Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
All Blog
รีวิวรองพื้น Nars all day luminous weight less foundation







สวัสดีทุกคน 
สำหรับบลอคนี้เราก็จะรีวิว
รองพื้น Nars all day luminous weight less foundation

เป็นรองพื้นตัวล่าสุดที่ทางแบรนด์เค้าออกวางขายเมื่อต้นปี 2015





หน้าตาของเค้าก็จะไม่ค่อยทิ้งความต่างจากรุ่นเดิมๆสักเท่าไหร่
อย่างรุ่น sheer glow หรือ sheer mat

ก็คือขวดแก้วทรงเหลี่ยมและฝาหมุนสีดำ







รุ่นนี้เป็นรองพื้นที่เค้าการันตีไว้ว่า
เป็นรองพื้นที่บางเบา ทาแล้วสบายผิว แต่สามารถช่วยในการปกปิดได้







สีที่เราใช้เราก็จะใช้สี Punjab
ซึ่งเป็นสีเดียวกันที่เราใช้กับรุ่น Nars Sheer Glow เลย








เนื้อรองพื้นของเค้าจะค่อนข้างหนา  
ไม่มีกลิ่นแอกกฮล์ก หรือ กลิ่นของน้ำหอม
ตามสไตล์ของรองพื้น Nars 







ผลการใช้







จากภาพจะเห็นได้ว่า รองพื้นจะช่วยในการปกปิดได้ระดับหนึ่ง
แต่ปกปิดไม่หมด พวกรอยแดง หรือ รอยดำจากสิว หรือริ้วรอยต่างๆ
ยังมีให้เห็นจางๆอยู่ ต้องใช้คอนซิลเลอร์ช่วยเพิ่ม

ถึงแม้ว่าจะเกลี่ยรองพื้นทับอีก 1-2 เลเยอร์ เพิ่มไปหลังจากทาทั่วหน้าแล้ว
การปกปิดของเค้าก็จะไม่ได้ช่วยเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า เป็นรองพื้นที่การปกปิดปานกลาง


แต่ แต่ แต่ จุดเด่น และความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของรองพื้นรุ่นนี้คือ
เนื้อรองพื้นของเค้าจะมีความเเห้งเร็วกว่าตัวก่อนๆ 
ขณะเกลี่ยจะรู้สึกได้เลยว่ารองพื้นจะเเห้งเร็วขึ้นมาก ฉะนั้นจะต้องใช้เวลารวดเร็วนิดนึง
และเมื่อเค้ามีความเเห้ง แน่นอนว่า หลังทาไปแล้ว เค้าจะไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวเลย
ฉะนั้น ใครผิวมันมีเฮ  รองพื้นตัวนี้เหมาะกับคุณมากๆจ๊ะ
ซึ่งเราเองก็ผิวมันมากๆเช่นกัน ได้ลองรองพื้นของแบรนด์นี้มาหลายรุ่น ก็ไม่ค่อยเเฮปปี้เท่าตัวนี้


รองพื้นรุ่นนี้เป็นรองพื้นที่แห้งเร็วก็จริง 
แต่ถ้าถามว่าในเรื่องของการคุมมันนั้น ช่วยมั้ย
................ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าจะช่วยนะ
ตามสภาพผิว ผิวใครมันมาก - น้อย ความมันก็จะเกิดตามผิวของคุณเลย







จากภาพข้างบน
จะเปรียบเทียบระหว่างด้านซ้ายที่ทาแล้ว และด้านขวาที่ยังไม่ได้ทา
จะเห็นได้ว่า รองพื้นของเค้าสามารถช่วยในการเบลอ , อำพรางรูขุมขนได้ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ด้วยความแห้งของรองพื้น ที่เป็นมิตรกับผิวมันๆอย่างเรา
จะส่งผลเสียต่อสิวเสี้ยนข้างจมูก ถ้าคุณเป็นคนมีสิวเสี้ยนข้างจมูก หรือบนจมูก
ขอบอกเลยว่า ตรงนี้พังมากๆ   เพราะมันจะไปเน้นให้เจ้าสิวพวกนั้น เห็นชัดขึ้น
ดังรูป

จะแตกต่างจากรองพื้นที่ไม่แห้ง  มีความmois อยู่ในตัว รองพื้นพวกนั้นจะไม่สามารถ
เน้นชัดถึงพวกสิวเสี้ยนได้เช่นนี้

(ถ้าถามว่าความแห้งของรองพื้นตัวนี้ เป็นประมาณไหน  
ถ้าใครเคยใช้รองพื้นตระกูลแมทๆมากๆ หรือถ้าใครเคยใช้รองพื้นของ Estee Lauder 
รุ่นขวดแก้วฝาทอง หรือรุ่น หลอดสีเนื้อฝาทอง  ฟิลลิ่งจะคล้ายๆกัน )







สิ่งที่ประทับใจในรองพื้นตัวนี้คือ
เรื่องของสีของรองพื้น Nars ทำออกมาได้ดีมาก
สีมีความละมุน สวยงาม ทาออกมาแล้วได้สีผิวที่สวยปิ๊งมากๆ  
ระหว่างวันสีไม่ดูดรอปลงแต่อย่างใด  ทาอย่างไร ได้อย่างนึั้นตลอดทั้งวันเลย

ซึ่งข้อดีตรงนี้ ได้ประสบกับรองพื้นรุ่นอื่นๆของ Nars ด้วยเช่นกัน
ถือเป็นจุดแข็งมากๆของรองพื้นแบรนด์นี้


แต่ข้อเสียที่ประสบคือ
1.ความติดทน
ถือเป็นจุดอ่อนของรองพื้นแบรนด์นี้เลย 
เนื่องจากเราผิวมันมาก  ไม่มีรุ่นไหนของ Nars
ที่จะติดทนจนเรารู้สึกพึงพอใจ
แน่นอนว่ารองพื้นทุกแบรนด์ที่ใช้ ้ถ้าทาตอนเช้า ตอนกลางคืนมาดูอีกที ก็ต้องมีหลุดไปบ้าง
แต่สำหรับ Nars  หลุดเยอะไปน๊ะจ๊ะเธอ  
บางทีถ้าใช้ชีวิตหนักหน่วงมา กลับบ้านมาส่องกระจก
นึกว่าไม่ได้ทารองพื้นมาเลยทีเดียวเชียว  หายไปไหนหมด

2.เรื่องการตกร่องรูขุมขน
ตรงนี้ไม่โอเคย์มากๆสำหรับคนรูขุมขนกว้าง
เมื่อระยะเวลาผ่านไป ความมันบนหน้าเริ่มออกมา และเราไม่ได้ซับหน้า
ปล่อยให้หน้ามันสังขยาเป็นมะเมือก
เมื่อนั้นล่ะ ความพินาศจะมาเยือน  รูขุมขนจะเป็นร่องๆรูๆสีรองพื้นอุดๆๆๆอยู่เเน่นขนัด
ซึ่งน่ากลัวมาก ฉะนั้นต้องหมั่นซับหน้านะ ถ้าจะใช้รองพื้นตัวนี้

(ในรูปด้านบนถ้าดูในรูขุมขนชัดๆ จะเห็นความรองพื้นอุดๆอยู่เล็กน้อย
นี้ถ่ายรูปตอนเพิ่งทางรองพื้้นเสร็จนะนี่)




ราคารองพื้นตัวนี้ อยู่ที่ราวๆ 1,900 บาท 
สนใจซื้อลองดูได้ที่เคาเตอร์ Nars ตามห้างชั้นนำทั่วไป แผนกเครื่องสำอางเลยจ้า




Create Date : 06 กันยายน 2559
Last Update : 7 กันยายน 2559 15:53:15 น.
Counter : 3920 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments