Love is all around
 

After Song-kran Festival @ Krabi

After Song-kran Festival @ Krabi

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “กระบี่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” กันค่ะ

หลังจากสงกรานต์ที่กลับจากตาก บ้านเกิด (กลับไปตั้ง 5 วัน + น้ำหนักเพิ่มขึ้นมา 2 กิโล จากข้าวเหนียวมูลนิ่มๆ ลาบหมูรสเด็ด และแกงฮังเลสูตรคุณยาย ที่อร่อยหากินที่อื่นไม่ได้ อันนี้คุณเต้ยก็ confirm เหมือนกันค่ะ) ตามแผนที่วางไว้ต้อนรับงานใหม่ของคุณตุ๋ง trip นี้เลยค่ะ “กระบี่” ตื่นเต้นที่สุดเพราะเป็นการลงไปทะเลใต้ครั้งแรกในชีวิต ไม่นับหิวหิน ปราณบุรีนะคะ

Package นี้ซื้อที่งานเที่ยวทั่วไทย ครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้ค่ะ เมื่อเดือนมีนาคม คุณเต้ยเป็นคนเลือกเลย เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วย Air Asia ตอนบ่ายของวันพฤหัสค่ะ มาถึงที่กระบี่ประมาณบ่ายสามโมง on time ค่ะ มีพี่ของรีสอร์ทมารอรับเราอยู่แล้ว
สถานที่ของเราคือ “ทับแขก ซันเซ็ท บีช รีสอร์ท” คุณเต้ยเลือกที่นี่เพราะว่าเราอยากพักผ่อนจริงๆ ประกอบกับคุณเต้ยชอบบรรยากาศเงียบๆ สงบๆ ค่ะ เลยได้ที่หาดนี้มา สงบจริงๆด้วย ไม่มีคนไทยเลย มีแต่ต่างชาติ เราพักกันที่กระท่อมด้านหน้า ห้อง Beach front ของโรงแรมค่ะ เดินลงทะเลได้เลย



เก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็เดินเล่นกันที่ชายหาดเลยค่ะ หลังจากนั้นก็เล่นน้ำในสระ ขอบอกว่าสระน่ารักมาก และ Free Dinner สำหรับคืนนี้ค่ะ



ตอนกลางคืนนอนหลับสบายมากค่ะ อาจจะเพราะเหนื่อยและเพลียกันสุดๆ จากการเดินทาง คุณเต้ยเพิ่งออกกะมาค่ะ เราเลือก Trip ของ “เกาะพีพีทัวร์” ไว้ค่ะ ทราบว่าเป็นทัวร์ที่มีขนาดใหญ่และมีท่าเรือเป็นของตัวเองค่ะ ยังไม่เคยไปเกาะไกลๆเลย ประกอบกับอยากเก็บ Unseen in Thailand ให้ครบ เราเลยเลือกไป Trip 4 เกาะ ในวันแรกค่ะ มีรถของทัวร์มารับเราตอน 07.50 น. ลงทะเบียนและรอทัวร์เรียกลง speed boat ค่ะ

Trip 4 เกาะ : อ่าวไร่เลย์ หรือถ้ำพระนาง ไปนมัสการพระกันค่ะ ที่นี่น้ำใสมากทีเดียว ทรายละเอียดมาก นุ่มเท้าค่ะ




Trip 4 เกาะ : เดินทางอีกประมาณ 5 นาทีเราก็ถึงที่ทะเลแหวกค่ะ ปรากฏว่ากินแห้วค่ะ ช่วยกันแหวกแทบไม่ทัน ตอนหลังมาถามพี่ทัวร์เค้าบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงน้ำมาก จะเห็นแค่สันทรายของเกาะทับไปเกาะหม้อเท่านั้น ส่วนสันทรายจากเกาะไก่ เห็นได้ลางๆค่ะ แต่กลัวเปียก ก็เลยยังไม่ได้ลงเล่นน้ำกันค่ะ ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ จากมาด้วยความเสียดาย !!!



Trip 4 เกาะ : หลังจากนั้น นั่งเรือต่ออีกนิด เราก็ไปดำดูปะการังน้ำตื้นกันค่ะ ตื่นเต้นง่ะ เพราะว่าไม่เคยดำเลย แต่ว่าก็ไม่อยากเนอะ เพียงแต่ว่าเราเห็นแต่ปลาเสือเท่านั้นเองค่ะ สงสัยว่าไปครั้งหลังต้องไปแถวเกาะไกลๆ ซ้าแล้ว และแล้วไม่ได้ถ่ายรูปมากันค่ะ มัวแต่ตื่นเต้น

Trip 4 เกาะ : มาแวะที่เกาะปอดะ เพื่อพักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันค่ะ หลังรับประมานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว คุณตุ๋งก็ไม่รอช้าออกมาเล่นน้ำทะเลทันที อิอิ ชอบเลย น้ำทะเลใสมากมายค่ะ จะบอกว่าสีเขียวก็ไม่ใช่ สีฟ้าก็ไม่เชิง แต่ว่าใสน่าดู เอาซะคุณตุ๋งดำก็เกาะนี้เลยค่ะ แต่คุณเต้ยไม่ดำนะ เพราะว่าไม่ยอมเล่นน้ำ



หมด Trip 4 เกาะค่ะ เล่นเอาหมดพลังกันไปเลย เหมือนจะน้อยๆเนอะ แต่แอบกระซิบว่าร้อนมากค่ะ แอบมานอนเอาแรง แล้วไปเดินเล่นทะเลหน้ารีสอร์ทกันรอ Dinner time ค่ะ



วันที่สองของการเที่ยวค่ะ เราเลือก Trip Unseen อีกแล้ว ทัวร์น้ำตกร้อนและสระมรกตค่ะ

น้ำตกร้อน : ไม่มีข้อมูลอะไรเลยค่ะ สำหรับทริปนี้ คล้ายๆกับบ่อน้ำร้อนที่ปายเลยค่ะ ก็แช่กันไป อุ่นดีค่ะ เหมือนเดิม แช่คนเดียวอีกแล้ว



สระมรกต : มีทางเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 800 เมตรค่ะ ที่เห็นเป็นรูปคนลากถุง เป็นความพยายามของไกด์ของเรา “น้องแท๊บ” ที่พยายามลากถุงข้าวเข้าไปให้เราค่ะ

สระมรกตตอนที่ดูใน net สวยมากเลย แต่ว่าพอไปดูจริง น้ำแห้งค่ะ สงสัยว่าไปผิดฤดูกาลเค้า ฮือๆๆๆ เลยได้เห็นแค่เป็นบ่อน้ำสีสวย เราตัดสินใจไปดูที่ “สระน้ำผุด” กันค่ะ ขึ้นไปอีก 600 เมตร ทั้งทัวร์มีอยากไปต่อแค่ 2 คน เอาน่ามาถึงแล้ว เดินต่อค่ะ ทางดูไกลมากเลย เป็นไม้ระแนง พอสุดทางไม้ระแนงปุ๊บ แม่เจ้าเป็นป่าแบบร้อนชื้นเลยค่ะ เอ ! เอาไงดี ไปต่อไม่ไป เดินกลับมาแล้วค่ะ แต่ว่าได้ยินเสียงคนปรบมือว่าถึงแล้ว เราก็ตัดสินใจเดิน อีกนิดเดียวค่ะ นิดเดียวจริงๆ ถึงแล้ว เกือบต้องเสียดายกันแล้วม้ายล่า แต่ว่าก็คุ้มค่ากับการมาของเราค่ะ สวยมากๆๆๆๆๆ ใสมาก ๆๆๆๆๆ อยากโดดลงเล่นน้ำ แต่เค้าเขียนไว้ว่า “ระวังโคลนดูด” ค่ะ เลยขอชื่นชมแค่ตาก็พอ

ตอนแรกนึกว่า “สระน้ำผุด” นี่คือมีน้ำผุดออกมาค่ะ แต่ว่ามีน้องกลุ่มที่เดินทางไปดูพร้อมกันบอกว่า มีรายการหนึ่งถ่ายทอด แล้วตบมือ มันจะมีน้ำผุด ดันออกมา เพิ่งรู้ค่ะว่ามาจากอาการนี้ต่างหาก เอิ้ก!

หลังจากที่เดินออกมาที่สระมรกตแล้วเราก็ลงเล่นน้ำต่ออีกนิดค่ะ สวยเหมือนน้ำในสระ แต่ว่าไม่มีกลิ่นคลอรีนนะคะ



วัดถ้ำเสือ : เป็นวัดเก่าแก่ของกระบี่ เพื่อนักปฏิบัติธรรม ไกด์พาเราเดินขึ้นบันได้ไป 137 ขั้น เพื่อไปสักการะพระพุทธรูป , ดูต้นไม้พันปีและหินย้อยภายในถ้ากันค่ะ รูปล่างที่เห็นนั้นมีที่มาค่ะ เค้าว่าว่าเป็นต้นไม้พันปี ที่หากใครเอาไม้มาค้ำไว้ จะเป็นการต่ออายุ แต่ว่าพี่ไกด์เราบอกว่าความจริงคือ มีไกด์คนหนึ่งเห็นว่าต้นไม้นี้จะล้มลงอีก เลยเอาไม้มาค้ำไว้ แต่กลายเป็นตำนานซะได้ เล่นเอาเราฮากันทั้งทัวร์



กลับมาที่พักเกือบห้าโมงเย็นแล้วค่ะ ติดใจยังไม่หายที่สระมรกต กลับมาเราเลยมาเล่นน้ำสระกันต่อค่ะ ก่อนไปทานข้าว วันนี้ทำท่าว่าฝนจะตกนอนหลับสบายแน่เลย

ตกเช้าเราพักผ่อนกันที่เตียงชายหาดหน้าห้องพักของเรา คุณเต้ยหลับค่ะ คุณตุ๋งเล่นน้ำทะเลอีกเหมือนเดิม 11.30 น. อาบน้ำเตรียมออกจากที่พักค่ะ



เดินทางกลับด้วย Air Asia เหมือนเดิมกับตอนมาค่ะ

Bye Bye กระบี่มีโอกาสมาเจอกันใหม่ค่ะ ติดใจน้ำใสๆของที่นี่มากมาย
ขอบคุณผู้ร่วมทางที่แสนจะน่ารักด้วยนะคะ ...




 

Create Date : 30 เมษายน 2552    
Last Update : 30 เมษายน 2552 21:36:03 น.
Counter : 103 Pageviews.  

Heaven @ Pai

ปาย ... เมื่อไหร่จาได้ปายซ้าที ...

กลางปี 2008 เป็นปีที่คุณตุ๋งบ่นกับตัวเองอีกครั้ง หนังจากที่ได้ฟังเรื่องราวความน่ารักของปายจากปากของหลายๆคน ที่กำลังจะเตรียมตัวหาสถานที่ต้อนรับลมหนาว แต่ยังคงคิดถึง "ปาย" กันอยู่

ปีนี้ คงไม่ได้ไปอีกเหมือนเดิม สามปีมานี้ ติดอะไรซักอย่างตลอดเลย ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนให้เห็นกันกับตาซักที

หลังจากที่งอนกับคุณเต้ยไปหลายชั่วโมงที่จะไม่ยอมพาไป สุดท้ายคุณเต้ยก็พาไปจนได้ อิอิ ... ใครบอกว่าน้ำตาไม่ช่วยอะไร ไม่จริงอ่ะ ...

วางแผนกันอยู่นานสุดท้ายก็ได้วันเที่ยวเป็นกลางเดือนธันวาคม ประมาณว่า ยังไงก็หนาว ได้บรรยากาศแน่นอน เลือกที่พักก็หลายที่ มาจบอยู่ที่ "กระท่อมริมปาย หรือ Rimpai Cottage"

ส่วนการเดินทางเลือกรถปรับอากาศ VIP ของ นครชัยแอร์ รอบ 21.45 น. ถึงเชียงใหม่เวลา 07.00 น. เดินต่อไปที่อาเขต ต่อรถเป็นรถ minibus ราคา 130 บาท คนเยอะมากมายค่ะ กะว่าไม่น่ามีคนนะเนี่ย รอบ 07.00 เต็มค่ะ ขึ้นรถอีกที 08.00



หน้าตายังง่วงกันอยู่เลย เพลียจากคนข้างหน้าเอนหลังนอนเหมือนนอนตักคุณตุ๋งเลย ขยับตัวไม่ได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางไปปายประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ! แหะ แหะ นานเนอะ และแล้วเราก็มาถึงปายจนได้

ไปถึงก็ติดต่อ AYA เลยค่ะ จองเที่ยวกลับ พร้อมกับเช่ามอไซด์ กระท่อมริมปายไปไม่ไกลค่ะ นิดเดียวเอง พอ check in เสร็จก็สลบทันทีค่ะ ตื่นมาอีกทีก็สี่โมงเย็นแว้ว +++ ท้องเริ่มร้อง ขอน้องเบียร์เลยดีกว่าค่ะ เมนูแนะนำก็คงเหมือนๆ ที่โพสท์ไว้กัน คือ ข้าวซอย + หมูสะเต๊ะ ใช้ได้ค่ะ

อากาศเริ่มหนาว ห้าโมงเย็นเอง ขี่มอไซด์ไปที่พระธาตุแม่เย็น ดูพระอาทิตย์ตกกันดีกว่า พอไปถึง คนเยอะมากมาย ไหนอ่าพระอาทิตย์ ??



หลังจากกลับแล้วก็ขอเดินถนนคนเดินเล่นซ้าหน่อย วันพฤหัสอย่างนี้ ร้านก็น้อยกว่าเสาร์อาทิตย์ค่ะ แต่ก็ได้ของฝากมาเต็มไม้เต็มมือ ชิม "ไข่ป่าม" กะ "ข้าวปุกงาดำ" อาหารของชาวพื้นเมืองด้วยค่ะ ก็แปลกดีน้า



เดินมาอีกนิด มีพี่ไกด์จัดทัวร์เที่ยงปางอุ๋ง คุณตุ๋งตาโตทีเดียว แล้วก็หันมาส่งสายตาขออนุญาตคุณเต้ย ไม่ทันอนุญาตคุณตุ๋งก็ลิ่วๆไปคุยกับพี่เค้าเรียบร้อย จองมาสองที่ คนละ 500 บาท เจอกันหน้ารีสอร์ท ตีสามห้าสิบ ... เอ่อ แม่เจ้า ช้านจาตื่นมั้ยนี่ .. T T

เริ่มเช้าวันที่สองด้วย .. ปางอุ๋ง .. เมืองในฝัน

ตอนช่วงหาข้อมูลเที่ยว มีแต่คนบอกว่าต้องไปขอใบอนุญาตเลยตัดใจ ดีนะคะที่เจอพี่ไกด์ ได้เที่ยวสมใจ ปางอุ๋งสวยมากค่ะ สามารถอ่านข้อมูลประวัติของปางอุ๋งได้จากหลายๆ website ค่ะ คุณตุ๋งก็อ่านใน website เหมือนกัน

ไปถึงปางอุ๋งไม่ถึงเจ็ดโมงดี หมอกอย่างเยอะค่ะ พี่ไกด์ให้เวลา 1 ชั่วโมง เก็บภาพและบรรยากาศค่ะ



มีที่พักให้ด้วยนะคะ แต่น่าจะต้องจองกันแต่เนิ่นๆค่ะ



เพิงริมน้ำ ฮอต ฮิต ทุกกระทู้ค่ะ ขอด้วยคน



จุดนี้ค่ะ ที่ทำให้มีคนกล่าวขานกันว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย





ต่อกันที่หมู่บ้านรวมไทย



น้ำตกผาเสื่อ



ภูโคลน พอกหน้าคนละ 60 บาท และก็แช่เท้าอีก 20 บาท หน้าใส สบายตัว สดชื่นก่อนออกเดินทางต่อค่ะ




รับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 1,864 โค้ง , วัดพระธาตุดอยกองมู



กะเหรี่ยงคอยาว มีโอกาสลองใส่ห่วงด้วย ถ่ายรูปกับดาราของกะเหรี่ยงคอยาวด้วยค่ะ หน้าคุ้นๆมั้ยล่า...



ถ้ำปลา



หลังจากเที่ยวมาทั้งวันก็เหนื่อยแล้วค่ะ ทีนี้ถึงเวลาเดินทางกลับ เพลียน่าดู หลับๆ ตื่นๆ ตลอดทางค่ะ เพราะว่าทางเป็นโค้งหักศอก ตื่นมานี่ตกใจเลย นึกว่าจะตกเหวซ้าแล้ว แต่พอพี่เค้าจอดรถเท่านั้นล่ะค่ะ โอ! เย็นสบายจังเลย นี่คือที่ที่เราจะเที่ยวชมที่สุดท้ายของวันนี้ค่ะ "ดอยกิ่วลม"



เหนื่อย แต่ก็ไม่วายเดินถนนคนเดินต่อค่ะ ออกมาจากรีสอร์ทก็ถึงแล้ว ใกล้นิดเดียวค่ะ จบวันที่สองของปายด้วยความประทับใจ ..

วันที่สามของการอยู่ปาย .. เราเอ้อระเหยลอยชายค่ะ เนื่องจากเหนื่อยมาสองวันแล้ว ตื่นก็จะแปดโมงแล้ว แต่ว่าหมอกยังหนาอยู่เลยค่ะ เย็นน่าดู ที่ทานอาหารเช้าของกระท่อมริมปาย เอื้อเฟื้อต่อการนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศริมน้ำปายมากเลยค่ะ แหะ แหะ อาหารก็อร่อยด้วย



เริ่มต้นด้วยวัดคู่บ้านคู่เมืองของปาย และต่อด้วยหมู่บ้านจีนยูนาน คุณตุ๋งว่านักท่องเที่ยวก็เดินทางแบบเดียวกันเลยค่ะ เพราะว่าไปที่ไหนก็เจอกันตลอดเลย อิอิ

ที่หมู่บ้านจีนยูนาน มีหมอพลังลมปราณด้วยค่ะ ค่าตรวจ 50 บาท แต่ว่าคนเยอะอ่ะค่ะ หิว มะหวายแล้ว ไปหาขาหมูกินดีกว่า กว่าจะได้กินก็แทบกระอักเลือดค่ะ แถมเค้ายังฟังเราไม่ค่อยออกด้วย ระวังการสื่อสารน่าจะดีที่สุดค่ะ ขาหมูที่มาเสิร์ฟถ้วยหญ่ายมากมาย แต่คุณตุ๋งกะคุณเต้ยถูกใจหมั่นโถมากที่สุดค่ะ นุ่มนิ่ม หวานนิดๆ อืมมมมมมมม .. อาหย่อย



อิ่มท้องแล้วเราก็ตามมอไซด์คันอื่นๆไปที่น้ำตก หมอแปงค่ะ เลยขึ้นไปทางเดียวกันนั้นเลย แต่ว่า สงสัยเป็นหน้าหนาวค่ะ น้ำก็เลยน้อยไปนิดนึง เราก็เลยกลับกันเลย

ลงจากทางนี้ออกไปทางพระธาตุแม่เย็น เพื่อไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนเมืองปายค่ะ ที่นี่หายากเหมือนกันนะคะ เอาซะเราหลงเลย แต่ก็เจอจนได้ ทางเข้ามีต้นไม้ รู้สึกว่าจะเป็นดอกคูณค่ะ เต็มต้นตลอดทางเลย งงอยู่ว่าดอกคูณเค้าออกดอกตอนหน้าร้อนมะช่ายเหรอคะ ???



ลงมาจากบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ขี่มอไซด์มาเรื่อยๆ จะเจอทางออกมาที่สะพานประวัติศาสตร์ค่ะ



coffee in love ... กาแฟกะขนมอร่อยมากมายค่ะ แต่ว่าคนเยอะมาก เลยถ่ายรูปมาได้น้อยค่ะ



จบสุดท้ายของวันที่สามด้วยการเดินถนนคนเดิน และแวะกินตีนค่ะ อร่อยมาก แซ่บแบบพอดีๆค่ะ

วันที่สี่วันสุดท้าย ตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง อาบน้ำ คุณเต้ยขอบายค่ะ คงคิดว่าคุณตุ๋งไม่กล้าออกมาคนเดียว ที่ไหนได้ หุหุ พอออกมาเดินเล่น ไม่มีคนเลยค่ะ มีแต่คนพื้นที่ของปาย ที่เริ่มตั้งร้าน ตั้งใจจะทำบุญซักหน่อยค่ะ แต่ว่าเช้าขนาดนี้ พระยังไม่ออกมาก็เลยเดินเล่นไปถึงตลาดสดทีเดียว

คนเมืองปายน่ารักมากค่ะ ทักคุณตุ๋งตลอดทาง ทำให้ไม่น่ากลัวเลย อัธยาศัยดีทุกคนเลยค่ะ ยิ้มแย้มน่ารัก สี่แยกไฟแดงมีขายปาท่องโก๋ตัวเล็กๆ น่ากินทีเดียว เลยขอชิมซ้าเลย

เดินต่อมาที่ตลาดโต้รุ่งค่ะ แวะชิมโจ๊กสมุนไพรเจ้าอร่อย และมาตักบาตรค่ะ คุณเต้ยตื่นและออกมาเดินเล่นกัน แต่ว่าคนเริ่มเยอะแล้วค่ะ เลยเตรียมตัวกลับกันเลย

ออกเดินทางจากปาย โดยรถตู้เวลา 08.00 ซื้อของฝากที่วนัสนันท์ และขึ้นเครื่อง ถึง กทม. เวลา 15.30 ค่ะ

แล้วเตอกันใหม่นะคะ ปาย ... บ๊ายบาย




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2552 9:16:05 น.
Counter : 103 Pageviews.  

Will you be my valentine ?? Happy valentine ... @Korat

Valentine's day ~** หลายๆคนคงวางแผนไปเที่ยวที่ต่างๆ เพื่อคงความสัมพันธ์อันหวานชื่น สำหรับเราครั้งนี้เราเลือกไปที่ "นครราชสีมา หรือ โคราช" เมืองแห่งหญิงไทยใจกล้า ท้าวสุรนารี หรือ ที่หลายๆคนรู้จักในนามของประตูสู่อีสาน
ครั้งนี้ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ กะว่าเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เหนื่อยมาก ก็ทำงานกันมาหนักทั้งสัปดาห์แล้วนี่นา
ขาไป เราเลือกทางขึ้นเขาใหญ่จากฝั่งปราจีน ไปลงที่ทางลงเขาใหญ่โคราช ระหว่างทางร่มรื่นค่ะ มีต้นไม้สองข้างทางสบายตา เจอคุณลิงเป็ยระยะๆ
สำหรับที่พัก คุณเต้ยเลือกที่ลีลาวลัยรีสอร์ท อยู่ทางลงเขาใหญ่ฝั่งโคราช กิโลเมตรที่ 7 ทางเข้าทางเดียวกับโบนันซ่า รีสอร์ทหรูท่ามกลางสวนลีลาวดี คุณเต้ยบอกว่า ชอบมากเลย มีต้นชวนชมเต็มไปหมด พอมองไปรอบๆ งงค่ะ ไหนอ่า ต้นชวนชม?? มีแต่ต้นลีลาวดี เอาเถอะค่ะ เข้า check in แล้ว ก็สวย น่ารัก น่าอยู่ทีเดียว แต่พลาดที่ไม่ได้ถ่ายรูปกันไว้ เพราะว่ากลางวัน แดดแรงใช้ได้ทีเดียวค่ะ



กะว่าจะนอนเล่นในห้องพักซักแป๊บ แต่ว่าไม่ไหว หิวแฮะ !! งั้นออกไปหาอะไรกินเที่ยวกันดีกว่า
เริ่มต้นด้วย PB Valley เป็นไร่องุ่น มีโรงงานผลิตไวน์ ร้านอาหารและที่พักค่ะ กะว่าเราจะมาชมไร่องุ่นและทานข้าวเย็นกันที่นี่ แต่ว่าเค้าเปิดให้ชมไร่กันรอบสุดท้าย 15.30 เท่านั้น บรรยากาศเลยยังไม่เป็น country เท่าไหร่ เลยขอชมไร่องุ่นอย่างเดียว ส่วนค่าเข้าชม ท่านละ 200 บาท



ตอนเข้าไปในไร่ได้ชิมองุ่น สดมากค่ะ เด็ดกันจากต้นเลย แต่ว่าเป็นองุ่นคนละพันธ์กับที่ขายเราในตลาดนะคะ อร่อยมากมาย นอกจากนี้ก็ได้เข้าไปชมการผลิตไวน์กันแบบใกล้ชิดทีเดียว



ไกด์ ให้ข้อมูลเรามาว่า ไร่นี้เป็นของคุณปิยะ ภิรมย์ภักดี เป็นกิจการส่วนตัวค่ะ ไม่เกี่ยวกับเบียร์สิงห์น้า และเป็นโรงผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ โดยสามารถผลิตได้ถึง 100,000 ขวดต่อปี



ก่อนกลับมีให้ชิมไวน์ด้วยนะคะ ที่นี่มี 2 ยี่ห้อค่ะ ราคาก็ต่างกันทั้งไวน์ขาวและไวน์แดงแล้วแต่เราจะชอบ มี cracker+cheese สำหรับกินแก้เลื่ยนด้วย อร่อพี่ไกด์ก็น่ารักด้วยน้า



สนุกพร้อมได้ความรู้กลับบ้านค่ะ ^ ^

หลังจากที่ออกจาก PB Valley แล้ว เราก็ย้อนกลับทางเดิมที่เข้ามาค่ะ กะว่าจะเข้าไปทานอาหารที่ Terano แต่ปรากฏว่าเลือที่นั่งเพียงที่เดียว แดดยังร้อนด้วยเลยขอบายค่ะ ไปต่อกันดีกว่า

ขับเลยมาอีกนิดเราก็จะเจอ PRIMO POSTO สวรรค์ของนางแบบและตากล้องมืออาชีพ เข้าไปแล้วอายเลยค่ะ ตอนที่ผ่านไป PB Valley คนยังไม่เยอะเท่านี้เลย ฮือๆๆ จะมีรูปกลับบ้านมั้ยนี่ แต่นะ มาถึงแล้วนี่นา สู้ๆค่ะ



เนื่องจากว่าที่นี่ ต้องการให้คนที่เข้ามามีความสุขกับบรรยากาศ ก็เลยมีค่าเข้าชมคนละ 55 บาท แต่ว่าสามารถใช้คูปองนี้ซื้อของในร้านได้เลยค่ะ ทั้ง bakery , steak หรือว่า gift shop น่ารักๆ
ไหนๆก็ไหนๆ หิวแล้วค่ะ เลยเข้าไปสั่งอาหารแล้วขอพี่เค้าออกมาเดินแล่นรออาหารไปพลางๆ




ตอนกลางวันที่มาถึงอากาศร้อนมากแต่ว่าพอประมาณหกโมงเย็น บรรยากาศเย็นทีเดียวค่ะ อิ่มท้องแล้วกลับไปว่ายน้ำที่รสอร์ทดีกว่า .... .... .... เอ คนเยอะมากมาย มีเสียงครึกครื้นและคาราโอเกะด้วย ข้างสระว่ายน้ำเลยค่ะ ขอถอนตัวดีกว่า ขอนอนแล้วน้า

หลังจากพักผ่อนเต็มที่ก็เริ่มต้นวันใหม่ด้วย ABF ของรีสอร์ท และเดินเที่ยวรีสอร์ท แต่ว่าคนเยอะมากมายค่ะ เลยไม่ได้เก็บภาพกันเลย กลับห้องปุ๊บโทรหาฟาร์มโชคชัย ปรากฏว่ารอบบ่ายเต็มค่ะ เหลือรอบเช้า 11.20 น. โอ แม่เจ้า คุณเต้ยมองหน้า เอาไงดี รู้แล้วว่าคุณตุ๋งเป็นแม่สายบัว นานแน่อนกว่าจะเสร็จ แต่ว่าคุณตุ๋งยังพยักหน้า ยืนยัน อยากเที่ยวง่ะ .. ตอบพี่เค้าไปว่า โอเคค่ะ รอบ 11.20 น. "รับบัตรก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงนะคะ หากมาไม่ทันขออนุญาตให้สิทธิแก่คนอื่นค่ะ" แย่กว่าเดิมอีกอ่ะ เหลือเวลาทั้งหมดหนึ่งชั่วโมง คราวนี้โดดจากเตียงอย่างรวดเร็วค่ะ สุดท้ายสารถีคนเก่งคุณเต้ยก็ขับรถออกจากรสอร์ท 15 นาทีถึงค่ะ รวดเร็วมากมาย และก็ได้บัตรมาสมใจอยากค่ะ
ค่าเข้าชมคนละ 250 บาท เค้าให้ซองใส่โทรศัพท์มาแบ่งกลุ่มของแต่ฃะรอบค่ะ ของคุณตุ๋งเป็นสีชมพู น่าร้ากกกกกกก เข้าไปชมวิดีโอแนะนำความเป็นมาประมาณ 20 นาที และเดินเข้าด้านในฟาร์ม โดยจะต้องผ่านละอองน้ำและเดินบนพนมที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อกันก่อน

เดินชมกันสามจุด คือ พิพิธภัณฑ์เครื่องจักรเก่า โรงรีดนมวัว เค้าขออาสาสมัคร 4 คนค่ะ อาสาซะเลย อยากจับนมวัวนี่นา อิอิ สุดท้ายคือโรงผลิตนมค่ะ ก่อนออกไปขึ้นรถมีไอศครีมนมให้ลองกันด้วย



บนรถจะมีไกด์สาวคอยให้ความรู้ มีที่แวะถ่ายรูปทุ่งทานตะวัน แวะดูกิจกรรมของ Cowboy , สุนัขต้อนแกะ การแสดงของสัตว์เล็ก และการให้อาหารสัตว์ ตามแต่ละจุดที่กำหนดไว้ให้ค่ะ





ก่อนกลับก็แวะทาน Steak คุณเต้ยไม่ทานเนื้อ เลยสั่งหมูมาแทนค่ะ พร้อมกับลูกชิ้นหมู อร่อยไม่แพ้เนื่อวัวค่ะ

จบลงด้วยความประทับใจ เอ... มาถึงนี่ ซื้อไอศครีมไปติดบ้านดีกว่า เข้าไปเลยค่ะ Umm.. milk! ติดกับที่จอดรถเลย จุดแรกที่เราจะเจอหากมาจากเส้นโคราช เนื่องจากว่าหาที่กดตังค์ไม่ได้ เจอน้องที่ขายทำหน้าบึ้งไม่อยากจะขาย ต้องสั่งตั้งหลายรอบ เอาซะอารมณ์เสีย เฮ้อ!!! แต่ชั่งมันค่ะ อย่าไปจำ จำแต่สิ่งที่ดีๆดีกว่า
จบ Trip ด้วยความสนุก สุขใจ Velentine ปีนี้มีความสุขที่สุดเลย ..

Happy valentine's day




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 11 มีนาคม 2552 12:00:26 น.
Counter : 106 Pageviews.  

 
 

Kun Tung^^"
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Kun Tung^^"'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com