ้านใหม่ พร้อม ๆ กับที่ลูกเปิดเรียนพอดี

อยู่มาวันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น บริษัทเชิญให้ออกจากงาน เนื่องจากสาเหตุที่ตนเองจะต้องรับผิดชอบเพราะเป็นหัวหน้างาน ดูแลลูกน้องในทีมงานให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่หลังจากที่ได้ ใบสั่ง ตนเองก็เริ่มเป็นทุกข์ น้ำหนักลด นอนไม่หลับ หางานไม่ได้ เครียด จนคนรอบข้างพาลเครียดไปด้วย

และมันก็เดินทางมาหาผมที่กรุงเทพ เพื่อหางาน สองเดือนผ่านไป ถึงได้งาน แต่ช่างเป็น สองเดือนที่ทรมาณมาก ๆ สำหรับเพื่อนผมคนนี้ วันนี้ สิ่งที่มันเอ่ยปากออกมาคือ สิ่งที่ผมเคยบอกมันเอาไว้เรื่องของ ยางอะไหล่ ที่ต้องมีเตรียมไว้เวลาฉุกเฉิน เฉกเช่นคนเราที่ต้องมีสิ่ง สำรอง เอาไว้ใช้ยามเมื่อจำเป็น เมื่อสิ่งที่ไม่คาดคิดมันเข้ามาหาเราโดยที่เราไม่ได้ วางแผนไว้….

เคสแรกนี่ มันคงเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ที่ใครเล่าให้ฟังก็ผ่านหูไป แต่ลองคิดว่า ถ้าเป็นเราล่ะ เป็นเราเองที่ยืนอยู่ตรงนั้น เราจะทำยังไง ลองเอาค่าใช้จ่ายปัจจุบันตั้งแล้วเรา รายได้คือ 0 ลบดู เราจะเห็นทันทีว่า ตัวเลขนั้นมันหมายถึง เราต้องทำอะไรซักอย่างเสียแล้ว และนั่นคงไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นก่อน…ใช่ไหมครับ ถ้าในเมื่อเราเตรียมตัวที่จะรับสถานการณ์นั้นได้เป็นอย่างดี

ทีนี้เราจะเตรียมตัวพร้อมรับ ความจำเป็น นั้นหรือจะรอให้ ความจำเป็น เกิดขึ้นเสียก่อนก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะครับที่จะตัดสินใจว่า เมื่อไหร่เราถึงจะตระหนักถึงคำว่า จำเป็น เสียที….

ที่มา : //www.bestbusinessarticle.info

ชีวิตคนเราถ้าไม่หา ล้ออะไหล่ เตรียมไว้บ้าง
เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ อะไหล่ มันก็คือความล้มเหลวของชีวิต อีกครั้งหนึ่ง เหมือนกัน




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2550   
Last Update : 5 กรกฎาคม 2550 9:41:38 น.   
Counter : 222 Pageviews.  

ใครอ่าน Rich Dad Poor Dad คงชอบสิ่งนี้

ผมมีไฟล์เสียง Online มาแจก

เป็นเทปเสียงสัมภาษน์ คุณพิบูลย์ ดิษฐ์อุดม ผู้แปลหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ : The Business School หนึ่งใน Series ของ Rich Dad Poor Dad เล่มที่ 5

เป็นการสัมภาษน์ออกในรายการของ UBC
ซึ่งในเทปจะจับใจความสรุป สำคัญ ๆ ของหนังสือ มาให้ฟังครับ ซึ่งใครที่เข้าใจโครงสร้างของ ESBI จะได้เรียนรู้เรื่องของ B ได้อย่างเข้าใจมากขึ้นครับ

เผอิญมันเป็นไฟล์ Online ไม่สามารถ Copy ได้ ก็ฟังกันแบบ Online ละกันครับ
อยู่ตรง กลาง ๆ หน้าแถว ๆ รูปคุณพิบูลย์ครับ มีสองตอน




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2550   
Last Update : 17 กันยายน 2557 15:56:52 น.   
Counter : 339 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

FishLover
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีคนเค้าว่า อุดมการณ์ กินไม่ได้ แต่ผมก็มีความสุขกับมัน

ข้อมูลธุรกิจ or ข้อมูลการตลาด



[Add FishLover's blog to your web]