ตุลาคม 2568
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
26 ตุลาคม 2568

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – มรรคาแห่งชีวิต :



: มรรคาแห่งชีวิต :
เขียน : พระไพศาล วิสาโล และ อาทิตย์ยามเช้า
ภาพประกอบ : สมภพ บุตราช









หนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนร่วมกันระหว่างพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล กับ อาทิตย์ยามเช้า
หลายเรื่องเป็นชาดก นิทาน หรือเรื่องเล่า ที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อสอนใจ

ในห้วงยามที่หลายคนคิดว่าสถาบันสงฆ์กำลังสั่นคลอน
เพราะเกิดปัญหาขึ้นมากมายใหญ่โต ทั้งการเสพเมถุนกับสีกา
เงินบริจาคที่มากมายมหาศาลของวัดและพระชั้นผู้ใหญ่

หลายคนบอกว่า “ศาสนาเสื่อม”
แต่ในความรู้สึกของผม ศาสนาไม่เคยเสื่อมเลยครับ
ที่เสื่อมคือคนที่อยู่ในศาสนาแบบไม่มีปัญญาต่างหาก
หากเราใช้ปัญญาพิจารณาความจริงที่เกิดขึ้น
เราจะเห็นประโยชน์มากกว่าโทษด้วยซ้ำ

เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากข่าวฉาวหรือข่าวคราวด้านลบของวงการสงฆ์
ควรฉวยโอกาสนี้ในการปรับปรุงข้อบังคับหรือกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัย
แทนที่จะโกรธแค้นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติตนไม่ดี
ลองช่วยกันหาวิธีจัดการองค์กรหรือวัด
ให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องดีงามอย่างที่ควรเป็นจะดีกว่า

‘หลักธรรม’ ไม่เคยแปดเปื้อนหมองหม่นแต่อย่างใด
ในสัจธรรม --- ความจริงยังคงเป็นจริงเช่นนั้นเสมอ
แต่คนที่เพียรพยายามค้นหาหลักธรรมต่างหาก
ที่หลงทิศหลงทาง ทั้งคนที่กราบไหว้ กับคนที่อาศัยศรัทธาในการทำมาหาเงิน


‘มรรคาแห่งชีวิต’ กับ ‘มรรคาแห่งธรรม’
หาได้มีสิ่งใดแตกต่างกันไม่
หากเราเรียนรู้ ศึกษา จนค้นพบ ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ในมายา
เราย่อมค้นพบ ‘ความจริงแท้’ ซึ่งอยู่ในตนได้ในที่สุด
และเมื่อนั้น...เราย่อมพบว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอาศรัทธาของตน
ไปฝากไว้กับสิ่งใดหรือใครผู้ใดเลย


-----------------------------------------------



: มรรคาแห่งชีวิต :

เราเดินไป
บนเส้นทางที่ไม่รู้จุดจบ

ทุกย่างก้าว
เต็มไปด้วยคำถาม
ที่ไม่มีคำตอบตายตัว

หนทางนี้
ไม่ได้อยู่ไกลเกินก้าวถึง
และไม่ได้อยู่ใกล้เกินจนไม่ต้องออกแรงค้นหา

สุดท้าย “มรรคาแห่งชีวิต”
หาใช่ที่อื่นใด
แต่อยู่ตรงก้าวนี้...
ก้าวแรกที่เราเลือกจะก้าวไป

แม้ทางเดิน
อาจมิได้มีอยู่จริง
มีเพียงผู้ก้าว
กับก้าวที่เกิดขึ้น

เมื่อเห็นแจ้งว่า
“ผู้ก้าว” และ “ย่างก้าวนั้น”
หาใช่สิ่งซึ่งแตกต่างกัน
หนทางก็ดับลงตรงนั้น

ทุกเส้นทางย่อมถึงวันสิ้นสุด
มรรคาแห่งชีวิต
ไม่เคยเริ่ม ไม่เคยจบ
เพียงเผยออกมา
ในความว่างและความนิ่งของจิตใจ

ก้าวแรก
ไม่มีผู้ก้าว
ก้าวสุดท้าย
ไม่มีเส้นทาง
มีเพียงความว่าง
ที่เดินอยู่เช่นนั้นเอง





































Create Date : 26 ตุลาคม 2568
Last Update : 26 ตุลาคม 2568 3:56:35 น. 8 comments
Counter : 699 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณปัญญา Dh, คุณหอมกร, คุณtanjira, คุณชีริว, คุณtoor36, คุณChow Tu Tu, คุณปรศุราม, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน


 
ให้ถามตัวเองว่าพร้อมที่จะตายหรือยังนี่
ตอนนี้ ยังเตรียมความพร้อมได้ไม่เต็มร้อยครับ
เพราะ ถ้าพร้อมจะตายนี่ เจ็บป่วยก็คงไม่ต้องรักษาปล่อยมันไป
จิตใจก็ยัง ไม่แน่วแน่ มั่นคงซักเท่าไหร่
คงต้องเตรียมความพร้อมอีกซักกระยะก่อนละครับ ขอ 50 ปีพอครับ แฮร่ 555

เมื่อวาน อาจารย์เต๊ะ กลับมาเปิดห้องดูหนังอีกครั้งแล้วครับ
ดูมันทั้งที่เวียนหัวนี่แหละ เอาซี้ สู้ชีวิตกันน่าดู้ 5555

ลองสั่งแผ่น blu ray superman ภาคใหม่ ที่มีพากย์ไทย ที่คนด่ากันทั้งเมืองมาดู
แต่ยังไม่เปิดพากย์ไทยนะครับ ดู soundtrack ก่อน แฮร่
ภาคไทยเอาไว้ดูทีหลัง เหมือนกินก๋วยเตี๋ยว ต้องเก็บลูกชิ้น
ไว้กินตอนใกล้จะหมดชามครับ 5555



โดย: multiple วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:4:50:31 น.  

 
การเปรียบเทียบกับคนอื่นทำให้ทุกข์จริงๆ
ถ้าเราไปเปรียบเทียบกับอาจารย์ทำไมเรา
ไม่มีห้องดูหนังแบบอาจารย์บ้างเราก็ทุกข์
เป็นหนังสือย่อยง่ายเล่มนึงเลยคุณก๋า
เข้าใจอาจารย์เลย เพราะเวียนหัวไม่หาย
จึงต้องพยายามหาหมอเพื่อให้หายเนอะ





โดย: หอมกร วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:5:58:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

การเปรียบเทียบทำให้ทุกข์
พอๆกับการไม่ยอมปล่อยวางทุกข์ในใจตัวเองนะคะ

แม่ไม่ยอมปล่อยวางบางเรื่อง ทำให้ตัวเองใจเป็นทุกข์
พลอยทำให้คนรอบข้างอย่างพี่มองเห็นทุกข์ของแม่
แล้วก็รู้สึกว่าได้ว่า ทำไมคนเราไม่ยอมปล่อยวางของหนักๆ
แบกไว้ทำไมให้เจ็บไหล่ทั้ง2ข้างนะ

ทุกข์ของคนเราต่างกัน ใครวางได้ก่อนก็หมดทุกข์ก่อนนะคะ

พี่ดูแลพ่อแม่ เห็นสุขของพ่อแม่ เห็นทุกข์ของพ่อแม่
เมื่อก่อนเก็บเอาทุกข์ของทุกคนมาแบกไว้จนตัวเองเป็นซึมเศร้า
หลังๆพี่ค่อยๆวางทุกอย่างลง วางที่ละเรื่อง
ถึงวันนี้รับมา รู้สึก แล้วปล่อยไปค่ะ
แก้ที่ใครไม่ได้ต้องแก้ที่ตัวเราก่อนเลยค่ะ

เช้านี้พร้อมหน้าพร้อมตาสภากาแฟแล้วนะคะ



โดย: tanjira วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:6:22:03 น.  

 
เรื่องจริงเลยครับ เทียบตัวเองกับคนอื่น พอเราแย่กว่าก็ทุกข์ทันที เอาชนะตนเองในวันวาน แบบนี้จะดีกว่า


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:11:12:02 น.  

 
ถ้าศาสนาตั้งอยู่บนความจริง ศานาก็ไม่มีวันเสื่อม
ต่อให้คนเลิกนับถือจนกลายเป็นศาสนาที่ตายไปแล้ว ศาสนาก็อยู่ของตัวเองแบบนั้นต่อไป
ช่วงนี้การทำบัญชีของวัดต่างๆ ดูพัฒนาขึ้นเยอะเลยครับ ชอบที่หลายวัดมี QR บริจาคเงินแล้วส่งข้อมูลไปสรรพากรหักภาษีให้เราเลย หลังๆ ผมเลิกทำบุญผ่าน QR เป็นหลัก ถ้าให้มูลนิธิก็ทำที่ตัวเองวางใจอย่างมูลนิธิกระจกเงา

ภาพสวยครับบล็อกนี้ เป็นภาพประกอบหนังสือหรืองานศิลป์ของท่านใดครับ?


โดย: ชีริว วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:15:04:21 น.  

 
สวัสดีตอนค่ำนะคะ คุณเก๋า

ฝั่งนี้ยังคงมีฝนตกทุกวัน เดือน ตุลาคม นี้เป็นเดือนแห่งการจากลา สำหรับเราเลย

ขอให้สุขมากกว่าทุกข์นะคะ


โดย: Chow Tu Tu วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:19:31:09 น.  

 
สวัสดี ยามดึก จ้ะ น้องก๋า

วันนี้ประชุมสมาคมนักเรียนเก่า ลงมติ ไม่จัดงานคืนสู่เหย้า จ้ะ
กลับบ้านบ่าย ๆ ก็ง่วงตามเคย อิอิ
อ่านความคิดเห็นเกี่ยวกับพระผู้ใหญ่ที่เป็นข่าว ทั้งสีกา ทั้ง
เรื่องเงินทอง เศร้าเนาะ เห็นด้วยกับเธอนะศาสนาไม่ได้เสื่อม เพราะ
ศาสนาไม่มีชีวิตจะไปเสื่อมได้อย่างไร คนที่อาศัยศาสนา นั่นแหละ
ที่เสื่อม ศาสนาเขาก็อยู่ของเขาเฉย ๆ เนาะ อิอิ
พระไพศาล ก็เป็นพระที่มีคำสอน ดี ๆ เป็นข้อคิด ครูก็อ่านเจอ
ในโซเชียลบ่อย ๆ อยู่เหมือนกัน จ้ะ
โหวดหมวด แนะนำหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:22:23:09 น.  

 
หนังสือน่าสนใจครับ
ผมดูหนังจีนซีรีย์ แนวเทพเซียน มีมรรคาแห่งเซียน ถึงแม้จะมีหลายทาง ก็จุดจบเดียวกัน ก็ดูๆไปครับ
ตั้งแต่มีเรื่องบริจาคเงินวัด(เข้าส่วนตัว)ที่เป็นเรื่องใหญ่โต
บริจาคเงินเข้าวัดเวลานี้ ต้องจ่ายผ่านQR CODE เข้าบัญชีวัดโดยตรงครับ




โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:23:55:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#21


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]