ไม่ว่าฤดูร้อนปีไหนๆ กลางวันและกลางคืนที่ผ่านไป คงเป็นเวลาที่เท่ากันเสมอ
space
space
space
 
กันยายน 2569
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
1 กันยายน 2569
space
space
space

ในขอบเขตงานของตี๋ลั้ง
               ไอ้ตี๋ลั้งเคยได้รับโอกาสในการทำงานครั้งหนึ่ง...
               “ไปขายบ้านกับเฮียแกสิ” ช่างสมิง นายช่างตาโปนกล่าวแก่ไอ้ตี๋ลั้งในวันหนึ่ง
               ไอ้ตี๋ลั้งพาซื่อ โดนหลอกไปเป็นคนงานเฝ้าหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่ง ช่างสมิงหลอกไอ้ตี๋ลั้งซ้อนอีกชั้นหนึ่ง ไอ้ตี๋ลั้งก็พาซื่อเข้าไปอีก
               คราวคนมาเยี่ยมชมบ้าน ไอ้ตี๋ลั้งพาไปดูโครงการบ้านของ ‘เฮียซ้ง ผู้อาวุโสแห่งวงการกาแฟเย็น’
               “ดูก่อนได้ครับ ถ้าไม่ถูกใจให้ติดต่อไปที่เบอร์ช่างสม...งิ ตามเบอร์นี้ครับ” ไอ้ตี๋ลั้งยิ้ม ยื่นเบอร์ให้ผู้มาเยี่ยมชมบ้าน
               “ดูท่าจะยังไง ยังไง แล้วล่ะ” ผู้มาเยือนเยี่ยมชมสองคนหันมองหน้ากันแล้วก็ผละจากที่นั่น
               ไอ้ตี๋ลั้งคิดว่าตนทำงานกับเฮียซ้ง ไม่ควรใช้เวลางานหาประโยชน์ที่เอื้อต่อช่างสมิง พอคิดได้ไอ้ตี๋ลั้งคิดวนในใจ
               รึว่าไอ้ช่างสมิงมันแกล้งเรา หาว่าเฮียซ้งจ้างมาเป็นนายหน้าขายบ้าน ที่แท้มันเป็นกลหลอกกูให้มาเป็นคนสวน นี่ใจมึงมันร้ายกว่าเสือสิงห์กระทิงแรดเสียอีก
            สายตาของไอ้ตี๋ลั้งมองบ้านทั้งสิบหลังของเฮียซ้ง คิดเตลิดในใจ...
               ถ้าเป็นของเราทั้งสิบหลังคงจะดีสินะ แต่ถ้าเลือกได้สักหลัง จะเลือกหลังที่...
            ไอ้ตี๋ลั้งเสียวหัวใจวาบ ทำไมถึงได้รู้สึกหลอนและวังเวงเช่นนี้
ความรู้สึกนั้นคล้ายเพียงกระแสลมผ่าน ผ่านมา... ผ่านไป...
               มันทำได้เพียงรดน้ำต้นไม้รดน้ำหญ้าในสวน ถอนหญ้าใต้ต้นดอกเข็ม แล้วก็มองเฮียซ้งขับรถบีเอ็มวนเข้ามา
               ไอ้ตี๋ลั้งรายงานการเข้ามาเยี่ยมเยือนของผู้คนในเฮียซ้งฟัง เฮียซ้งฟังง่ายๆ แล้วสั่งงานง่ายๆ มันเป็นงานที่ไอ้ตี๋ลั้งสบายใจพอสมควร มันยอมอยู่ใต้คนที่ฉลาดกว่ามันเท่านั้น
               “เฮีย ผมว่าจะออกจากงานแล้ว” แม้มันยอมให้เฮียซ้ง แต่ไอ้ตี๋ลั้งก็ยังมีความประสงค์จะออกจากงานอยู่ดี
               “อ้าว มึงออกไปเลี้ยว เลี้ยวมึงจะไปทำงานอาไลของมึง”
               “ผมว่าจะไปขายของออนไลน์”
               “มันก็มีความเสี่ยงนะมึง”
               “ก็ใช่ครับ มันก็อาจจะสบายใจกว่า” ไอ้ตี๋ลั้งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวความในใจออกมา “แต่เท่าที่ทำงานมาเฮียให้เงินเดือนผมมากที่สุด”
               “ใช่สิว้า เก้าพันมันไม่ใช่น้อยๆ” เฮียซ้งกล่าว ปีนั้นอยู่ในพุทธศักราชราวปี 2560
               ไอ้ตี๋ลั้งมันซึ้งใจในเงินเดือนของเฮียซ้ง ไม่อึดอัดใจเวลาทำงาน แต่มันก็มีความเคลือบแคลงบางอย่างอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
               เช้าหกโมงตรง มันมาเปิดบ้าน ไล่ทำความสะอาดแต่ละหลัง ทยอยรดน้ำต้นไม้ ดูแลสวน
               กว่าแดดจะแรงร้อน มันก็ได้พัก...และออกไปกินอาหารกลางวันแล้ว
               ร้านอาหารตามสั่งที่แสนช้าอยู่ใกล้โครงการบ้านของเฮียซ้งที่สุด แต่ทว่าไอ้ตี๋ลั้งก็จำต้องรอราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้กิน พอขับมอเตอร์ไซค์กลับมาที่โครงการหมู่บ้านของเฮียซ้ง ไอ้ตี๋ลั้งก็เห็นทัศนียภาพเดิมๆ อย่างเคย
               ท้องฟ้าสีครามในฤดูหนาว ก้อนเมฆสีขาวอ้อยอิ่ง เหมือนก้อนสายไหมที่ดูเพลินลอยล่องบนท้องนภา บ้านทั้งสิบหลังของเฮียซ้งหยัดยืนอย่างสง่าในบรรยากาศของธรรมชาติที่...ล้อมรอบด้วยต้นสักสูง และที่สำคัญ...มันค่อนข้างเปลี่ยว
               เปลี่ยว... ที่ไอ้ตี๋ลั้งคงไม่ได้ปลอบใจตัวเองเอาเสียเลย
               ใช่ มันคิดว่ายังไม่เปลี่ยวพอในทัศนะของมัน
               ข้างๆ เป็นโรงงาน เลยไปเป็นซอยเป็นถนน เป็นปศุสัตว์ฟาร์มม้า เลยไป...เป็นป่าไม้และภูเขาสูง ที่จะเชื่อมเข้ากับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนหลังแมกไม้แห่งนั้น
               อยากอยู่อย่างสงบแบบนี้จัง ไอ้ตี๋ลั้งเผลอคิด
               และแล้วมันก็สลัดความคิดออกไปจากหัว
               นกแก้วสีแดงเหลือบเขียวเหลืองบินโผมาหามัน มันเกลียดสัตว์ปีกเกือบทุกประเภทโดยเฉพาะลูกเจี๊ยบ นกก็เป็นหนึ่งในนั้น
               นี่เหมือนจะเป็นสาเหตุหลักที่ไอ้ตี๋ลั้งอยากออกจากงานนี้ไปให้พ้นๆ เสียที
               มันถือไม้ไว้ไล่นกที่จะมาคลอเคลียมัน นกแก้วนั่นก็บ้าใช่ที่ ตามมันไปทุกหนแห่งราวเชื่อง ไอ้ตี๋ลั้งเอาไม้แหย่จะงอยปากมัน มันจิกไม้ของไอ้ตี๋ลั้งระรัว ไอ้ตี๋ลั้งเริ่มรู้สึก...หลอน
               ไอ้ตี๋ลั้งระแวงไปจวบจนเย็นย่ำ หกโมงเย็นก็จะได้กลับหอพักแล้ว พอคิดมันก็ได้ผ่อนคลายใจ
               จนลุงเบญจาขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาเพื่อเปลี่ยนเวร
               “ลุง ไอ้นกนี่มันตามผมมา” ไอ้ตี๋ลั้งพูดเชิงขอความช่วยเหลือจากลุงเบญจา ทว่าลุงกลับทำใบหน้าเหลี่ยมเจือด้วยความอารีจิตที่ไอ้ตี๋ลั้งหลอน
               “ลั้ง ลั้งเอามันกลับบ้านไปเลี้ยงเป็นบุญไหม”
               ไอ้ตี๋ลั้งใจหายวาบ มันรีบบึ่งรถไปหอพักเพื่อไม่ให้นกบินตามมันกลับ
               คืนนั้น...ไอ้ตี๋ลั้งฝัน
               ฝันว่าใต้บ้านทั้งสิบหลังของเฮียซ้งนั้นมีชาวบ้านยืนกันเต็มไปหมด เป็นชาวบ้านที่ตัวแข็งทื่อ แสงสีส้มของอาทิตย์อัสดงสาดส่องจนเห็นเป็นเหลือบเงาโทนดำส้มจวบจนแสงหรี่เปลี่ยน สลับเงาเป็นดำแดง คนพวกนั้นจำนวนร่วมร้อยที่อาศัยอยู่ใต้ช่องว่างของพื้นกระเบื้องใต้โครงการบ้านเรือนทั้งหมดของเฮียซ้งยังยืนนิ่ง มีทั้งคนแก่ชรา คนทำงาน ไปจนถึงเด็กๆ
               ไอ้ตี๋ลั้งตื่นจากฝัน คิดเพียงแค่ว่า ไร้สาระ
               ความหลอนนั้นยังคงดำเนินไป ทั้งที่เหตุผลยังคงข่มความในใจของไอ้ตี๋ลั้ง
               มันยังคงไปทำงานที่นั่น
               ถ่อมตนศึกษางานจากเสี้ยวเวลาที่พบกับลุงเบญจา
               “ลั้งอาจจะเครียดหรือคิดมากเกินไป ทำใจให้สบาย” ลุงเบญจากล่าวแก่ไอ้ตี๋ลั้งในวันหนึ่ง
               ไอ้ตี๋ลั้งบอกเล่าแม้กระทั่งความฝันให้ลุงเบญจา ทว่าลุงแกกลับไม่พูดและเลี่ยงจากเรื่องราวนั้น ไอ้ตี๋ลั้งอุ่นใจยามที่รู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมาเปลี่ยนกะ พักหลังๆ มันหันกลับไปมอง ก็ยังเห็นลุงเบญจามองมาอย่างไม่ละสายตา
               เพียงเจียดเวลาคุยกับลุงเบญจาครึ่งชั่วโมง ก็กลายเป็นเกือบชั่วโมง
               จวบจนวันหนึ่ง...ไอ้ตี๋ลั้งก็อยู่โยงยืนคุยกับลุงเบญจาจนฟ้ามืด
               ทุกครั้งที่ไอ้ตี๋ลั้งจะกลับหอพัก มันมักจะมองลุงเบญจาคล้อยหลังเสมอ บางครั้งก็คล้ายกับว่าลุงเบญจาหายตัวไปในชั่วพริบตา บางครั้งก็เห็นลุงเบญจานิ่งผิดมนุษย์
               ก่อนวันที่ไอ้ตี๋ลั้งจะออกจากงานนั้นเพียงสามวัน
               ไอ้ตี๋ลั้งก็หันกลับไปมองหมู่บ้านของเฮียซ้งอีกครั้ง คราวนั้นฟ้ามืด ลุงเบญจาผละหายเข้าไปในส่วนหนึ่งส่วนใดของบ้านในเงามืดแล้ว ไอ้ตี๋ลั้งหันไปมองบ้านคล้ายอาลัยในงานที่ตนทำ
               มันสงัดวังเวงราวกับมองเห็นภาพบ้านโบราณที่โอ่โถง เสียงนกผีเสียดหูแว่วมา ไอ้ตี๋ลั้งยังทำซื่อซึ้งใจก่อนจะหันหน้าบึ่งรถกลับ
               “เฮีย จ้างคนตอนกลางคืนก็พอละมั้ง” ไอ้ตี๋ลั้งพูดหลังจากยกมือไหว้รับธนบัตรใบละพันจำนวนเก้าใบ
               เฮียซ้งไม่ตอบ ไอ้ตี๋ลั้งพึงรู้อยู่แล้วว่าแกรอบคอบพอโดยเฉพาะการเฝ้าระวังในยามวิกาล อย่างไรเสียผู้อาวุโสแห่งวงการกาแฟเย็นก็มีเงินมากพอที่จะจัดจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยให้แกได้อุ่นใจมากกว่าที่จะปล่อยผ่านเสีย
               “ว่าแต่เฮีย ลุงเบญจาคนเดียวจะไหวเหรอครับ”
               “ลุงเบญจาไหนของมึง” เฮียซ้งพูดแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง
               “ก็คนที่เฮียจ้างจากบริษัทรักษาความปลอดภัยไง”
               เฮียซ้งเงียบ แกคงเข้าใจว่าไอ้ตี๋ลั้งเข้าใจผิด
               หลังจากที่ออกจากงานโครงการบ้านของเฮียซ้งนั้นแล้ว เบอร์ลุงเบญจาก็ปรากฏสายเรียกเข้ามือถือของไอ้ตี๋ลั้ง
               “ครับ”
               “ลั้ง วันนี้ทำไม่ยังมาไม่ถึง” นั่นเป็นเวลาหกโมงสิบกว่านาที
               “ลุง ผมออกจากงานนั้นแล้ว”
               “ไว้เจอกันนะ”
               ไอ้ตี๋ลั้งพาซื่อ หัวเราะหึหึ คิดไปว่าลุงเบญจาเสียสติไปเสียแล้ว
               หลังจากนั้นลุงเบญจาโทรเข้ามาอีกสองครั้ง ไอ้ตี๋ลั้งก็ไม่รับโทรศัพท์จากแกอีกเลย
               ไอ้ตี๋ลั้งมันไม่กลัว เพียงสำเหนียกหลอนแค่บางระลอกเท่านั้น มันพาซื่อ หารู้ไม่ว่าที่เปลี่ยวนั้นมันมีตำนานเก่าแก่ที่มันไม่เคยรู้ห่าอันใดเลย



Create Date : 01 กันยายน 2569
Last Update : 1 กันยายน 2569 13:30:30 น. 0 comments
Counter : 295 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

คิมหันต์วิษุวัต
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นความฝัน ดวงตะวัน กลางคืนเที่ยง
ที่ร้อยเรียง ความทรงจำ อันล้ำค่า
เคยได้ฟัง ใต้ต้นไม้ แต่นานมา
จึงเล่าผ่าน อักษรา เป็นความเรียง

space
space
[Add คิมหันต์วิษุวัต's blog to your web]
space
space
space
space
space