Group Blog
 
 
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
รอยเสน่หา (บทที่ 3) โดย มานัส






บทที่ 3


ภากรกระพริบตาหลายสิบครั้งอาการงงงันยังไม่จางหายจากใบหน้าที่มักปกปิดความลับได้ดีเสมอ

คิ้วเข้มขมวดตึงดวงตาบ่งบอกความรู้สึกหลายอย่าง

ทั้งสงสัยระแหงแคลงใจ ตกใจ สะเทือนใจ

และ…เศร้า

หากพลันก็สามารถสะกดอากัปกิริยาและความรู้สึกทุกอย่างได้อย่างแยบยล

ลูกศิษย์ป้าเพี้ยน…หลุดอาการแค่นี้ก็ถือว่ามากเกินแล้ว

ร่างสูงหยุดห่างจากโต๊ะทำงานใหญ่เพียงไม่กี่ก้าวมือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ ชายหนุ่มรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อบางๆ ที่เกาะใบหน้าและตัว

ความเย็นเยือกของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยเขาแต่คงช่วยคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ เพราะเธอคนนั้นยังคงนิ่งสายตาสงบไม่ต่างจากใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เมื่อถามคนที่ยังคงยืนตัวตรง

“สบายดี?”

ภากรพยักหน้าเบาๆลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียบนั่นอีกครั้ง

“ไม่คิดว่า…คุณจะมาทำงานที่นี่” คำว่า คุณ นั้นชัด แสดงให้เห็นว่าหญิงสาวจงใจเหินห่าง เป็นทางการเลี่ยงที่จะเรียกชื่อของอีกฝ่าย

“คุณศรุตซื้อตัวผมมา”นั่นเป็นคำตอบที่อีกฝ่ายคิดได้ และเมื่อคิด…แต่ไม่ถ้วนถี่ คำพูดห้วนๆ จึงหลุดออกมา“แพงอยู่”

“ไม่อยากจะเชื่อว่าบริษัทของ…เรา”อีกแล้วการจงใจเลือกคำที่ห่างเหินนัก “จะมีเงินขนาดซื้อตัวคุณมาจาก…” หญิงสาวเหลือบมองกระดาษที่อยู่ในแฟ้มสีดำตรงหน้า“บริษัทยาอันดับหนึ่งของโลก”

“ก็น่าจะมี”ภากรตอบกลางๆ พยายามสงบปากสงบคำเพราะถึงอย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็เป็นหัวหน้างานของเขา เป็นถึงลูกสาวของศรุต

ลูกสาวศรุต!

แต่ทำไมใช้คนละนามสกุล

เรื่องนี้เขาก็เพิ่งรู้

“ผมต้องขอโทษที่หลายวันนี้ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศเพื่อต้อนรับเพราะคิดว่า…คุณน่าจะทราบถึงเหตุการณ์อยู่แล้ว”

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร”

“ไม่ได้บอกว่า…ว่า” เกือบจะแย้งไปตามนิสัยและความเคยชินแต่ก็ทันรู้ตัวหุบปากทันที หันมองไปทางประตู ด้วยหวังว่าใครคนอื่น หรือแม้แต่วันดีก็ไม่ได้ยินการสนทนานี้

เขานิ่งอึดอัดรอเพียงว่าเมื่อไรผู้เป็นเจ้านายจะอนุญาตให้นั่งเสียที อย่างน้อย…มันก็ดีกว่าต้องยืนให้อีกฝ่ายสำรวจหัวจรดเท้าแบบนี้

“คราวหน้าไม่ต้องไปยุ่งกับแผนกอื่นทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน” เสียงราบเรียบไม่ได้ประชดตำหนิ เพียงแต่คนฟังก็ไม่สามารถแปลเป็นอย่างอื่นได้

“ผมแน่ใจว่าไม่มีงานอะไรค้างในตอนนี้จึงได้ไปช่วยคุณทิชา”

“ก็เรื่องรายงานตัวกับ…ฉัน ที่เป็นหัวหน้าคนใหม่ของคุณ”คราวนี้เสียงของหญิงสาวเฉียบ

“ขอโทษผมรับปากว่ามันจะไม่มีคราวหน้าอีก” ภากรมองหน้าอีกฝ่าย รู้หรอกว่า…มาธวีหาเรื่องเขาไม่ได้อีกแล้วอย่างน้อยก็ในเวลานี้

เพราะหน้านวลภายใต้เครื่องสำอางชั้นดีพลันก้มลงพิจารณาเอกสารตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่คล้ายพยายามกลบเกลื่อนว่าเธอ…จนมุม

และนั่นทำให้ชายหนุ่มมีโอกาสที่จะ…พิจารณาเธอบ้าง

ผู้หญิงตรงหน้าเกล้าผมสีดำขลับมัดรวบเป็นมวยเผยให้เห็นลำคอระหง รับดวงหน้านวลหวาน จมูกได้รูป ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมและถ้าไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยท่วงท่าหัวหน้าแผนก…บอส ก็คงงามชดช้อยละมุนละไมน่าชม

เสื้อผ้าชีฟองสีดำแขนสี่ส่วนช่วยขับผิวขาวนวลให้ดูเปล่งปลั่ง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น…เธอ ไม่มีผิดเพี้ยนไปจากเมื่อหลายปีที่แล้วเลย

ถ้าจะผิดก็คงเป็นน้ำเสียงเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา “เห็นคนอื่นๆ บอกว่าคุณดูตลาดเมืองจีน ฮ่องกง และอเมริกาเหนือใต้ด้วยตัวเอง”

“ครับ”

“ทำไม”การถามก็คงฟังดูเป็นปรกติ หากไม่มีการต่อด้วย “หรือว่าเพราะเป็นตลาดใหญ่”

“เป็นเพราะผมเองก็พอรู้จักตลาดนั่น”ท่าทางของเขาเฉยนิ่ง ราวอธิบายเรื่องปรกติสามัญทั่วไป “และอีกอย่างการคุยทั้งในเรื่องภาษาและเวลาทำงานมันอาจจะไม่สะดวกสำหรับคนอื่น”

“คุณเลยอาสารับไปเอง”

“เป็นอะไรที่ทั้งแผนกและคุณศรุตตกลงครับ”ภากรไม่ได้อ้าง เขาบอกความจริงหวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ“อีกอย่างตลาดที่ผมดูก็ไม่ใช่ตลาดใหญ่ของเราในตอนนี้ ซึ่งตลาดที่ทำรายได้หลักให้เรานอกจากตลาดในประเทศแล้วก็เป็นตลาดประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ตลาดในยุโรป เช่นเบลเยี่ยม สเปน”

“แล้วทำไมคุณไม่ดูตลาดพวกนั้นเองแทนที่จะปล่อยให้ธนวัตดู โทษนะ…ที่ถามเพื่อจะได้เข้าใจไม่ใช่อยากจะหาเรื่อง”

ประโยคหลังๆเปรยขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววระยิบในดวงตาอีกฝ่ายเธอเห็นแม้ว่ามันจะปรากฏเพียงแวบเดียว เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น

เพราะมาธวีไม่เห็นแววอะไรที่เธอพอจะจับอีกเลยได้ในน้ำเสียงของเขาเมื่อบอก

“อย่างที่บอกไปว่าในการทำงาน…ในชีวิตบางอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการเสมอ” เสียงคนเป็นลูกน้องราบเรียบไม่ต่างจากท่วงท่ายืนตัวตรงมือทั้งสองข้างจับสมุดจดที่ถืออยู่“การดูตลาดเหล่านั้นมันค่อนข้างง่ายสำหรับคนอื่นๆ อาจเพราะความคุ้นเคย หรืออาจเพราะเรารู้จักลูกค้าเหล่านั้นดีอยู่แล้วและตลาดพวกนี้แม้ว่าผมจะไม่ได้แบ่งมาดูเองโดยตรงแต่ผมก็มีหน้าที่ช่วยเหลือและคอยดูแลในกรณีที่จำเป็น”

ภากรย่อมรู้ การดู…แต่ละตลาดมันมิใช่แค่ขายยา แต่ต้องขายส่วนผสมตัวยาที่ไบโอซิสผลิต และยังบริการรับผลิตยาอีกด้วย

“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็…ดี” มาธวีเอนตัวพังพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่มองคนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม “หวังว่าการทำงานของเราจะราบรื่นปีนี้เราคาดหวังกับการโตของตลาดต่างประเทศมาก”

“ครับ”ภากรโค้งศีรษะลงเล็กน้อย “ถ้าหมดธุระแล้ว ผมขอตัว มีสายลูกค้าตอนบ่ายสาม”

“คราวหลังถ้าจะไป…ก็ไป ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรให้วุ่นวาย” เสียงเรียบของหญิงสาวทำอีกฝ่ายชะงักคิ้วขมวด เธอเอ่ยมองเขาที่พยักเล็กน้อย พร้อมลงคำว่า…ครับในลำคอ ก่อนจะหันเดินออกไป

และอีกนานกว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจะละจากประตูนั่นร่างที่อยู่บนเก้าอี้ หมุนตัวไปข้างหลังที่เป็นหน้าต่างมองออกไปเห็นทิวทัศน์ข้างนอก

เพียงแต่ว่าหญิงสาวไม่สนใจมองมันเธอหลับตาลงช้าๆ ย้ำกับตัวเองว่า…แค่เงาอดีตอันลางเลือนเท่านั้น…

…มันก็เท่านั้นเอง



ในเมื่อเจ้านายยังไม่กลับบรรดาพนักงานเกือบสิบชีวิตที่อยู่ข้างนอกก็ยังไม่มีใครกล้าเก็บของกลับบ้านเว้นแต่พนักงานต้อนรับและวันดีผู้เป็นเลขาฯที่ร่ำลากลับไปเมื่อในเวลาหกโมงเย็นเมื่อเสร็จงานของวันแล้ว

แต่รอก่อนเถอะ…ให้ทุกคนคุ้นกับหัวหน้าคุ้นกับนิสัย ไม่นาน…การเข้าทำงานและการกลับบ้านก็จะเหมือนเดิม

เข้าสาย…ออกเร็วแล้วบ่นว่างานเยอะ

มันเป็นอย่างนี้ที่ออฟฟิศนี่หรือที่ไหนๆ

เพียงแต่ว่าย่ำเข้าเกือบสองทุ่มแต่ บอส ก็ยังไม่ออกมาจากห้องทำงาน จนพนักงานหลายคน…ยอมแพ้ทยอยเก็บของกลับไปอย่างเงียบๆ

มาธวีรู้ว่าบรรดาลูกน้องของเธอแอบซุบซิบแล้วซุ่มทยอยออกไปกันทว่าเสียงจากห้องทำงานข้างๆ ยังคงเล็ดรอดมาให้ได้ยินทั้งภาษาอังกฤษแล้วยังภาษาสเปน

ตลาด…อเมริกาเหนือใต้ของเขาคนนั้น!

จนกระทั่งอีกครู่ใหญ่เสียงจึงเงียบไปจะมาดังอีกทีเมื่อเขาผลักบานประตูห้องทำงานของเธอที่เปิดแง้มๆ

“กลับก่อนนะอยู่ได้ใช่ไหม”

และนั่นทำให้หญิงสาวละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ได้”

เสียงลงหนักยืนยันให้รู้ว่าเธอ…อยู่ได้!

เสียง…ยืนยันทำให้เขาพยักหน้ารับรู้ ก่อนหันเดินไป และมาธวียังคงมองตามร่างสูงนั่นเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะมองนาฬิกาบนหน้าจอ

สามทุ่มกว่า!

แต่เหมือนว่าเธอยังอ่านงานได้ไม่เท่าไรเลยเพียงเพราะความคิดที่แล่นสะเปะสะปะไปอย่างไร้จุดหมาย แล้วยัง…ภาพที่ล่องลอยเข้ามา

ภาพ…ที่เธอเคยคิดว่าลบมันไปจากความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว

หญิงสาวสะบัดทั้งความทรงจำและความรู้สึกคว้าสองแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะ รวบมันเก็บเข้ากระเป๋าเอกสารที่มีเตรียมไว้อยู่ด้านหลังการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเร็ว พอๆกับที่ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายใบใหม่ราคาแพงที่เจตน์ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

เจตน์…คิดถึงเจตน์เข้าไว้

ร่างระหงในเสื้อชีฟอนสีดำและกระโปรงสีเทาเข้มคว้าสูทเสื้อนอกมาพาดแขน ของเต็มสองมือทำให้การไฟปิดปิดประตูห้องทำงานนั้นเป็นไปอย่างทุลักทุเลแต่มาธวีก็ทำได้

เคยหอบสารพัดถุงมากกว่านี้เดินเป็นกิโลฝ่าความหนาวเธอก็ยังเคยทำมาแล้ว…เมื่อนานมาแล้ว

ไฟด้านหน้าออฟฟิศถูกทยอยปิดจนเกือบหมดเหลือเพียงดวงเดียวที่ยังคงเปิดอยู่ หญิงสาวมองกระจกใสที่เป็นทั้งกำแพงและประตูเข้าออกพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะด้านนอกเหลือไฟสลัวเปิดไว้เพียงสองดวงไม่ได้สว่างจ้าเหมือนในช่วงเวลาทำงาน

การมองซ้ายขวานั้นราวตัดสินใจมาธวีไม่ชอบความมืด โดยเฉพาะความมืดที่มาพร้อมกับความเงียบสลัดเช่นนี้ หากร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาจากมุมลิฟต์ห่างออกไปทำให้เธอชะงักมองให้แน่ใจ

จนเขาเดินเข้ามาใกล้ถึงหน้าประตูกระจกของสำนักงานแล้วเมื่อนั้นมาธวีจึงตีสีหน้าปรกติ

“ลืมของ”เขาแตะบัตรพนักงาน และกดใส่รหัสเข้า ก่อนดึงบานประตูกระจกเปิด

หญิงสาวมองตามร่างสูงของคนในเสื้อเชิ้ตที่พับแขนลวกๆผมเผ้ายุ่งเล็กน้อย ที่เดินเข้าไปในความมืด เปิดไฟบริเวณด้านนอกหน้าห้องทำงานของตนไม่ทันไรเขาก็เดินกลับมาอีกครั้ง พร้อมไฟที่ปิดมืดข้างหลัง

“ลืมอะไร”เธอสงสัย

“กุญแจบ้าน”

และนั่นทำให้มาธวีขมวดคิ้วเพราะคนอย่างเขา…ไม่น่าลืมสิ่งสำคัญเช่นนั้น

คนอย่างภากรไม่น่าจะลืมอะไรง่ายๆ

อาจมีบางสิ่งที่เขาลืม…แต่ไม่ทุกสิ่งหรือทุกอย่างหรอก

เธอพยายามสังเกตแต่ก็ไม่เห็นว่าเขาถืออะไรออกมาไอ้กุญแจนั่นคงอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขากระมัง หากยังไม่สิ้นสุดรอยคิดสงสัยเสียงทุ้มก็ดังขึ้น

“ดึกแล้วกลับกันเถอะ” ภากรเปิดประตูสำนักงานค้างไว้คล้ายรอให้เธอออกไปก่อน

บังคับให้เธอต้องคว้าสัมภาระของตนเดินไป

การก้าวออกไปของเธอพร้อมๆ กับเขาที่ก้าวกลับเข้ามาข้างในเพื่อปิดไฟดวงสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่

ภากรเป็นคนคล่อง…เร็วแต่ไม่ลุกลนพลุ่มพล่าม

แค่คิดได้แค่นี้มาธวีก็ต้องทำเสียงกระแอมในลำคอคล้ายเตือนตัวเองให้…หยุด เสียมากกว่า ที่จะเร่งเขาให้…เร็ว

“ช่วย…”

เขาแบมือเป็นการส่งสัญญาณมองกระเป๋าคอมพิวเตอร์และเอกสารที่เธอถืออยู่ หากหญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ เดินนำออกมารับรู้เพียงว่าเขา…ตาม แล้วเอื้อมมือกดเรียกลิฟต์ รอเงียบๆ อยู่ข้างๆ

ความเงียบนั้นยาวนานนักเพราะมันตามเข้ามาในลิฟต์ของสำนักงาน แล้วยังไปถึงลิฟต์ของลานจอดรถมาธวีนึกอยากจะหันไปถามว่าเขาจะตามทำไมนัก แต่คำตอบก็มีอยู่แล้วเมื่อลงมาถึงชั้นจอดรถพิเศษของบริษัทไบโอซิส เมดิเคล

“เจอกันพรุ่งนี้”เสียงทุ้มบอกสั้นๆ พร้อมกับที่เขาเดินไปยังรถญี่ปุ่นคันเก่าที่จอดอยู่ไม่ห่างกันนัก

มาธวีมองตามไปจนเมื่อรู้สึกตัวเธอจึงแตะตัวรถสปอร์ตคันงามเพื่อปลดล็อควางสัมภาระและเสื้อสูทไว้บนเบาะข้างๆ แล้วเดินวนกลับมาเข้านั่งในที่คนขับสูดลมหายใจเข้าลึกสุดใจ

รถสองคันจอดนิ่งในที่เดิมจนเมื่อตัดสินใจได้แล้ว หญิงสาวจึงเข้าเกียร์แล้วพุ่งรถยนต์ราคาแพงออกไปทันที



งาน…ไม่ยากเลย

เมื่อตอนเรียนเธอจำได้ว่าทั้งวิชาการเงิน การตลาด เคมี คณิตศาสตร์และอะไรอีกจิปาถะแต่มาธวีก็ทำได้ และทำได้ดีเสียด้วย จนได้เป็นดอกเตอร์มาธวี ในภาคชีวเคมี พ่วงด้วยปริญญาโทด้านบริหารที่ไม่เพียงจะเอามาแปะข้างฝาแต่ใช้ได้ในทุกวันของชีวิต

เพราะถ้าจะทำงานกับคนอย่างภากรเธอจำต้องบริหารเป็น…บริหารความสัมพันธ์และยังบริหาร…อารมณ์ที่หงุดหงิดวุ่นวาย

โดยเฉพาะในวันนี้ที่เขาเหมือนจงใจจะหายหน้าไปทั้งวัน

“ทางสำนักงานใหญ่เรียกตัวค่ะ”เลขาฯ ของเธอรายงาน แต่นั่นก็ยังไม่เป็นที่พอใจ แม้เมื่อกระจ่างแล้วว่า“คุณศรุตเรียกพี่แรกไปพบค่ะ”

“พบทำไม”มาธวีขมวดคิ้ว ไม่ได้ต้องการคำตอบในตอนนี้ เพราะเธอรู้ว่าคำตอบสามารถหาได้จากที่ไหน

หญิงสาวต่อสายตรงไปถึงผู้เป็นบิดาทันทีที่ประตูห้องทำงานของเธอปิดสนิท

“เรียกคนของปรางไปพบทำไมคะ”เธอรีบทักท้วง เพราะถึงอย่างไร ภากรก็เป็น ลูกน้องของเธอ

“ทิชาเขาขอคุย”

“เกี่ยวอะไรกับทิชา”การกระชากเสียงไม่พอใจ…ทั้งผู้เป็นบิดาและทิชา ผู้ที่อ่อนกว่าเธอไม่กี่เดือนและเป็นลูกคนละแม่ และที่สำคัญ…ภากร! “ถ้าต้องการคุยกับลูกน้องของปรางก็ต้องบอกปรางไม่ใช่มาทำแบบนี้ จะจิกเรียกไปหาก็จิก”

“มันเป็นเรื่องด่วน”

“อาทิตย์ที่แล้วแร…”เกือบแล้ว…มาธวีเกือบหลุดชื่อเขาเพราะความเคยชิน จนต้องรีบกลบด้วยเสียงเข้มทันที“เขาก็เข้าไปช่วยแล้วไม่ใช่หรือ”

“ช่วย…แต่เรื่องยังไม่จบเพราะทางลูกค้าเขาไม่ยอมคุยกับทิชาเลย รายนี้ลูกค้าใหญ่” ศรุตให้เหตุผลและความจริง

ใช่…การเรียกภากรเข้ามาคุยในงานของคนอื่นนั้นไม่ถูกนักโดยเฉพาะเรียกโดยไม่บอกคนที่เป็นหัวหน้า ก็สมควรที่มาธวีจะโกรธ

“ถ้าจะให้เขาไปช่วยก็กรุณาเอางบจากแผนกของทิชามาจ่ายเงินเดือนให้เข้าด้วย”

“มะปรางไม่มีเหตุผล”ผู้เป็นพ่อ…เปรย ไม่ได้ดุ ด้วยเกรงใจลูกสาวคนนี้

“มันเป็นเรื่องของความยุติธรรมคุณพ่อไม่คิดหรือว่ากำลังเอาเปรียบแผนกของปราง และเอาเปรียบพนักงานจนมากเกินไปคนที่พูดกับลูกค้าไม่รู้เรื่อง พูดกับลูกค้าไม่ได้คือทิชา เพราะทิชาไร้สามารถและความไร้สามารถของทิชาก็ทำชาวบ้านเดือดร้อน ทำให้เรามีแต่เสียกับเสีย เสียเงินเสียงบุคลากรไปเท่าไหร่กับความไร้สามารถของคนๆ เดียว”

ความจริงนี้…ศรุตเถียงไม่ออกเขาถอดแว่นตากรอบสีเทาอ่อน วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้า

ไม่มีคำไหนเลยที่ลูกของเขาคนนี้พูดผิดทว่าในความไร้สามารถของทิชา ก็มีความจริงว่าเธอเป็นลูกสาวของเขาด้วย

หยิกเล็บเจ็บเนื้อ

“ปรางขอให้ครั้งนี้วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ และถ้ายังมีครั้งต่อไป ปรางจะทำเรื่องขอโยกลูกค้ารายนั้นมาให้แผนกของปรางดูแล”

“แต่…”

“ตามนั้นค่ะ”มาธวีตัดบท “คุณพ่อก็รู้ อะไรยอมได้ ปรางยอม แต่อะไรยอมไม่ได้ปรางก็ไม่ยอมค่ะ”



ทิชา…ไม่ใช่ลูกคนโตของศรุตแต่เธอก็อายุไล่เลี่ยกับมาธวี โดยที่เธอและการุณผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ก็มาทำงานช่วยผู้เป็นบิดาก่อนมาธวีหลายปีนักแต่เสียงของทิชาไม่ดัง เพียงเพราะว่าเธอไม่ใช่ลูกของเมียแต่ง

แค่ลูกเมียน้อย…ที่ขึ้นมาแทนที่เมียแต่งเมื่อศรุตหย่ากับมารดาของมาธวีแล้ว

หากทะเบียนสมรสของศรุตมีเพียงใบเดียวและให้กับภรรยาคนแรกผู้เป็นแม่ของมาธวีและพี่สาวเท่านั้น

และยิ่งเมื่อมาธวีเสียพี่สาวไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีที่แล้วศรุตจึงทั้งสงสาร เห็นใจ และตามใจ

ดังนั้นเสียงของมาธวีถึงดังและให้ผ่านมากี่ปี ศรุตก็ยังคงเกรงใจมาธวี

เพียงแต่ว่าทิชาไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจ

เธอเป็นลูกของพ่อใช้นามสกุลพ่อ และโตมากับพ่อ ต่างจากมาธวีที่ใช้นามสกุลของผู้เป็นแม่ และไม่เคยยอมพบกับผู้เป็นบิดาอีกเลยหลังจากการหย่าจนกระทั่งจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว

“แรกน่าจะขอให้คุณพ่อย้ายแรกกลับมาอยู่กับทิชนะ”หญิงสาวลากเสียงอ้อนวอนในเวลานี้ ไม่ต่างจากท่าทางยั่วยวนเผยให้เห็นต้นขาแน่นด้วยเนื้อของร่างที่นั่งอยู่ริมขอบโต๊ะตรงหน้าเขา

แววตาของทิชามันแผลบแสดงความปรารถนาเต็มเปี่ยมเพียงแต่ว่าอีกฝ่าย…รู้ ถึงความต้องการนั่นดี รู้มานานแล้ว และเพราะเป็นเช่นนี้ เขาถึงยอมย้ายไปแผนกตลาดต่างประเทศทันทีเมื่อมีโอกาส

‘เหลือพี่คนเดียวที่น่าจะยังไม่เสร็จเจ๊ทิช’ วันดีที่เคยนั่งเป็นผู้ช่วยในฝ่ายกระซิบ แล้วเย้า ‘ไม่ลองหน่อยล่ะถ้าถูกใจเจ๊ เจ๊ทิชอาจจะปูนบำเหน็จ’

‘แต่ถ้าไม่โดนใจก็โดนระเห็จไปเป็นยามกะดึกน่ะดิ’ ภากรมักจะขัดคอเพื่อนร่วมงานคนสนิท

ทิชาพอใจหรือไม่เขาไม่สนใจเพียงแต่ชายหนุ่มรู้ว่าต้องพยายามห่างจากเจ้าหล่อนให้ได้ไกลที่สุด แม้แต่ในเวลานี้เขาก็ยังเขยิบถอยเก้าอี้ที่นั่งอยู่ออกมา

“คุณศรุตคงเห็นว่าผมเหมาะกับฝ่ายโน้นมากกว่าได้ใช้ความรู้ทางภาษาของผมให้เป็นประโยชน์” ภากรอยากจะเสริมเหลือเกินว่า…หรือเพราะศรุตรู้ว่าผู้ชายในแผนกคนไหนที่ทิชาต้องการล้วนไม่พ้นมือของเธอเลยสักคน

ไม่พ้นมือ…และเมื่อทิชาเบื่อผู้ชายเหล่านั้นก็ถูกแกล้งจนไม่มีใครทนอยู่ได้สักคน

“ถ้างั้นก็น่าจะให้ทิชไปคุมแผนกนั่นแทนนังมะปราง”นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะยังได้ใกล้กับภากร ซ้ำได้อยู่ออฟฟิศหรูกลางเมืองทำงานกับลูกค้าต่างประเทศ ดีกว่านั่งในตึกเก่าๆ ของโรงงานใหญ่ชานเมือง

เพียงแต่ว่าเธอไม่เห็นสีหน้าโล่งอกของอีกฝ่ายที่มองว่าคำพูดของเธอเป็นเพียงอะไรเพ้อเจ้อไร้สาระ

แต่ถ้าเป็นมาธวี…ผู้หญิงคนนั้นคงไม่วายเห็นเป็นแน่แท้

“ทุกคนต่างคิดว่าคุณมาธวีเป็นพี่แท้ๆของคุณทิชและคุณการุญ” ภากรเริ่มแยบๆ ในเรื่องที่อยากรู้

“โอ๊ย…ไม่ใช่หรอกรายนั้นน่ะลูกเมียเก่าของคุณพ่อ นังแม่น่ะ พอเห็นคุณพ่อลำบาก ติดหนี้ติดสิน ก็หอบลูกทิ้งคุณพ่อไป”ทิชาจีบปากจีบคอเล่าเป็นเรื่องเป็นราว “บริษัทนี้ได้คุณแม่ของทิชกับช่วยไว้ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีวันนี้หรอก”

หากคนฟังเพียงพยักหน้าหาเรื่องสนทนา ถามไปเรื่อยๆ เพราะคนที่พูดมาก พูดพร่ำเพรื่อไร้สาระเช่นทิชามักจะเก็บความลับไม่อยู่และนั่นทำให้ภากร…รู้

รู้มากกว่าช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่เขาจมอยู่กับความมืดมิด

รู้กระทั่งว่า…“ยัยมะปรางกลับมาวุ่นวายกับบริษัทยังไม่พอ นี่จะเอาผัวเข้ามาเอี่ยวด้วย”

“คุณมะปรางแต่งงานแล้วเหรอ”เสียงของภากรเป็นปรกตินัก หรืออาจเพราะว่าทิชาไม่ใช่เป็นคนช่างสังเกต

“ยังหรอก…แต่ก็จวนแล้วแหม…คบกันมาขนาดนี้ อยู่ด้วยกันที่เมืองนอกไม่ใช่ผัวแล้วจะเรียกว่าอะไรคะ”

“ครับ…”การพยักหน้าทำให้คนที่เห็นคิดว่า เขา…เห็นด้วย

เพียงแต่ว่าในใจของภากรคิดเรื่องอื่นและหลายเรื่องในอดีตที่ผ่านมานานแสนนาน จนบางคลายในหลายปีที่ผ่านมาเขาเคยลืมคิดไปหลายชั่วขณะจิต

ทว่าในตอนนี้เรื่องเมื่อก่อนที่เขาบังคับตัวเองให้หยุดคิด…ให้ลืมและเคยลืมได้ กลับวิ่งวนเข้ามารุมเร้าจิตใจ

ใครกันหนอที่คว้าหัวใจของมาธวีไปครองได้

ใครกัน…ที่ทำให้มาธวีรักมากพอที่ฝากทั้งชีวิตไว้ได้


========================================================


...เมื่อรอยรักประจักษ์เป็นรอยร้าว
รักแม้มอดไหม้ดับไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเหลือร่องรอยอดีตไว้ให้อาลัย...


========================================================

ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นเป็นของผู้เขียนตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าในกรณีใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน 

=====สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537=====






Create Date : 23 มกราคม 2560
Last Update : 23 มกราคม 2560 22:33:24 น. 4 comments
Counter : 480 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ใจร้อนมาก อยากรุว่าทำไมปรางทิ้งคุณแรกและลูกชายค้าาาา คุณแรกยังรักยุเลย


โดย: เตย IP: 223.24.2.251 วันที่: 24 มกราคม 2560 เวลา:15:54:33 น.  

 
สนุกมากค่ะ น่าติดตามมากเลย มีลุ้นทุกตอน


โดย: Arunsri IP: 101.109.80.67 วันที่: 24 มกราคม 2560 เวลา:21:22:08 น.  

 
@ คุณเตย ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว แต่ใครทิ้งใครอะไรอย่างไร...ก็อ่ะนะ


@คุณ Arunsri ขอบคุณค่ะ ติชมกันได้เลยนะคะ เพราะเรารู้ว่าต้องปรับปรุงอีกค่ะ


โดย: Sentimentally Smooth วันที่: 29 มกราคม 2560 เวลา:21:52:16 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:07:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Sentimentally Smooth
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบคิดชอบเขียนชอบพูด...และชอบเที่ยว

บทประพันธ์ที่ได้รับการตีพิมพ์ "ฤารัก"

หลงรักเพราะรักฤๅรักหลง
หลงลมรัญจวนไม่รู้หาย
หลงรูปหลงจูบเพียงร่างกาย
หลงง่ายหลงผิดฤๅหลงกล
Friends' blogs
[Add Sentimentally Smooth's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.