Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 
รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 2

มาเม้าต่อกัน
ห่างหายไปร่วมเดือน
จริง ๆ เขียนรวดเดียวจบในคืนที่โมโหนั้นแหละ
แบบว่ายาวมาก เม้าผู้ชายทุกคนที่นึกได้ ที่มันเซ็ง ๆ อ่านะ
ที่ไม่เซ็งก็มีอยู่ 2-3 คน เพราะยังไม่เคยเจอ เป็นเหล่าอาตี๋ประเทศแถบ ๆ นี้แหละ
แต่เจอแล้วไม่รู้จะเซ็งรึเปล่า
เพราะพี่เอ๋เคยบอกว่า
ความฝัน สวยงามเสมอ ตราบใดที่เรายังเดินทางไปไม่ถึง

หนุ่มที่จะเม้าคนต่อไป
คือเป็นตี๋อ้วนที่คุยกันมานานมากกกกกก หลายเดือน
คือจากรูปก็พอรู้นะว่าเค้าอ้วน
แต่เค้าจะใช้รูปที่มันมีเงาเยอะ ๆ ให้ดูผอมอ่ะ
แล้วถ่ายรูปแค่หน้าแล้วใช้เงาช่วยเยอะ ๆ อ่ะ
แต่หลังจากมีประสบการณ์เจอผู้ชายคนก่อนหน้านี้ (ที่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังถัดไป)
ทำให้เรารู้ว่า ผู้ชายแม่งก็หลอกลวงไม่ต่างจากผู้หญิง
แต่ขอโทษนะยะ ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงใช้แอพย่ะ เพราะชั้นใช้ไม่เป็น ก๊าก ๆ
ไม่ใช่ ๆ เพราะไม่อยากหลอกลวงเวลานัดเจออ่ะ

เราเข้าใจเลย ว่าความรู้สึกของคนที่โดนหลอกเป็นยังไง (ก็ความรู้สึกกูนี่ไง)
เราเลยใช้รูปจริง ไม่เซลฟี่ ถ่ายหลายมุม ไกลบ้าง ใกล้บ้าง ให้เห็นจริง ๆ ว่าหน้าและหุ่นกรูเป็นแบบนี้นะ เอาให้รู้กันไปเลยว่ารูปที่เห็น คือสิ่งที่คุณจะเจอ ฮา ๆ
แต่เท่าที่สังเกตุนะ ผู้ชายอ้วน จะชอบใช้รูปที่ถ่ายครึ่งตัว ไม่ก็ถ่ายตอนนั่ง แล้วก็ใช้เงา
จะหลอกตัวเองและคนอื่นเพื่อ?????
เพราะยังไงมึงก็คือผู้ชายอ้วนนนนนนนนนนนนนน (ขอเอคโค่ยาว ๆ)





ถามว่าเป็นอะไรกับผู้ชายอ้วนเหรอ
เราว่าผู้ชาย ถ้าอ้วนคือขาดวินัย วินัยในการดูแลตัวเอง
เพราะกิเลสเรื่องกินเนี่ย มันยิ่งใหญ่มากเลยจริง ๆ นะ เราว่าในกามคุณทั้ง 5 (คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส)
เพราะที่บ้านในครอบครัวก็มีคนนึง น้องชายอิชั้นเอง
sensitive มากเวลาพูดเรื่องอ้วน
อยากจะลดความอ้วน แต่แดกแบบยัดทะนาน
เวลาม้าบอกว่ากินให้มันน้อย ๆ หน่อย มันอ้วนนะ
ก็หงุดหงิดแล้วตะคอกกลับว่ามีหน้าที่ทำก็ทำ ไม่งั้นก็จะไปซื้อกินเพิ่มเอาข้างนอก
เอากับอิพวกอ้วนสิ
คือแล้วที่กินนะ ก็กินแต่ของอ้วน ๆ กินเหล่าเนื้อสัตว์ ออกกำลังก็ไม่ออก (มันถึงอ้วนไงล่ะ)
คือถ้ากินเยอะแล้วออกกำลังกาย ก็จะไม่อ้วนถูกมะ
คือคนอ้วนอ่ะ วินัยแย่อ่ะ ขนาดวินัยการกินแย่ วินัยเรื่องอื่นก็ไม่เหลือ
แต่ก็ไม่ทุกคน (เดี๋ยวจะเล่าคนต่อไป)

คือเราก็ชอบกินนะ
ชอบกินหวาน ชอบกินมัน
แต่มันก็ต้องมีวินัยไปออกกำลังกายให้หุ่นมันไม่อ้วนเกินป่าววะ
บางครั้งกินเยอะมาก มื้อต่อไปก็ไม่กิน
หรือกินก็กินแต่ผัก แต่หญ้า หรือกินน้ำย่านาง กินน้ำ apple cider vinegar เพื่อเข้าไปล้างไขมันบ้าง อะไรบ้าง (ล้างได้รึเปล่าไม่รู้ แต่เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยร่างกายเรา)

อ่ะ ๆ
กลับมาที่ตี๋นี่ต่อ
คือกว่าจะเจอกันเนี่ย พ่อคุณใช้เวลานานมาก
เราเคยชวนนะ แต่ฮีติดเรียนต่อยมวย (เพื่อนเคยบอกว่า ชวนฝรั่ง ไม่น่าเกลียดเท่าชวนคนไทย คนไทยอาจจะคิดมากว่า เป็นสาวเป็นนางมาชวนผู้ชายก่อน แต่ฝรั่งไม่ถือ เลยกล้าชวน)
ไอ้เราก็ เอาเว้ย สงสัยมันใช้รูปเก่า ไอ้ที่อ้วน ๆ อาจจะเอามาหลอกสาว จริง ๆ ต่อยมวยจนหุ่นดีแล้วก็ได้
แล้วก็เคยชวนอีกรอบ ด้วยความที่มันไม่ชวนกรูซักที ฮีก็บอกว่าอยากไปเจอนะ แต่ติดไปเชียงใหม่
เราก็เลยหมดอารมณ์ชวน เออ ยูว่างตอนไหนก็ค่อยชวนชั้นแล้วกัน
แล้วระหว่างหลายเดือนก็มีมาแยบ ยูไปวิ่งสวนลุมวันไหน ไอจะไปสมัครเรียนต่อยมวยที่นั่น
ก็บอกมันไป มันก็อืม ๆ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย
แล้วก็ เออ เราเจอกันที่นั่นมั้ย ที่นี่มั้ย แต่ตอนนี้ชั้นอยู่ลาว แล้วก็เปลี่ยนเรื่องอีก




แล้วก็ถามอีก เสาร์นี้ว่ามั้ย ก็บอกว่า ว่าง
แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย
อีกอาทิตย์นึงมาอีกละ วันอาทิตย์นี้ว่างมั้ย ก็ตอบว่า ว่างงงงงงง
แล้วมันก็หายไป ไม่ชวนนะ แล้วก็คุยเรื่องอื่น
เป็นแบบนี้หลายรอบมาก
แต่จะให้เราบอกเหรอว่า ว่าง ยูชวนมาเลยจะเจอที่ไหน กี่โมง มันก็ไม่ใช่เรื่องเรา เราไม่ทำอ่ะ
คือเหมือนจะชวน เราก็บอกว่าว่างไปได้ แล้วมันก็ไม่นัด
แล้วก็คุยเรื่องอื่นแบบนี้หลายรอบจนเรารำคาญ
เลิกคิดอยากจะเจอมันละ มึงว่างหรืออยากเจอกูเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแล้วกัน
กูไม่อยากเจอมึงละ

แล้วสุดท้ายก็ได้เจอกันซะที เพราะเรามีเหตุให้ไปทำธุระแถว ๆ ตึกที่ฮีเช่าอยู่
ถ้าไม่ไปถึงที่ เค้าก็ไม่มาเจอเรานะ เซ้นส์เราบอกอย่างนั้นจริง ๆ
แล้วขนาดจะเจอกัน ก็อ้อยอิ่งอี๊ก บอกว่ายูมาไอแถว ๆ นี้ได้มั้ย แล้วนั่งแท็กซี่ไปกินร้านนั้นกัน
เราก็ไม่ยอม มึงก็มาหาเซ่ กูอยู่ตรงนี้ ยื้อกันไปกันมา เราก็บอกว่า งั้นไม่ต้องเจอแล้วกัน
มันก็เลยต้องจำใจย้ายก้นมันมา
คือเจอแล้วอึ้ง
แบบว่า
นี่มึงเรียนต่อยมวยมาแล้วเหรอ???
นี่มึงออกกำลังกายบ่อยจริง ๆ เหรอ????
แล้วแบบ อ้วนกว่าในรูปเยอะมากไม่พอ เสือกเตี้ยเท่ากรูอี๊กกกกกก
คือลองจินตนาการนะคะ ดิฉันเป็นผู้หญิงสูงไม่ถึง 160 ซมค่ะ
แล้วเจอผู้ชายที่สูงเท่าดิฉัน แล้วก็อ้วนกลม ตี๋อ้วนชัด ๆ หลอกลวงงงงงงงงงง
คือรูปมันหลอกลวงมากจริง ๆ ทำใจมาระดับนึงยังช็อค
แต่ช็อคแบบเก็บซ่อนอารมณ์สุด ๆ ทักทายแบบโคดเนียน
มันยังบอกเลยว่า โห ยูเห็นไอปุ๊บก็จำไอได้เลยเหรอ (แหม่ ผู้หญิงคนอื่นจำไม่ได้ล่ะสิ ก็รูปมึงหลอกลวงซะขนาดนั้นอ่ะ ถ้าผู้หญิงวิ่งหนีได้โดยไม่คิดว่าเป็นการเสียมารยาทเค้าวิ่งหนีไปแล้ว)
วันหลังนัดเจอใคร ตูจะไปซุ่มข้างเสาดูรูปร่างผู้ชายก่อนดีกว่า ถ้ามันไม่เหมือนในรูปก็วิ่งหนีไปเลย ก๊าก ๆ




เค้าก็พาไปร้านนึงเนอะ นั่งแท็กซี่กันไปไม่ไกล
ไปถึงร้านบอกว่าอาหารหมด เนื่องจากเป็นวันหยุด เหลือแต่ขนมก็เลยไปร้านใหม่
พอไปกินอีกร้าน ก็นั่งคุยกัน
ถามว่าชอบกินอาหารไทยอะไรบ้าง
ตอบมาว่าชอบอาหารอีสาน
เราก็ เออ ถ้าชอบอาหารอีสานมันก็ไม่น่าจะอ้วนนี่หว่า ทั้งส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำต่าง ๆ
ก็ถามต่อไปว่า ชอบอะไรในอาหารอีสานเหรอ
มันตอบว่า คอหมูย่าง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
โอ๊ย อยากจิเป็นลม เก้าอี้หงายหลังตึงลงไปให้เสียจริตดีจริง ๆ
กูไม่แปลกใจเล้ย ว่าทำไมมันถึงอ้วนนนนนนนนนนน
ตอบมาแต่ละอย่าง

แล้วชอบอะไรอีก อ๋อ
หมูปิ้งข้าวเหนียว หมูสะเต๊ะ ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เนื้อตู๋น ฯลฯ
ก็อิพวกของที่มีแต่หมู ๆๆๆๆ ไม่มีผัก
มิน่า กินจนวิญญาณหมูเข้าสิง กลายเป็นหมูอยู่เนี่ย โอย ไม่ไหว ๆ
แล้วมีการบอกอีกนะว่า จริง ๆ แถวที่ชั้นอยู่น่ะ มีสุกี้แห้งอร่อยนะ
ชั้นเคยสั่งมาครั้งนึง ไม่ไหว มีแต่ผักเต็มจานไปหมด
ตายห่า ผักก็ไม่กิน กินแต่หมู ไขมันจุกอกตายพอดี

แล้วเราก็ถามเนอะ ว่าถ้าเป็นร้านที่อาหารหมดเนี่ย ถ้าให้สั่ง ยูจะสั่งอะไร
มันก็บอกว่า มันข้าวหน้าสต๊กหมูราดด้วยซอสพริกไทยดำสูตรของร้าน
อร่อยมากนะยู ชั้นมากินประจำ
เออ กูรู้ กูเห็นหุ่นมึงกูก็รู้ว่ามันต้องอร่อย

แล้วอาหารที่นั่งกินกัน ไม่ต้องเดาก็รู้ใช่มั้ยว่ามันก็มีหมูเป็นส่วนประกอบ ก็มันชอบกินเพื่อนมันซะขนาดนั้นอ่ะ
ไม่ใช่ว่าเราไม่กินหมูนะ เราก็กิน แต่ในแต่ละมื้อหรือใน 1 วันของเรา ๆ ต้องมีผักด้วย
แล้วเราก็ชอบกินน้ำหวานมาก ขาดไม่ได้ ยังไงก็ต้องมี ชาแดงปั่น ชาเขียวปั่น โกโก้ปั่น หรือกาแฟปั่น
แต่เราก็ชดเชยมันด้วยการวิ่ง ๆๆๆๆๆๆๆ วิ่งให้เบิร์นไอ้ที่เรายัดทะนานอย่างไร้สติเข้าไปในแต่ละวัน เราก็เลยดูไม่อ้วน
คือถ้าคุณไม่มีวินัยในการกิน คุณต้องก็มีวินัยในการออกกำลังกาย
ถ้าวินัยสองอย่างไม่มีก็จบเห่ อ้วนไขมันจุกอกตาย ไม่ไหว ๆ





แล้วก็พอรู้ว่าทำไมถึงกว่าจะเจอกันได้ ใช้เวลานานมาก
เพราะฮีเป็นพวกขี้กลัวอ่ะ เราว่านะ
เอ๊ะ น่าจะใช้คำพูดผิด
เราว่าฮีขาดความมั่นใจมากกว่า
เหมือนขาดความมั่นใจเรื่องรูปร่างด้วยส่วนนึง
แล้ววิธีการพูดด้วย
คือฮีพูดเสียงเบามาก แล้วก็พูดแบบไม่ค่อยมั่นใจ
เหมือนตอนเด็ก ๆ เป็นเด็กอ้วนหงอ ๆ แล้วโดนแกล้งบ่อย อารมณ์ประมาณนั้นอ่ะ
แล้วด้วยความที่เป็นเอเชียแล้วย้ายไปอยู่ประเทศตะวันตกตั้งแต่ 10 ขวบ
คงต้องโดนรับน้องตั้งแต่ประถมบ้างแหละ หรืออาจจะเยอะเลยด้วยซ้ำ
เพราะดูเป็นคนหงอ ๆ ไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย

คือถ้าเทียบกับตี๋อินเตอร์คนอื่นที่คุย คือทุกคนที่คุย ๆ ไม่ถึงเดือนก็เจอกันละนะ
แล้วได้เจอทุกคนที่คุยนะสำหรับพวกไม่ใช่คนไทย
แต่คนไทยเนี่ย อย่างที่บอก ยุ่งกันเหลือเกิน คุยได้คุยดี แต่ไม่เคยนัดเจอ
แต่เราก็ไม่อยากนัดด้วย กลัวดูไม่ดี ให้เค้านัดมาแล้วกัน แต่ไม่นัดกันซักที
แถมเวลาคุย ก็ต้องไปเราที่เปิดประเด็นชวนคุยก่อนตลอด ๆ
หลัง ๆ ไม่คุยละ พอไม่คุยไป ก็ไม่มีการคุยกลับหรือเปิดประเด็นชวนคุยใหม่แต่อย่างใด
เราพูดได้เลยนะว่าผู้ชายที่คุยเกือบทุกคนที่เลิกคุยกับเราไปเนี่ย
ข้อความสุดท้ายที่คุยคือข้อความที่เราส่งไปหา

แต่เราก็ไม่ได้คุยหวานแหววอะไรนะ
คุยแบบเพื่อนเนี่ยแหละ เออ เป็นไงบ้าง
ไปเที่ยวไหนมาก็มาเล่าให้ฟัง
คุยเรื่องข่าว เรื่องฟ้าฝนอะไรไปเรื่อยเปื่อย (หรือเพราะงี้ก็ไม่รู้เนอะ ผู้ชายเลยไม่นัดเจอ)
แต่เราก็คุยแบบนี้กับพวกตี๋อินเตอร์นะ แต่พวกมันดันนัดเจอว่ะ
เราว่ามันขึ้นอยู่กับผู้ชายไทยแล้วล่ะ
ผู้ชายไทยคงแค่หาคนแชทด้วย แก้เบื่อ แก้เหงา ไม่อยากนัดเจอ เพราะมีแฟนอยู่แล้ว หรือวัน ๆ ก็มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วคงไม่อยากเลี้ยงเรามั้ง
แต่เราพูดเลยนะว่าเราไม่ได้ให้ใครเลี้ยงเวลาไปกินข้าว ขอหารครึ่งตลอด

อย่างไปกินกะตี๋อ้วนนี่ เค้าเอาใบเสร็จมาวางปุ๊บ เราคำนวณหารสองแล้วยื่นเงินให้เค้าเลย
เราไม่ได้อยากมากินข้าวฟรี
ค่าแท็กซี่ไปกินข้าว เราก็รีบยื่นเงินให้แท็กซี่ ต๊าย ชั้นสายเปย์นะเนี่ย ก๊าก ๆ
แล้วถ้าแย่งกันจ่ายค่าแท็กซี่เนี่ย ส่วนใหญ่แท็กซี่จะเอาเงินจากเรา
เพราะผู้ชายต่างชาติจะรีบควักแบงค์ใหญ่ให้ แต่เราจะหยิบแบงค์ย่อย นับเงินให้พอดี
แท็กซี่เค้าขี้เกียจทอนอยู่แล้ว เค้าก็จะรับจากเรา (ชั้นชนะ) อิอิ
แต่เราก็ไม่ได้บอกผู้ชายไทยนะ เพราะแค่ชวนออกมาเจอเค้ายังไม่ชวนเราเลยไง
แล้วเราก็ไม่อยากชวนให้เสียฟอร์มด้วย ชวนไปผู้ชายไม่ว่างแล้วมันเฟล





อ่ะ ๆ คนต่อไป
ที่เกริ่นเอาไว้ว่าจริง ๆ แล้วเราชอบออกจากบ้านทีเดียวอย่างน้อยก็ 4-5 ชั่วโมงถ้าออกตั้งแต่เช้า ๆ หรือบ่าย ๆ อ่านะ
เวลานัดเพื่อนก็จะกลับมาค่ำ ๆ หรือถ้าออกบ่าย ๆ ก็จะกลับมาดึก ๆ ไปเดินตลาดนัดแถวบ้านนั่นแหละ
คราวนี้ก็นัดหนุ่มคนนี้
พอดีเค้ามาทำธุระแถวที่เราไปทำธุระวันเสาร์นั้นพอดี เลยนัดเจอกัน
ไอ้เราก็แต่งหน้า ทำผมไปอย่างดี ไปทำธุระเสร็จตอนเย็นก็ไปกินกาแฟกัน
เจอแล้วตกใจมากกกกกกกกกกกกกกก
เพราะในรูป หุ่นตี๋คนนี้ดูผอม หน้าเรียวเลย
แต่มาเจอตัวจริง เอิ่ม อึ้งมาก คือมาอ้วนเตี้ยอีกละ (คนนี้คืออึ้งสุดเพราะเจอกันไอ้ตี๋อ้วนคนข้างบน)
คือแบบว่า อ้วนแบบคางสองชั้น
แล้วในรูป มึงไปถ่ายมาเมื่อไหร่วะ หน้าเรียวขนาดนั้นน่ะ
เค้าบอกว่าถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเราไม่เชื่อเลย ต้องมีขึ้นมาต่ำ ๆ 10 กิโลแน่ ๆ
จากผอมเพรียว ขึ้นมาเป็นอ้วนกลมคางสองชั้นขนาดนี้
ก็กินกาแฟกัน ยังไม่ถึงชั่วโมงเลยมั้ง ฮีบอกว่ากลับกันเถอะ ฮีต้องไปทำธุระต่ออีกที่
โห แล้วจะนัดกรูเพื่อ????

จริง ๆ คือควรจะบอกก่อนป๊ะว่ามีธุระต่อ
แล้วฮีก็บอกธุระเรามาอ่าเนอะ ซึ่งจริง ๆ มันเป็นธุระที่ไม่จำเป็น ทำได้วันอื่น ทำได้ทุกวันเพราะไอ้ธุระนั้นมันอยู่บ้านฮี!!!
คือแบบ โหย นี่ตูเสียความรู้สึกกะรูปร่างแกแล้ว ต้องมาเสียความรู้สึกกับการที่มาเจอแกอีกเหรอเนี่ย
คือคิดดูนะ ถ้าผู้หญิงคนนึงจะนัดเจอผู้ชายคนนึง เค้าต้องแต่งหน้าป๊ะ ทำผมป๊ะ
คือแค่แต่งหน้า ทำผมของผู้หญิงบางคนก็นานกว่าเวลาที่มาเจอและคุยกะแกแล้วป๊ะ
ยังไม่รวมเวลาเดินทางมาเจอนะ
คือเข้าใจมั้ย บ้านกูไม่ได้อยู่ในเมือง
แล้วมาเจอกันไม่ถึงชั่วโมงแล้วรีบกลับไปทำธุระที่บ้านมันไม่ make sense





เอิ่ม จริง ๆ เราก็อาจจะมองมุมเดียวอ่านะ
แต่มุมเราอ่ะ ถ้าเราตื่นมาแต่งหน้า ทำผม ออกจากบ้าน รวมเวลาเร็ว ๆ เลยนะก็ 2 ชั่วโมง
แต่มาเจอกินกาแฟกับผู้ชายไม่ถึงชั่วโมง แล้วผู้ชายรีบกลับบ้านไปทำธุระ
แล้วผู้ชายไม่ได้บอกก่อนเนี่ย มันอัลไล
แล้วคือคุยกันดีเลยนะ ก่อนหน้านี้ก็คุยดี
หลังเจอเค้าก็ยังส่งข้อความมาเจอกันอีกรอบด้วยซ้ำ
เออ
ตอนเจอกันอีกรอบ
พอดีมันมีเหตุต้องเจอ
เลยเอาวะ ให้โอกาส แต่งตัวออกจากไปเจอ
พอไปเจอ เค้าคุยธุระเค้าเสร็จ แล้วก็ชวนคุยเล่นประมาณ 15 นาทีพอเป็นพิธีแล้วก็ไป
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โคดเฟล

หลังจากนั้น เลิกคุย รู้สึกว่าเค้าไม่ให้เกียรติเรามากเลย
แล้วเค้าก็มีบอกนะว่า เจอได้นะ เค้ามาทำธุระแถวนี้ ๆ ทุกเสาร์ อาทิตย์
สามารถแวะออกมากินข้าวเที่ยงด้วยได้
คิดในใจ
แล้วไง
แกทำธุระของแกตรงนั้น แล้วก็ให้เราไปหาแกตรงนั้น
แกลงลิฟต์มานั่งกินข้าวกะชั้นไม่ถึงชั่วโมง แล้วแกก็กลับขึ้นไปทำงานของแกต่อ
แล้วไม่คิดถึงชั้นเลย
ชั้นต้องตื่นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ตีซะว่าชั่วโมงนึง
ออกจากบ้าน ต่อมอไซค์ ต่อ BTS ต่อ MRT แล้วก็เดินมาหาแกถึงห้างใต้ตึก อีกชั่วโมงนึง
เพื่อมากินข้าวกะแกไม่ถึงชั่วโมง
แล้วก็นั่งต่อ 3 ต่อแบบเดิมกลับบ้านอีกชั่วโมงนึง




ผู้ชายเค้าก็คิดได้เนอะ คิดแบบเห็นแก่ตัวที่ตัวเองไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเดินทางไปไหนอะไรเลย
ไม่คิดถึงมุมเราบ้างเลย
แล้วก็มีชวนแบบนี้อีก ที่ผู้ชายไม่ต้องลงแรงอะไร แค่ลงลิฟต์มาใต้ตึกเป็นห้างกินข้าวได้เลย
อยากมีเพื่อนกินข้าวว่างั้น แต่ตัวเองก็ไม่แสดงความเห็นใจถามเราว่าจะเจอกันครึ่งทางตรงไหนให้เราไม่ลำบาก ไม่มีเลย
ไอ้เราก็แบบ
โหย อ่านแล้วของขึ้น ต้องสงบสติอารมณ์อย่างแรง
แต่หลัง ๆ เลิกคุยไปละ
แต่เลิกคุยง่าย เพราะส่วนใหญ่เค้าเป็นพวกคุยไม่เก่ง ก็ไม่ค่อยทักอยู่แล้ว


แต่โชคดีนะ
หลังจากเฟลเย็นวันนั้น
มีหนุ่มคนนึงทักมาพอดี บอกว่ากินเหล้ากันมั้ย
เอิ่ม กูไม่กินเหล้า กินกาแฟได้มั้ย
ฮีก็บอกว่า โอเค ๆ ก็ได้ (เดี๋ยวกูไปกินเหล้ากับคนอื่นก็ได้ มันคงคิดว่างั้น)
เพราะจริง ๆ เราหิวนะ เพราะคิดว่าจะได้นั่งกิน นั่งคุยอะไรกับอีตี๋ข้างบนที่มันคุยแค่ 15 นาทีแล้วก็ไปเนี่ย
เรานัดเลยว่า ยูอยู่ไหน มาเจอเลย (กูกำลังเซ็งไอ้ข้างบนพอดี)
ก็นัดกันเอกมัย ไปร้านกาแฟร้านแรก ปิด ยกเลิกกิจการ
ไปอีกร้านนึงที่น่ารัก ๆ เดินไกลมาก
แต่โอเค เพราะชอบเดินอยู่แล้ว แต่กว่าจะถึง เดินตอนหิวนี่มันทำร้ายร่างจริง ๆ

อีตี๋นี่ก็คุยดี คือมันเก่งมากนะ ด้วยความที่มันทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายและวีดีโอ
มันถ่ายรูปออกมา จะคิดว่ามันสูง
จริง ๆ มันสูงว่าอิชั้นนิดนึง
รู้สึกว่าผู้ชายที่เจอออนไลน์เกือบทุกคนจะขาดแคลนความสูงกันจริง ๆ นะคะ
ซึ่งอย่างที่บอก
อิชั้นเป็นผู้หญิงสูงไม่ถึง 160 ไม่ได้ต้องการผู้ชายสูงถึง 180 แต่มึงควรจะสูงกว่ากูซัก 5 เซ็น 10 เซ็นป๊ะ หรือนี่กูขอเยอะไปเหรอ??? ก๊าก ๆ

ตี๋นี่เป็นผู้ชายคนเดียวเลยนะที่มากินกาแฟกันแล้วขอถ่ายรูปด้วย
ทุกคนเจอกันไม่มีใครขอถ่ายรูปคู่เลย
อ้อ มีแต่ตี๋อ้วนชอบกินหมูนี่แหละ ที่มันถ่ายแต่อาหาร
ถ่ายอยู่นั่น ทุกซอก ทุกมุม สงสัยต้องเห็นหมูก่อนนอนทุกวัน ไม่งั้นนอนไม่หลับ ก๊าก ๆ





ตี๋นี่ประวัติเจ๋งดีนะ
คร่าว ๆ คือ เป็นเชื้อสายฮ่องกง แต่สัญชาติแคนาดา แต่ไปเกิดที่ South Africa
โห แม่ง ประวัติโคดน่าสนใจ
แล้วเป็นเด็กจีนคนเดียวในห้องที่ South Africa จ้า
โดนแกล้งเป็นประจำ แต่ก็คุยกับใครก็ได้ เพราะมาจาก background ที่อยู่ร่วมกับคนต่างเชื้อชาติมา
คือเป็นคนติสในระดับนึงนะ
แต่ดันชอบโพสทุกอย่าง เราก็บอกเลยนะว่าถ่ายรูปคู่เราไม่ต้องเอาไปโพสที่ไหนนะโว้ย

ไม่เหมือนตี๋อ้วนชอบกินหมู
คนนั้นแม่ง ติ๋มมาก เหมือนเป็นเด็กเนิร์ดที่เพื่อน ๆ จะรุมแกล้งอ่ะ
จะพูด จะทำอะไรก็ดูไม่มั่นใจ พูดเบา ทำอะไรจะขออนุญาตไรเงี้ย
ซึ่งก็ดูโอเคนะ แต่ดูสิ กว่าจะได้เจอกัน คุยโน้น ครึ่งปี แยบแล้วแยบอีกแล้วก็หายไป 555

ไม่เหมือนตี๋ติสนี่ คุยกันวันนั้น ชวนกินเหล้าคืนนั้นเลย
แต่เพราะฮีไม่ได้อยู่ กทม ด้วยแหละ มันทำงานอยู่เชียงใหม่
บอกว่า กทม แพง ทำงานผ่านเน็ท ค่ากิน ค่าอยู่ใน กทม ไม่ไหว
แล้วก็ไปเดินสำรวจเอกมัย ทองหล่อกะฮี เดินยาวมากนะ
เดินจาก BTS ปากซอย เข้าไปเอกมัยซอย 12 หาอะไรกิน แล้วเดินไปฝั่งทองหล่อแล้วเดินกลับไป BTS ทองหล่อ
มีการแวะ foodland ซื้อของกินเข้าบ้านด้วยนะ เพราะพาพ่อกะแม่มาเที่ยว
แล้วพ่อกะแม่ก็เจ๋งมาก มาจากแคนาดา อยู่สิงคโปร์อาทิตย์นึง มาเลย์อาทิตย์นึง เวียดนามด้วยรึเปล่า ไม่แน่ใจ แล้วก็ กทม อาทิตย์นึง เชียงใหม่อีกอาทิตย์นึง แล้วจะบินไป South Africa หาญาติอีกเดือนนึงมั้ง
ก็ถามว่าพาพ่อแม่ไปเที่ยวไหนบ้าง
ฮีบอกว่า ไม่ได้ไปไหนเลย ทำตัวเหมือนคน local ก็ออกมาช้อปอาหารไปทำกินกันในห้อง AirBnB ที่เช่าไว้ ไม่ได้ไปเที่ยวเลย เดินเล่นรอบ ๆ แถวนี้แหละ เหอะ ๆ ติสดีจริง ๆ





เม้าหลายคนละ เริ่มยาว
ไว้มาต่อคราวหน้านะ
เรื่องเม้าผู้ชายเนี่ย ขอให้บอก
ถ้ามีออกไปเจอนะ มีให้เม้าตลอดแหละ
แต่หลังจากเฟลเมื่อสงกรานต์ก็หมดอารมณ์
ไม่อยากคุยกะใครใหม่ ไม่อยากออกไปเจอใครอีกเลย
กะว่าจะออกไปแบ็คแพ็คเจอหนุ่มตี๋มาเลย์อยู่
แต่หนุ่มสิงคโปร์จะบอกว่า KL มันไม่ปลอดภัยนะยูว์
ผู้หญิงคนเดียว ระวังเยอะ ๆ
เพราะคนจีนที่นั่นเป็น 2nd class
คนส่วนใหญ่เป็นมาเลย์ แล้วประเทศก็จน มีฉกชิงวิ่งราวตลอด จนตำรวจก็ไม่อยากจะหาให้
แหม่ ยูว์
ชั้นก็มาจากกรุงเทพ จนกว่ามาเลย์อี๊ก ชั้นยังอยู่มาได้เล้ย
เพราะมันอยู่สิงคโปร์ไง
กระเป๋าตังค์ มือถือราคาแพง เวลาไปกินข้าวก็มาแหมะมันบนโต๊ะล่อโจร
แต่เผอิญว่าสิงคโปร์มีแต่คนรวยแล้วกฎหมายแรง เลยไม่มีปัญหา
แต่เราว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ
เพื่อนถามว่าทำไมถึงอยากไป KL มีอะไรไม่ต่างจากกรุงเทพฯ เลยนะ
แต่อินี่สายต้นไม้ใบหญ้า ไม่เที่ยวดูตึก





แหม่
ก็บอกเพื่อนไปตามจริงว่า มีผู้ชาย โอเค จบมะ
อยากไปเจอผู้ชาย ให้ผู้ชายเทคแคร์มั่ง
เผื่อคนนี้จะโอ ไม่ต้องกลับมาเม้าแบบเซ็ง ๆ แต่กลับมาเม้าแบบสายตาวิบวับ คริคริ

(ตอนวัยรุ่นไม่เคยกล้าที่จะพูดแบบนี้เลยนะ กลัวคนหาว่าแรด แต่ด้วยวัยที่เพื่อนรุ่นเดียวกันมีลูกเข้าอนุบาลกันหมดแล้ว แต่งแล้วหย่าไปแล้วก็มี เราควรจะต้องทำอะไรมั่งแล้ว ไม่ใช่นั่งรอแต่ผู้ชาย ต้องลองออกไปหาผู้ชายมั่ง ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้พยายามมาหลายประเทศแล้วโว้ย เพื่อนที่โสดด้วยกันจะไปจ่ายเงินให้บริษัทจัดหาคู่กันแล้ว บางคนก็ให้พ่อแม่หาให้จนหมด connection ผู้ชายเค้าแต่งมีลูกไปหมดแล้ว)
แต่เพื่อนถามต่อว่า แล้วทำไมไม่ให้ผู้ชายมาหา
เออ ผู้ชายทุกคน ไม่อินกะใคร เค้าก็ไม่มาหรอก แต่ไม่เป็นไร เราว่าง เราอินมากกว่า เราก็ควรจะไปหา ฮา ๆ
แล้วอิผู้ชายตี๋แถบนี้ เวลามันมา มันมาคนเดียวซะที่ไหน
หอมกลุ่มเพื่อนมันมาด้วย ก็ไม่ได้คุย ไม่ได้เรียนรู้กัน
แต่เวลาเราไป เราไปคนเดียว พร้อมเรียนรู้ค่ะ ก๊าก ๆ

แหม่
จริง ๆ ก็พูดไปงั้นแหละ
คือถ้าเรามีผู้ชายที่เค้าคอยจะเทคแคร์ ไปประเทศไหนก็ได้
เราได้เที่ยวด้วย ได้คนท้องถิ่นพาเที่ยว วิน วิน เราก็ไม่หลง มีเพื่อนคุย ได้ไปที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่อาจจะไม่มีในรีวิวคนไทย
มีแต่ได้กับได้
ถ้าผู้ชายมันไม่ work อย่างน้อยก็มีเรื่องเอามาเขียนด้วย
ดีก็ได้เรื่องมาเขียน ไม่ดีก็ได้เรื่องมาเขียน กำไรจะตาย
เอ๊ะ เขียนฟรีนี่หว่า ไม่ได้เขียนได้ตัง ไม่ไร ๆ ฝึกไว้
เมนหลักของเราคือไปเที่ยว โบนัสคือผู้ชาย ถึงไม่ได้มา ได้เที่ยวอย่างมีไกด์ มันสบายกว่าเป็นไหน ๆ คริ คริ

ใครเพิ่งเปิดมาอ่านตอนนี้เป็นตอนแรก
สามารถกลับไปอ่านตอนอื่น ๆ ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ แซ่บไม่แพ้กันเลยค่ะ แต่ละค้นนนนนน


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 1


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 2



รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 3



อ่านแล้วเม้นท์ให้กำลังใจหน่อยนะจ๊ะ
อย่างน้อยจะได้รับรู้ว่าก็มีคนอ่านอะไรยาว ๆ ที่เราใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งพิมพ์เหมือนกันนะ
รักคนอ่านนะคะ


บล็อคนี้ไม่ใช่บล็อคแรกที่ไปเจอหนุ่มทางออนไลน์นะแจ๊ะ
เคยไปเจอแล้วทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง
ตามไปอ่านประสบการณ์ฟิน ๆ ของหนุ่มที่เราไปเจอเมืองนอกกันต่อได้เล้ย


อันนี้ของสิงคโปร์


ไปหาหนุ่มพาเที่ยวอ้อยอิ่ง...ที่สิงคโปร์ ตอนที่ 1




อันนี้ของฮ่องกง


เครื่องลงฮ่องกงปุ๊บก็นัดบอดหนุ่มฮ่องกงมากินข้าวมื้อแรกด้วยกันเล้ย


ส่วนอันนี้ ประสบการณ์การเล่น tinder
ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่เล้ย
เชิญเสพย์ต่อด้านล่างจ้ะ
เจ้ไม่ได้มาเล่น ๆ เจ้เล่นจริงจัง เก็บมาเม้าได้หลายบล็อคเลย ฮา ๆ


เม้าฝรั่งที่เจอในแอพ tinder หลังจากเพิ่งเล่นได้แค่อาทิตย์เดียว

เสียเซลฟ์กับหนุ่มใน tinder อีกละ

เรามาอ่าน tinder profile ขำ ๆ แย่ ๆ หรือสร้างสรรค์กันดีกว่า

มาอ่าน tinder profile ขำ ๆ กันต่อดีกว่า

มาอ่าน tinder profile สนุก ๆ ฝึกภาษากันต่อนะ

เม้าเรื่องที่แชทคุยกับหนุ่มสิงคโปร์

แชทคุยกับคนปลกหน้าที่เป็นผู้หญิงด้วยกันกว่า 4 ชม. เกี่ยวกับด้านมืดของเธอ

ลองให้หนุ่ม ๆ ทายหัวข้อนิทรรศการภาพถ่ายนึง มาดูซิหนุ่มแต่ละอาชีพทายกันว่าอะไรบ้าง

เม้าเรื่องต่าง ๆ ที่ได้แชทกะคนสิงคโปร์

คุยมาก็หลายเดือน ถึงเวลาเอาตัวเองบินไปเจอหนุ่มซักทีปีหน้า

นัดหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าไปจับกันในความมืดเป็นชั่วโมง แล้วไกด์ก็ฮามาก ได้ใจสุด ๆ

นัดเจอหนุ่มทางเน็ทครั้งแรก แต่หนุ่มไม่ได้มาแค่ 1 แต่มาถึง 3!!!!

จะเม้าให้ฟังเรื่องที่คุยกับสาวสิงคโปร์ที่ทำงานในคาสิโน

เรื่องเศร้า ๆ เคล้าคำพูดแย่ ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่คุยด้วยจากใน tinder


แชทน่ารัก ๆ ฟิน ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่ได้คุยด้วย




Create Date : 13 พฤษภาคม 2560
Last Update : 24 พฤษภาคม 2560 20:10:25 น. 2 comments
Counter : 604 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
อ่านมาอยู่เรื่อยๆนะคะ ชอบค่าเขียนสนุก


โดย: M a n C u n i a n Z วันที่: 21 พฤษภาคม 2560 เวลา:23:24:25 น.  

 
ตามอ่านอยู่นะ สนุกๆ


โดย: kkkkkkk IP: 101.108.216.249 วันที่: 24 พฤษภาคม 2560 เวลา:14:43:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
หนูลีลี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





โสด + อินดี้
เป็นผู้หญิงขี้บ่น
เลยมีเรื่องมาบ่น มาเล่าในบล็อคเยอะแยะเต็มไปหมด
แถมถ้าเล่า ก็เป็นคนเล่าละเอียดซะด้วยสิ

แล้วก็ผู้หญิงช่างอิน


ชอบดูหนังเอเชียเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหนังญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง
แต่เป็นหนังที่คนเค้าไม่ชอบดูกันนะ
คือรันทด หดหู่ เศร้า สะเทือนอารมณ์ ดูแล้วปวดใจ + จิตตกไปหลายวัน
ไม่ก็หนังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ เรื่่อย ๆ เอื่อย ๆ บทพูดน้อย ๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นซะเยอะ
แถมยังเรื่องมากไม่ดูหนังที่เด็กกว่าอายุตัวเองอีก


แต่อีกมุมนึงก็ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน
ถ้าได้อ่านหนังสือแล้วก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนนะ
จะนั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วก็ท่องเที่ยวไปในจินตนาการของคนที่เค้าถ่ายทอดทุกตัวอักษร
นักเขียนที่ชอบน่ะเหรอ

แน่นอน ต้องพี่ 'ปราย พันแสง + พี่จิก ประภาส + อภิชาติ เพชรลีลา + เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย + พี่โหน่ง วงศ์ทนง + พี่เอ๋ นิ้วกลม + พี่ก้อง ทรงกลด + ใบพัด + พี่พลอย จริยะเวช + บัณฑิต อึ้งรังษี + พี่ตุ๊ก วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม + พี่ตุ๊กตา พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล + วิภว์ บูรพาเดชะ + คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) + เต๋อ นวพล + พี่บิ๊กบุญ ภูมิชาย + เราว่าเราชอบนักเขียนเกือบจะทุกคนใน A Book เลยก็ว่าได้นะเนี่ย


บางช่วงก็อินกับธรรมะ
กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะอินกับธรรมะเป็นเดือน ๆ เหมือนกัน
เคยไปปฏิบัติธรรมมา 2 ที่คือที่ยุวพุทธ กับ เตโชวิปัสสนา

อินได้หมดทุกอย่าง
ขอแค่มีคนมาบิ๊ว หรือบางครั้วก็อินด้วยตัวเองแล้วก็ไปบิ๊วคนอื่น

บล็อคตัวเองที่คนเข้า search เข้าเยอะ ๆ ก็มี
รีวิวแป้งมิสทีนทุกรุ่น
วิธีการบริหารอาการปวดก้น ปวดสะโพก
การปฏิบัติธรรมแบบเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
แล้วก็บล็อคที่เรารวบรวมคำพูดดี ๆ ประโยคสวย ๆ มาจากที่ต่าง ๆ

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนถึงเข้าไปดูเยอะ ก็ลองเข้าไปตามอ่านกันนะคะ
ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ในเราชื่นใจบ้างก็ได้ค่ะ เราเช็คทุกวัน
และค่อนข้างมีวินัยในการเขียนบล็อคใหม่ทุกอาทิตย์
ตามอ่านกันได้นะคะ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างสนอง need เจ้าของบล็อคล้วน ๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add หนูลีลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.