เมื่อผมชวนเพื่อนสนิท(?)มาคิดเป็นตุเป็นตะกับ Body ศพ # 19 (สปอยล์ชิบหาย!)
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...... บล็อกนี้สปอยล์ Body ไว้อย่างชิบหายมากๆ และอาจมีภาษาหยาบๆ ระคายสายตา หากมิต้องการที่จะใคร่รู้เรื่องราวจุดหักมุมใดๆ โปรดหลีกเลี่ยง….. เพราะแขกรับเชิญของเรา จะชำแหละ Body ตั้งแต่ต้นยันจบเลยทีเดียว อ้อ... และอย่าได้คาดหวังสาระจากการถกเถียงกันของแขกรับเชิญทั้ง 2 ท่านนี้ให้มากนะครับ .... เราเตือนคุณแล้ว เชิญทัศนา...... ช่วยแนะนำตัวเองหน่อย ล็อพซัง : ผม “ล็อพซัง” ครับ เคยเขียนบทความเกี่ยวกับหนังลงในเวบฟิล์ม-คลับ เป็นคนมีเหตุมีผล ชอบพูดเพราะๆ แต่ไม่จริงใจครับคำห้วน : เอ่อ คุณล็อพซังคุณพล่ามอะไรของมึงครับ...หึๆ ผม “คำห้วน เฉือนคำรัก” เคยเขียนนิยายลงในเวบพันทิปและเวบเด็กดีอ่ะ... ผมเป็นคนไม่มีเหตุไม่มีผล ชอบพูดคำห้วนๆ แต่โคตรจริงใจว่ะ กร๊ากๆก่อนที่จะไปดู Body มองหนังเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง ล็อพซัง : อืม ตัวทีเซอร์ของหนังอันแรก ที่มีเพลง “คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” คลอไปกับตัวทีเซอร์ ผมค่อนข้างชอบมากกว่าเทรลเลอร์ของหนังจริงๆ ครับ แต่ถึงยังไงก็คิดว่าน่าสนใจอยู่แล้วเพราะได้คนเขียนบทอย่างคุณมะเดี่ยวกับคุณเอกสิทธิ์ แห่ง 12+13 เกมสยอง มาเขียนให้ คาดว่าคงจะมีอะไรซ่อนอยู่ในหนังพอสมควรคำห้วน : มันยังไงดีล่ะ หนังผีอ่ะนะ และจีทีเอชด้วยอ่ะ.... อีกอย่าง “กอล์ฟโย่ง”(ผู้กำกับ ปวีณ ภูริจิตปัญญา) ที่แม่งเอ็มวีมันอย่าง ผ่าเหล่าของโดมงี้ อีกหน่อยก็ทิ้งกันของเจมส์งี้ แม่ง CG สวยโคตรๆ แต่จะเอาซีจีมาเล่นกับหนังผีเนี่ยนะ..... มันดูไม่ค่อยเข้ากันอ่ะ แต่คงน่าจะแปลกใหม่ดีดูจบแล้ว รู้สึกยังไงกับ Body ล็อพซัง : เป็นหนังที่ทำออกมาดีเกินคาดครับ ต้องชื่นชมบทของคุณมะเดี่ยว+เอกสิทธิ์ด้วยที่แนบเนียนมาก ถึงจะมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่โดยรวมน่าพอใจกับสิ่งที่หนังเซอร์ไพรส์ให้และเรื่องด้านจิตวิทยาที่ Bodyได้นำมาใช้อย่างจริงจัง ถือเป็นของแปลกใหม่ของวงการหนังไทยแนวนี้ทีเดียวล่ะครับคำห้วน : มันก็สนุกอ่ะนะ ชอบตรงฉากเปิดเรื่องภาพมันไหลจากที่สูงลงมาที่ต่ำ....ต่ำ....และต่ำมาเรื่อยๆ โหววว ผู้กำกับโชว์พาวมากกก แต่ที่ไม่ชอบก็มีนะ ไอ้ผีดารารายอ่ะ หน้าตาอย่างกับ “กอลลัม” แล้วผมไม่กลัวกอลลัมไง มันน่ารักจะตาย อย่างไอ้แมวดำหน้าผี ผมก็ไม่กลัวมันนะ ผมรักแมว.... แต่โอเคฉากจบซาดิสม์ได้ใจดี แถมเพลง “ยาพิษ” ของบอดี้สแลมนี่ แม่งผู้กำกับมันอยากเปิดไล่คนดูให้ลุกออกจากโรงไวๆ รึเปล่าวะ อันนี้ก็ชอบบ่งบอกว่ามันบ้าจริงๆล็อพซัง : ชอบเพราะความบ้าของผู้กำกับเท่านั้นเหรอครับ?คำห้วน : เอ๊า!!! หนังทั้งเรื่อง มันก็เป็นเรื่องของคนบ้าไม่ใช่เหรอวะ ไอ้คุณล็อพซังนี่.... คุณมึงก็มีหน้าที่ตอบคำถามเหมือนผม อย่ามาตั้งคำถามกับผมดิ สาดดด ใจเย็นๆ ครับ เราเชิญคุณมาเพื่อมาถกกันถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน Body นะครับ ต่อไปคุณล็อพซังอาจจะตั้งคำถามหรือโต้แย้งคุณคำห้วนก็ได้ ซึ่งคุณคำห้วนก็มีสิทธิ์โต้แย้งหรือตั้งคำถามได้เหมือนกันครับ โดยเราจะตั้งจุดสังเกตในหนังมาให้คุณช่วยกันถกว่ามันคืออะไร....เข้าใจตามนั้นนะครับ และขอให้ถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลด้วยครับ ล็อพซัง : รับทราบครับคำห้วน : ไอ ซี ,ยู โน้วก่อนอื่นเราจะให้รูปจากหนัง Body มาทีละรูปนะครับ....และจะให้พวกคุณช่วยพูดถึงสิ่งที่อยู่ในรูป และมุมมองส่วนตัวของคุณเกี่ยวกับมัน....ซึ่งเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นของพวกคุณ ให้คุณถกเถียงกันเอาเองนะ เชิญครับ ล็อพซัง : น่าสนุกครับคำห้วน : เล่นง่ายดีเนาะ คุณพิธีกร หึๆ ให้มองทีละรูป ทำเหมือนกับจิตแพทย์กำลัง Test คนไข้ยังไงยังงั้นแหล่ะ เอิ๊กๆรูปที่ 1 ฉากเปิดเรื่อง..... ล็อพซัง : นอกจากลองเทคซีจีที่สวยงามตามากแล้ว ผมว่าหนังใช้จุดเริ่มและจุดจบของหนัง-ที่ก่อนเครดิตชื่อผู้กำกับนะ-ได้ค่อนข้างแนบเนียนดีครับ เพราะนอกจากจะเป็นการหลอกคนดูที่มีชั้นเชิงแล้ว ยังเป็นการบอกใบ้คนดูทางอ้อมที่ดีมากๆ ด้วย เพราะตอนที่ผมดูรอบแรกในโรง ผมสังเกตเห็นว่าตัวหมออุษาและลูกนั่งด้านขวาของตัวชลสิทธ์ แม้จะมีแสงบังตาแต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเธอ นั่นจึงทำให้ผมเดาได้ว่าชลสิทธิ์ต้องเกี่ยวข้องกับอุษาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วพอหนังเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ก็ชัดเจนแน่นอนครับ ว่าชลสิทธิ์นั้นคือหมอสุธีคำห้วน : นี่มึงตาไวขนาดนั้นเลยเรอะ กูมองไม่เห็นว่ะ ถึงกูเห็นหมออุษานั่งข้างๆ กูก็ไม่คิดหรอกว่าชลสิทธิ์จะเป็นหมอสุธี.... มึงกำลังอวดฉลาดป่าวเนี่ย อย่ามาฟอร์ม ไม่รู้ก็บอกไม่รู้ดิวะ ไม่มีใครว่ามึงโง่หรอก อ่ะโด่....ล็อพซัง : ไม่หรอกครับ อย่างตอนที่ชลสิทธิ์นั่งแท็กซี่กลับมาบ้านดาราราย แล้วไปเจอแมวดำคาบมือเด็กทารกอยู่ หลังจากหายตกใจ....ตัดภาพมาเราก็เห็นหมอสุธีสะดุ้งตื่น... ตรงนี้มันชัดมากครับ ยิ่งเคยดู Identity กับ ตู้ซ่อนผี มาก่อน มันยิ่งทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าชลสิทธิ์น่าจะเป็นบุคลิกซ้อนของหมอสุธี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผมเดาหนังเรื่องนี้ได้ทั้งหมดหรือหมดความสนุกลงไปนะครับ เพราะผมก็ยังรู้สึกสงสัยและอยากติดตามต่อไปอยู่ว่าทำไมหมอจึงสร้างบุคลิกซ้อนเป็นเด็กหนุ่มที่ชื่อชลสิทธิ์คำห้วน : อันที่จริงเขาให้ภาพฉากเปิดเรื่องมานะเว้ย คุณล็อพซัง คุณมึงก็เล่นพูดสาธยายสภาพจิตของหมอสุธีซะงั้น.... เว่อร์ป่าววะ เดี๋ยวให้รูปหมอมา มึงจะอธิบายยังไงล่ะเนี่ย?ล็อพซัง : ก็ดีกว่าคนบางคน ที่ไม่แสดงเหตุผลอะไร เอาแต่เถียงข้างๆ คูๆ ล่ะครับคำห้วน : อ้าว กำ... มึงอย่ามาท้ากูนะ ถึงกูจะตีความหนัง มองตรรกะอะไรไม่ค่อยเป็น แต่กูก็พอจะรู้จักโว้ย เรื่องซิมโบลลิกอ่ะ โมทีฟ กูก็พอรู้.... รอให้เจอรูป “แมวดำ” ก่อนเหอะ กูจะสาธยายเป็นฉากๆ เล้ย…ล็อพซัง : พูดถึงโมทีฟ ... คุณทราบเหรอครับว่า “โมทีฟ” คืออะไร?คำห้วน : อย่างในหนังเรื่องนี้ก็ไม่แน่ใจว่ามันเรียกโมทีฟหรือป่าวนะ แต่กูเห็นมันบ่อยมากจนจับได้ ล็อพซัง : กำลังพูดถึงแมวดำอยู่หรือครับคำห้วน : ไม่ใช่โว้ย! แมวกับผีเอ็งอ่ะดิ กูกำลังพูดถึง เลข “3” ล็อพซัง : เลข “3” เอ๊....ทำไมครับ?????คำห้วน : แปลว่ามึงไม่ได้สังเกตอ่ะดิ สาดดด นึกว่าจะฉลาดไปซะทุกเรื่องอีกนะมึง มันมี “3” คอยตอกย้ำหนังเกือบตลอดทั้งเรื่อง ที่กูจับได้อ่ะนะ “3” อันแรกก็เริ่มที่ตอนชลมันผ่ากุ้งเอาขี้ออกอ่ะ....กุ้งที่ผ่าเอาขี้ออกแล้วมันมี 3 ตัวแล้วเลือดก็ไหลท่วมกุ้ง 3 ตัวนั้น“3” ต่อมาก็เป็นหนังทีวี ที่แม่งเปิดแต่หนังเด็กจีทีเอช ตอนแรกกูคิดว่าที่ไอ้ชลมันหลอนจนจะเป็นบ้าเป็นคลั่ง สงสัยเป็นเพราะว่ามันดูแต่หนังจีทีเอชนี่ล่ะวะ กร๊ากๆๆล็อพซัง : เอ่อ....เข้าเรื่องครับ เข้าเรื่อง “3” ในหนังทีวี มันยังไงกันครับ?คำห้วน : อ้อ โทษที กูนอกเรื่องนิดนึงก็ไม่ได้เลยนะคุณมึง มันยังงี้ ตลอดทั้งเรื่องเราแม่งก็จะเห็นแต่ไอ้ชลมันดูทีวีใช่ไหม ไอ้หนังจีทีเอชที่มันดูจริงๆ มันมีแค่ 3 เรื่องโว้ย กูพิสูจน์ในรอบสองมาแล้วมีแค่ 3 เรื่องจริงๆ คือแฟนฉัน เด็กหอ แล้วก็ซีซั่นเช้น ส่วนแก๊งชะนีฯกับชัตเตอร์ไม่มีนะโว้ย! ไม่มีจริงๆ โดยเฉพาะแก๊งชะนีนี่ชัวร์เลยสาดดว่าไม่มีแน่นอน ส่วนชัตเตอร์มันมาแค่เสียง....แต่เป็นเสียงตอนที่เป็นสารคดี “ตั๊กแตนตัวเมียงับหัวตัวผู้”... กูจึงไม่รวมชัตเตอร์เข้าไปไง... กูมองว่าหนัง 3 เรื่องที่ใส่มาน่าจะเป็นการตั้งใจใส่เข้ามาด้วย ไม่ใช่ใส่เพื่อไม่ให้มันเงียบ แต่ไม่แน่หรอกกูอาจคิดมากไปเอง เดี๋ยวค่อยว่ากัน กับเรื่องหนังทีวีจีทีเอช... “3” ต่อมา ตอนที่ไอ้ชลวิ่งไปง้อไอ้หมอจิ๊บ ว่าอย่าเอาเรื่องดารารายไปฟ้องใครนะจ๊ะตัวเอง บันไดแม่งเป็นบันไดวน แล้ววนเป็นรูปอะไรมึงจำได้ไหม รูปสามเหลี่ยมว่ะ คือเข้าใจว่าโลเคชั่นมันอาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่มันเห็นชัดไง และเห็นนานด้วยสาดดด จงใจชัวร์“3” สุดท้ายอันนี้ก็ชัด ตอนที่ไอ้ชล วิ่งเข้าไปในบ้านของหมออุษาอ่ะ มีซีนนึงที่มันเปิดประตูออกทีละบานจนครบ 3 บาน ทีนี้จากในโรงเราก็จะเห็นภาพห้องมืดๆ ซึ่งอาจเป็นคนละห้องด้วยซ้ำ แต่มันมืดไง แต่เราในฐานนะคนดูจะมองเห็นประตูมันถูกเปิดไว้สว่างโร่ 3 บาน อันนี้มันก็จงใจใส่มาชัวร์ล็อพซัง : โห...คุณคำห้วน ผมไม่เคยคิดเลยนะครับ ว่าคุณจะมีระบบความคิดที่ลึกซึ้งขนาดนี้ แล้วเลข “3” มันยังไงกันล่ะครับ มันเกี่ยวกับอะไร?คำห้วน : เอ่อ .... เลข “3” มันคืออะไร กูไม่รู้ว่ะ...ล็อพซัง : อ้าว .... ฟังมาตั้งนาน กลับไม่มีสาระอะไรซะงั้นหง่ะคำห้วน : กูก็แค่อยากเปิดประเด็นเว้ยเฮ้ย !.... ก็เอาไปคิดต่อยอดเองสิว่ามันเกี่ยวกับหนังหรือป่าว ..... กูขี้เกียจอวดฉลาดว่ะล็อพซัง : หึๆ ขนาดไม่อวดฉลาดแล้วนะครับ ..... แล้วตกลงโมทีฟมันคืออะไรครับ คุณยังไม่บอกผมเลยนะ เลข “3” นี่ผมไม่อยากรู้แล้วล่ะ ...อยากรู้แต่ว่าโมทีฟมันคืออะไรอ่ะครับ?คำห้วน : เวงกำ...... ไหนเอารูปต่อไป มาดิ๊!รูปที่ 2 เอ๋ ..... ล็อพซัง : โดยรวมแล้วผมมองว่า “เอ๋” นี่ก็คือดารารายในแบบที่หมอสุธีอยากให้เป็นนั่นล่ะครับ ส่วนอีกด้านนึงผมมองว่า “เอ๋” ก็อาจเป็นตัวแทนด้านสว่างของหมอสุธีด้วยก็ได้ สังเกตได้ในหลายๆ ฉากที่เอ๋จะเป็นคนมาปลอบน้อง ให้กำลังใจน้องทำแต่สิ่งที่ดีๆ อย่างฉากที่มันชัดมากก็ตอนต้นเรื่องในห้องครัว กับในวัดอ่ะครับ…คำห้วน : อ๋อ ฉากใช้ให้ไอ้ชลมันผ่าขี้ออกจากกุ้งใช่ป่ะ ที่บอกว่าฉันไม่ชอบทำบาป แต่แกมันบาปหนาอยู่แล้วใช่ป่ะ?ล็อพซัง : ใช่ครับ แหมคุณก็ช่างสังเกตเหมือนกันนะครับคำห้วน : ไม่ใช่ช่างสังเกตเว้ย... แต่สงสัยว่ะ กุ้งมันตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ มันจะกลัวบาปไปทำไมวะ แค่ผ่าเอาขี้ออกเนี่ยนะ บาป? กูไม่ get ว่ะ...ล็อพซัง : ก็คุณคำห้วนมันบาปหนาอยู่แล้วนี่ครับ คงไม่เข้าใจเรื่องศีลห้าศีลแปดหรอกครับคำห้วน : สาดดด .... งั้นพากูเข้าวัดหน่อยดิ๊ ในวัดมันมีอะไร?ล็อพซัง : ฉากในวัด ดูรอบแรกผมไม่คิดอะไรมากครับ แต่รอบสองสังเกตปฏิกิริยาการพูดคุยของเอ๋กับชล ผมมองว่าหมอสุธีกำลังตัดสินใจทำอะไรบางอย่างหลังจากที่ฆ่าอ.นกไปแล้ว ส่วนเอ๋ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือด้านดีของหมอสุธี ได้พยายามมาเตือนว่าทำอย่างนี้มันดีแล้วเหรอ แน่ใจนะว่าช่วยได้ อะไรประมาณนี้คำห้วน : อ้อๆ จำได้แระ แล้วหลังจากนั้นไอ้ชล มันก็ชิ่งรถไปหาไอ้หมอจิ๊บใช่ป่ะ เออๆ กูจำได้ แหม...คุณมึงนี่ช่างสังเกตเนาะ แล้วถ้าเป็นด้านดีของไอ้หมอสุธีจริงๆ ทำไมถึงพากันแอบไปขโมยยาในโรงพยาบาลล่ะวะ?ล็อพซัง : ก็เพราะตอนนั้นหมอในคราบชลสิทธิ์ คิดว่าเขามีกันแค่ 2 พี่น้องสิครับ ที่บ้านหลังนั้นก็ไม่มีหยูกยาอะไร ก็เลยพากันไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา แต่ผมว่าลึกๆ ในใจของหมอ คงอยากให้ใครรักษาให้ด้วยล่ะครับ มันเจ็บนะครับมีดบาดเล็บเลือดโชกซะขนาดนั้นอ่ะคำห้วน : แล้วทำไมไม่รักษาเอง ก็เป็นหมอนี่หว่าล็อพซัง : ก็หมอสุธียังไม่รู้ตัวว่าเป็นหมอนี่ครับคำห้วน : แต่กูว่านะ ไอ้หมอมันต้องแอบปลื้มแป้ง อรจิรา แหง็มๆ ถึงได้จิ้นว่าดารารายหน้าดุกลายมาเป็นแป้งน่ารักงี้... เฮ้ย! เป็นไปได้นะโว้ย หรือว่ามึงไม่ชอบแป้งวะ แม่งกระเตงกูไปดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะแป้งไม่ใช่เหรอวะ?ล็อพซัง : ……..รูปต่อไปเถอะครับรูปที่ 3 ชลสิทธิ์ คำห้วน : เดี๋ยวกูขออวดฉลาดก่อนบ้าง แม่ง...คุณมึงเล่นโชว์พาวมา 2 รูปแรกแล้วนะเฟ้ย ไอ้ชลเนี่ยมันตายไปแล้วใช่มะ เห็นในห้องเฉลิมไทยเขาบอกว่าถูกรถชน เออกูก็ว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุนั่นแหล่ะ เพราะสาเหตุการตายคือมันเสียเลือดมากไง ทีนี้ด้วยความที่รักษาไอ้ชลไม่ได้ หมอมันเลยรู้สึกผิดที่ทำให้ดารารายมันต้องอยู่ตัวคนเดียว ด้วยเหตุนี้หมอกับดารารายจึงได้มีเวลาไปแฮปปี้กัน เพื่อปลอบขวัญดาราราย....ล็อพซัง : โทษนะครับ หมอกับดารารายน่าจะรักกันมาก่อนที่ชลสิทธิ์จะตายนะครับผมว่า....คำห้วน : เอ๊า!!! กูก็ไม่ได้บอกว่ามันเพิ่งมารักกันซะที่ไหนละไอ้ล็อพซัง กูแค่บอกว่ามันเปิดโอกาสให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ดูแลกันมากขึ้นต่างหาก ซึ่งไอ้ตรงนี้นี่มันเลยทำให้ดารารายไปยึดติดกับหมอสุธีเพียงคนเดียวมากๆ ไง พอจะโดนชิ่งมันเลยโกรธแค้นมากๆ อันนี้กูเข้าใจอย่างนี้นะล็อพซัง : แล้วอย่างในรูปที่อยู่ดีๆ มือของชลสิทธิ์ก็กลายเป็นเหมือนในหนังสือ Anatomy อ่ะครับ ทำไมหนังต้องใส่เข้ามา?คำห้วน : รอบแรกกูคิดว่าเป็นเพราะผู้กำกับอยากโชว์พาวว่ามันก็ทำได้นะไอ้เทคนิค Hollow Man อ่ะ แต่พอดูรอบสองกูเข้าใจได้ทันทีว่ะ ว่าไอ้มือที่กำลังกลายเป็นเหมือนในหนังสือกายวิภาค มือข้างขวานั้นเป็นมือที่ไอ้หมอมันหั่นศพดารารายน่ะสิวะแม่ง เขียนบทได้ล้ำลึกชิบหาย เหมือนกับสื่อบอกคนดูว่าไอ้หมอใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่ผิดบัดซบ กูว่าชัวร์ว่ะ!ล็อพซัง : แล้วเรื่องที่ชลสิทธิ์ดูแต่หนังจีทีเอช 3 เรื่องนั่นล่ะครับ พอจะบอกได้หรือยัง คุณคิดว่ามันคืออะไร?คำห้วน : อ้อ... กูขอคิดมากหน่อยนะประเด็นนี้ อันที่จริงกูว่าผู้กำกับมันไม่คิดอะไรหรอก แต่กูขอคิดมากเองอันนี้กูยอมรับ... กูว่าทีวีน่ะมันอาจไม่ได้เปิดด้วยซ้ำ แต่อาจเป็นการหลอนไปเองของไอ้หมอว่ะ โดยหนังเรื่องแรกที่มันเปิดคือแฟนฉัน เป็นฉากเจี๊ยบกับน้อยหน่ากำลังกระหนุงกระหนิงกัน เรื่องที่สองเป็นเรื่องเด็กหอเป็นฉากที่หมามันหอนพร้อมกัน เรื่องที่สามเป็นเรื่องซีซั่นเช้นจ์เป็นฉากในบ้านของไอ้พระเอกซีซั่นเช้นจ์อ่ะ มองเผินๆ แม่งมันไม่น่าคิดอะไรหรอก แต่เล่นฉายเรียงลำดับอายุตัวละครหลักในหนังจีทีเอชนี่สิมันน่าคิดล็อพซัง : อ้อ จากเด็กประถมในแฟนฉัน มาเป็นม.ต้นในเด็กหอ แล้วก็เป็นม.ปลายในซีซั่นเช้นจ์นั่นนะหรือครับ?คำห้วน : ช่ายๆ กูว่ามันตั้งใจเรียงลำดับเกินไปหรือป่าววะ แล้วอีกอย่างนะมึง มันจงใจให้คนดูเห็นว่าฉายหนังจีทีเอชว่ะ ซึ่งโอเคเข้าใจว่าเป็นหนังจีทีเอชเหมือนกัน แต่มันจะฟังเพลงหรือนั่งกินข้าวก็ได้ ทำไมไม่ทำ ทำไมต้องดูหนังที่เป็นหนังเกี่ยวกับเด็ก หรือทำไมไม่เอาหนังเรื่องอื่นของจีทีเอชมาใส่ ส่วนชัตเตอร์ที่มีเข้ามามันก็มาแค่เสียงไง แถมเป็นเสียงในช่วงสารคดีตั๊กแตนตัวเมียงับหัวตัวผู้อีกต่างหาก กูมองว่าเป็นความจงใจใส่เข้ามาว่ะ แต่ถ้าคนอื่นดูก็คงไม่เก็ตหรอกมุกนี้อ่ะ เพราะเขาคงไม่สังเกตบ้าบอแล้วคิดเป็นตุเป็นตะเหมือนกูล็อพซัง : แล้วตกลงมันคืออะไรล่ะครับ เรื่องการเรียงลำดับของหนังในทีวีคำห้วน : กูมองงี้ เหมือนมันค่อยๆ โตขึ้นน่ะ ไอ้ตัวชลสิทธิ์ไง จากที่ตอนแรกไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบุคลิกซ้อนของหมอ ก็ค่อยๆ รู้มากขึ้น มากขึ้นจนมาปะทุในช่วงท้าย....ล็อพซัง : เอ่อ...สรุปก็มองง่ายๆ แบบนั้นเลยหรือครับ คิดมากไปป่าวครับเนี่ย?คำห้วน : สาดดดด กูคิดเล่นๆ เว้ย ก็ชวนกูมาช่วยตีความไม่ใช่เรอะ เดี๋ยวก็เลิกคุยซะนี่...ล็อพซัง : โอเคครับ รูปต่อไปได้เลยครับรูปที่ 4 แมวดำ ล็อพซัง : อันนี้ผมว่าต้องให้คุณคำห้วนเขาพูดครับ เพราะเห็นเขาบอกว่าจะแจกแจงเป็นฉากๆ ไปเลย ผมจำได้ครับคำห้วน : ตกลงว่ามึงกำลังจะให้เกียรติกู หรือกำลังประชดกูอยู่วะเนี่ย? เฮ้อ... โอเคๆ จะพูดไปละกันจะได้จบๆ อีแมวดำหน้าผีเนี่ย ที่กูเรียกว่า “อี” เพราะว่ามันเป็นตัวเมียโว้ย กูจ้องหากะโปกในรอบสองตั้งนานแน่ะ ไม่เจอเลยมั่นใจว่าตัวเมียชัวร์ล็อพซัง : เอ่อ คุณคำห้วนครับ เอาเข้าเรื่องดีกว่าครับคำห้วน : หึๆ กูก็แค่อยากบอกว่ามันเป็นตัวเมียอ่ะ ไม่มีอะไรซักหน่อยอย่าเพิ่งระแวงดิ อีแมวดำนี่มันโผล่มาตั้งแต่ต้นเรื่องเลยนะ ซึ่งพอดูรอบสองเราก็จะรู้ว่าเพลง “คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” มันไปกระตุ้นความทรงจำในจิตไร้สำนึกของไอ้หมอสุธี ภาพแรกที่เราเห็น.....เปิดตัวด้วยดวงจันทร์เหนือผืนเมฆและไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงตึกจีทีเอช อ่ะโด่...แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่ามันเป็นภาพลวงตาเพราะตึกจีทีเอชแบบนั้นมันมีจริงซะทีไหนเล่า...พอเข้ามาในท่อเราก็จะจ๊ะเอ๋ลูกกะตา ที่ถูกทิ้งอยู่ในท่อเล็กๆ คล้ายท่อซิ๊งค์ระบายน้ำอะไรสักอย่าง พอกล้องเริ่มสูงขึ้นเราก็จะเห็นอีแมวมันกำลังเดินสำรวจรอบๆ บ้านดาราราย... มันเดินไปเดินมาตามกลิ่นเลือด จนมาถึงร่าง 2 ร่าง ของ 1 คนกับ 1 ศพ แต่หนังฉลาดพอที่ไม่ให้เราเห็นว่าใครเป็นใคร ถึงแม้คนดูจะเดาได้ก็ตามว่าเป็นไอ้หมอนั่นล่ะกำลังหั่นศพดารารายอยู่ แต่มันก็เกื้อหนุนกับสภาพจิตของหมอสุธีในคราบไอ้ชลไง ว่ามันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร...ล็อพซัง : แล้วตกลงว่า คุณคำห้วนมองว่าแมวดำตัวนั้นคืออะไรครับ?คำห้วน : กูมองงี้ไอ้คุณล็อพซัง แมวดำคือด้านมืดฝังลึกของหมอสุธีที่ถูกปลุกขึ้นมาขณะฟังเพลง “คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” จำได้ไหมว่าตอนจบที่ดารารายมันสะกดจิตหมอโดยใช้เพลงนี้เป็นเครื่องมืออ่ะ มันบอกว่า “ทุกครั้งที่คุณได้ยินเพลงนี้ จะทำให้คุณรู้สึกถึงสิ่งดีๆ ระหว่างเรา แต่ถ้าคุณจะทิ้งฉันไป ขอให้เพลงๆ นี้คอยย้ำเตือนคุณถึงสิ่งที่คุณได้กระทำไว้กับฉัน ถึงแม้ฉันจะหายไปไหนก็ตาม! ชื่อดาราราย ตามหาให้เจอ!” แม่ง! ประโยคนี้โคตรเด็ดว่ะกูชอบ มันตอบโจทย์ทุกอย่างในหนังได้หมดไง แล้วไอ้หมอมันก็ฆ่าดารารายด้วยมือตัวเองใช่ไหม แถมมันยังฆ่าลูกของมันกับดารารายด้วยอีกต่างหาก มันเลยโคตะระรู้สึกผิดไง เพลงคิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียวที่ไปปลุกมันแทนที่จะจำแต่เรื่องดีๆ มันก็ไปจำแต่เรื่องที่มันทำผิดไว้กับดาราราย ส่วนอีแมวดำก็ไม่ต่างจากเอ๋หรอกมันเป็นสิ่งที่ไอ้หมอมันสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความผิดมหันต์ที่มันอยากลืมเอาไว้ มันจึงไม่มาเป็นภาพไอ้หมอกำลังฆ่าคนแบบชัดๆ ไง แต่จะมาเป็นภาพแมวตามขู่ ตามหลอนแล้วก็มีผีกอลลัมฆ่าคนแทนมัน หรือถ้าเป็นเอ๋ซึ่งเป็นด้านดีก็จะมาแนวปลอบขวัญ ตักเตือนและช่วยเหลือไรงี้อ่ะ....ล็อพซัง : แล้วการที่แมวดำตัวนั้น ไปตามที่ต่างๆ คุณคิดว่ามันมีจริงหรือเปล่า?คำห้วน : มึงแกล้งถามหรือเปล่าวะเนี่ย กูอุตส่าห์พูดมาตั้งนานก็น่าจะรู้ว่ามันไม่มีจริง อย่างในพิพิธภัณฑ์ที่ “กอล์ฟโย่ง” มันโชว์เหนือเอาทีเร็กซ์มาไว้ในหนังของมันกับเอาช้างดองทั้งตัวมาตุ๊ยฟองน้ำ นั่นก็ไม่มีจริงหรอก มันเป็นภาพหลอนของไอ้หมอสุธีมัน แมวก็คือด้านมืดที่บอกว่าสิ่งชั่วร้ายกำลังจะเกิดขึ้นแล้วน่ะ และอาจเป็นความต้องการของหมอที่จะฆ่าคนพวกนั้น แต่พอมาอยู่ในร่างของไอ้ชลมันก็จะกลบเกลื่อนความผิดแล้วสร้างภาพกลายเป็นแมวดำ แล้วก็มีผีกอลลัมเป็นตัวที่ฆ่าคนแทนไง... ซึ่งจะว่าไปไอ้แมวดำมันก็ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุที่ไหนสักที่หรอก มันหลอนไปเรื่อยอ่ะ ไอ้หมอไอ้ชล...ล็อพซัง : แล้วทำไมมันต้องเป็นตัวเมียด้วยล่ะครับ อีกอย่างทำไมมันกะดิกหางบ่อยเหลือเกินจังครับ?คำห้วน : เอ่อ...นี่คุณมึงอยากรู้จริงๆ หรือตั้งใจกวนประสาทกูล่ะเนี่ย รูปนี้มึงไม่แสดงความคิดเห็นไรเลยนะ ให้กูตีความคนเดียวอยู่ได้ แกล้งกันป่าววะเฮ้ย....จบๆ รูปแมวดำเหอะท่าน รูปที่ 5 หมออุษา คำห้วน : เฮ้ย....เอารูปหมอ Usa มาทำไมวะ มีอะไรที่ต้องตีความด้วยวะแม่งล็อพซัง : เขาคงหมายถึงประเด็นเรื่องการรักษาโรคจิตมั๊งครับ เพราะตอนที่หนังเปิดตัวตัวละครหมออุษานี้ เธอดูเป็นเหมือนคนเก่งนะครับ แต่กลับมาพลาดปล่อยให้สามีไปฆ่าคนได้ตามชอบใจ ไม่ยอมรักษาเป็นเรื่องเป็นราว อันนี้เป็นข้อเสียของหนังเรื่องนี้เลยนะครับผมว่า...คำห้วน : เฮ้ย....ไอ้คุณล็อพซัง ลืมไรไปป่าววะ เหตุการณ์ในหนังบอดี้มันเกิดขึ้นแค่ 4 วันนะเว้ยเฮ้ย.... แค่ 4 วันนี้หมอ Usa คงไม่คิดหรอกว่าผัวหล่อนจะไปเชือดใครเข้าให้ แม่ง ตอนกูดูรอบแรกกูก็คิดงี้ว่ะ แต่รอบแรกกูไม่สังเกตวันเวลาในหนังไง เพราะหนังมันตัดไปตัดมาเดี๋ยวเป็นชลเดี๋ยวเป็นหมอ กูเลยคิดว่าคงหลายวัน แต่พอดูรอบสอง กูเลยสังเกตได้ว่าเหตุการณ์ในหนังมันเกิดขึ้นภายใน 4 วัน 5 คืนเท่านั้นว่ะ เพราะงี้ไงกูจึงเข้าใจหมออุษา แต่เป็นห่วงแกเรื่องเดียวว่ะล็อพซัง : เอ่อ ...เรื่องอะไรล่ะครับคำห้วน : กลัวหมอ Usa จะเป็นโรคจิตตามผัวแกน่ะสิ แม่งดุลูกสาวได้น่ากลัวชิบหาย! กูกลัวแกมากกว่าผีกอลลัมในเรื่องอีกอ่ะมึง.....ล็อพซัง : …..รูปที่ 6 หมอสุธี คำห้วน : เรื่องหมอสุธี กูยังไม่เคลียร์ว่ะล็อพซัง : ไม่เคลียร์เรื่องอะไรครับ ดูไปตั้ง 2 รอบแล้วนาคำห้วน : คือตอนแรกกูเข้าใจว่าแกเป็น มัลติเพิ้ล เพอร์ซันนัลลิตี้ ดิสออเด้อร์ (สำเนียงไทยสุดฤทธิ์) โรคจิตที่มีอาการหลงผิด เห็นตัวเองเป็นคนอื่น มีเพื่อนในจินตนาการใช่ป่ะ แต่ไอ้ตอนจบซาดิสม์หลังชื่อผู้กำกับ มันทำให้กูไม่เคลียร์ว่ะ ว่าตกลงจะเป็นเพราะสะกดจิต หรือเป็นโรคจิตกันแน่ล็อพซัง : ผมมองงี้ครับ เป็นเพราะถูกสะกดจิตนั่นล่ะครับ ส่วนที่หมอไปฆ่าอ.นกกับหมอจิ๊บนั้นเป็นความต้องการของหมอเอง แล้วทำไปโดยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นหมอสุธี การฆ่าคนของหมอไม่ใช่การถูกสะกดจิตหรอกครับคำห้วน : อืม... พอพูดมาอย่างนี้ แล้วนึกถึงแมวดำเลยว่ะ กูเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องเป็นแมว...ล็อพซัง : เอ่อ... มันเกี่ยวอะไรกับแมวด้วยล่ะครับคุณคำห้วนคำห้วน : เหอๆ ถ้ามึงบอกว่าหมอสุธีตั้งใจฆ่าอ.นก กับหมอจิ๊บอยู่แล้ว กูเลยเข้าใจได้เลยว่าทำไมด้านมืดของหมอสุธีจึงเป็นแมวดำ เพราะเหยื่อของหมอสุธีก็คือ “นก” กับ “จิ๊บ” อ่ะดิ หมอสุธีเลยสร้างภาพตัวเองเป็นผู้ล่าให้กลายเป็น “แมว” เพราะแมวส่วนใหญ่นอกจากหนูในบ้านแล้ว มันยังชอบกินนกกับลูกไก่ด้วยไง โห...ใครคิดบทวะเนี่ย?ล็อพซัง : เอ่อ จิ๊บ นี่มันแปลว่า รถจิ๊บ ก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ?คำห้วน : จะบ้าเรอะ! ตกภาษาไทยเหรอคุณมึง รถจี๊ป ไม่ใช่ รถจิ๊บโว้ย สะกดอย่างนี้ จอจาน-สระอี-ไม้ตรี-ปอปลา อ่านว่า จี๊ป ไม่ใช่ “จิ๊บ” ส่วนจิ๊บเป็นเสียงร้องของนกหรือไม่ก็หมายถึงลูกไก่ก็ได้.... ไปเรียนภาษาไทยมาใหม่นะเฟ้ยเฮ้ย ล็อพซัง : ได้คร้าบ พ่อนักเขียน แต่รถจี๊ปมันไม่ใช่ภาษาไทยซักหน่อย เป็นคำทับศัพท์นี่ครับคุณคำห้วน : ถึงจะทับศัพท์ก็ไม่ควรใช้ผิดเว้ย ไอ้นี่เขียนบทความมาก็เยอะ ชอบเขียนคำผิดบ่อยนะมึงรู้ตัวป่ะล็อพซัง : เอ่อ....รูปต่อไปครับ....รูปสุดท้าย ดาราราย ล็อพซัง : ผมมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารนะครับ ชีวิตก็ไม่เหลือใครแล้ว พอกำลังจะมีลูก ฝ่ายชายก็ดันจะทิ้งไปอีก เข้าใจว่าเธอทั้งรักทั้งเกลียดล่ะครับ จึงได้สะกดจิตอะไรแบบนั้นออกไปคำห้วน : แล้วตกลงเธอเป็น “แม่หมอ” จิงป่ะ ? ผมว่าเธอเหมือนมีพลังจิตด้วยนะ ตอนคลาสในห้องเรียนอ่ะ ที่ใช้เสียงริงโทน “ภาพลวงตา” เป็นเครื่องมือดึงความทรงจำในจิตไร้สำนึกของนักศึกษาคนนึงออกมา ถ้าเป็นคนธรรมดาไม่น่าจะทำได้ถึงขนาดนั้นนะครับ ผมว่า...ล็อพซัง : ทำไมไม่พูด “กู - มึง” เหมือนเดิมล่ะครับคุณคำห้วน พูดซะเพราะเสนาะหูเชียวคำห้วน : กำ....กูลืมตัวว่ะ ...ตกลงว่าผีดารารายมีตัวตนจริงใช่ป่ะ?ล็อพซัง : อืม เห็นซะชัดขนาดนั้นในตอนจบ ก็น่าจะมีจริงๆ ล่ะครับคำห้วน : แล้วที่กูกับมึงแล้วไอ้เติ้งไปดูมา 2 รอบ ผีดารารายตัวจริง ที่ไม่ใช่ผีกอลลัม มันโผล่มาตอนไหนในเรื่องบ้างวะ นอกจากตอนจบอ่ะ?ล็อพซัง : เอ่อ...อันนี้ผมก็ไม่ได้สังเกตนะครับ แต่คาดว่าน่าจะเป็นตอนที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงหรือเปล่า ไปนอนเตียงของเขานี่คำห้วน : เฮ้อ....คิดไปก็เท่านั้นล่ะว้า สงสัยต้องไปดูอีกรอบถ้ามีคนเลี้ยงอีกอ่ะนะ ว่าแต่ว่าผีดารารายขี้เล่นเหมือนกันนะเว้ย ฉากตอนใกล้ๆ เฉลยอ่ะ มีการส่งsignกับหมออีกว่า “เกือบถูกแล้วล่ะ” หึๆ สงสัยคงจะเกลียดหมอมากกว่ารักนะกูว่า เพราะดูเธอสนุกเหลือเกินกับการที่เห็นไอ้หมอสุธีต้องทนทุกข์ทรมาน ยิ่งไอ้ฉากคลายมนต์สะกดนะ หึๆ เป็นการให้อภัยที่ข้นคละไปด้วยความแค้นว่ะล็อพซัง : จำได้ว่าตอนที่ดูฉากคลายมนต์สะกดนี้จบ มีสาวๆ แถวหน้าตบมือกันใหญ่เลยนะกับฉากจบฉากนั้นอ่ะคำห้วน : อ้าวเฮ้ย ...รอบกูก็มี มากัน 3 สาวใช่ป่ะ คุ้นๆ ว่าเด็กพาณิชย์ว่ะล็อพซัง : ก็รอบเดียวกันนั่นแหล่ะครับคำห้วน : อ้าวเฮ้ย... มึงนั่งตรงไหนวะ กูว่ากูไม่เห็นมึงนะเว้ยล็อพซัง : โธ่....คุณคำห้วน ยอมรับความจริงเถอะครับว่าพวกเราคือคนเดียวกัน คนเดียวกันกับคุณเติ้งคนที่สัมภาษณ์เรานั่นล่ะคำห้วน : หง่ะ แล้วไอ้เติ้งมันไปไหนซะละ พูดแล้วกูงงนะเว้ยมึง อย่าบอกนะว่ากูเป็นบุคลิกซ้อนของมึงอ่ะ กูยังไม่อยากเป็นบ้านะเว้ยเฮ้ยล็อพซัง : คนบ้าที่ไหนจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นบ้าล่ะครับ พวกเราไม่ได้เป็น Multiple Personality Disorder หรอกครับคำห้วน : อ้าว... งั้นที่มึงกับกูกำลังเป็นอยู่ เค้าเรียกว่าอะไรวะ?ล็อพซัง : สั้นๆ ครับ เค้าเรียกว่า “ ต อ แ ห ล ” คำห้วน : เยะ – เข้!ล็อพซัง : อ้าว...พูดคำหยาบกับผมอย่างนี้ “นาฬิกาของเราคงเดินไม่ตรงกันแล้วล่ะ” คำห้วน : เง้อ! เล่นมุกหนังรักที่ดีที่สุดของพจน์ อานนท์ เชียวนะมึง หนูไม่อาวอ่ะ เสียวสันหลังว่ะล็อพซัง : หึๆ งั้นเรามาลาคนอ่านเหอะ เค้าคงรำคาญเรากันแล้ว คำห้วน : ไอ ซี , ยู โน้วคำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก : ขอบคุณที่อดทนตามอ่านกันครับ รักคนอ่านทู๊กกกกโคนนนน xxx
Create Date : 07 ตุลาคม 2550
Last Update : 8 ตุลาคม 2550 12:12:01 น.
96 comments
Counter : 5664 Pageviews.
โดย: mosalina IP: 58.64.120.214 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:7:36:39 น.
โดย: grappa วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:8:39:17 น.
โดย: dakandum IP: 58.10.192.183 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:14:59:07 น.
โดย: nanoguy วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:18:42:57 น.
โดย: ชลสิทธิ์ คิดไม่ซื่อ IP: 203.156.71.149 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:23:17:51 น.
โดย: nanoguy วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:5:09:41 น.
โดย: pangz วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:12:15:06 น.
โดย: pangz วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:13:05:50 น.
โดย: nanoguy IP: 125.24.80.178 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:13:32:16 น.
โดย: Unravel วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:13:40:47 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:19:27:53 น.
โดย: nanoguy วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:0:58:18 น.
โดย: haro_haro วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:11:09:40 น.
โดย: เลดี้มาเฟีย IP: 124.121.245.241 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:18:45:34 น.
โดย: nanoguy วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:14:32 น.
โดย: nanoguy วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:2:06:40 น.
โดย: haro_haro วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:11:19:06 น.
โดย: haro_haro วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:11:22:01 น.
โดย: Unravel วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:11:37:02 น.
โดย: nanoguy วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:13:54:53 น.
โดย: haro_haro วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:14:04:32 น.
โดย: pangz วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:22:58 น.
โดย: Unravel วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:18:03:35 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:18:17:22 น.
โดย: haro_haro วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:12:47:15 น.
โดย: nanoguy วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:14:34:35 น.
โดย: nanoguy วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:3:34:05 น.
โดย: pangz วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:11:33:09 น.
โดย: nanoguy วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:16:26:47 น.
โดย: yibby วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:18:31:48 น.
โดย: yibby วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:19:47:00 น.
โดย: Bella IP: 58.11.20.139 วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:21:01:39 น.
โดย: ^^ IP: 58.64.103.61 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:16:54:04 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:11:42:03 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:14:56:35 น.
โดย: dokthongz IP: 125.26.163.120 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:23:43:06 น.
โดย: Unravel วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:0:11:55 น.
โดย: haro_haro วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:11:49:57 น.
โดย: SpySkyWay วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:13:17:34 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:15:35:03 น.
โดย: pangz วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:0:37:40 น.
โดย: nanoguy วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:15:42:29 น.
โดย: ฟ้าดิน วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:4:42:42 น.
โดย: nanoguy วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:12:44:58 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:13:41:12 น.
โดย: yibby วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:7:24:51 น.
โดย: อั๊ต (yibby ) วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:18:51:41 น.
โดย: nanoguy วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:20:47:06 น.
โดย: joblovenuk วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:13:38:13 น.
โดย: Unravel IP: 203.150.192.86 วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:18:42:48 น.
โดย: yibby วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:4:23:31 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:11:58:23 น.
โดย: มารีออง IP: 125.27.214.153 วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:12:14:41 น.
โดย: nanoguy วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:14:13:43 น.
โดย: nanoguy วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:14:15:22 น.
โดย: มารีออง วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:17:32:46 น.
โดย: nanoguy วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:11:06:00 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:17:34:49 น.
โดย: haro_haro วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:17:38:48 น.
โดย: haro_haro วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:17:43:58 น.
โดย: Michiru วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:8:58:51 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:14:30:28 น.
โดย: nanoguy วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:17:14:43 น.
โดย: haro_haro วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:9:15:57 น.
โดย: pangz วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:20:03:55 น.
โดย: love_devy (love_devy ) วันที่: 28 ตุลาคม 2550 เวลา:14:02:39 น.
โดย: พ่อน้องเท็น IP: 125.26.248.218 วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:13:58:26 น.
โดย: haro_haro วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:14:32:26 น.
โดย: haro_haro วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:14:37:16 น.
โดย: คำฮ่วย555 IP: 203.156.85.165 วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:1:26:11 น.
โดย: haro_haro วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:10:07:53 น.
โดย: pangz วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:20:48:27 น.
โดย: Blue Yatch@Singapolo IP: 203.118.46.253 วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:23:21:12 น.
โดย: ดาราราย IP: 202.183.201.101 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:39:32 น.
โดย: กบในขวด IP: 49.49.243.36 วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:19:37:33 น.
คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก
หัวใจของผมทำด้วยเซลลูลอยด์คร้าบบบบบ
รายการ Blog ที่Update ล่าสุด
ชอบBlogไหนคลิกที่รูปได้เลยครับ
รีวิวซีรี่ส์ 1 Litre of Tears
คลิปเปิดตัว 24 DAY 7
เป็นตุเป็นตะกับบอดี้ ศพ 19
มันติดมาจากในโรง#3
เพลงสุดโหยหวนจากหนัง The Brave One
รีวิวซีรี่ส์ HouseMD และเฉลยปม Lost
Retro to Film - Club
เพลง เธอทั้งนั้น
ให้เจ้าหลาน Bay
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31
ท่าทางคุณก็มีโตโต้เหมือนกันนะ