วันสบายๆ กับชีวิตสบายๆ
 
 

ซีกับแทน รักกันตลอดไป

แด่ทุกคน..ที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก...(ยาวหน่อยนะ)


เรื่องนี้ขออุทิศให้กับ ทุกคนที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก.....

ลองอ่านดูแล้วหันไปดูคนข้างๆ
บอกรักให้เขารู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญแค่ไหน....ให้เขารู้ว่าคุณรักเขาแค่ไหน
เรื่องนี้ผมไม่รู้ใครแต่ง........แต่ผมอยากให้มันอยู่ในกระทู้ของผม...
เพื่อจะมีคนอ่านมันมากขึ้นสักคนก็ยังดี.....ขอบคุณครับ


"รักครั้งแรกใช่จะผิดหวังเสมอไป
มีคนเคยบอกว่า ความรักมีอยู่ 3 แบบ

1. รักเพราะหลง
2. รักเพราะอ่อนไหว
3. รักเพราะเข้าใจ

และยังมีคนบอกอีกว่า
รักครั้งแรกส่วนมากจะเป็นรักเพราะหลงและมักจะไม่สมหวัง
แต่สำหรับผมแล้วรักครั้งแรกเป็นรักที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของผม



ผมชื่อ แทน เรียนปี 3 อยู่มหาลัยแห่งหนึ่ง
ผมต้องทำงานไปเรียนไป
เพราะพ่อแม่ผมเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน
ตอนนี้ผมจึงเหมือนอยู่ตัวคนเดียว
ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย

ผมก็เงียบมาตลอดไม่ค่อยคุยกับเพื่อนคนไหนเลย ส่วนเธอ
เธอชื่อ ซี ......... ซีเป็นลูกคนรวย เรียนปี 3
เหมือนผม และคณะเดียวกับผม
โดยความคิดของผมแล้วนั้นลูกคนรวยส่วนมากจะชอบทำตัวเว่อร์ ๆ แต่สำหรับซี
แล้วเธอไม่ใช่ ซีเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง เรียนเก่ง แล้วยังเป็นที่รักของเพื่อนๆ
ด้วย ซึ่งต่างกับผมราวฟ้ากับดิน ผมแอบมองซีมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนปี 1
แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นแล้ว ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย


ผมก้อไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ เลย ดังนั้นเลิกฝันถึงซีไปได้เลยครับ
เช้าวันนึง เข้าเรียนคาบแรก อาจารย์สั่งให้ทุกคนนำงานที่สั่งมาส่ง


ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าอาจารย์สั่งงานตอนไหน สงสัยสั่งตอนที่ผมแอบหลับในห้องเรียนมั้ง

ผมทำอะไรไม่ถูก
แทน? เสียงผู้หญิงเรียกชื่อผม ผมหันไปมอง
ซีเป็นคนเรียก
ซีพูดต่อว่า ?ซีทำรายงานมาให้ ซีรู้ว่าแทนไม่ได้ทำมา
เพราะเมื่อวานแทนหลับในห้องเรียนตอนอาจารย์สั่งงานพอดี?


พอพูดเสร็จซีก้อวางรายงานไว้บนโต๊ะ
แล้วก้อเดินกลับไป หลังเลิกเรียน
ผมเดินเข้าไปบอก ขอบคุณซี
แต่ซีพูดกลับมาว่า ?
เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นข้าวมื้อเที่ยงได้มั้ยค่ะ ?
ผมดีใจไม่คิดเลยว่าผมจะมีโอกาสได้นั่งกินข้าวกับซี
ผมเลยตอบกลับไปว่า ได้ครับ?
หลังจากนั้นเราก้อเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย
เธอดูเรียบร้อยมากเวลาทานข้าว



พอทานเสร็จ ซีก้อพูดขึ้นมาว่า ?ซีรู้นะ ว่าแทนไม่ค่อยรู้เรื่อง


ไม่ค่อยมีเวลาทบทวนเรื่องที่เรียนไป เอาเป็นว่าเวลาแทนว่าง
ซีจะติวให้แทนดีมั้ย?



ความหวังดีจากหญิงคนนึงที่ผมเคยแอบมองมาตลอดนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
หลังจากวันนั้นผมกับซี ก็จะมานั่งติวหนังสือกันทุกวัน จนเรียนจบมหาลัย


ผมก็มีบริษัทมารับเข้าทำงาน 2 บริษัท บริษัทแรกทำงานในกรุงเทพ


ส่วนอีกบริษัททำงานที่ระยอง ผมปรึกษากับซีว่าจะเลือกบริษัทไหนดี ซีบอกว่า
ตามใจแทนเถอะ ชีวิตเป็นของแทนนะ? ผมได้ยินดังนั้นผมก้อไม่ลังเลที่จะเลือกทำบริษัทที่ 2


ถึงผมจะต้องไปทำที่ระยอง แต่มันเป็นอนาคตที่ดีสำหรับผม
ผมไปทำงานอยู่ที่ระยอง 1 อาทิตย์ผมจะโทรหาซี 2 -3 ครั้ง
1 เดือนผมจะเข้ากรุงเทพ 1 - 2 ครั้ง


เวลาผ่านไป 4 ปี ผมได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ
เพื่อมารับงานในตำแหน่งผู้จัดการบัญชี พอผมมาถึงกรุงเทพ


ทางบริษัทให้ผมลาพักร้อนได้ 1 อาทิตย์ ผมจึงตัดสินใจชวนซีไปเที่ยวเป็นครั้งแรก


ผมโทรเข้ามือถือซี ผมชวนเธอไปที่สวนสามพราน

เพราะซีชอบดอกไม้ ซีตอบกลับมาว่า ?จริงหรือแทน

ซีไม่เคยไปไหนกับใครนอกจากพ่อและแม่เลย
แทนจะพาซีไปวันไหนค่ะ? ผมบอกกลับไปว่า ?พรุ่งนี้โอเคมั้ย
พาไปเที่ยวเสร็จแล้วซีไปดูคอนโดเป็นเพื่อนแทนหน่อยนะ
แทนจะซื้อคอนโดใกล้บ้านซี?



ซีตอบมาว่า ?ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะค่ะ?เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปรับเธอที่บ้าน
หลังจากนั้นผมก้อนั่งรถแท็กซี่ไปสวนสามพราน ระหว่างที่ดูดอกไม้นั้นซีดูมีความสุขมาก


ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมือซี หลังจากที่คุยกันมานานถึง 6 ปี



พอบ่ายผมก้อไปดูคอนโดที่อยู่ใกล้บ้านซีที่สุด แล้วก้อเซ็นสัญญาซื้อผ่อนทันที


ตกเย็นซีชวนผมไปบ้านของเธอ ซีบอกว่า คุณพ่อของซีอยากเจอแทนค่ะ
เลยให้ซีชวนแทนมาทานข้าวที่บ้าน?


ผมไม่ปฎิเสธครับ พอไปถึงบ้านนั่งลงที่โต๊ะ
คุณพ่อของซีดูเป็นผู้ใหญ่มาก
ท่านพูดขึ้นมาว่า ?เธอเองหรือชื่อแทน
แล้วซีเล่าให้พ่อฟังอยู่บ่อย ๆ
ซีบอกกับพ่อว่า เธอเป็นคนขยัน
ว่าไงสนใจมาทำงานกับพ่อมั้ย มาทำที่บริษัทพ่อ?
ผมอึ้งไม่คิดเลยว่าท่านจะพูดกับผมแบบนี้
ผมรู้สึกดีใจตอนนี้ผมรู้สึกเป็นส่วนนึงในชีวิตของซียังไงไม่รู้ครับ
ผมตอบตกลงทันที


หลังจากวันที่ผมไปบ้านซี 2 วัน ผมก้อเริ่มงานในบริษัทของพ่อซี
ตำแหน่งที่ผมได้เข้ารับคือตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายบัญชี
งานส่วนใหญ่จะใช้สมองซะมากกว่า หลังจากนั้นก้อว่าง
วันนึงพ่อของซีก้อเดินมาที่โต๊ะทำงานผมแล้วก้อบอกว่า แทนถ้าว่าง
ก้อพาซีไปเที่ยวก้อได้นะ พ่อฝากดูแลซีด้วย?
ผมตอบตกลงไป


ผมและซีในเวลานี้มีความสุขที่สุด ผมมีเวลาให้ซีมากขึ้น แต่พอผมว่างมากขึ้น


ผมก้อพูดกับซีว่า ? ซี.... แทนเบื่อแล้ว แทนอยากทำงาน
แต่ไม่ได้หมายความว่าแทนเบื่อซีนะ
แทนจะรับงานตรวจสอบบัญชีจากบริษัทอื่นมาทำด้วยนะ
ซีเห็นด้วยมั้ย?

ซีตอบกลับมาว่า ?ถ้ามันเป็นความต้องการของแทน
ซีก้อเห็นด้วย?
ผมก้อรับงานจากบริษัทอื่นเข้ามาทำ
เวลาว่างที่ผมเคยมีให้ซีก้อค่อย ๆ
หมดลงไป

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องพยายามทำงานให้มากเพื่อที่จะเทียบเท่าหรือใกล้เคียงซีมากขึ้น
ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะบอกว่ารักเธอ
แต่ในใจแล้วผมรู้สึกได้อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วว่าซีคือคนที่ผมอยากอยู่ด้วย

วันนี้เป็นวันเกิดของซี
ผมทำงานจนลืมไปเลยว่าวันนี้วันเกิดของเธอ
วันรุ่งขึ้นซีโทรมาหาผมแล้วพูดว่า
แทนไม่เคยลืมเลยนะ แต่ปีนี้แทนลืม
เมื่อวานเป็นวันเกิดของซีนะ? แล้วเธอก้อร้องไห้
ในเวลานั้นผมเครียดเรื่องงานมาก
ผมเลยพูดออกไปอย่างไม่คิดว่า ?ไร้สาระน่ะซี

แทนต้องทำงานนะ แทนไม่ว่างเหมือนซีนะ?
เธอเงียบไปสักพักแล้วซีก้อพูด ?ขอโทษนะแทน
ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ?

ผมโกรธที่เธอพูดแบบนี้มาก
แต่เงียบไม่ต่อว่าอะไรเธอไป ซีพูดต่ออีกว่า
อีก2วันซีจะไปอเมริกากับแม่ ซีอยากให้แทนไปด้วย

ซีขออนุญาตคุณพ่อแล้วนะ
คุณพ่อบอกว่าให้แทนไปด้วยได้ แทนจะไปกับซีมั้ย?


ผมตอบกลับไปว่า ?ช่วงนี้งานยุ่ง
ซีไปกับแม่ให้สนุกเถอะ? แล้วซีก้อวางหู
ซีเดินทางไปอเมริกากับแม่ 1 เดือน ในเวลาระหว่าง 1 เดือนนี้
ผมไม่ได้ติดต่อกับซีเลย พอซีกลับมากรุงเทพ
ผมก้อไม่ได้ไปรับ

หลังจากกลับมาจากอเมริกา
ผมกับซีก้อห่างเหินกันไม่ค่อยได้เจอกันเลย 1 เดือนจะได้เจอหน้ากันสัก 2 ? 3 ครั้ง
ไม่ได้โทรคุยกันเลยเพราะผมงานยุ่งมาก ผมทำงานที่บริษัทพ่อซีมา 3 ปีแล้ว
ตอนนี้ผมคิดว่าผมพร้อมทุกอย่างแล้ว มีเงินพอที่จะซื้อบ้าน ซื้อรถ
และทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อได้ด้วยเงิน


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมจึงตัดสินใจที่จะขอซีแต่งงาน
แล้วคืนก่อนวันที่ 14
ซีก้อโทรมาหาผมที่บ้าน
แทนซีถามอะไรแทนหน่อยได้มั้ย? ผมตอบว่า ?ได้สิ?
ซีถามต่อ ?แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้
แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร? ผมไม่ตอบกับคำถามของซี แต่พูดกลับไปว่า
พรุ่งนี้แทนจะบอก
แทนจะตอบทุกคำถามขอซี
พรุ่งนี้ซีไปสวนสามพรานกับแทนนะ? ซีตอบมาว่า ?ได้?


เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมรีบไปที่เต้นท์โชว์รูม ฮอนด้า
ทำสัญญาออกรถป้ายแดง
ออกมาแล้วก้อขับไปรับซีที่บ้าน
ผมนึกว่าซีจะตกใจที่ผมขับรถไปรับเธอ
แต่ไม่เลยเธอดูอ่อนเพลียเหมือนคนไม่สบาย หน้าซีด
ผมจึงบอกซีว่า

ไว้วันหลังก้อได้นะซี? ซีตอบกลับมาว่า ?วันนี้แหละ
ซีอยากไปวันนี้?
ก่อนขับรถออกจากบ้านซีผมเห็นแม่ซีดูเหมือนจะร้องไห้แต่ก้อไม่ได้คิดอะไร


พอมาถึงสวนสามพราน ผมเดินจูงมือซีดูดอกไม้
เดินได้สักพักผมก้อพาซีมานั่งที่ม้านั่งริมสระน้ำ
ซีซบไหล่ผมแล้วพูดกลับผมว่า
แทน ซีรู้นะว่าแทนรักซี
แต่ซีอยากให้แทนบอกซีเองจะได้มั้ย แทนบอกซีด้วยว่า
แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้ แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร?


แล้วคราวนี้ผมก้อบอกเธอทุกอย่างว่า
ซี.........แทนรักซีนะ
ทุกอย่างที่แทนขยัน
แทนทำเพื่อซี

แทนไม่อยากให้ซีโดนใครดูถูกว่ามาคบกับแทน
แล้ววันนี้แทนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว
วันนี้แทนคิดว่าแทนใกล้เคียงพอที่จะขอซีแต่งงานแล้ว


"ซีแต่งงานกับแทนนะ"


แล้วผมก้อหยิบแหวนแต่งงานที่แอบซื้อไว้หมายจะสวมเข้าที่นิ้วของซี
ผมจับมือของซีขึ้น เธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ผมทำ
ผมจับตัวเธอเขย่า เธอไม่รู้สึกอะไรเลย
ผมจึงอุ้มร่างซีขับรถไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
แล้วแล้วระหว่างนั้นผมก้อโทรบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับซี
มาถึงโรงพยาบาล หมอรีบพาซีเข้าห้อง ไอซียู

ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยถามหมอว่าซีเป็นอะไรหมอก้อไม่ยอมบอก
ไม่นานพ่อกับแม่ซีก้อมาถึงโรงพยาบาล ผมถามแม่ซีว่าซีเป็นอะไร
แม่ซีบอกกับผมว่า ซีเป็นโรคหัวใจ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว?

ผมอึ้งทำไมผมมันโง่อย่างนี้ผมไม่เคยรู้อะไรเลย
ไม่เคยรู้ว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ผมนั่งภาวนาอยู่หน้าห้องไอซียูว่าขออย่าให้ซีเป็นอะไรเลย
ถ้าซีหายผมจะแต่งงานกับเธอ จะไม่ทิ้งให้เธอเดียวดายอีกต่อไป

ซีอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 5 ชั่วโมง
หมอก้อเดินออกมาจากห้อง ผมรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหมอแล้วถามว่า

ซีไม่เป็นไรใช่ไหมหมอ?



หมอเงียบสักพักแล้วตอบว่า ?ผมเสียใจด้วยนะครับ?
ผมได้ยินคำนี้ถึงกับทรุดตัวลง แล้วก้อนั่งร้องไห้ออกมา
หลังจากนั้นงานศพของซีของถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกหลายคน
รวมทั้งเพื่อนของซีด้วย วันนี้เป็นวันสุดท้าย เป็นวันเผาศพ

แม่ซีแทนเข้ามาหาผมแล้วก้อยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ผม
แล้วพูดว่า ของที่อยู่ข้างในเป็นของที่ซีเขียนจดหมายไว้ให้แม่
บอกให้แม่มอบให้แทน?


ผมค่อย ๆ แกะซองนั้นออกข้างในมีสมุดเล่มเล็ก ๆ กับม้วนวีดีโออยู่
หลังจากพีธีเผาศพเสร็จผมนั่งอยุ่ด้านหน้าจนแขกในงานกลับไปกันหมด
พ่อซีเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกลับผมว่า ซีรักแทนมากนะ? แล้วพ่อก้อเดินกลับไป


ผมขับรถกลับมาคอนโด ด้วยรอยคล้ำใต้ตา ผมเดินไปหยิบม้วนวีดีโอเทปแล้วนำมันไปเปิด

ผมเห็นซีในชุดสีขาวเหมือนชุดในโรงพยาบาลไม่มีผิด

ซีพูดว่า ?แทน .......

ถ้าแทนได้ดูม้วนวีดีโอนี้แล้วแสดงว่าซีไม่ได้อยู่แล้วนะ
ตอนนี้ซีอยู่ที่โรงพยาบาลในอเมริกา แม่ซีพาซีมาหาหมอเพื่อที่จะผ่าตัดครั้งสุดท้าย
ถ้าผ่าตัดครั้งนี้ไม่สำเร็จ หมอบอกว่าซีจะอยู่ได้อีกไม่ถึง 2 ปี


แต่ซียอมเสี่ยงเพื่อที่จะได้อยู่กับแทนตลอดชีวิต ซีไม่โกรธแทนนะที่แทนไม่มาอเมริกากับซี
แต่แทนอย่าโกรธซีนะที่ซีไม่ได้บอกว่าซีเป็นโรคหัวใจ ซีแค่ไม่อยากให้แทนกลุ้มใจ
ซีเห็นแทนพยายามในสิ่งที่แทนต้องการ แค่นี้ซีก้อมีความสุขแล้ว
ซีรู้นะว่าแทนพยายามทำเพื่อใคร แทนทำเพื่อซีใช่มั้ย
ถ้าคิดไปเองก้อขอโทษนะ ซีอยากให้แทนรู้นะว่าซีรักแทนมาก มากที่สุดด้วย?

สัญญาณภาพก้อหายไป
น้ำตาขอผมออกมาชำระความโง่เขลาของตัวเอง
ทำไมผมไม่เอะใจกับคำพูดของเธอที่ว่า ?ขอโทษนะแทน
ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ?


..ผมน่าจะรู้ว่าเธอไม่สบาย
..ผมน่าจะไปอเมริกากับเธอ
ผมนั่งคิดสักพักแล้วก้อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
ในนั้นเขียนว่า



ถึงแทนที่ซีรัก อย่าโทษตัวเองนะที่ไม่มีเวลาให้ซี
อย่าโทษตัวเองนะว่าผิด
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และก้อไม่มีใครถูก ซีรักแทน
แทนก้อรักซี ถึงเรา 2
คนจะไม่พูดแต่ซีก้อรู้สึกนะ ถึงซีจะไม่อยู่แล้ว
แต่ซีก้อยังคงอยู่ในใจแทนนะ
ซีรักแทนมาก มากเกินกว่าที่จะเขียนลงไปได้
ซีอยากจะบอกกับแทนว่ารักจากปากของซีเอง
แต่มันคงไม่มีเวลาแล้ว
หลังจากที่ซีไปผ่าตัดแล้วผลออกมาล้มเหลว
ซีก้อป่วยมาตลอด ซีไม่ได้โกรธแทนนะ
แต่ซีไปหาแทนไม่ไหว ซีไม่อยากจะบอกให้แทนรู้
เพราะแทนกำลังตั้งใจกับงานที่ทำอยู่
สุดท้ายนี้ซีอยากจะบอกกับแทนว่า
ซีขอโทษซีอยู่กับแทนได้แค่นี้ ระยะเวลา 9
ปีที่ซีอยู่กับแทนถึงมันจะน้อยแต่ซีรู้สึกมีความสุขมากนะ
ลาก่อนแทนที่ซีรัก?


ผมอ่านจดหมายเสร็จ
ผมก้อนั่งร้องไห้และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้ผมมีทุกอย่าง มีทุกสิ่งที่จะซื้อได้ด้วยเงิน
แต่ผมกลับซื้อเวลาที่จะอยู่กับซีไม่ได้
แต่ถ้าผมซื้อเวลาคืนมาได้



...

1 นาที ผมจะบอกว่าให้ซีรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน
1 ชั่วโมง ผมจะรีบขับรถไปหาเธอแล้วบอกเธอว่าขอโทษที่จำวันเกิดไม่ได้นะที่รัก
1 วัน ผมจะอยู่กับเธอในวันเกิดที่ผมลืม
1 เดือน ผมจะไปดูแลเธอที่อเมริกา
และ 1 ปี ผมจะขอเธอแต่งงานและอยู่กับเธอ
ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 1 ปีก้อตาม
ในชีวิตของคน ๆ นึง
จะมีสักครั้งมั้ยที่จะได้พบรักแท้ในรักครั้งแรก
ชีวิตเราเกิดมาเพื่อใคร และเกิดมาทำไม
อย่างน้อยชีวิตของผมที่เกิดมา
ก้อได้รู้ว่าเกิดมาเพื่อใครและพยายามเพื่อใคร


สำหรับรักครั้งแรกของผมนั้นผมคิดว่าจะเป็นรักครั้งเดียวในชีวิตของผมที่ดีที่สุด
ถึงแม้ผมจะไม่ได้บอกกับซีว่า ผมรักซี แต่ตอนนี้ผมจะบอกผ่านโพสต์นี้ไปถึงซีว่า
ผมรักซีมาก รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ ซีคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีได้ในวันนี้


เพราะฉะนั้นผมจะไม่รักใครอีกนอกจากเธอ? ซีจากผมไป 1 ปี กับ อีก 4 วัน
แต่เมื่อวานซีก้อยังทำให้ผมร้องไห้อีกจนได้ครับ

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น ผมกลับมาที่คอนโด
เพื่อเปลี่ยนชุดไปงานเลี้ยงของบริษัทที่ผมทำงานอยู่
( หรือบริษัทของพ่อซี )
ผมเลือกเสื้อสูทที่จะใส่ไปงาน
ในขณะที่ผมเลือกอยู่ผมก้อเหลือบไปเห็นเสื้อสูทสีม่วงผ้ากำมะหยี่
ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าเสื้อตัวนี้
ซีเป็นคนซื้อให้ผมก่อนที่เธอจะไปรักษาตัวที่อเมริกา
แต่ผมไม่เคยใส่มันเลย
เพราะเคยลองใส่ดูแล้วมันดูเหมือนนักสนุ๊กเกอร์อย่างไรไม่รู้ ผมเลยไม่ชอบ
แต่วันนี้ผมคิดถึงซีมาก ผมเลยหยิบสูทตัวนี้ขึ้นมาใส่
พอใส่เสร็จผมมีความรู้สึกว่ามีของอยู่ในกระเป๋า
ผมจึงล้วงลงไปหยิบและเอามันขึ้นมาจึงรู้ว่ามันเป็นเทปคาสเซ็ทม้วนหนึ่ง
ด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นเพลงอะไรผมจึงตรงไปที่เครื่องเสียงแล้วเปิดมัน
เสียงแรกที่ผมได้ยินเป็นเสียงของ ซี
เธออัดเสียงของเธอลงในเทป
ต่อไปนี้จะเป็นคำพูดที่เธอพูดในเทปนะครับ


" สวัสดีค่ะ แทน นั่นแน่
แทนได้ฟังเทปแล้วแสดงว่าแทนแพ้พนันซีแล้วนะ
เพราะแทนบอกว่าจะไม่มีวันใส่สูทตัวนี้ (เธอหัวเราะเบา ๆ )
ในที่สุดแทนก้อใส่สูทตัวนี้จนได้ เฮ้อ ( เธอถอนหายใจ )
ตอนนี้เราจากกันนานหรือยังนะ
ขอโทษที่ซีพูดอย่างนี้นะ
เพราะซีคิดว่าแทนคงได้ฟังเทปนี้ตอนที่ซีไม่ได้อยู่กับแทนแล้ว
แทนคิดถึงซีมั้ย
คงคิดถึงล่ะสิ แทนอยากรู้มั้ยว่าตอนนี้ซีอยู่ที่ไหน
ถ้าอยากรู้ทำตามที่ซีบอกนะ
แทนเปลี่ยนเทปไปฟังที่ต้นหน้า B นะค่ะ "
แล้วเสียงซีก้อเงียบลง ผมจึงรีบกรอไปที่ต้นหน้า B แล้วเปิดฟัง

" แทนค่ะ แทนทำตามที่ซีบอกนะค่ะ แทนหลับตาลงนะ "
แล้วผมก้อได้ยินเสียงคลื่น
แล้วก้อมีเสียงเธอพูดขึ้นว่า " แทน
ซีว่าเปลือกหอยอันนี้สวยจังเลยนะค่ะ "
แล้วเธอก้อพูดขึ้นมาว่า "
รู้มั้ยว่าตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน "

ผมตอบกับตัวเองว่าทำไมจะจำไม่ได้
เพราะเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันมาจากม้วนวีดีโอ
ที่เราไปถ่ายตอนไปเที่ยวที่ พัทยา
แล้วเทปที่มีเสียงของซีก้อยังคงเล่นต่อไป
ซีเปิดวีดีโอ มีเสียงที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่
ผมกับเธอไปเที่ยวกัน
เสียงของเธอในเทปก้อพูดขึ้นมาว่า

" ตอนนี้แทนรู้ยังค่ะว่า ซีอยู่ที่ไหน
ซีอยู่ในใจแทนนะ เวลาที่แทนคิดถึงซี
แทนก้อเปิดวีดีโอ หรือ รูปถ่ายของเราดูก้อได้นะ
และวันนี้ซีก้อจะรักษาสัญญากับแทนอีกเรื่องหนึ่งนะค่ะ
แทนจำได้มั้ย

แทนเคยร้องเพลงให้ซีฟัง ซียังจำได้นะ
แต่จำชื่อไม่ได้ว่าเพลงอะไร

แต่จำเนื้อร้องได้ท่อนนึงนะ ท่อนที่ว่า "
เส้นทางชีวิตของฉัน
ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
แต่มันเป็นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ
เส้นทางชีวิตสายนี้จะขอพิสูจน์ด้วยแรงและกำลังใจ "
และอะไรต่อจำไม่ได้แล้วค่ะ
ร้องได้แค่นี้ค่ะ พอแทนร้องเสร็จ
แทนก้อบอกให้ซีร้องให้ฟังบ้างแต่ซีไม่ได้ร้อง
แทนเลยโกรธ แต่วันนี้ซีจะร้องให้ฟังนะ แทนฟังให้ดีนะ
ซีอาจจะร้องไม่เพราะเท่าไรนะค่ะ
ซีจะฝากบทเพลงนี้ไว้แทนใจนะ

เมื่อไรที่แทนเหงาแทนจงฟัง
เพราะมันจะเป็นบทเพลงสุดท้ายไว้แทนใจ
เพราะตอนนี้เราคงต้องห่างไกลกันนะ ซีร้องแล้วนะ ( แล้วเธอก้อร้องเพลง )

Free TextEditor




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553   
Last Update : 5 มีนาคม 2553 23:16:41 น.   
Counter : 300 Pageviews.  


นมสด...หนึ่งแก้ว


นมสดหนึ่งแก้ว. .




เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เด็กชายเคลลี่ ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่ฐานะยากจน

เขาต้องหาเงินไปโรงเรียนเอง

ด้วยการนำสิ่งของใส่กระเป๋าเดินไปขายตามบ้านที่อยู่ในเมืองใกล้
เคียง


วันหนึ่งเขาพบว่าเมื่อจ่ายค่ารถและค่าสินค้าแล้ว

เขามีเงินในกระเป๋าเหลือเพียง 10 เซ็นต์ เท่านั้น

ขณะนั้นเขากำลังหิวมาก


แต่เงินสดที่มีอยู่นั้นไม่พอที่จะซื้ออาหารแม้แต่เพียงมื้อเดียว

ดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขออาหารจากบ้านที่กำลังเดินไปถึง

แต่เมื่อกดกริ่งแล้ว หญิงสาวเจ้าของบ้านมาเปิดประตู

เด็กชายเคลลี่กลับเกิดความละอายที่จะขออาหารเหมือนกับขอทานที่
ทำมาหากินไม่เป็น

เขาจึงขอเพียงน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวเท่านั้น

แต่เจ้าของบ้านสาวสังเกตุเห็นท่าทางของเด็กชายเคลลี่ว่าคงจะกำลังหิว

เธอจึงได้นำเอานมสดแก้วใหญ่มาให้เคลลี่ดื่ม

เด็กชายเคลลี่ดื่มนมอย่างกระหายจนหมดแก้วแล้วถามว่า

“ผมต้องจ่ายเงินค่านมถ้วยนี้ให้คุณเท่าไหร่ครับ”
เจ้าของบ้านสาวตอบว่า

“ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก
แม่ของฉันสอนไม่ให้รับสิ่งตอบแทนจากการให้น้ำใจไมตรี”

เคลลี่ซาบซึ้งใจมากและตอบว่า
“ ถ้าเช่นนั้น ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จากหัวใจของผมก็แล้วกันนะครับ"

ขณะที่เด็กชายเคลลี่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้น

เขาไม่เพียงแต่ รู้สึกว่ามีกำลังแข็งแรงขึ้นจากนมสดแก้วโตเท่านั้น

แต่เขาได้มีความเข้าใจในเรื่องของน้ำใจไมตรีเพิ่มขึ้นด้วย



... อีก30 ปีต่อมา มีหญิงคนหนึ่ง ป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ
ซึ่งแพทย์ท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้

จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโรคหัวใจทำการรักษา
เมื่อได้อ่านประวัติผู้ป่วยแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นได้สะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วยคนนั้น
จึงตั้งใจรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจอย่างพิเศษ

โดยใช้อุปกรณ์ทันสมัยที่สุดและยาราคาแพงที่ดีสุด
จนผู้ป่วยหายเป็นปกติพร้อมจะกลับบ้าน

ผู้ป่วยมีความเกรงว่าค่ารักษาพยาบาลคงจะมีราคาแพงหลายหมื่นดอลลาร์

ซึ่งเธอเข้าใจว่าคงจะต้องทำงานทั้งชีวิตกว่าเธอจะหาเงินค่ารักษาพยาบาลได้

เพราะเธอไม่มีประกันสุขภาพ และยังไม่สามารถไปเบิกได้จากที่ไหน
แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนนั้น ได้บอกเจ้าหน้าที่แผนกบัญชี
ให้นำใบเก็บเงินไปให้เขา

แล้วหมอก็ใช้ปากกาเขียนข้อความสองบรรทัดแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่บอกให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้
โดยไม่ต้องจ่ายเงินเลย

ข้อความที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นเขียนในใบเรียกเก็บเงินนั้นมีว่า
“จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ด้วยนมสดหนึ่งแก้ว”

...........................
ลงนาม นายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่

“ราคาของนมสดหนึ่งแก้ว”


เป็นเหตุการณ์จริงที่เกี่ยวกับน้ำใจไมตรีในต่างประเทศ
(ข้อมูลจากคณะทำงานกลุ่มน้ำใจไมตรี ประเทศสิงคโปร์
จากจดหมายของนายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่)


Free TextEditor




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553   
Last Update : 5 มีนาคม 2553 23:39:18 น.   
Counter : 133 Pageviews.  


รอยบนผืนทราย

รอยบนผืนทราย


.........เพื่อนสนิทสองคนเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน

ระหว่างยํ่าเท้าผ่านทะเลทราย

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนเพื่อนคนหนึ่งโมโหมาก

ตบหน้าเพื่อนอีกคน ผู้ถูกตบหน้าเจ็บปวดทั้งกายและใจ

เขาไม่พูดอะไรเลย ขณะที่เขียนข้อความหนึ่งลงบนทราย

"วันนี้...เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันตบหน้าฉัน"

......ทั้งคู่เดินทางต่อไป เมื่อพบโอเอซิสแห่งหนึ่งจึงตัดสินใจอาบนํ้า

เพื่อนคนที่ถูกตบหน้าพลัดตกนํ้าและจมลงเรื่อยๆ

อีกคนจึงรีบช่วยเพื่อนให้พ้นความตาย เมื่อหายตกใจแล้ว

คนจมนํ้าก็เขียนข้อความลงบนก้อนหิน

"วันนี้...เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันช่วยชีวิตฉันไว้"

เมื่อเพื่อนถาม เพื่อนก็ยิ้มแล้วตอบว่า

"เมื่อเพื่อนทำร้ายเรา เราจะบันทึกไว้บนผืนทราย

เพื่อให้สายลมแห่งการให้อภัยลบความเจ็บปวดนั้นทิ้งไป

และเมื่อเพื่อนทำในสิ่งประเสริฐสุดให้

เราจะจารึกไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ

ซึ่งลมพายุไม่สามารถลบมันออกได้..."


...เพราะ.....".เพื่อนแท้มิได้หาง่ายๆเหมือนแฟน " ว่ามะ?

Free TextEditor




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553   
Last Update : 5 มีนาคม 2553 23:13:57 น.   
Counter : 116 Pageviews.  


ความรัก กับ ต้นหญ้า...

ความรัก กับ ต้นหญ้า...


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
...มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ
อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหม คับ?

อาจารย์ : (เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ
ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ : (นั่งคิดอย่างหนัก) อืม?....งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะ เลยใช่ไหม
เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ
แต่ว่า เวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง
เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ (ว่าแล้ว ก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า)
หลังจากนั้นไม่นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ : อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ เนี่ย
ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยว ก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน
แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้ว ครับ
จะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ ...

เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ
ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ คนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ ส่วนทุ่งหญ้า ก็คือ เวลา ...
เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้ว คิดว่า
คงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่ เปรียบเทียบ
คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าลืมว่า..."เวลาไม่เคยย้อนกลับ"
ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับ
การหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุในชีวิต หรือ แม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ
ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรม ที่ว่า ..."จงรัก และ ไขว่คว้า
โอกาสที่คุณมีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่
เพียงครั้งเดียวเท่านั้น..."


Free TextEditor




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553   
Last Update : 5 มีนาคม 2553 23:13:16 น.   
Counter : 122 Pageviews.  


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ ?

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ ?


วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป

กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่งทุก ๆ ปีในวันนี้



ก่อนวันที่ 14 กุมภา
ผมเดินออกจากบ้าน
ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ


หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว
ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด
"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที
" นายเหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ

พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน
เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า
ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

14 กุมภาพันธ์
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี
ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด
ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

พ่อ ผมอยากขอโทษครับ

หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
วิ่งมากอดผม
" พ่อเสียแล้วนะ "


ผมอึ้ง




แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม
ออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง
"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาด
โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ
ดีที่สุดแล้ว"


ผมกอดแม่ ร้องไห้
วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

พ่อครับ ผมขอโทษ.......



Free TextEditor




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553   
Last Update : 5 มีนาคม 2553 23:11:55 น.   
Counter : 136 Pageviews.  



KnightDeva
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add KnightDeva's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com