Best shit ever
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
28 เมษายน 2551

โรคนอนบ้านเพื่อนเรื้อรัง( friend's home chonic disease)

สวัสดีครับคุณหมอสมยศ วันนี้อากาศดีจังนะครับ น่าออกไปตีกอล์ฟหลุม19จัง เพราะว่าปกติวันนี้เป็นวันที่ผมต้องออกรอบทุกอาทิคย์(ผมตีเป็นแต่หลุม19น่ะครับ) แต่ว่าวันนี้ผมขอหยุดหนึ่งวัน เพื่อที่จะร่อนจดหมายมาขอคำปรึกษาและข้อมูลต่างๆ ขอแนะนำตัวนะครับผมชื่อวีนีวัน(ผมเป็นลูกครึ่งเกาหลีครับ หน้าตาจัดว่าหล่อเลยทีเดียว) ผมรูปร่างผอมเพรียวครับ สูง218cm. หนัก 42kg ผมว่าผมหุ่นดีมากเลยครับ แต่ยังไม่เคยมีแมวมองชวนผมไปเป็นนายแบบเลย แต่แมวมองในไทยคงตาไม่ถึงล่ะมั้งครับ หุ่นอย่างผมนี่ถ้าไปเดินเล่นแถวๆริมหาดนี่ดูเด่นกว่าเส้นขอบฟ้าที่สวยงามอีกนะครับ เอาล่ะแนะนำตัวผมมามากพอแล้วขอเข้าหัวข้อละกัน แต่ก่อนอื่นผมขอสารภาพก่อนเลยว่าไม่เคยได้ติดตามหรืออ่านคอลัมน์ของคุณหมอมาก่อน
จนกระทั่งได้มามีโอกาสอ่านคอลัมน์ที่แล้วของคุณหมอที่เขียนเรื่องโรคgangbangologist แต่ในความเป็นจริงก็ได้ยินกิตติศัพท์มาบ่อยๆ ทำให้ผมคุ้นชื่อของคุณหมอสมยศมาก จนผมเห็นคนชื่อสมยศทีไร ผมนึกถึงคุณหมอผู้เชี้ยวชาญทันที


"แหม ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ว่าเกริ่นนานไปหน่อยนะครับ ขอเข้าประเด็นเลยได้ไหมครับ(แต่เกริ่นนานๆก็ดีครับ หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์อยู่ให้หมอตัวอักษรละ1.50บาท)"

จดหมายอีเมล์ฉบับนี้ที่ผมเขียนมาหาคุณหมอผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณหมออยู่หนึ่งเรื่องครับ ผมขอให้เหตุผลถ้าถามว่า ทำไมไม่ไปพบแพทย์ ผมขอตอบว่า เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เหล่าแฟนๆคอลัมน์ของคุณหมอด้วยยังไงล่ะครับ เพราะถ้าผมไปพบแพทย์ทึ่โรงพยาบาล คนอื่นๆทั้งแฟนๆรวมไปถึงบรรดาขาจรก็ไม่ได้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ผมต้องการจะถามอย่างแน่นอน(เพราะผมจะรู้คนเดียว) อ้อ อีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่ไปโรงพยาบาลคือ ผมเกรงว่าจะไปเจอเพื่อนของคุณบาปริ65ที่ชื่อใหม่ ที่เขียนจดหมายมาหาคุณหมอเมื่อคอลัมน์ที่แล้วน่ะครับ เขาคงนอนโรงพยาบาลอยู่แน่ๆเลย ขอโทษทีครับ เกริ่นนานไปหน่อย แต่โดยพื้นฐานแล้วผมไม่ใช่คนชอบเกริ่นอะไรนักหรอกครับ เพราะว่ามันจะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุและไม่ได้เข้าประเด็นถึงสิ่งที่จะต้องการหาคำตอบด้วยน่ะครับ เพราะนิสัยของผมเพื่อนๆมักบอกว่าผมเป็นคนรีบร้อน ทำอะไรตรงเวลา มีเป้าหมาย ลงมือทำทันที ดังนั้นแล้วผมที่ผมเขียนจดหมายมาหาคุณหมอสมยศเนี่ย ผมจึงไม่เสียเวลาแนะนำตัวมากเกินควรน่ะครับ เอาแต่เนื้อๆ น้ำๆตัดออกไปได้เลย จนเพื่อนๆผมตั้งฉายาผมว่า "ฝ่ายรวบรวมการบ้าน" เพื่อนๆผมชอบมากๆเลยครับ แต่ผมว่ามันฟังดูไม่ค่อยเท่เท่าไหร่ และไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับการพูดที่เจาะลึกถึงประเด็นเท่าไหร่
"ในความคิดขั้น common senseของผม ผมคิดว่าคุณเป็นคนที่กริ่นเยอะจนทำให้หมอยังหาประเด็นที่เป็นคำถามเกี่ยวกับโรคถัยไม่เจอเลยครับ"

เอาละครับผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคือว่าผมป่วยเป็นโรคนอนบ้านเพื่อนเรื้อรังครับ อาการของผมที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ในระยะไหน ผมขออธิบายอาการของผมโดยคร่าวๆไม่ละเอียดมากนักนะครับ อาการของผมคือเมื่อเวลากลับจากที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็น ไปเตะบอล ไปกินเหล้า ไปกินลาบเลือด ไปตีกอล์ฟ(เฉพาะหลุม19) ไปเหล่หญิง ไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ไปทำใบขับขี่ ฯลฯ รวมไปถึงกระทั่งไปบ้านตัวเอง เมือพลบค่ำผีตากผ้าอ้อมแล้ว ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ตัวผมนั้นนอนบ้านเพื่อนให้ได้(บ้านเพื่อนผมที่ไปนอน98%ชื่อแมนครับ) โดยเมื่อเวลาไปนอนแล้วผมมีอาการ อยากกินปูผัดผงกระหรี่ และทอดมันกุ้งทุกครั้ง นอกเหนือจากนั้นก็มีอาการที่ชอบไปใช้แปรงสีฟันของคนอื่นๆ สูบบุหรี่แล้วเขี่ยขี้บุหรี่ใส่แก้วไวน์ แล้ว
ผมก็ชอบทำประตูเสียโดยเฉพาะประตูห้องน้ำครับ อาการหลักๆของผมที่เวลาไปนอนบ้านเพื่อนมีเท่านี้ครับ โดยอาการย่อยๆจะมีเช่นใส่กางเกงในของคนในบ้านเพื่อน แอบเอามาม่าเพื่อนไปต้มทีละ3ห่อ+ไข่ ชอบนั่งเล่นคอมพ์เพื่อนปานว่าคอมพ์ตัวเอง เข้าบ้านแบบไม่เคาะประตูบ้าน ฯลฯ แต่อาการทั้งหลายแหล่ที่ผมเล่ามานั้น ผมไม่รู้สึกว่ามันเป็นอันตรายต่อผมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมจึงไม่มั่นใจว่าจะรักษาดีหรือไม่ เพราะถ้าไปรักษาผมคงได้นอนโรงพยาบาลและทำให้ไม่ได้นอนบ้านเพื่อนอีก(ถ้าไปนอนโรงพยาบาลผมคงได้เจอผู้ป่วยgangbangologist เข้าสักวันแน่) ขอคำปรึกษาเด็ดๆที่ตรงประเด็นด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


"เข้าประเด็นแล้วสินะครับ คุณรู้ว่าตนเองป่วยและรู้ชื่อโรคแต่แรกก็ดีล้วครับ เพราะมีวัยรุ่นไทยจำนวนมากป่วยเป็นโรคนี้แต่ไม่ทราบว่าตนเองป่วย โรคนอนบ้านเพื่อนเรื้อรัง( friend's home chronic disease) อาการโดยหลักแล้วก็คือ ไม่นอนบ้านที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน มักจะนอนบ้านเพื่อนทุกวัน อาการข้างเคียงของโรคนี้คือทำตัวตามสบายยิ่งกว่าเจ้าของบ้าน กินมากกว่าเจ้าของบ้าน(ยกตัวอย่างเช่น ต้มยำกุ้งมีกุ้ง10ตัว ผู้ป่วยทานกุ้งไป9ตัว อีกหนึ่งตัวทำหล่น) และไม่ช่วยทำประโยชน์ใดๆแก่เจ้าของบ้านเลยไม่ว่าในกรณีใดๆ ในหลายๆครั้งผู้ป่วยโรคนี้มักทำตนให้เจ้าของบ้านเดือดร้อนด้วยเช่นทำลายทรัพย์สิน ทำคอมพ์ติดไวรัส โทรศัพท์คุยผัวโดยใช้เบอร์เจ้าของบ้าน"

"อาการป่วยประเภทนี้ไม่ใช่อาการทางกายครับ เป็นอาการทางจิตใจแต่มีผลมากทางด้านกายภาพ เพราะว่าเมื่อจิตใจโหยหาเรียกร้องที่จะไปนอนบ้านเพื่อน จะทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองได้คล้ายๆกับว่าเหมือนโดนสะกดจิต แต่ว่าผู้ป่วยนั้นรู้สึกตัวเองตลอดเวลา(อาจดูขัดแย้งกันเล็กน้อย) โดยวิธีการรักษานั้นทำยากไม่สามารถรักษาได้โดยการไปพบจิตแพทย์และต้องใช้
เงินทุนสูงมากเพราะว่าเป็นการรักษาระยะยาว นั่นคือ ปรับปรุงบ้านของผู้ป่วยให้มีลักษณะเหมือนบ้านเพื่อน100% เพื่อที่จะทำให้ผู้ป่วยหลงคิดว่านั่นคือบ้านของเพื่อนตนเองและจะได้ไปอาศัยหลับนอนทุกวัน อีกวิธีการรักษานึงคือซื้อบ้านของเพื่อนและจัดการย้ายเข้าภายในทันทีโดยไม่ตกแต่งภายในเสริม คงสภาพเดิมไว้ทุกอย่าง100% แต่วิธีนี้จะต้องจัดหาที่อยู่ชั่วคราวให้เจ้าของบ้านก่อน ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเป็นทวีคูณ(ไม่แนะนำให้เพื่อนย้ายไปที่บ้านของผู้ป่วยเอง เพราะจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก อีกไม่นานผู้ป่วยก็จะกลับมานอนที่บ้านซึ่งได้ถ่ายโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของเพื่อนอีก) แต่มีวิธีป้องกันอยู่หนึ่งวิธี จะได้ผลหรือไม่ได้ผลขึ้นอยู่กับความฉลาดของผู้ป่วย โดยวิธีนี้คือกาให้เจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านและล็อคประตูทุกบาน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามรถเข้าไปหลับนอนได้ แต่ตามที่บอกไว้แต่ตอนต้นวิธีนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของผู้ป่วยเพราะว่าถ้าหากผู้ป่วยรู้วิธีสะเดาะกุญแจ, รู้ที่ซ่อนกุญแจ , ได้ปั๊มกุญแจไว้ก่อน หรือทราบถึงหนทางต่างๆที่ทำให้เข้าบ้านได้ วิธีการป้องกันนี้ก็จะสูญเปล่า และบางทีอาจทำให้บ้านสกปรกยิ่งกว่าตอนที่เจ้าของบ้านอยู่ด้วย เพราะผู้ป่วยอาจเชิญเหล่าผองเพื่อน(ที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน)มาสังสรรค์ปาร์ตี้ อาจก่อเกิดกิจกรรมผิดกฏหมายซึ่งเจ้าหน้าที่อาจดำเนินคดีกับเจ้าบ้านได้ ซึ่งผลเสียไม่คุ้มกันจึงไม่ขอแนะนำให้ใช้วิธีการป้องกัน"

"โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อนะครับ มีหลายคนเข้าใจผิดเพราะว่ามันเป็นอาการทางจิตไม่สามารถก่อเกิดเป็นโรคติดต่อได้ แต่ที่ทำให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นนั่นเป็นเพราะว่า เป็นพฤติกรรมการเลียนแบบ ซึ่งคนที่เลียนแบบนั้นทำจนติดเป็นนิสัยและเป็นผลส่งให้เกิดอาการป่วยทางจิตในเวลาต่อมา ซึ่งมีเคสๆหนึ่งที่ผมพบมากับตัวเองหมอขอเล่าให้ฟังนะครับ เพื่อให้เป็นกรณีศึกษา เรื่องก็คือที่บ้านของนายแมนโดยปกติแล้วจะมีผู้ป่วยโรคนอนบ้านเพื่อนเรื้อรังมาพักอาศัยอยู่แล้ว1คนคือนายวี ซึ่งในระหว่างนั้นมีเพื่อนของนายแมนชื่อบา แวะมาเล่นบ้านอยู่ครั้งคราวบางวันก็มาค้างคืน จนกระทั่งทำติดจนเป็นนิสัย ไม่นานก็ทำให้บาป่วยเป็นโรคนอนบ้านเพื่อนเรื้อรัง มีพฤติกรรมเหมือนนายดิวทุกอย่าง นั่นคือกินข้าวบ้านนายแมน, กางเกงในให้นายแมนซัก, ไม่ออก
ค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น, เอามาม่าไปต้มทีละ3ห่อ ฯลฯ ซึ่งผมได้มีโอกาสแวะไปบ้านนายแมนพอดีผมจึงสัมภาษณ์นายบา นายบาให้ข้อมูลโดยรวมว่าว่า ที่ไปอยู่บ้านนายแมนเพราะคิดว่า ถ้านายดิวอยู่ได้ทำไมบาจะอยู่ไม่ได้(เป็นพฤติกรรมการเลียนแบบอย่างชัดเจน)"

"วิธีการป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคนี้ทำได้ง่ายมากจนไม่น่าเชื่อเลยครับ เพียงแค่ทำตัวให้ปกติอย่างที่ชาวบ้านทำกันโดยการนอนที่บ้าน กินข้าวที่บ้าน เข้าห้องน้ำที่บ้าน ทำให้ติดเป็นนิสัย เพราะพาหะของโรคนี้คือจิตใจที่อ่อนไหวครับ"




 

Create Date : 28 เมษายน 2551
5 comments
Last Update : 28 เมษายน 2551 17:34:38 น.
Counter : 1157 Pageviews.

 

เดี๋ยวจะปริ๊นไปแปะหน้าบ้าน

 

โดย: honeynut 28 เมษายน 2551 19:36:59 น.  

 

55555 ไม่มีไรพิมพ์

 

โดย: อาย (happy-on-love ) 28 เมษายน 2551 22:01:23 น.  

 

ชอบค่ะ ขำดี

 

โดย: DaRia 28 เมษายน 2551 23:24:29 น.  

 

อ่านกันรู้เรื่องหรอครับ - -a

ผมเขียนล้อเพื่อนนะนี่

 

โดย: จขบ (I Need Someone And Always ) 29 เมษายน 2551 0:09:58 น.  

 

 

โดย: FlyleaF 1 มกราคม 2561 17:34:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Dank Memes Browser
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกลียดชื่ออมยิ้มจริงๆ
[Add Dank Memes Browser's blog to your web]