เบาบับ..ต้นอัลลัยหว่า
ไม่เคยคิดจะปลูกต้นไม้มาตั้งนานแล้วนะ.. 
ลองสั่งต้นอ้วนตันไป 3 ต้น จริง ๆ ต้นมันใหญ่มากกกกกก.. 
แต่จะเอามาเลี้ยงในกระถาง ไม่รูจะเลี้ยงรอดหรือไม่รอด ลองดูแล้วกัน อิอิ 


“ต้นเบาบับ (Baobab Tree)” ต้นไม้ชื่อแปลกไม่คุ้นหูต้นนี้หลายคนคงนึกสงสัย แต่อันที่จริงเราอาจเคยรู้จักต้นเบาบับมาแล้ว หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง The Lion King คงจะจำภาพต้นไม้ประหลาดที่ตัวละครชื่อ Rafiki ใช้เป็นบ้าน หรือในหนังสือเรื่อง “Little Prince” (Le Petit Prince) โดย Antoine de Saint – Exupery กล่าวถึง ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใหญ่เกินกว่าที่จะอาศัยอยู่บนดาวดวงน้อยของเจ้าชายน้อยได้

ต้นเบาบับ (Baobab) มีชื่อจีนัสคือ Adansonia จัดอยู่ในวงศ์ BOMBACACEAE มีทั้งหมด 8 ชนิด (species) ถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะมาดากัสการ์ 6 ชนิด และอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของทวีปแอฟริกาและออสเตรเลียอีกแห่งละชนิด ความมหัศจรรย์ของต้นเบาบับคือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่กันดารแห้งแล้ง เนื่องจากมีบริเวณกลางลำต้นขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บกักน้ำไว้กับตัวได้อย่างมหาศาล ในช่วงที่มันผลัดใบจนหมดเหลือแต่กิ่งก้าน จะเห็นเหมือนกับรากไม้ชี้ขึ้นฟ้า บางครั้งจึงอาจเรียกว่า ต้นไม้กลับหัว (Upside-down Tree) ความโดดเด่นของต้นเบาบับมีหลายอย่าง เช่น เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มีอายุโดยทั่วไปถึง 1,000 - 3,000 ปี ในขณะที่มันมีอายุได้ถึง 6,000 ปี จะมีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก เป็นไม้เนื้ออ่อนที่โตเร็วมาก ต้นเบาบับมีความสูงเฉลี่ย 25 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นมากถึง 6-10 เมตร ติดอันดับต้นๆ ของต้นไม้ที่มีลำต้นอ้วนที่สุดในโลก

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของต้นเบาบับที่กำลังได้รับความสนใจ คือ ทุกส่วนของต้นสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เป็นยาป้องกันและรักษาโรคในมนุษย์ได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) กล่าวคือ

- ใบ ใช้รับประทานทั้งในรูปของผักสด หรือเป็นส่วนผสมที่สำคัญของอาหารประเภทต้ม (Stew) บำรุงร่างกาย บำรุงผิว มีสารป้องกันอนุมูลอิสระมากกว่าใบมะรุมหลายเท่า

- เนื้อของผลมีลักษณะคล้ายเนื้อในมะขามเทศเป็นปุยสีขาว คนแอฟริกันเรียกว่า ขนมปังลิง (Monkey’s bread) มีรสเปรี้ยวคล้ายลูกหยี นำมาทำเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 6 เท่า และมีสรรพคุณทางยาสูงมาก จนทางตลาดร่วมยุโรปอนุญาตให้นำไปผสมกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้แก่มนุษย์ได้

- เมล็ดใช้รับประทานสด หรือคั่วแทนกาแฟ หรือนำไปเพาะให้งอกเสียก่อนแล้วรับประทานเป็นผักสดเช่นเดียวกับถั่วงอก น้ำมันจากเมล็ดใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอางบำรุงผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นง่าย กระตุ้นให้เกิดผิวใหม่มาทดแทนโดยเร็ว และไม่ทำให้ต่อมตามรูขุมขนอุดตัน น้ำที่บีบออกมาจากรากและลำต้นมีคุณสมบัติเป็นยาชูกำลัง แก้ร้อนใน แก้โรคมาเลเรีย โรคกระเพาะ

- เปลือกรอบต้นจะมีเส้นใยที่มีความเหนียว สามารถถากเอาส่วนที่เป็นเปลือกรอบนอกของต้นมาทำเป็นเชือก ทอเสื่อ แห อวน ทอเป็นผ้าหรือทำกระดาษได้

เบาบับเป็นต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ยังไม่มีการปลูกกันเป็นสวนหรือเป็นไร่ แต่ด้วยสรรพคุณและประโยชน์มหาศาล ที่สำคัญทุกส่วนของต้นเบาบับสามารถนำมาเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย ทำให้คาดว่าอีกไม่นาน ต้นเบาบับจะเป็นที่นิยมในการปลูกมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันทางการ EU และสหรัฐอเมริกายังไม่ได้อนุมัติการนำเข้าผลเบาบับ แต่อีกไม่นานก็คงจะอนุมัติ และต่อไปชาวยุโรปและชาวอเมริกันก็คงจะได้บริโภคเบาบับกันสดๆ จึงทำให้เกิดความกังวลใจว่า หากต้นเบาบับกลายเป็นต้นไม้สำคัญและมีผู้นิยมปลูกกันมากขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรน้ำในพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นในอนาคตหรือไม่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถแวะมาเยี่ยมชมต้นเบาบับนี้ได้ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งได้นำ ต้นเบาบับ (Baobab Tree) ที่ได้จากการเพาะเมล็ดที่เก็บมาจากประเทศมาลี โดยคุณ เวียนนารัตน์ ช่วงวิวัฒน์
คุณวิไลลักษณ์ ช่วงวิวัฒน์ และคุณพักตร์ สุขแก้ว เป็นผู้ปลูกเลี้ยงและได้มอบให้กับอุทยานหลวงราชพฤกษ์นำมาปลูกไว้จำนวน 2 ชนิด คือ
Adansonia digitata L.และ Adansonia za Baill. จากนี้ต้นเบาบับก็จะเจริญเติบโตให้พวกเราได้เห็นความมหัศจรรย์ของต้นไม้ชนิดนี้ต่อไป

แม้ว่าโลกจะไม่มีที่เพียงพอสำหรับต้นเบาบับ แต่ในหนังสือ Little Prince เจ้าชายน้อยก็แนะนำว่า

“การดูแลโลกเป็นงานที่หนักและเหนื่อย แต่ก็เป็นงานที่ง่ายหากจัดการได้ดี...”


credit: //www.royalparkrajapruek.org/main/group3_detail.php?id=33




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2556 15:28:34 น.
Counter : 1037 Pageviews.

0 comment

kefz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]