: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้ :
: ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้ :เขียน : John C.maxwell แปล : พิมพ์ใจ สุรินทรเสรี

‘ความล้มเหลว’ และ ‘ความพ่ายแพ้’ ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ในห้วงยามของความพ่ายแพ้ เราอาจได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง สิ่งที่ควบคู่กับ ‘ความสำเร็จ’ ไปตลอดทาง คือ ‘ความล้มเหลวและความผิดพลาด’ ไม่มีใครเริ่มทำอะไรครั้งแรกแล้วประสบความสำเร็จได้ทันที แต่คนส่วนใหญ่พอล้มเหลวก็ล้มเลิกความตั้งใจ ถอดใจยอมแพ้ ไม่ปรับวิธีคิดหรือเปลี่ยนวิธีการทำงาน ไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่นำความล้มเหลวมาใช้เป็นบทเรียน
ใช่ --- ในยามปราชัย ทุกอย่างล้วนเลวร้าย ความรู้สึกย่อมเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องสูญเสียจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้
การกลับมายอมรับความจริง คือ ขั้นตอนแรกของการเรียนรู้ เพื่อจะปรับปรุงตัวเอง เปลี่ยนความคิด สร้างความหวังกำลังใจให้ตนเอง
‘ความทุกข์ยาก’ สามารถใช้เป็นตัวเร่งในการเรียนรู้ ทุก ‘ปัญหา’ คือ โอกาสในการค้นพบเส้นทางใหม่ที่นำไปสู่ความสำเร็จ ทุก ‘ประสบการณ์ที่เลวร้าย’ อาจกลายเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการค้นพบความสามารถในตนเอง
ช้าหรือเร็ว....’การเปลี่ยนแปลง’ ย่อมเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเสมอ บางสิ่งต้องยอมเสียไปเพื่อเรียนรู้ บางอย่างต้องล้มเลิกไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ การชนะไม่ใช่ทุกสิ่ง ; การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต
John C.maxwell เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา โดยรวบรวมและเรียบเรียงถ้อยคำที่มีคุณค่าความหมาย จากบุคคลผู้เคยล้มเหลวและกลับกลายมาเป็นผู้ประสบความสำเร็จจำนวนมาก เขานำประโยคเหล่านั้นมาเรียงร้อยจนกลายเป็นแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อ ‘ความล้มเหลว’ ให้กลายเป็น ‘ความสำเร็จ’ อย่างไรก็ตาม....ต่อให้แนวคิดนั้นดีเยี่ยมเพียงใด หากเราไม่นำมันไปใช้ ไปปรับปรุงตนเอง หนังสือนั้นก็ทำหน้าที่เพียงให้แนวคิด มอบแรงกระตุ้น แต่ไม่อาจมอบ ‘ความสำเร็จที่แท้จริง’ ให้ใครคนใดได้เลย














| Create Date : 23 ธันวาคม 2568 |
| Last Update : 23 ธันวาคม 2568 4:49:36 น. |
|
13 comments
|
| Counter : 625 Pageviews. |
|
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณmultiple, คุณtanjira, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณThe Kop Civil, คุณกะริโตะคุง, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณmcayenne94, คุณทนายอ้วน, คุณปรศุราม, คุณชีริว, คุณสองแผ่นดิน, คุณอุ้มสี |
โดย: multiple วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:5:38:55 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:5:54:04 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:7:02:31 น. |
|
|
|
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:13:32:18 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:16:42:17 น. |
|
|
|
โดย: mcayenne94 วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:18:05:03 น. |
|
|
|
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:18:45:54 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:19:53:32 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:22:01:08 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:23:25:29 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 27 ธันวาคม 2568 เวลา:3:22:25 น. |
|
|
|
| |
สมัยอาจารย์เต๊ะ เรียนจบใหม่ๆ ความรู้ยังน้อยนิด
ทำงานก็ต้องผิดพลาดบ่อยๆ แต่โชคดีที่ได้ไปอยู่ในที่ที่เป็นแหล่งความรู้ ได้ไปทำงานในโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผู้รับเหมารับงานประมูลมา
อาจารย์เต๊ะก็ทำหน้าที่ถอดแบบประมาณราคาแล้วก็เขียน shop drawing อยู่หลายปี
อาจารย์แต๊ะได้เรียนรู้วิธีการเขียนแบบ วิธีคิด concept ของออฟฟิศใหญ่ๆออฟฟิศดังๆมากมาย
ฝึกเขียนตามแบบอยู่หลายปี
ช่วงนั้นก็โดนโกงมั่งเขียนแล้วไม่ได้เงินมั่งล้มเหลวอยู่บ่อยๆ ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่ได้คิดอะไรมากถือว่าเป็นการฝึกมือหาประสบการณ์นะครับ
ย้อนกลับไปลองคิดดูใหม่นี่ความรู้ที่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยนี่ ยังไม่ได้ครึ่งถึงตอนที่ได้มาเรียนรู้ชีวิตจริงของจริงงานจริงเลยนะครับ
เป็นความจริงเลยที่คุณก๋า บอกว่าความรู้ไม่ต้องเรียนในมหาลัยนะครับ แหล่งความรู้มีอยู่รอบตัวเราขอให้อยู่ถูกที่ถูกจังหวะแค่นั้น บวกความตั้งใจขยันอดทนเราก็สามารถหากินใช้ชีวิตอยู่รอดได้นะครับ