Group Blog
 
All blogs
 

ด่านสุดท้าย...สอบขับรถ

และแล้วกำหนดสอบขับก็มาถึง
วันที่ 21 มกรา 2010 เวลา 14.20 น.
และก็อีกตามเคย กว่าจะได้สอบก็เป็นเวลา 14.50 น. (เลื่อนจนไม่รู้สึกอะไรละ)


จุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด จะอยู่ที่สถานีรถไฟ


เมื่อถึงเวลา เราก็เดินขึ้นรถ...นั่ง...ประจำที่(คนขับ)
พร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง มั่ก..มั่ก แล้วเธอล่ะ..เอ๊า..เป็นจังหวะอาราย

- เลื่อนเบาะ , ปรับพนักเก้าอี้ , ปรับกระจก , คาดเข็มขัด ตามลำดับ
- ผู้สอบขับ เริ่มอรัมภบท ปล่อยๆเขาพูดไป ไม่ต้องไปใส่ใจ สำเนียงฝรั่งเศสแต้ๆ ดิชั้นมิเข้าใจเจ้าค่ะ ทำตาปริบๆ จนเขาพูดจบ
- ผู้สอบ สั่งให้ออกรถได้ ก็ถึงสตาร์ทรถ ออกตัวไปตามที่เขาสั่ง

- "เลี้ยวขวา เข้าในเมืองเรื่อยๆนะ" เสียงเขาแว่วมา ดิชั้นก็จะทวนตามเหมือนนกแก้ว นกขุนทอง "เลี้ยวขวา เข้าในเมืองเรื่อยๆ" กันความผิดพลาด

- เลี้ยวขวา ขับ..ไป ...... เลี้ยวขวา ขับ..ไป นกแก้วก็ทวนตาม ขวาอีก นกแก้วทวนตามอีก

- เอ๊า .. ถอยหลังจอด หลังรถสีแดงนั่น เห็นมั๊ย
ถอยหลังจอด หลังรถสีแดงนั่น เห็นแล้ว นกแก้วทวนเช่นเคย

- ดูเลขกิโลเมตรซิ ว่าสองหลักสุดท้ายเลขอะไร
"เลข 50 " เราตอบ

เอ๊า..ละ คำถามข้อที่ 50 ถามว่า ให้บอกตำแหน่งลมล้อรถซิ
"ลมล้อรถ" นกแก้วทวน พร้อมออกไปชี้ที่ยางรถ ถามหาลมรถเนี่ยนะ เอ..หรือเราฟังผิด

"แล้ววาล์วล้อล่ะ อยู่ตรงไหน"
"วาล์วล้อล่ะ" นกแก้วทวน จิ้มนิ้วชี้ไปที่ จุกเติมลม

"แล้วจะรู้ได้งัยว่า สภาพยางดีมั๊ย"
"ก็ดูว่ามันไม่แบน ไม่บวม ยางไม่ฉีก ไม่ขาด" เราตอบเท่าที่นึกได้

- ไป ขับต่อ .... ไป ขับต่อ นกขุนทองเดินขึ้นรถไป

- เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงไป ออกนอกเมือง เข้าในเมืองอีกที

- เอ๊า จ อ ด ดูเลขหลักกิโลอีกซิ "เลข 58 ค่ะ"
"ให้เปิดที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง" อ้าวเธอเปิดแล้วนี่ พอดีมีฝนตกพรำๆค่ะ

เป็นข้อ 59 ละกัน
"บอกตำแหน่งไฟฉุกเฉินซิ" ดิชั้นชี้ไปที่สัญลักษณ์ไฟสีแดงสามเหลี่ยม ตรงหน้า
"แล้วจะเปิดใช้ตอนไหน"
"อ้าว ไฟฉุกเฉินก็เปิดใช้ตอนฉุกเฉินสิจ๊ะเมอซิเออ หรือด้านหน้ามีอุบัติเหตุจ๊ะ"
"แล้วจะรู้ได้งัย ว่าเราเปิดมันแล้ว"
"ก็ดูว่า ไฟมันติดกระแว๊บ..กระแว๊บ แล้วหรือยัง"

- เอาล่ะ กลับรถ ได้ค่ะ รับแซ่บ..บ..บ

- เลี้ยวเข้าสถานีรถไฟ จ อ ด แล้วก็จบได้
เลี้ยวเข้าสถานีรถไฟ จ อ ด นกแก้วถึงกับโล่ง-อก


ดิชั้นสอบขับทั้งหมดประมาณ 25 นาที

วันที่สอบ ไม่รู้ว่าโชคดี หรือ โชคร้าย ที่หมอกตกหนามาก
ตอนแรกดิชั้นคิดว่า โชคร้าย เพราะกลัวว่าวิสัยทัศน์ ในการมองเห็น จะไม่ดี
แต่สุดท้ายดิชั้นคิดว่า โชคดี เพราะเราจะได้มีเวลาดูรถที่จะสวนมานานๆหน่อย ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรน และไม่ต้องขับเร็ว

แต่เตือนตัวเองเสมอว่า หมอกหนาอย่างนี้

เวลาออกนอกเมือง อย่าลืมเปิดไฟหมอกหน้า และ หมอกหลัง
เวลาเข้าในเมือง ต้องปิด ... อย่าลืมนะ ไอ้นกแก้ว

และตอนสอบขับ จะเข้าจอด หรือ ผ่านสี่แยกไฟแดงวัดใจ(ที่เสียตลอดเวลา)
ไม่มีรถตามหลัง หรือ เข้ามากวนใจ แม้แต่คันเดียว


ดิชั้นก็กลับบ้านด้วยความสบายใจ แม้จะเดินตากฝนก็ไม่รู้สึกหนาว

ทางโรงเรียนให้โทร.ถาม ผลสอบได้ ตอนบ่าย วันเสาร์ ที่ 23 มกรา 2010
พอถึงวันเสาร์ ก็เลื่อนไป วันจันทร์ บ่ายโมง เฮ้อ...เลื่อนได้อีก


พอวันจันทร์ บ่ายโมง ดิชั้นก็ได้รู้ผลสอบของตัวเอง "ผ่านแล้ว"
ตอนเย็นก็เข้าไปรับใบขับขี่ชั่วคราวที่โรงเรียน ใช้ไอ้นี่ขับได้


ส่วนผลสอบ ถ้าผ่านต้องได้ 4A หรือ 3A+1B หรือ 2A+2B หรือ 1A+3B
ถ้าได้ 4B ทั้งหมด หรือ 1C เข้ามาแจม ก็จะไม่ผ่านไปตามระเบียบ

ส่วนผลสอบของสาวไทยใจเกินร้อยอย่างดิชั้น ตามนี้เลย..ค่า







2 วันถัดมา ดิชั้นก็เอาเจ้าใบนี้พร้อมกับรูปอีก 2 ใบไปรับตัวจริงได้ที่ Perfecture อีกที


เอามาอวดกันหน่อย..ย..ย..ย ภาพแห่งความภูมิใจ...ค่า






ได้ใบขับขี่สีแดง 3 พับเป็นของตัวเองแล้วคร๊าบ..พี่น้อง




 

Create Date : 26 มกราคม 2553    
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 0:48:54 น.
Counter : 254 Pageviews.  

เมื่อต้องเรียนขับรถ

ขอบอกว่า การบันทึกในเรื่องนี้ เรื่องการเรียนขับรถในฝรั่งเศส


เป็นอะไรที่...เซ็ง... มาก ถึง มากที่สุด ในชีวิต
เ ขี ย น ไ ป เ ซ็ ง ไ ป ถอนใจ เ ฮื อ ก ไป เ ฮื อ ก ม า

ตอนแรกดิชั้นกะให้ผ่านหน้าหนาว หรือหมดหิมะไปก่อน ถึงจะไปเรียนขับ
แต่..คุณสามี ที่แสนดีของดิชั้น ให้คำแนะนำแกมบังคับว่า "ปีนี้หิมะไม่เยอะหรอก ถ้ามัวแต่กลัวก็เสียเวลาเปล่า ชั้นว่าเธอน่ะใจเสาะเกินเหตุ" เออ..แล้วงัย "ไม่แล้วงัย แต่ชั้นโทรไปนัดวันเรียนให้แล้ว โอ..เค๊"


คือดิชั้นได้ใบขับขี่ตลอดชีพ และ ขับรถในเมืองเชียงใหม่ มา 10 กว่าปีแล้ว แอบบอกสังขารเป็นนัยๆนะเนี่ย ซึ่งคิดเอาเองว่า มันไม่น่าจะยาก เท่ากับด่านข้อเขียน

แต่... ดิชั้น คิ ด ผิ ด อย่างมหันต์



มันก็จริง ที่ กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ ในแต่ละประเทศ ย่อมแตกต่างกัน
ดิชั้นรับได้ และยินดีทำตามแต่โดยดี ยอมรับได้เลยไม่เคยบิดพริ้ว


แต่นี่ ... เล่นจับผิด นั่น โน่น นี่ ตลอดเวลา จะต้องทำให้ได้ดั่งใจ ตามที่เขาต้องการให้เป็น(เกินความจำเป็น)
ไอ้เรา ก็ยิ่งเกร็งๆอยู่ หูต้องคอยฟัง ว่าเขาสั่งให้ทำอะไร ภาษาเราก็สเนคๆฟิชๆ เผลอทำอะไรผิดไป เขาก็จะบอกว่า

"ฟิ นี่ .. ฟิ นี่ แพค มี่" "จบ จบ จบ จบ จบกัน ใบขับขี่" อยู่นั่น
เอะอะ ก็ ตะโกนโหวกเหวก โวยวาย ยังกับดิชั้นขับไปชนใครตายงั้นล่ะ โอ๊ยปวด...ใจ

สัญลักษณ์บนแผงหน้าปัด ปุ่มเปิ่มอะไรต่างๆ ยังค่ะ ยังไม่พอ

อุตส่าห์ ใจดี ให้หนังสือ(เก็บเงิน 5 ยูโร) มาอีก 1 เล่มให้กลับมาอ่าน แล้วนั่งถามมันเข้าไป

เครื่องยนต์กลไก , สภาพรถ , ล้อยาง , รอยขีดข่วน , ที่ปัดน้ำฝนเปลี่ยนยังงัย เอ่อ..ให้สามีเปลี่ยนให้ค่ะ เอามันเข้าไป

อย่าให้พูดเป็นภาษาฝรั่งเศสเลยเจ้าค่ะ บางครั้งขนาดเป็นภาษาไทยดิชั้นยังไม่รู้เลยว่า มันเรียกว่าอะไร และต้องทำยังงัย


"ชั้นก็เป็น ผู้หญิงคนหนึ่ง"




ส่วนจำนวนชั่วโมงขับ
ปรกติทั่วๆไปต้องขับอย่างน้อย 20 ชั่วโมง
ทางโรงเรียนก็จะได้รับค่าสอนไปเต็มๆ ชั่วโมงละประมาณ 38 ยูโร


แต่ดิชั้นมีใบขับขี่ตลอดชีพและสากลจากไทย เลยนำมาต่อรองขอลดหย่อนชั่วโมงขับจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ(และเสียสุขภาพจิต) ทั้งๆที่รู้ว่ายาก แต่ก็ต้องลองดู กันซักตั้ง


ทางโรงเรียนก็ แบ่งรับแบ่งสู้

นัดดิชั้นวันแรก ให้ขับ 2 ชั่วโมง เป็นการเปิดตัว



ไม่ว่า จะ ให้ ดิชั้นทำอะไร ดิชั้นก็จะพยายามทำให้ได้เพราะนึกถึง ค่าชั่วโมงเรียนขับ ที่เราจะต้องจ่าย


- การขับเคลื่อน ในเมือง , นอกเมือง
- เข้าจอดเอาท้ายเข้า เอาหน้าเข้า
- เข้าถอยหลังจอดต่อท้ายกับรถคันอื่นๆ
- ขับขึ้นทางชัน หยุด แล้ว ไปต่อ , หยุด แล้ว ไป ต่อ
- ขับเข้าวงเวียน เลี้ยวซ้าย ไปตรง เลี้ยวขวา
- กลับรถไปมา


หลักๆ ดิชั้นก็ขับใช้ได้ และคนสอนขับก็ประเมินให้ว่า

จะให้ดิชั้นขับทั้งหมด 6 ชั่วโมง (วันละ 2 ชั่วโมง เรียน 3 วัน)



พอถึงวันสุดท้าย ตอนขับ..ขับ ดิชั้นเหลือบมองนาฬิกา

เย้...เหลืออีก 10 นาที ดิชั้นก็จะเป็นอิสระแล้วขับไป อย่างอารมณ์ดี ปรายตามองคนสอนขับ ..จุกกรู๊


เวลาหมดลง พร้อมกับใจที่กระหยิ่มยิ้มย่องของดิชั้น


แต่ ... หล่อน กลับ อ้าปากบอกดิชั้นว่า
"เธอมาอีก 2 ชั่วโมงละกันนะ เพราะชั้นยังไม่ได้พาเธอเข้าเมืองใหญ่ๆเลย"



อะไร...นะ พูด แ ม ว .. แ ม ว อย่างนี้ได้งัย ทำกันอย่างนี้ได้งัย


"ชั้นต้องมาด้วยเหรอ แล้วอีก 2 ชั่วโมง ชั้นจบแน่หรือรึ"

"อ๋อ ... แน่นอน อีก 2 ชั่วโมงแน่นอน"



พอถึงวันนัดหมายดิชั้นก็เลยมาเรียน 2 ชั่วโมงสุดท้าย แต่หล่อนก็ไม่ได้พาเข้าในเมืองใหญ่อย่างที่เคยพูด ก็วนมันอยู่ที่เดิมนั่นแหละ


พอหมดเวลา ก็ยังมีน้ำใจบอกดิชั้นว่า
"เธอจะเรียน อีก 2 ชั่วโมงก็ได้นะ เพื่อความมั่นใจ แต่ไม่บังคับนะ"

โอ๊ว...โน๊ ไม่เด็ดขาด สวนกลับโดยทันควัน

"ไม่บังคับใช่มั๊ย งั้นชั้นไม่มาละ พอละ"
บอกโดยไม่ต้องคิด เพราะดิชั้นจะอึดอัดใจทุกครั้งที่ต้องมาเจอคนสอนขับ

ขนาดอยากเป็น..ง่อย..ทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลัง การเรียนขับ

ดิชั้นเลือกที่จะไม่เรียนเพิ่ม เรื่องอะไรต้องหาเรื่องจ่ายเงินเพิ่มด้วยล่ะ
และมานั่งให้เธอโขก-สับ ....ล่ะย๊ะ

และแล้วก็นัดสอบขับ เป็นวันที่ 6 มกรา 2010
แต่แล้วก็โทร.มาเลื่อน บอกว่าผู้สอบขับ ไม่สบาย เลื่อนเป็น วันที่ 21 มกรา 2010

พอถึงวันสอบ นัดดิชั้นไปเรียนขับเพิ่ม อีก 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าสอบจริง


เอ๊า...เอา ยังงัย ก็เอากันละว๊า ครั้งนี้เรียนกับคนใหม่ คนเก่าคงเอือมระอาดิชั้นกระมัง


สรุปแล้ว ดิชั้นเรียนขับทั้งหมด 9 ชั่วโมง เจ้าค่ะ ..เฮ้อ..
เป็นค่าเรียนขับทั้งสิ้น 348 ยูโร




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 17:33:28 น.
Counter : 209 Pageviews.  

วันสอบข้อเขียนใบขับขี่

ในเรื่องของการสอบข้อเขียน มีให้เลือกอยู่ 2 ทาง

1. สอบที่เมืองที่เราเรียน ไม่มีล่าม สอบได้ทุกเดือน
2. สอบในเมือง(ใหญ่) มีล่าม(ต้องจ่ายเอง) สอบได้ทุก 2 เดือน

ถ้าเรายังไม่ผ่าน ก็สามารถสอบได้เรื่อยๆ จนกว่าจะผ่าน ไม่มีข้อจำกัดใดๆ
แต่ก็ต้องเสียเงินค่าสอบ 80 ยูโร/ครั้ง มิมีข้อยกเว้น เช่นกัน



ส่วนตัว ดิชั้นเลือกทาง ที่ 1. ค่ะ


หมายกำหนดการสอบข้อเขียนครั้งแรกในชีวิตของดิชั้น

เป็นวันที่ 3 ธันวา 2009 เวลา 09.45 น.

ได้เข้าสอบจริงๆ เวลา 10.15 น. มีเลื่อนได้อีกแน่ะ



ข้อสอบมีทั้งหมด 40 ข้อ ผิดได้ 5 ข้อ



ก่อนเข้าห้องสอบ เจ้าของโรงเรียนแต่ละแห่งจะมาจัดแถวผู้เข้าสอบในสังกัด
ทั้งหมดแถวตร๊ง เราต้องยืนคอยตามลำดับรายชื่อ อย่าได้แตกแถวไปซนที่ไหน

ถึงเวลาก็เดินเข้าไปรายงานตัว ทีละคน...ทีละคน


ตรงประตูทางเข้าห้องสอบ จะมีเจ้าหน้าที่นั่งตรวจเอกสาร (ผู้คุมสอบ)
พอถึงคิวเราก็ยื่นบัตรประจำตัว ( Carte de séjour ) ให้เขาไป


หลังจากนั้นผู้คุมสอบก็จะส่งรีโมทกดคำตอบสีดำ ( boîtier ) ให้คนละ 1 อัน
แล้ว เขาจะสั่ง พร้อม กับ ชี้นิ้ว ว่าจะให้เราไป นั่ง สถิต ณ.ที่ใด

ไม่มีข้อแม้ เราต้องเดินต้อย..ต้อย ไปตามคำสั่งอันนั้น แต่โดยดี
ดิชั้นได้ริมซ้ายหน้าสุด เห็นจอก็ไม่ชัด อยากเปลี่ยนจัง แต่ก็มิกล้า

ในห้องสอบจะมีจอโปรเจคเตอร์อยู่ด้านหน้า จอเดียว
ที่นั่งในห้องสอบจะเป็นเก้าอี้โดดๆ(ค่อนข้างเก่า) แถวละ 6 ตัว
ไม่มีโต๊ะให้ท้าวแขน หรืออื่นๆแต่อย่างไร ...สอบแบบพอเพียง


พอทุกคนประจำที่จนหมดแล้ว



ผู้คุมสอบ ก็จะมาพูดนั่นนี่โน่น เล็กน้อย พอเป็นพิธี
และ จะบอกให้ทุกคนกด เหมือนกันหมด ซ้ำไปซ้ำมา ต้องคอยฟังให้ดีนะทีนี้

A , B , C , D หรือ CORRECTION หรือ VALIDER ก็มีแค่นี้


ถ้ากดถูกต้องแล้ว สุดท้ายให้ดูที่หน้าปัดของรีโมท
ปรากฎ " 01 " หรือไม่ (หมายความว่า ข้อ 1) ถ้าขึ้น ก็แสดงว่าถูกต้อง
ถ้าไม่ขึ้น ก็ให้รีบยกมือ ขอตัวช่วย ช่วยดูให้หนูหน่อย...เห๊อะ



การทำข้อสอบ

เราต้องทำข้อสอบตามลำดับข้อ
กดคำตอบที่ต้องการ แล้วกด VALIDER

แล้วรอทำข้อต่อไป ซึ่งบนหน้าปัดจะขึ้นลำดับข้อ ไปเรื่อยๆ

ถ้าหากอยากจะแก้ไข ก็ต้องแก้ ขณะที่เรากำลังจะทำข้อนั้นๆ อยู่
โดยกด CORRECTION แล้วกดคำตอบที่ต้องการใหม่ทั้งหมด
แล้วกด VALIDER


เมื่อเลยผ่านข้อนั้นๆไปแล้ว
จะย้อนกลับมาแก้ไขไม่ได้เป็นอันขาด เวลาไม่เอื้ออำนวยแน่นอน


เมื่อสอบเสร็จ คนคุมสอบ ก็จะเรียกชื่อทีละคน
แต่ละคนก็จะต้องเอารีโมทของตัวเองไปวาง ที่เครื่องตรวจคำตอบ

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะบอก ว่าผ่านหรือไม่
ถ้าผ่าน เห็นเขาพูดว่า C'est bon
ถ้าไม่ผ่าน เขาจะบอก จำนวนข้อที่ผิด


พอเขาเรียกชื่อดิชั้น ดิชั้นก็ลุกเดินเอารีโมทไปวางเหมือนคนอื่นๆ
ขาสั่นเล็กน้อยถึงปานกลาง หน้าชา ตาร้อนผ่าว


หูก็คอยฟังว่าเขาจะพูดว่ายังงัย ด้วยความกระวนกระวายใจเป็นที่สุด


แต่ .... ดิชั้น ไม่ได้ยิน เสียงตอบจากสวรรค์ใดๆ เลย
ใช่...ค่ะ ดิชั้น หูอื้อ ไปชั่วขณะ รับเอกสารที่เขายื่นให้ แล้วเดินออกจากห้องโดยอัตโนมัติ



เดินออกมา งง...งง ยังไม่รู้ตัว ว่า ผ่าน หรือ ไม่
ยื่นเอกสารทั้งหมด ให้มาดามผู้สอน "ช่วยดูให้ทีว่าฉันผ่านหรือเปล่า"


"Félicitation" ยินดีด้วย

เธอสอบผ่านแล้ว เธอทำได้จริงๆ ด้วย แน๊...ดูพูด
พร้อมกับโอบกอดดิชั้นเล็กน้อย พอเป็นพิธี


ห๊า....จริงเหรอเนี่ย จริง...จริง เหรอเนี่ย
ดิชั้นยัง งง..งง อยู่ คล้ายๆ โดนน๊อคด้วยหมัดซ้ายของเขาทราย



ฝรั่งคนอื่นที่เขาสอบผ่าน เขาก็ยิ้ม พร้อมกับโอบกอดกันเล็กน้อย
ปรบมือ 2 แปะเล็กๆ พอเป็นกระสัย


แต่...

ดิชั้น วิ่งไปกอดลูกสาววัยขบเผาะ (ที่มาเป็นเพื่อน) ด้วยความดีใจ
"แม่ผ่านแล้วลูก" "แม่ผ่านแล้วลูก" ซ้ำไปซ้ำมากี่ครั้งจำไม่ได้
กระโดดโลดเต้นด้วยความลืมตัว ดีใจ สุดฤทธิ์



จนลูกสาว บอกว่า "แม่ไม่อาย แต่หนูอายนะแม่"


วิ่งกลับมาถามมาดามผู้สอน อีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจ
ไม่ได้ ไม่ได้ ดิชั้นต้องการความมั่นใจ ให้มากกว่านี้


มาดามก็ยืนยัน พร้อมกับชี้ให้ดูที่เอกสารนั้น



ดิชั้นดึงแขนลูกสาว พร้อมกับรีบวิ่งเข้ารถ และกรี๊ดออกมา ด้วยความสะใจ




เย้...เย้ เราทำสำเร็จแล้ว

ไ อ แ ค น ดู ........ ห นู ทำ ด้ า ย..ย..ย..ย..ย..ย..ย..ย..ย..ย





มัวแต่ดีใจ ไม่สังหรณ์ใจเลยสักนิด ว่าจะมีด่านต่อไป .....รอเชือดอยู่ ! ! !




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 4:44:20 น.
Counter : 246 Pageviews.  

บรรยากาศในห้องเรียนใบขับขี่ฝรั่งเศส



และแล้วดิชั้นก็เริ่มไปตั้งหน้าตั้งตาเรียน หลังจากที่ไปสมัครมาเมื่อวันวาน

ทางโรงเรียนกำหนดวัน เวลา ในการเข้าเรียนไว้ตามนี้ค่ะ

ที่สาขาใหญ่ วันจันทร์ พุธ เสาร์
สาขาย่อย วันพฤหัส
แต่ละวันใช้เวลา ชั่วโมงครึ่ง


ดิชั้นตามไปเรียนทุกที่ ทุกวัน มิได้ขาด และมิเคยป่วย
เริ่มเรียน วันที่ 1 ตุลา - 30 พฤศจิกา 2009 รวมระยะเวลาทั้งหมด 2 เดือน



และลงสอบวันที่ 3 ธันวา 2009



แต่..อย่าคิดว่าดิชั้นเก่งกล้าสามารถมาจากไหน
เรียนยังไม่ถึงไหน ยังเสนอหนังหน้าไปสมัครสอบอีก

ที่ดิชั้นหาญกล้า เอา 80 ยูโรเป็นเดิมพัน(ค่าสอบต่อครั้ง)
ก็เพราะว่า ดิชั้นเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นปีๆ ใช่..ค่ะ เป็น ปี..ปี
ส่วนจะผ่านหรือไม่นั้น ก็ลุ้นกันในตอนต่อไป


คือก่อนหน้านี้มีผู้ใจดี บริจาคซีดี มา 1 แผ่น และหนังสือ 1 เล่ม


ดิชั้นก็เปิดดิกจนมือหงิก ไม่ว่าดิกเล่มเล็ก เล่มใหญ่ และดิกจากอากู๋



ฝึกทำฝึกอ่านจนพอเข้าใจศัพท์ และกฏระเบียบต่างๆ มาบ้างแล้ว
ถึงได้ไปสมัครเรียน ที่จริงขี้เกียจและเสียดายเงินด้วยล่ะ
แต่มันคงถึงเวลาแล้ว ก็จำเป็นต้องเรียน น่ะ..นะ เฮ้อ ! ! ชีวิต

เวลาเข้าห้องเรียน เราก็เดินไปหยิบกระดาษคำตอบ
ซึ่งทางโรงเรียนจะจัดไว้ให้ แล้วก็ไปหาที่นั่งตามใจชอบ


วันแรกจวบถึงวาระสุดท้ายของการเรียน
ดิชั้นลอบมองหาเพื่อนคนไทย ก็มิมีวี่แววเพื่อนร่วมชาติซักกะคน
เป็นอันว่าหัวดำกระเทียมลีบ อยู่คนเดียว



เนื้อหาการเรียน ก็จะประมาณว่า

- ใครเป็นทางเอก ทางโท
- ความหมายของป้าย
- การเปิดใช้ไฟรถ ในแต่ละสถานการณ์
- การจอดรถในที่ต่างๆ
- การแซง
- ความเร็วที่ขับได้ในถนนต่างๆ

นอกนั้นก็เรื่อยเปื่อย เฉื่อยแฉะ


พอได้เวลา ทางโรงเรียนก็จะเปิดซีดี ให้เรียนกันเอาเอง
เขาจะเปิดเป็นแบบฝึกหัดให้ทำ ชุดละ 40 ข้อ วันละ 2 ชุด


หลังจากเฉลยในแต่ละชุด ใครไม่เข้าใจ ก็ให้ยกมือถาม


ทั้งห้องเขาถามกันซักข้อ สองข้อ หรือบางครั้งไม่มีมนุษย์(หัวแดง)คนใดถามเลย


ช่วงแรกๆที่ดิชั้นไปเรียน ผิดไป อย่างน้อย 15 ข้อ (ต่อ 1 ชุด )
ย้ำ..อ ย่ า ง น้ อ ย 15 ข้อ แล้วเราจะถามยังงัยวะเนี่ย มันเยอะมาก
ไม่ดีกว่า อีกอย่างภาษาเราก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย...อาย(เด็กๆ)มัน


เลยแก้ปัญหา...โดย


ไปคุยกับคนสอนว่า

"ฉันมีข้อที่ไม่เข้าใจเยอะแยะมากมายบานตะไท
แล้วจะทำยังงัย (กับฉัน) ดีล่ะคุณมาดาม"


ขอบอก ว่า มาดามคนสอน ใจดี มั่ก..มั่ก
แนะนำดิชั้นว่า "มาสอบถามฉัน ตอนคนอื่นๆ เขากลับกันหมด ก็แล้วกัน"
และก็ตั้งใจอธิบาย ไม่แสดงท่าทีรำคาญเลย เทพมากๆ



ดิชั้นเลยได้ใจ

ตั้งหน้าตั้งตาถาม ทุกสิ่งอย่าง ที่มันค้างคาอยู่ในใจให้หมดสิ้น
ปรกติเวลาเลิกเรียน 2 ทุ่มครึ่ง อิชั้นได้กลับบ้าน หลัง 3 ทุ่ม ทู๊ก..วัน




มาดามใจดีคงแอบเบื่อดิชั้นเหมือนกัน แต่ดิชั้นทำไม่รู้ไม่ชี้



ก็มันไม่เข้าใจ แล้วจะเสียเวลามาเรียนทุกวันก็คงเปล่าประโยชน์ ชิมิ๊




จั่ ง ซี่ มั น ต้ อ ง ถ า ม


ตึ่ง ตึ่ง ตึง ตึง ตึง ตึง


มั น ต้ อ ง ถ า ม..ม..ม..ม..ม

มั น ต้ อ ง ถ า ม..ม..ม..ม..ม




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2552    
Last Update : 27 มกราคม 2553 6:53:13 น.
Counter : 167 Pageviews.  

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับใบขับขี่ฝรั่งเศส ( Permis B )

ดิชั้นมาอยู่ฝรั่งเศส ก้มหน้านับนิ้วดูก็ 3 ปีกว่าแล้ว คงถึงเวลาไปเรียนใบขับขี่ซะที หลังจากที่ผลัดวันประกันพรุ่งมาเนิ่นนาน

เฮ้อ..! เครียด ปน ขี้เกียจ


วันที่ไปสมัครเรียน คือวันที่ 1 ตุลา 2009

ส่วนสถานที่ไปสมัครเรียน (Auto ecole) ที่ดิชั้นไปเรียนมีนามว่า "Trott mann" คนแถวๆนี้ไปเรียนกันเยอะ น่าจะเวิร์คสุด เลือกเรียนที่นี่แหละว๊า ส่วนค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ ก็จะแตกต่างกันไป

จะว่าไปแล้ว ดิชั้นว่ามันไม่สมเหตุสมผลที่จะต้องมาจ่ายอะไรที่เยอะแยะมากมายอย่างนี้

เพราะดิชั้นแอบขับมา 3 ปีละ เลยมีความรู้สึกไม่ค่อยอยากจ่ายนัก
**โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม**

ตอนแอบขับ กลัวตำรวจเป็นที่สุด
ตำรวจที่นี่จะใส่ชุดโทนสีออกน้ำเงินฟ้าๆ รถตำรวจก็โทนสีเดียวกัน


เลยเป็นตำนานว่า ดิชั้นกลัวสีน้ำเงินฟ้า...เป็นที่สุด...จนขึ้นสมอง

เห็นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือทำอะไรอยู่
เหงื่อจะแตก ใจเต้นแรง แข้งขาก็พาลสั่น น้ำลายฟูมปาก เวอร์ไปม๊ะ

ขนาดหิมะตก เหงื่อยังท่วมเลย จริง..จริ๊ง


เมื่อมันไม่มีทางเลือก..ที่ดีกว่า ก็ต้องไปเรียน...ตามระเบียบ..พัก


เอกสารที่เตรียมไป ก็มีดังนี้

1.บัตรประจำตัว (carte de se jour)
2.รูปถ่าย 3 ใบ
3.พาสปอร์ต
4.ใบขับขี่ระหว่างประเทศ (ถ้ามี)
5.ใบขับขี่ไทย และฉบับแปลเป็นฝรั่งเศส (ถ้ามี)

ข้อ 4,5 เรา(อาจ)จะได้ใช้ลดหย่อนชั่วโมงเรียนขับได้น่ะค่ะ
ที่บอกว่า "อาจ" เพราะหากมีใบขับขี่ถาวรจากไทยมาแล้ว
ถ้าขับไม่ได้ตามที่ผู้สอนขับต้องการ เขาก็อาจหาเรื่องไม่ลดหย่อนได้ค่ะ

รายการที่ต้องจ่ายก็มีดังนี้ค่ะ

ค่าเรียน 280 ยูโร
ค่าดีวีดี 18 ยูโร
ค่าหนังสือ 5 ยูโร
ค่าเรียนขับ(9 ชั่วโมง) 348 ยูโร
ค่าสอบข้อเขียน 80 ยูโร
ค่าสอบขับ 90 ยูโร


รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายเพราะใบขับขี่สีแดง 3 พับ(เช๊ย..เชย) 821 ยูโร ค่ะ


แต่ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวเลยนะคะ

ครั้งแรกจ่ายเฉพาะค่าเรียนก่อน 280 ยูโร

พอจะสอบข้อเขียน เรียนขับ สอบขับ ก็ค่อยทยอยจ่ายตามนั้นไปค่ะ







 

Create Date : 05 ธันวาคม 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 0:50:50 น.
Counter : 213 Pageviews.  


อ้วนวลี
Location :
เชียงใหม่ France

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อะไรบางสิ่ง ประมาณหนึ่งเปอร์เซ็นต์
Friends' blogs
[Add อ้วนวลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.