Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2565
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 พฤษภาคม 2565
 
All Blogs
 
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 301"เรื่องที่อยากเล่า"

ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 301

"เรื่องที่อยากเล่า"


โจทย์โดย  
คุณ toor36


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ตะพาบบ้านนี้ออกเดินช้าอีกแล้วค่ะ มาช้าดีกว่าไม่มานะคะ อิอิ

สำหรับโจทย์วันนี้ กำหนดโดยคุณต่อtoor36  ไม่จำกัดแนวการเขียน


*********************************************

จขบ. จึงอยากเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชายคนหนี่งที่จขบ.ประสบพบเห็นมากับเพื่อนๆและได้เข้าช่วยเหลือโดยการนำของเยี่ยมและรวบรวมเงินจากเพื่อนๆได้จำนวนหนึ่งไปมอบให้เพราะชายคนนี้เคยเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกันค่ะ จึงได้นำมาเล่าให้เพื่อนๆได้ทราบเป็นอุทาหรณ์นะคะ


















***************************************

คือมีชายคนหนึ่งขอใช้นามสมมุติว่าชื่อ กานต์ นะคะ เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดีมาก พ่อแม่ร่ำรวย แม่เปิดร้านขายของชำที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน และพ่อของกานต์ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมใกล้บ้านพ่อของกานต์เป็นคนขยันเก็บหอมรอมริบ กานต์มีพี่น้อง 3 คนเป็นชายล้วน กานต์เป็นลูกชายคนสุดท้องได้ชื่อว่าพ่อแม่รักมาก กานต์ถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้บ้าน





ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาเด็กหนีเรียน - เว็บไซต์การเรียนรู้ประภัสรา  โคตะขุน

   ในวัยเรียนกานต์จะหนีเรียนบ่อยมากจะถูกครูทำโทษหน้าเสาธงตลอด แต่กานต์ก็ไม่เคยกลัวครูเลยหนักเข้าไม่ยอมมาเรียนเลยจนผ่านชั้นประถมไปได้อย่างหวุดหวิด

แล้วแม่ของกานต์ก็ย้ายกานต์ไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนในเมืองแต่กานต์ก็เหมือนเดิม เกเรหนีเที่ยวสร้างความเดือดร้อนให้แม่ตลอด แต่เพราะเป็นลูกชายคนสุดท้องพ่อแม่รักหนักหนา ลูกจะเป็นอย่างไรก็เข้าข้างลูกคอยตามใจอยู่ตลอดจนกานต์เสียคนจบมัธยมที่ในเมืองหรือไม่จบไม่แน่ใจแล้วกานต์ก็ไม่ได้ไปเรียนต่ออะไรเลย



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ต่อมาก็ติดสุรายาเมากับเพื่อนที่ชอบดื่มกินด้วยกันติดจนเลิกไม่ได้
แม่ของกานต์ได้แต่เสียใจ เพื่อนๆเรียนจบมีงานทำกันไปหมดแล้วแต่กานตฺยังสำมะเลเทเมาอยู่อย่างนั้น จากวันเป็นเดือนและ เดือนเป็นปี ผ่านไปเรื่อยชีวิตของกานต์ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต เพราะโรคประจำตัว ไม่นาน พี่ชายคนรองก็เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุตามไปอีก 


ในบ้านจึงเหลือกานต์กับแม่เพียงสองคน พี่ชายคนโตก็แต่งงานแยกครอบครัวออกจากบ้านไปแล้ว นานทีก็จะมาเยี่ยมแม่บ้าง   แม่ก็เริ่มย่างเข้าวัยชราแล้วแต่ยังต้องมาคอยดูแลลูกด้วยความเป็นห่วงเพราะกานต์เวลาที่เมาแล้วจะไม่กินอาหารเลยแม่ต้องคอยหาข้าวหาปลาให้กินกลัวลูกจะอด เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวันไป 


ไม่นานพี่ชายคนโตก็มีปัญหาในครอบครัวจึงหย่าร้างกับภรรยาแล้วไปมีภรรยาใหม่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่ค่อยได้มาเยี่ยมแม่และน้องพี่ชายคนโตได้มีลูกกับภรรยาเก่าสองคนเป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง แต่ลูกอยู่กับแม่คือภรยาเก่า 

เวลาผ่านไปพี่ชายคนโตก็ล้มป่วยและเสียชีวิตไปอีก ส่วนกานต์ก็ผลาญสมบัติพ่อแม่จนแทบจะไม่เหลืออะไรเลยจากที่เคยมีฐานะดีแต่ตอนนี้กลับยากจนลงเพราะแม่ก็แก่มากแล้วไม่ได้ขายของนานแล้วจึงไม่มีรายได้อะไรเลย พ่อก็เสียชีวิตไปแล้วจึงได้แต่ใช้เงินเก็บไปจนหมด

 กานต์และแม่จึงอาศัยเงินที่พี่ชายคนโตคอยส่งให้ได้ใช้อยู่กินมาโดยตลอด พอพี่ชายคนโตเสียชีวิตลง คราวนี้แม่และกานต์จึงลำบากมาก แต่กานต์ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้เพราะเขาไม่เคยทำงาน ทั้งความรู้ก็ไม่มีเพราะเรียนมัธยมก็ไม่จบ วันๆได้แต่ขอเงินแม่ซื้อเหล้ากิน แม่ของกานต์ได้แต่เสียใจคิดมากทั้งขราภาพมากแล้วพยายามห้ามปรามกานต์ให้เลิกกินเหล้าแต่กานต์ก็ไม่เคยเชื่อฟังแม่เลย



ขอย้อนไปถึงตอนที่พี่คนโตเสียชีวิต แม่และกานต์ลำบากมาก แต่ก็ได้หลานสองคนที่เป็นลูกของพี่คนโตเข้ามาดูแลย่าและอา เด็กทั้งสองเรียนจบได้ทำงานแล้วต่างก็มีครอบครัวแล้ว แต่ก็ปลีกเวลามาหาย่าเอาอาหารการกินมาให้เอาเงินไว้ให้ย่าใช้ แต่ก็ถูกอาคือกานต์แอบเอาไปซื้อเหล้ากินกับเพื่อนอยู่บ่อยๆ 


วันหนึ่งกานต์เมามากเดินไปเหยียบเศษไม้ที่มีตะปูเป็นสนิมตำเท้าเข้าแต่กานต์ก็ไม่สนใจที่จะไปหาหมอไม่สนใจที่จะรักษา จนแผลเกิดการอักเสบบวมแดงเน่ามีน้ำหนอง กานต์ก็ไม่บอกใคร รักษาแผลไปตามมีตามเกิดด้วยตัวเอง 


แผลที่เท้าของกานต์เรื่มบวมดำปวดลามขึ้นไปถึงต้นขากานต์ถึงกับเป็นไข้ขยับขาข้างที่ถูกตะปูตำไม่ได้เลย หลานทั้งสองเห็นจึงพาไปโรงพยาบาลทันที

ผลออกมากานต์ต้องถูกตัดขาโดยตัดตั้งแต่โคนขาเพราะแผลเน่าอักเสบลามมาบนโคนขาแล้วปล่อยทิ้งไว้อาจเสียชีวิต 

กานต์นอนป่วยในโรงพยาบาลนานมากเกือบเดือนพอแผลที่ถูกตัดขาหายหมอก็ให้นั่งวิลแชร์แล้วพยายามให้ช่วยเหลือตัวเอง


เมื่อกานต์ออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้านแม่เห็นสภาพลูกชายยิ่งเสียใจหนักทั่งแม่แก่มากแล้วแม่จึงห่วงกานต์มาก เพราะถ้าแม่เสียไป กานต์จะอยู่อย่างไร แม่่คิดมากจนล้มป่วย


กานต์เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็ไม่พยายามฝึกหัดนั่งวิลแชร์เลยได้แต่นั่งและค่อยๆกัดตัวไปโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันตัวเองไปข้างหน้าแทนและยังแอบไปกินเหล้าเมาอีกตามเคยมิใยที่แม่จะดุด่าห้ามปราม ทั้งๆที่อายุมากแล้วแต่กานต์กลับไม่มีความคิดอะไรเลยที่จะแก้ไขตัวเองแอบคลานออกไปกินเหล้าที่ร้านหน้าบ้านอยู่บ่อยๆ



ในที่สุดแม่ก็จากกานต์ไปอีกคน วันที่แม่เสียชีวิต กานต์ก็เมาไม่รู้เรื่องเลยว่าแม่ของตัวเองได้จากไปแล้ว เมาหลับไปพอตื่นมาวันรุ่งขึ้นจึงได้รู้ว่าแม่เสียชีวิตแล้ว
กานต์ตกใจเสียใจหนักถึงกับฟุบลงไปเส้นเลือดในสมองแตกแต่บุญที่ส่งโรงพยาบาลทันหมอรักษาได้ทันไม่ถึงกับเสียชิวิตแต่ กานต์กลายเป็นคนเลื่อนลอยจำใครไม่ค่อยได้และยังพูดออกมาเป็นประโยคไม่ได้อีกด้วย เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ เดินไม่ได้มีขาข้างเดียว ยังไม่พอ สมองยังเลอะเลือนจำอะไรไม่ค่อยได้ เท่านั้นยังไม่พอ พูดเป็นภาษาก็ไม่ได้อีกด้วยได้แต่ส่งเสียงเหมือนคนใบ้เอ้อๆอ้าๆฟังไม่รู้เรื่อง อนิจจา กรรมหนักหรืออย่างไร

แบบนี้จะเรียกว่ากรรมหนักหรือเปล่านะ แต่ก็ต้องตกมาเป็นภาระให้กับหลานทั้งสอง ต้องมาคอยดูแล แต่หลานทั้งสองก็มีครอบครัวมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ จึงต้องจ้างคนมาดูแลโดยสองพี่น้องต้องออกเงินคนละ 6,000 บาทเพื่อให้เป็นค่าจ้างคนดูแลเดือนละ 12,000 บาท เป็นภาระหนักแก่หลานทั้งสองคนมากๆ
และหลานทั้งสองมีหลานชายที่คอยเทียวไปเทียวมาดูแลได้ส่วนหลานสาวอยู่ต่างจังหวัดได้แต่ส่งเงินมาเท่านั้น หลานชายก็นานๆมาที คนดูแลก็ไม่ค่อยเอาใจใส่ วันๆก็ปิดประตูขังกานต์ไว้ในบ้านพอถึงเวลาอาหารก็เอามาวางไว้ให้แล้วก็ไป บ้านเรือนสกปรกเลอะเทอะเหม็นปัสสาวะของกานต์ที่เล็ดราดเพราะนั่งโถปัสสาวะไม่ทัน ดูๆแล้ว เป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก จขบ.และเพื่อนๆได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งไปเยี่ยมและนำไปมอบให้หลานของเขาเพื่อจะได้ใช้ดูแลกานต์ต่อไป

เพื่อนๆอ่านเรื่องเล่าแล้ว มีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ คิดว่ากานต์เป็นอย่างนี้เพราะกรรมของเขาหนักมากถึงทำให้ชีวิตเป็นไปถึงขนาดนี้ หรือเพราะเขาทำตัวเองชีวิตจึงเป็นแบบนี้ หรือเพราะพ่อแม่รังแกฉันจากการที่พ่อแม่ตามใจลูกมากเกินไปลูกจึงเสียคน
เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไรลองเม้นท์ให้ทราบบ้างนะคะ

ขอจบเรื่องเล่าไว้เพียงเท่านี้ค่ะ ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้านะคะ


*********************************************

ขอขอบคุณเพื่อนทุกท่านที่มาเยี่ยมเยียนและส่งกำลังใจให้ค่ะ

ขอขอบคุณบีจีสวยๆจากคุณจุลิจอมซน

ขอขอบคุณเพลงประกอบจากยูทูบ

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

พบกันใหม่บล็อกหน้า

สวัสดีค่ะ






Create Date : 01 พฤษภาคม 2565
Last Update : 15 มิถุนายน 2565 1:36:00 น. 32 comments
Counter : 406 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอพีย์, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณ**mp5**, คุณSweet_pills, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณtanjira, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณทนายอ้วน, คุณเริงฤดีนะ, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณชีริว, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณnewyorknurse, คุณโอน่าจอมซ่าส์


 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่กิ่ง

กรรมเกิดจากตน
ตนเกิดจากกรรม
ทุกสิ่งที่ทำ
ก็ยังผูกกรรมกับคนรอบกายอีกด้วย
น่าเศร้านะครับพี่
จะโทษเหล้าก็ไมไ่ด้
เพราะเหล้ามันวางอยู่ของมันดีๆ
แต่เราไปเอามันมาเข้าปาก เอาเข้าใส่ตัว
น่าเศร้าและน่าสงสารคนรอบกาย
ที่ต้องมาคอยดูแลรับผิดชอบ
ที่สำคัญ คือ สุดท้ายด้วยอาการของโรค
คนที่ดูแลจะต้องเหนื่อยไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้นะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:15:02 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:8:30:44 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณกิ่ง

หากเจ้าของชีวิตรู้ล่วงหน้าว่าผลจากการกระทำที่สะสมมานาน
ในอนาคตจะเป็นอย่างไร
อาจเกรงกลัวและระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากกว่านี้ก็เป็นได้นะคะ

ชื่นชมหลานๆมากค่ะ มีจิตใจประเสริฐที่ช่วยกันรับภาระทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและการแวะเวียนมาดูแล
กรรมดีที่หลานกระทำก็คงส่งผลดีกับชีวิตหลานๆด้วยค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์ค่ะคุณกิ่ง


โดย: Sweet_pills วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:8:52:58 น.  

 
อ่านแล้วหดหู่ค่ะ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:9:09:34 น.  

 
ต้องบอกว่าคนบางคนเขาก็ทำตัวเองจ้า
คุณกิ่งอาจต้องปล่อยวางสำหรับเพื่อนคนนี้



โดย: หอมกร วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:38:32 น.  

 
ผลแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ
ผมว่าพ่อแม่ก็มีส่วนนะครับ รวมทั้งตัวเองด้วย
บางคนมีลูกเป็นอภิชาตบุตรเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:44:46 น.  

 
ทำตัวเองแหละ ยิ่งไปติดเหล้าด้วยยิ่งตาย แถมเจ็บป่วยก็ไม่พยายามรักษา อันที่จริงเส้นเลือดในสมองแตกมันกลับมาไม่ได้ง่ายๆ นะ ตายก็เยอะ ถ้าตายไปตั้งแต่ตอนนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:14:04:40 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณกิ่ง
มาอ่านเรื่องเล่าของคุณกิ่งค่ะ

ธัญว่า มันเป็นกรรมของแต่ละคนนะคะ
แล้วที่หลานต้องมาช่วยดูแลนั่นก็เพราะมีกรรมร่วมกันมาค่ะ
ถึงต้องมามีชะตาร่วมกันแบบนี้นะคะ
แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีคนที่คอยดูแลช่วยเหลือนะคะ

คุณกิ่งมีความสุขมากๆ รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:14:34:36 น.  

 
เต๋า พุทธ เซ็น
พอไปอยู่ที่เมืองจีน
ผมว่าเค้าหลอมเป็นเนื้เดียวกันเลยครับ
โดยหลักธรรมแล้วก็เป็นหลักธรรมเดียวกัน
ต่างกันตรงชื่อเรียกขานเท่านั้นเองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:16:28:25 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าใจ.. ดูแล้วเขาทำตัวเองมาตลอด ลำบากแน่


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:16:56:07 น.  

 


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:20:20:17 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณกิ่ง
ขอคำอวยพรของคุณกิ่งใช้ในการเดินทางวันเสาร์ที่จะถึงนี้ด้วยนะคะ

คุณกิ่งนอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:01:58 น.  

 
ตามมาอ่านตะพาบครับพี่กิ่ง

เรื่องนี้เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉันไหมครับ ตามใจจนเสียคน
น่าเสียดาย ทั้งที่เกิดมาทุนชีวิตสูงแท้ๆ
สุดท้ายก็เป็นภาระให้แม่ดูแล
แก่เฒ่าแทนที่จะมีลูกหลานดูแล ต้องดูแลเจ้าลูกหลานที่หากินเองไม่ได้อีก
แม่ตายก็เป็นภาระหลานต่อ ต้องมาเลี้ยงดูอา
ไม่คิดจะปรับปรุงตัวจนหยดสุดท้าย แถมคนแบบนี้อายุยืนที่สุดในบ้านอีก ตอนนี้ไม่กินเหล้าแล้วใช่ไหมครับ


โดย: ชีริว วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:26:58 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่กิ่ง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:4:47:03 น.  

 
เรื่องแบบนี้คิดว่าจะมีแต่ในละคร...ที่ผู้กับให้นักแสดงๆไปตามบทที่เขียนไว้
ไม่คิดว่าชีวิตจริงๆของมนุษย์จะเจอเรื่องแบบนี้
พูดได้คำเดียวว่าเศร้าเนอะ
ขออย่าเจอกับครอบครัวของเราเลย


โดย: โอพีย์ วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:9:51:15 น.  

 
สวัสดีครับพี่กิ่ง

ก่อนอื่นเลย ผมชอบการเขียนเรื่องเล่าของพี่กิ่งมาก ๆ ครับ เหมือนเขียนคอลัมเลยครับ อ่านเพลินไม่มีสะดุด เป็นภาษาที่ไม่ได้อ่านยาก ไม่ใช้คำเยอะเพื่อนความสวยงาม เป็นคำที่ตรงไปตรงมา แต่สื่อความหมายได้ดีมาก ๆ เลยครับ ผมชอบมาก ๆ ครับพี่กิ่ง

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่กรรมหนักมากอะไรหรอกครับ เรื่องนี้มันเริ่มจาก "พ่อแม่รักแกฉัน" เลยครับ พ่อแม่ผมบอกเสมอว่า พ่อแม่ไม่มีสมบัติอะไรให้นอกจากการศึกษา ที่ส่งให้เรียนดีที่สุดที่ลูก 2 คนจะทำได้ พ่อแม่ให้โอกาสทุกอย่างอยากเรียนพิเศษอะไรส่งให้เรียนให้ไม่น้อยกว่าเพื่อนๆ หมด เพราะสิ่งนี้จะติดตัวลูกตลอดไป เรียนจบมาก็ให้เผชิญโลกเอง เลือกงานเองเห็นงานหนักก็สงสาร ถ้ายังอยู่ในระดับที่โอเคเค้าก็จะบอกว่า แบบนี้แหละ เป็นประสบการณ์ แต่มีช่วงนึงแม่นี่ออกปากบอกว่า ลาออกไหมลูก 55555
สำหรับกานต์มันเหมือนติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกครับ ที่พ่อแม่ตามใจไม่บังคับเรื่องเรียน เพราะการเรียนไม่ใช่แค่เรียน แต่คือการฝึกระเบียบวินัยในชีวิตด้วย ถ้ารับผิดชอบตัวเองให้เรียนได้ อนาคตก็จะรับผิดชอบตัวเองได้ พ่อ แม่และพี่ที่จากไปก่อนถือว่าหมดกรรมครับที่ต้องดูแลกานต์มา
ถ้าผมรู้Story แบบนี้ผมก็ไม่ช่วยเหลือนะ เพราะเค้ามีโอกาสที่จะช่วยเหลือตัวเองมานานมากแล้ว แถมมีมากกว่าคนอื่นด้วย แต่เค้าไม่เหลือทำเอง ตอนนี้ยังต้องรอคนมาช่วยอีกหรอ ถ้าคิดว่ากรรมก็ต้องรับกรรมได้แล้วครับ อาจดูใจร้าย

บ้านผมเลี้ยงหลานมาก็รักมากกกก รักมากๆ แต่วินัยในชีวิตก็คือวินัย ทุกคนต้องแปรงฟัน อาบน้ำ เวลากินก็ต้องกิน เวลานอนก็ต้องนอน ต่อให้หลานแสดงอิทธิฤทธิ์ ร้อง No No NOOOOOO ก็ต้องจับมานอนแปรงฟันให้ได้ แล้วอธิบายว่าทำไมคนเราต้องทำ
และเค้ามีงานประจำคือ ต้องรดน้ำต้นไม้ทุกวัน ถ้ามีรถเข้าออกบ้าน ต้องเรียกพี่หมาเข้าบ้านแล้วจับประตูไม่ให้พี่ออก ต้องช่วยขนผ้าไปเก็บลิ้นชัก ตื่นนอนต้องพับผ้าห่ม จะนอนต้องสวดมนต์ พี่สาวกับแม่ผมบอกว่า รักมากก็ต้องวินัยมากตามไปด้วย เพื่อให้เค้ามีคุณค่าในตัวเอง รับผิดชอบตัวเองและคนอื่น (ตอนนี้คือพี่หมา) รับฟังเหตุผล ถ้าไม่เข้มงวดตอนนี้จะแก้ไข หรือสอนยากไปเรื่อยๆ เพราะเค้ากำลังสร้างนิสัยและตัวตนครับ ตอนนี้ก็เป็นตัวของตัวเองมาก แต่ยังมีหน้าไปว่าพี่หมาว่่า "ดื้อ" 555555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:14:47:11 น.  

 
ขอบคุณครับพี่

พอดีผมมีครบทุกเล่มครับ
เลยเสียดายถ้าจะหายไปเล่มนึง
ดีที่สั่งมาได้ เพราะเหลือเล่มเดียวจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:15:36:55 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องกิ่ง

เรื่องเล่าของน้องกิ่ง อ่านแล้วเศร้าใจจัง เข้าลักษณะเรื่องที่
พระยาอุปกิตศิลปสาร (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เขียนเป็นกลอนแปด ชื่อเรื่องว่า "พ่อแม่รังแกฉัน" ใช้เป็นบทเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมต้น แต่ตอนนี้ ไม่ทราบว่า บทเรียนนี้ยังคงมีอยู่ไหมนะ
การที่พ่อแม่รักและตามใจลูกมากเกินไป เป็นความจริงที่จะ
ทำให้ลูกกลายเป็นคนอย่างเรื่องที่เล่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ต้องขึ้นอยู่ตัวเองด้วย ที่ต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี จึงเรียกว่า กรรมตามสนองทันตา ไม่ต้องไปรอถึงชาติหน้า จ้ะ

โหวดหมวด ตะพาบ

ขอบใจที่ไปให้กำลังใจที่บล็อกครู นะจ๊ะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:15:39 น.  

 
เสาร์นี้ต๋าจะไปพิษณุโลกอีก แล้วขึ้นเชียงใหม่ค่ะคุณกิ่ง
ขอบคุณคุณกิ่งอีกครั้งนะคะ

คุณกิ่งฝันดีคืนนี้ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 5 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:31:07 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่กิ่ง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:24:25 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่กิ่ง

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

อาแปะผมก็เคยเป็นผู้นำนักศึกษาในยุคตุลา 19
ตอนขึ้นปราศัยถูกปาระเบิดใส่ด้วยครับ
ดีที่รอดปลอดภัยมาได้ 555

จากนั้นก็หนีเข้าป่าเหมือนอาจารย์เสกเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:44:23 น.  

 
ทักทายเช้าวันศุกร์ค่ะ
พอดีวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดเจ้าของโจทย์(คุณต่อ) ด้วย


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:59:28 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาร่วมอวยพรวันเกิดนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:20:56:47 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

เวลาผมคุยการเมืองกับอาแปะจะสนุกมากครับ
อาแปะชอบการเมืองเข้าเส้นเลย
วิเคราะห์การเมืองโช๊ะๆๆๆๆเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:48:19 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่กิ่ง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:20:01 น.  

 
"เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว"



ส่งการบ้านFood For Fun#71:กินง่าย-อยู่ง่าย
โจทย์ โดย เราเอง "เริงฤดีนะ"
อิ อิ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:7:00:16 น.  

 
สวัสดีวันเสาร์ครับพี่กิ่ง

อ่านเรื่องราวจบ จุกและสะทือนใจมากครับ ชีวิตที่เลือกเกิดได้ แต่ก็เลือกที่จะเดินทางผิด สงสารที่สุดคือผู้เป็นแม่ ยิ่งในวันที่เห็นลูกป่วยกลับมาแม้ตัวเองก็ไม่สบายแต่ก็ยังห่วงลูกมากกว่า

คหสต. ผมว่า คุณกานต์ เป็นคนที่ทำลายต้นทุนชีวิตตัวเองแท้ๆ เลย ก็มีส่วนที่พ่อแม่ตามใจ แต่ตนเองก็ต้องรู้สึกผิดชอบชั่วดีด้วย

ขอบคุณและส่งกำลังใจให้หลานทั้งสองคนนะครับ ที่เค้าต้องมาดูแลอาคนนี้ ส่วนหนึ่งอาจเคยมีเวรกรรมร่วมกันมา ส่วนเรื่องจ้างคนดูแลนั้น ถ้าได้คนขยันก็โอเคนะครับ แต่ผู้จ้างต้องคอยเป็นหูเป็นตาบ่อยๆ

ขอบคุณพี่กิ่งที่ไปส่งกำลังใจให้ครับ
เรื่องอาการป่วยตอนนี้หายเป็นปกติแล้วครับ ขอบคุณนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:12:31:17 น.  

 
จากลำปางลงมากำแพงเพชรไม่ไกลเลยครับ พี่กิ่งแวะมาเที่ยวได้เรื่อยๆ
จังหวัดตากเองผมก็ยังเที่ยวได้ไม่กี่ที่เลยครับ อยากจะหาโอกาสไปอีกเร็วๆนี้เหมือนกัน


โดย: ชีริว วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:18:27 น.  

 

เรื่องเศร้าจริงๆ
แต่ตอนแรกๆ กานต์เขาเกเรแต่เล็ก
อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะ ส่งไปเรียนโรงเรียนเอกชน
แต่ก็ยังเรีียนไม่จบเพราะติดเหล้ายา ...

พี่ก็เห็นหลายคนเหมือนกันที่เขาติดพวกเหล้า การพนัน
จนไม่มีเงินเหลือและทำให้คนรอบข้างที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนไปด้วย


โดย: newyorknurse วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:57:05 น.  

 
a day story เป็นเรื่องราวการก่อกำเนิดนิตยสาร a day ครับพี่
เรื่องเล่ามีสีสันเยอะมาก สนุกมาก
เรียกว่าเป็นตำนานของนิตยสารบ้านเราเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:17:51:28 น.  

 
ทักทายสวัสดีครับ

เรื่องราวที่ยากต่อการเข้าถึงของคนรอบข้าง การหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดีงามครับ


โดย: ถปรร วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:18:48:54 น.  

 
Hello Sunday
ฝนมาแล้ว
รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:18:54:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กิ่งฟ้า
Location :
ลำปาง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




หลังไมค์จ้าคนดี
New Comments
Friends' blogs
[Add กิ่งฟ้า's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.