Group Blog
 
All Blogs
 

สถานการณ์อันน่าอึดอัด

วันนี้เรากับอั๋นมางานแต่งงานของน้องชายของป้าสะใภ้ ก็จัดโต๊ะจีนกันยาวเหยียดเต็มที่ว่าการอำเภอ มีเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินสายถ่ายรูปตามโต๊ะกันตามธรรมเนียม

หลังจากที่พวกเราถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว ก็นั่งลงกิน+คุยต่อ

''เมื่อวันศุกร์ ใครเป็นคนบอกว่าซิปไม่รูด'' เจ้าอั๋นเริ่มต้นด้วยการย้อนอดีต
''พนักงานธนาคาร''
''แล้วถ้าช่างภาพไม่รูดซิป จะเข้าไปบอกเขาไหม''
''บอกซิ'' เราตอบโดยไม่ต้องคิด
''ถ้างั้นก็เข้าไปบอกเลย นั่นน่ะ เขาไม่รูดซิป'' เจ้าอั่นบุ้ยใบ้ไปยังช่างภาพหนุ่มผมยาวที่เดินถ่ายภาพให้บ่าวสาว

เอาล่ะสิครับ พูดน่ะมันง่าย ทำจริงน่ะยาก แล้วของอย่างนี้ ถ้าลังเลเพียงนิด ก็จะลังเลไปจนไม่ได้บอกน่ะแหละ
''ไม่จริงมั้ง ไม่เห็นหน้าต่างเปิดเลย'' เราเกี่ยง
''จริง ไปดูสิ''

แล้วเราสองคนก็เดินด้อมๆ ไปยังสองโต๊ะถัดไปที่กำลังถ่ายภาพกับบ่าวสาว ตาก็จ้องหาหน้าต่างที่เปิด
''รูดแล้ว!'' เราซึ่งมองยังไม่ได้มุมสรุป
''ยังไม่รูด!''

เราไม่แน่ใจก็เลยไม่บอกเขา (อิอิ เหตุผลดี) ส่วนเจ้าอั๋นถึงแน่ใจ ก็ไม่ยอมบอกเขาเหมือนกัน จากนั้นเราก็กลับมานั่งโต๊ะ กินต่อ คุยต่อ ไปห้องน้ำ ฯลฯ ทีนี้ พอตอนกลับจากห้องน้ำ บ่าวสาวและช่างภาพกลับมายืนหน้างานแล้ว เราก็เลยได้โอกาสเล็งอีกที คราวนี้ เห็นชัดฮ่ะ หน้าต่างเปิดจริงๆ

เราขำกิ๊ก กลับมานั่งโต๊ะ เกี่ยงกันต่อ สุดท้ายโบ้ยไปที่พ่อ พอบอกพ่อ พ่อก็บอกว่า ''ปล่อยเขาไปเถอะ ไปบอกเขาเดี๋ยวเขาอาย''
''ไม่ได้ๆ ต้องบอก'' เรายืนยันหนักแน่น แต่ก็ไม่ยอมบอกเอง
''กว่าพนักงานธนาคารจะเข้ามาบอก เขาก็คงกระซิบกระซาบกันไปทั่วธนาคาร แล้วก็คงเกี่ยงกันเหมือนเรานี่แหละ'' เจ้าอั๋นว่า
''ไม่เลย เดินเข้าไปธนาคารไปปุ๊บ เขาเข้ามาบอกทันที'' เรารีบแก้
''ถ้างั้นก็เข้าไปไถ่บาปเร็ว ทำบุญต่อ ไหนๆ ก็มีคนช่วยไว้แล้ว"
''บอกได้ไง ผู้หญิงไปบอก เขาก็เขินแย่''

สุดท้ายเขาคงเห็น ไอ้สองคนกระซิบกระซาบนินทาเขาอยู่นั่น เลยแอบมานั่งพักใกล้ๆ คงกะแอบฟัง เราก็เกี่ยงกันต่อแบบเบาๆ สุดท้าย เจ้าอั๋นก็รวบรวมความกล้าก้มลงกระซิบเขา ในขณะที่เราปิดหู หันมาซ่อนหน้ายิ้ม โอยมันเขินแทนจริงๆ นะนี่
''เขาบอกว่าซิปตก'' เจ้าอั๋นกลับมารายงานแล้วพูดต่อว่า
''พนักงานธนาคารนั่นใจดีนะ พอเดินเข้าไปปุ๊บ ก็บอกปั๊บ ไม่เหมือนเรา ปล่อยให้เขาเดินโชว์ทั่วงานก่อน''

ก็บอกแล้ว ของอย่างนี้ ลังเลแค่วินาทีเดียว ก็จะลังเลไปอีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงอ่ะแหละ




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 4:06:36 น.
Counter : 146 Pageviews.  

น้องคะน้อง

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2545

วันนี้อุตส่าห์แต่งตัวงามอย่างภูมิฐาน เพื่อเพิ่มอายุให้ใบหน้าที่มักมีใครๆ ทักให้ดีใจว่าน่าจะไม่เกิน 20 เนื่องจากไม่อยากแก่ถาวรด้วยการตัดผมทรง''ภูมิฐาน'' เลยต้องมาใช้บริการเสื้อผ้าของแม่เป็นครั้งคราว วันนี้เลือกใส่เสื้อคอถ่วงสีดำ กับกระโปรงผ้าไหมสีดำของแม่ ดูสวยและแก่สมใจดีจริงๆ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปธนาคาร แล้วเริ่มประกอบธุรกรรม

ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนใบถอนเงินใบฝากเช็ค หางตาก็เหลือบเห็นสาวร่างท้วมหน้าตาใจดีเดินเลียบๆ เคียงๆ มาใกล้ๆ
''น้องคะน้อง....''
เราคิดในใจ ... อะไรอีกละ จะมาถามว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ล่ะซี้ จะบอกให้ว่าเราก็ไม่รู้เหมือนกัน!
''ลืมรูดซิปค่ะ''

กรี๊ดดดดดด นี่ชั้นใส่กระโปรงนะ มีซิปตรงไหน โอ้ มือควานคลำไปเจอซิปหลังอันยาวเหยียดที่ยังไม่ได้รูดจริงๆด้วย!
''ว้ายๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆ'' เราหัวเราะแก้เขิน แล้วรีบแก้ไขความผิดพลาดทันที
''ลืมใช่ม้า'' เขาก็ถามแก้เขิน
''ค่ะๆ ลืม แหะๆ'' ว่าแล้วก็ยิ้มหวาน แหม คงตั้งใจโชว์หรอกเพ่

ทีนี้ก็มาถึงวินาทีสำคัญ เราต้องตัดสินใจว่าเราจะ
1. ประกอบกิจต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
2. กระมิดกระเมี้ยนมองไปรอบๆ ดูว่าใครหัวเราะชั้นบ้างงงงงงง
3. งุดๆ ออกจากธนาคารเพราะหน้าบางเพียง 0.0000000000001 ไมครอน

โอ้ว์ แน่นอนอยู่แร้วว์ อะฮั้นใช้เวลา 50/100 วินาทีตัดสินใจเลือกข้อหนึ่ง ประกอบธุรกรรมต่อไปอย่างมั่นใจ ก็วันนี้กกน.สวยนี่ฮ้าาาาาาาาา




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 4:03:56 น.
Counter : 87 Pageviews.  

นกน้อยกลางเมืองใหญ่

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2545

เปล่า ไม่ได้จะเปรียบเทียบตัวเองเป็นนกน้อย ก็นี่มันเรื่องของนกจริงๆ นา เราซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมชั้น 13 ณ กลางใจเมือง ได้ยินแต่เสียงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไฟฟ้า ตื่นเช้ามาวันนี้ ได้ยินเสียงนกร้องด้วย!

ความจริงวันก่อนก็ได้ยินแล้วทีนึง แต่คิดว่าหูฝาดไป แต่วันนี้ยายคอนเฟิร์มแล้วว่า เจ้ากาเหว่ามันมา ''ก๋าเว่า ก๋าเว่า ก๋าเว่า'' อยู่แถวๆ นี้จริง เจ้านกชนิดนี้เราไปเยี่ยมแม่ที่สุพรรณทีไร จะได้ยินมันเอ็ดตะโรคุยกันทุกที แม่ว่ามันมาทำรังกันเต็มต้นมะม่วง ตอนเช้าๆ ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น โดนมันตะโกนนินทา ''ก๋าเว่า ก๋าเว่า ก๋าเว่า'' ดังขึ้นทีละ 10 เดซิเบล จนทนไม่ไหว

จริงๆ ก็ไม่เคยเห็นหน้ามันหรอก ไม่รู้ว่าเป็นกาเหว่าจริงหรือเปล่าด้วย แต่พวกเราก็ทึกทักกันแล้วว่า แกต้องเป็นกาเหว่าแน่ๆ มันร้องเสียงดังมาก กลบเสียงรถยนต์รถไฟฟ้าหมด แต่ถ้าเทียบกับเวลาได้ยินมันจากต้นมะม่วงหน้าบ้านแล้ว มันคงอยู่ห่างไปประมาณเดิน 5 นาทีนู่น

สงสัยมันคงหลงมาตัวเดียว เพราะไม่มีใครมาก๋าเว่ากับมันเลย ร้องเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบ มันอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่อยากให้มันไปเลย อยากให้ร้องก๋าเว่าให้ฟังทุกวัน (ก็คิดถึงบ้านนอกนี่นา)




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 3:49:07 น.
Counter : 111 Pageviews.  

ปริศนา

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2545

วันนี้ตื่นมาด้วยความไม่สดใส เพราะเมื่อคืนนอนหลับไม่สนิท รู้สึกเหมือนถูกรบกวน ได้ยินเสียงคนเดินตึงๆ ทั้งคืน มีครั้งนึงดังจนตกใจตื่น ก็ตระหนักว่าคนบ้าที่ไหน จะเดินบนพื้นปูนได้ดังขนาดนั้น หรือทำไมพื้นคอนโดทำไว้บาง จนได้ยินเสียงข้ามชั้นกันเลยเลย แต่ก็ไม่อยากคิดเป็นอื่น นอนต่อ และเริ่มฝันเลอะเทอะ

เราได้ยินเสียงฝีเท้าที่เหมือนดังมาจากห้องข้างบนนี่มานานแล้ว ทุกครั้งดังคล้ายๆ กันเเหมือนคนเดินลงส้นหนักๆ เดินข้ามห้องไปมา แต่ไม่เคยกล้าถามเจ้าอั๋นหรือคนอื่นว่าได้ยินหรือเปล่า

ที่ไม่กล้าถาม เพราะเคยมีประวัติมาแล้ว ตอนเด็กๆ ที่บ้านบางกะปิ กลางดึกเราได้ยินเสียงคนเดินตึงๆ บนพื่นปาร์เกต์อยู่ข้างนอก จากห้องนอนไปห้องครัว ก็นึกว่าเจ้าอั๋นไปหาอะไรกิน ยังคิดจะเปิดประตูออกไปจ๊ะเอ๋เลย แต่ว่าง่วงแล้ว ก็เลยขี้เกียจลุก

พอตอนเช้าถามมัน มันบอกไม่ได้ออกจากห้องไปไหน! ตอนนั้นยังขำว่าถ้าเปิดประตูออกมาจ๊ะเอ๋ จะเจอใคร? (แต่เราก็ยังไม่วายสงสัยเจ้าอั๋นว่ามันแกล้งอำเราเล่นหรือเปล่า)

อีกครั้งไปนั่งเล่นที่ทำงานแม่ ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อคอนโดนี้ เย็นแล้ว ทุกคนกลับไปหมด แม่เรานั่งอยู่ในห้องทำงานข้างใน แต่เรานั่งข้างนอก ตรงห้องรวม นั่งเล่นคอมอยู่ สักพักได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินวนอยู่ตรงหน้าลิฟต์ คล้ายๆ คนรอลิฟต์ที่ไม่มาสักที เราก็นึกว่าลูกน้องแม่คนหนึ่งเพิ่งกลับบ้าน เขาเดินวนอยู่นานมาก เราก็เลยแล่นออกไปในอากัปกิริยาเกือบวิ่ง ประมาณจะออกไปจ๊ะเอ๋อีกแหละ และก็เพื่อที่จะถามว่า ''ลิฟต์ยังไม่มาอีกเหรอพี่!''

แต่พอพ้นประตูไป ก็ต้องผงะ และวิ่งจู๊ดกลับไปในห้องแม่ เพราะว่าตรงหน้าลิฟต์ไม่มีใครสักคน!!! ลิฟต์ก็จอดนิ่งเป็นปกติอยู่ชั้นล่าง ไม่มีใครเดินด้วยร้องเท้าส้นสูงลงบันได้ไปด้วย ตอนนั้นกลัวมาก พอเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ไปสอบถามพวกภารโรงใหญ่ สรุปก็ไม่ได้ความอะไรขึ้นมา

ความจริงก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว มานึกได้ ตอนที่ฉุกคิดขึ้นมาเมื่อไม่นานนี้ว่า ทำไมห้องข้างบนเดินดังจัง แต่ก็นั่นแหละ ต้องพยายามไม่คิด และวางเฉย ไม่งั้นคงประสาทเสียแน่ๆ

ตอนที่เขียนนี่ก็นั่งอยู่คนเดียวนะ แต่ยังไงๆ หูฝาดก็ยังดีกว่าตาฝาดเป็นไหนๆ

ใช่มะ?




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 3:34:39 น.
Counter : 90 Pageviews.  

ASEAN Trade Fair

วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2545

วันนี้ไปประชุมผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าที่อิมแพ็ค เสร็จประมาณบ่ายสาม ระหว่างมะงุมมะงาหราหาทางออกจากเมืองทอง ก็เปิดประตูเข้าไปดูงาน ASEAN Trade Fair เดินวนคิดอยู่นานว่าจะเข้าไปดีไหม เพราะต้องลงทะเบียน ยื่นนามบัตรเป็นการเป็นงาน เนื่องจากวันนี้เป็น Trade Day ยังไม่เปิดขายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งเราก็กะมั่วเข้าไป เหมือนว่าจะสั่งของสักอย่างเป็นล็อตใหญ่ ที่อยากเข้านักก็เพราะอ่านข่าวเจอว่าซุ้มของเขมรตกแต่งอลังการ จำลองปราสาทหินมาสนนราคา 4 ล้านกว่า เลยอยากเห็นว่ามันจะเป็นไง

เข้าไปแล้ว คนไม่เยอะดีชอบ ซุ้มเขมรก็สวยดี แต่เราคิดว่า 4 ล้านกว่าน่าจะได้มากกว่านี้นะ จากนั้นก็เดินร่อนทั่วงาน ชิมอาหารของทุกบูธ มีน้ำแปลกๆ เช่น น้ำมะขาม จมูกน้ำข้าว หรือน้ำจมูกข้าวจำไม่ได้ ไอศกรีมครีโมก็มีมาให้ชิมฟรี พอมาเจอช็อคโกแลตชาเขียว หลังจากชิมแล้ว ก็ตบะแตกซื้อมาสองกล่อง โดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือ จุดเริ่มต้นของความชั่วร้าย เพราะหลังจากนั้น เราก็ขนซื้อสเต็กทูน่าในน้ำเกลือมาสองกระป๋อง ทูน่าแครกเกอร์หนึ่งชุด (มันถูกกว่าข้างนอกไม่เท่าไหร่เอง) รองเท้าสองคู่ (หนึ่งในนั้นมีอยู่คู่เดียวในร้าน ตอนหลังฝรั่งมาถามหา อยากนำเข้า ยังไม่มีให้เขาเลย 5555) ยาสมุนไพรรางจืดล้างพิษ (ยืนฟังคุณป้าที่บูธบรรยายสรรพคุณตั้งนานกว่าจะใจอ่อน นี่เขาจะขายยาสาวเสมอให้เราด้วย เพื่อที่แก้มจะแดงเหมือนสาวรุ่น ยังดีที่รอดมาได้) ขนมจีบ 1 ถุงใหญ่ (ประมาณ 30 ลูก) ไอศกรีมกาแฟ 1 กล่อง ไอศกรีมชาเย็นไทยอีก 1 กล่อง

ถึงตอนนี้ก็หมดแรงขนแล้ว ต้องรีบออกจากงานเป็นการด่วน แต่ระหว่างทางกลับบ้านยังอุตส่าห์แวะซื้อเข็มขัดอีกหนึ่งเส้นที่อนุสาวรีย์ กลับถึงบ้านก็ต้องรีบทำกับข้าวให้คุณหลวงที่กำลังจะกลับบ้านกิน เวลาน้อยก็ทำได้แค่ต้มกระดูกหมูกะหล่ำปลี แล้วก็นึ่งขนมจีบ เผื่อมันจะกลับมาก่อนกับข้าวเสร็จ และมันก็กลับมาถึงก่อนจริงๆ ยังดีมีขนมจีบอุดปาก เราลนลานล้างผัก เพราะกะหล่ำปลีที่ยายล้างไว้หมดสต็อคแล้ว วันนี้ล้างเอง ไม่รู้เกลี้ยงป่าว แต่ก็ต้องรีบต้ม

หลังจากอิ่มแปล้กันแล้ว เจ้าอั๋นก็ไปเล่นเทนนิส เราอยู่บ้าน จู่ๆก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ไม่รู้กะหล่ำปลีที่กินไปจะล้างพิษยาฆ่าแมลงออกหมดยัง ทันใด ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตัว อุปาทานแรงขนาดต้องลุกไปเอาโทรศัพท์มาวางใกล้ตัว น้ำลายฟูมปากขึ้นมาจะได้เรียก 199 ทัน จากนั้นก็เริ่มคอแห้ง น้ำลายเหนียวถึงขั้นกลืนน้ำลายไม่ได้ นึกว่าจะเป็นโรคกลัวน้ำซะแร้ว โชคดีที่พอคว้าน้ำมากิน ก็ยังกินได้ปกติ

ตอนนั่งเขียนอยู่นี่ก็เริ่มรู้สึกคันยิบๆ จะกินยาสมุนไพรรางจืดล้างพิษของคุณป้าก็ไม่ทันซะแร้ว เพราะเขาให้กินก่อนอาหาร

อา..... พรุ่งนี้จะรอดมาระบายความบ้าในไดอารี่ไหมเนี่




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 2:54:54 น.
Counter : 126 Pageviews.  

1  2  

Notti Magiche
Location :
Bavaria Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Notti Magiche's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.