ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
23 ตุลาคม 2562

:: ก๋าราณีตอบคำถามน้องเสือย้อมแมว ::



:: ก๋าราณีตอบคำถามน้องเสือย้อมแมว ::


ทำไมเราจึงยังไม่สามารถพิสูจน์ชีวิตหลังความตายขณะที่ยังมีชีวิตครับ
หรือเพราะว่ามันไม่มี
หรือเพราะไม่ได้นำความทรงจำไปด้วย
จิตของมนุษย์สามารถดับสูญได้ไหมครับ

คำถามโดย : เสือย้อมแมว











มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เคยลองชั่งน้ำหนักของมนุษย์
หลังจากที่เขาเสียชีวิตในทันที
นักวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำหนักตัวของมนุษย์จะลดลงโดยเฉลี่ย
ประมาณ 21 กรัม

มีคนเคยคิดเล่น ๆ ว่านั่นคือ น้ำหนักของ “วิญญาณ”

“ชีวิตหลังความตาย” เป็นหนึ่งในหัวข้อที่หลายศาสนา
นำมาเป็นหลักในการมอบความเชื่อให้กับผู้นับถือ
ว่าหากไว้วางใจและมอบชีวิตของเราไว้ให้กับพระเจ้าแล้ว
ชีวิตหลังความตายจะได้พบกับความสุขสงบ
และอยู่ในแผ่นดินสวรรค์ของพระองค์
บาปที่เคยทำไว้จะถูกชำระล้างโดยพระเจ้าจนหมดสิ้น

ในบางแนวคิดพูดถึง “ความตาย” ว่าคือ การย้ายร่าง
จากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่างหนึ่ง วนเวียนไปไม่รู้จบ
เหมือนกระแสไฟ ที่ไหลเข้าสู่พัดลมก็ให้ลมเย็น
พอปิดปุ่มพลังงาน ไฟฟ้าก็ไหลไปตามสายไฟเส้นอื่น
เข้าเครื่องปิ้งขนมปังก็ทำให้ขนมปังกรอบ
เข้าไปในไดร์เป่าผมก็ให้ลมร้อน ฯลฯ

บางศาสนาพูดถึงความตาย ว่าคือ การดับสูญ
ถ้าสามารถทำให้ตนเองมีสภาวธรรมเดียวกันกับพระเจ้า
“นิพพาน” หรือ การดับหมดไม่เหลือ จะเกิดขึ้น
หมายถึง การไม่มีการเกิด การตายขึ้นอีกในวงจรชีวิตของเรา
เราได้กลายเป็นพระเจ้า และพระเจ้าได้กลายเป็นตัวเรา
ในความเป็นหนึ่งเดียวนี้ไม่มีทั้งการเกิด และการตาย
ซึ่งหมายถึงสภาวะสูงสุดของความเป็นตัวตน




………………………….




คำถามซ้อนคำถามที่เกิดขึ้น
หลังจากพี่ก๋าอ่านคำถามของเราจบ
นั่นคือ ทำไมเราถึงอยากรู้เรื่องชีวิตหลังความตาย ?
เพราะเอาเข้าจริงคำถามนี้ต้องตอบด้วยหลักความเชื่อ
มากกว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้

พี่ก๋าไม่เคยอยากรู้เลยครับว่าตายแล้วตนเองจะไปไหน
เคยเกิดเป็นอะไร และทำไมต้องเกิดอีก

สิ่งที่พี่ก๋าตระหนักมากที่สุด คือ ตอนนี้ ขณะนี้ วินาทีนี้
ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังหายใจอยู่
ว่ามีหน้าที่อะไรที่ต้องทำ และจะทำหน้าที่นี้อย่างไรให้ดีที่สุด

การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ทำให้ไม่มีอะไรต้องติดค้างคาใจ
ถึงตายไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ
เพราะได้ทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุดแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา

หากต้องตายขึ้นมาจริง ๆ อาจเสียใจอยู่บ้างว่า
ถ้ายังอยู่ต่อได้ ตัวเราน่าจะทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้อีก
ยังสามารถดูแลให้ความรักกับคนในครอบครัวของเราได้อีก
ยังสามารถนำความรู้ความสามารถไปสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นได้อีก

แต่หากต้องตายในตอนนี้
เวลาหมด....หมดเวลา
ก็ไม่ควรต้องเสียใจอะไรอีกแล้ว
เพราะได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว

คนกลัวตาย
เขาคงกลัวเพราะที่ผ่านมายังทำหน้าที่ของตนไม่ดีพอ
ยังเป็นลูกที่ไม่ดีพอ ยังเป็นสามีภรรยาที่ไม่ดีพอ
ยังเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีพอ
ยังเป็นนักการเมือง เป็นพระ เป็นครู
เป็นตำรวจ เป็นพ่อค้าที่ไม่ดีพอ
พอทำสิ่งที่ไม่ดีไว้ก็กลัว กังวล และเสียใจ
ไม่รู้ตายไปจะต้องไปพบเจอกับอะไร
ไม่รู้ตายแล้วจะมีสภาพชีวิตที่เลวร้ายแค่ไหน
ไม่รู้ตายแล้วเกิดใหม่ชีวิตจะเป็นอย่างไร
จะดีขึ้น หรือเลวร้ายกว่าชีวิตเดิมที่เคยเผชิญหรือเปล่า




...............................




“จิต” ในความหมายที่พี่ก๋าเชื่อ
มันคือ “ความคิด” ครับ
แล้วเจ้าความคิดนี้นี่เองที่สร้างรูปแบบลักษณะ “ตัวตน” ของเราขึ้นมา

คน ๆ หนึ่งเกิดมามีนิสัย มีอารมณ์ มีหน้าตา มีพฤติกรรมต่าง ๆ
ล้วนเกิดขึ้นจาก “ความคิด” หรือ “จิต” เป็นตัวสร้างขึ้นทั้งสิ้น
จิตตัวนี้ข้ามภาพข้ามชาติมากับตัวเราโดยตลอด

จิต เกิดจากการ คิด พูด ทำ ซ้ำ ๆ
การกระทำซ้ำ ๆ เรียกว่า อุปนิสัย หรือ สันดาน
ทำจนชิน พอชินแล้วทำต่อไปโดยอัตโนมัติ

คนที่ชอบพูดคำหยาบ เป็นเพราะผมชอบฟังคำหยาบ
พอฟังมากเข้า ก็เริ่มพูด พูดคำหยาบมากเข้าก็ชิน
พอชินมากเข้าก็พูดจนกลายเป็นนิสัย

อยากเปลี่ยนนิสัย อยากเปลี่ยนตัวตน
จึงต้องเปลี่ยนความเคยชิน เปลี่ยนความคิด
ไม่ใช่ไปเปลี่ยนจากสิ่งที่อยู่นอกตัว


“จิต” มีการดับสูญหรือไม่ ?
สำหรับพี่ก๋า จิต คือ “กระแสไฟฟ้า”
จิตทำงานตลอดเวลา เพียงแต่เราจะปล่อยให้มันไหลเข้าไปสู่อะไร
กระแสไฟไหลเข้าสู่ตู้เย็น พัดลม ทีวี แอร์ เครื่องเล่นเพลง ฯลฯ
มันก็ทำหน้าที่ไปตามสิ่งที่มันเป็น

กระแสความคิด วิ่งเข้าไปสู่สิ่งใด
ชีวิตก็เป็นอย่างนั้น วิ่งเข้าไปหากิเลส ตัณหา อวิชชา
ชีวิตก็พัวพันดำดิ่งอยู่กับความทุกข์ ความเจ็บปวด และความกลัว

ถ้าให้จิตวิ่งไปสู่ความสงบ ความสว่าง ความสะอาด
จิตก็ไม่ถูกพัวพันด้วยความทุกข์ และความหลงผิด

แล้วใครล่ะเป็นคนเลือกว่าจะไปสู่สิ่งใด
เราเองนี่ล่ะครับ ไม่ใช่ใครอื่นใดเลย



......................................




ถึงวันหนึ่งเมื่อน้องอายุมากขึ้น
ข่าวที่ได้รับรู้ คือ การตายจากไปของคนที่เรารู้จัก
คนที่เรารักจากไปทีละคน ๆ ตามเหตุปัจจัย
ใช่ --- ทางหนึ่ง ความตาย คือ ความเศร้าโศกสูญเสีย
แต่อีกทางหนึ่งมันคือบทเรียนที่ตรงไปตรงมามากที่สุด

ไม่มีใครไม่ตาย
ไม่มีใครรอดพ้นจากความตายไปได้
ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาย
รักมากแค่ไหนก็ตาย
กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย
ตัวเราเองก็ต้องตาย

ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ
ว่าตายแล้วจะไหน
หรือใครจะทำให้ชีวิตหลังความตายของเราเป็นสุข

เพราะเรามีความสุข สงบ เบิกบานได้ตั้งแต่ยังไม่ตาย
มีชีวิตที่ดีได้ในขณะที่ยังหายใจ
ขอเพียงดูแลจิตของตนให้ดี
ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

จะตายตอนนี้หรือตอนไหน
ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปกำหนด
แต่เรากำหนดและเลือกได้เอง
ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร































 



Create Date : 23 ตุลาคม 2562
Last Update : 23 ตุลาคม 2562 6:18:15 น. 18 comments
Counter : 590 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณkae+aoe, คุณTui Laksi, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณSweet_pills, คุณเนินน้ำ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณmariabamboo, คุณhaiku, คุณRananrin, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณสองแผ่นดิน


 
ถ้าเอาตามที่คุณก๋าว่ามา ตอนนี้ อ.เต๊ะ ชักหวั่นใจยังไงไม่รู้ กลัวว่าชาติหน้า จะไปเกิดเป็น ตู้เย็น หรืเตาปิ้งย่าง ไร้ควัน เกิดไปอยู่บ้านคนขี้เกียจ มันไม่ยอมล้างยอมเช็ด ก็เหม็นแย่ เลยซิครับ เย้ย 555

กลัวจริงๆเลย เอาไงดี งั้นต้องรีบทำชีวิต ตอนนี้ให้ดีที่สุด ดีกว่านะครับ

ปล. อ.เต๊ะ ทุบเตาถ่าน ทิ้งหมดแล้วนะครับ กลัวเผื่อวันไหนจิตตก เผลออุ้มใส่รถไปจะยุ่งอีก แฮ่ๆ



โดย: multiple วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:7:35:46 น.  

 
ข่าวที่ได้รับรู้ การตายจากไปของคนที่เรารู้จัก เวลาไปงานก็จะรู้สึก.....บางทีไปงานของพ่อแม่เพื่อน ไปงานลูกเพื่อน ...เคยลองคิดว่าถ้าเป็นเราล่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:8:08:27 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า
ตอบได้ตรงตามหลักธรรม ที่เคยได้อ่านผ่านๆมาบ้าง
ชีวิตหลังความตายของเรา...ไม่อยากรู้เลย
รู้และบอกตนเองว่า "อยู่วันนี้ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า
ไม่เสียเวลากับสิ่งไร้สาระเล็กๆน้อยๆ"

อนุโมทนา สาธุธรรมค่ะ



โดย: Tui Laksi วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:9:00:00 น.  

 
"จิต" คือกระแสไฟฟ้า
เข้าใจง่ายเห็นภาพชัดเจนค่ะคุณก๋า
หากจิตหรือความคิดแล้วเราเลือกให้วิ่งเข้าสู่สิ่งดีๆให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
แนวทางชีวิตก็จะเป็นไปในทิศทางนั้นนะคะ

เรื่องความตายเป็นสัจธรรมที่ทุกชีวิตต้องเจอ
รู้แต่ไม่วิตก เมื่อเวลาของเรามาถึงก็ต้องไป
เอาเวลาที่วิตกมาคิดทบทวนสิ่งที่ควรทำในปัจจุบันน่าจะดีกว่า

ขอบคุณข้อคิดดีๆค่ะคุณก๋า


โดย: Sweet_pills วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:9:42:35 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องต๋า
คำถามน้องเสือย้อมแมวมาแล้ววววว หลังจากหายไปนาน เอ๊ะ..หรือพี่ไม่เห็นเอง ก็ไม่ค่อยได้เข้าบล็อกนี่นา
ชีวิตหลังความตายไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่
แต่ตอนยังอยู่ยังไม่ตาย ก็ใช้ชีวิตดี ๆ และมีความสุขค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:9:58:02 น.  

 
วันนี้ยาวๆ อ่านสนุกเลยครับพี่ก๋า ชอบๆ
เดี๋ยวก่อนนะครับ...บอกไว้ก่อนว่า พอผมเม้นปั้บนี่ เราจะรู้จักความคิดกันเยอะขึ้นทันที 555555

ผมเป็นพุทธนะครับ ทำบุญ ใส่บาตรปกติ เป็นครั้งคราว
แต่ผมไม่เชื่อเรื่องชาติก่อน ชาติหน้า ชีวิตหลังความตาย
ผมคิดเหมือนพี่ก๋าครับว่า จิตคือ bioelectricity หัวใจยังเต้นด้วยไฟฟ้าเลย
21g ที่หายไปหลังความตายผมเคยได้ยิน สำหรับผมมันคืออากาศที่ค้างในระบบหายใจ ในกระเพาะอาหาร ไม่มีวิญญาณ

แต่....ผมกลัวผี.....55555

ผมเชื่อว่าความตายคือ หมดไป หายไป
เป็นความว่างเปล่า ไม่รู้สึก สำนึกสุดท้ายจะหายไปแบบเราไม่รู้ตัวครับ 55555

ส่วนตัวผมอ่ะ กลัวตายมากกกก 555555
ผมรู้นะว่ามันไม่เจ็บ ไม่ทรมานอะไร แต่ตอนความคิดยังอยู่มันทรมานครับ
เพราะผมอ่ะคิดว่า วันนี้ไม่ใช่วันที่ผมอะไรมาดีที่สุด อนาคตผมยังทำได้ดีกว่า และจะดีกว่าเสมอ
ถ้าตายวันนี้ ผมจะไม่มีโอกาสได้ทำให้มันดีกว่า

แล้วรู้สึกห่วงไปหมดเลยครับ ยาวไปถึงหมา 5555555
นั่นแหละครับ ผมเลยไม่เคยคิดไปโดดบันจี้จั้ม นอกจากกลัวความสูงยังกลัวเชือกขาดด้วย T_T


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:11:13:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความดีดีนะคะ คุณก๋าลึกซึ้งมากเลยค่ะ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งหลาย ความตาย คือปลายทางของสิ่งมีชีวิตในโลกสินะคะ

เคยได้ยินว่ามีผู้สูงอายุที่ถึงแก่ความตายด้วยอาการสงบคือนอนหลับและหมดลมไปเลย ถ้าทุกคนจากไปแบบนั้นได้ก็คงดีนะคะ ส่วนคนรู้จักคนนึง (อายุมากแล้ว) บอกว่าอยากจากไปด้วยอาการหัวใจวายค่ะ

ซ่อนคำชอบหนังเรื่อง In Time มากเลยค่ะ
ดูทีไรให้ความรู้สึกว่าเวลามีค่า เป็นหนังที่ดีมากจริงๆ

ป.ล. ขอบคุณที่กรุณาโหวตให้นะคะ



โดย: ซ่อนคำ (สมาชิกหมายเลข 5545933 ) วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:11:55:59 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"ทำไมเราจึงยังไม่สามารถพิสูจน์ชีวิตหลังความตายขณะที่ยังมีชีวิตครับ
หรือเพราะว่ามันไม่มี
หรือเพราะไม่ได้นำความทรงจำไปด้วย
จิตของมนุษย์สามารถดับสูญได้ไหมครับ

คำถามโดย : เสือย้อมแมว"

ครูอ่านคำถาม ของ คุณเสือย้อมแมว ที่ถามน้องก๋าแล้ว
ก็อดขำไม่ได้ มันเป็นคำถามที่ ใครก็ยากที่จะตอบได้อย่าง
กระจ่างชัด เพราะคนจะตอบ ก็ยังไม่เคยตาย การตอบ จึงเป็น
ไปตามทฤษฎี ตามความคิดเห็น ตามหนังสือที่ผู้ทรงวุฒิ ได้
เขียน ๆ ไว้ตามความเชื่อ ซึ่งเธอก็ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดดี
ได้ความรู้ แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่ คุณเสือย้อมแมว ต้องการแน่
อิอิ คำถามนี้ น่าจะเป็นการเสวนา แลกเปลี่บยความคิดเห็น
กันมากกว่า จะเป็นคำถาม นะ

ชอบสรุปความตอนจบของการตอบคำถาม จ้ะ ตรงกับ
ความคิด ความรู้สึกของครูและน่าจะตรงกับอีกหลาย ๆ คน นะ

"มีชีวิตที่ดีได้ในขณะที่ยังหายใจ
ขอเพียงดูแลจิตของตนให้ดี
ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

จะตายตอนนี้หรือตอนไหน
ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปกำหนด
แต่เรากำหนดและเลือกได้เอง
ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร"

ชอบความคิดเห็นนี้ จ้ะ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ





โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:12:18:51 น.  

 
ทักทายค่ะ ไม่ได้เข้าบล็อกนานมากๆหลายปีเลยทีเดียว
วันนี้จำคุณกะว่าก๋าได้ ยังคงเขียนบล็อกอย่างต่อเนื่อง...


โดย: In the past วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:13:23:56 น.  

 
วันนี้ทำให้ผมนึกถึงหนัง 21 Grams เลยครับคุณก๋า
ว่าแล้วก็ต้องไปตามหามาดูอีกครั้ง

กลัวตายเหมือนกันครับ แต่ก็อยากรู้ชีวิตหลังความตาย นี่ขนาดผมทำใจได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี 555

คืนนี้ลุ้นลิเวอร์พูลกันครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:14:46:34 น.  

 
ถ้าเข้าใจชีวิตหลังควมตายดีกว่านี้ หรือติดต่อคนที่จากไปแล้วได้ ความเศร้าบนโลกคงลดไปอีกมากเลยละครับ ศาสนาต่างๆเลยพยายามอธิบายเรื่องนี้
ยังไงมันก็เป็นปลายทางของทุกชีวิตนะครับ
ส่วนน้ำหนัก 21 กรัมที่หายไปนั่นคงเป็น repeatability ของเครื่องชั่งมากกว่า
มีสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ และสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ และเราก็เรียกมันว่าปาฏิหารย์บ้าง ไสยศาสตร์บ้าง แต่พออธิบายได้เมื่อไหร่มันก็ย้ายฝั่งมาเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ
อนาคตชีวิตหลังความตายอาจถูกวิทยาศาสตร์ไขความลับหมดเปลือกเลยก็ได้


โดย: ชีริว วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:14:53:21 น.  

 
ซักวันหนึ่งเราทุกคนจะได้พบคำตอบนั้นเองค่ะ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:15:42:34 น.  

 
กะว่าก๋า Literature Blog


ส่งกำลังใจค่ะพี่ก๋า ร้อนมาก แทบละลายข้างนอกนั่น


โดย: mariabamboo วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:15:47:42 น.  

 
ไม่อยากไปใกล้มันเหมือนกันครับพี่ก๋า 555555555
ผมอ่ะนะเป็นคนเสียดายวันพรุ่งนี้ครับ
ต่อให้วันนี้ทำดีเต็มที่แล้วแค่ไหน แต่คิดว่าพรุ่งนี้เราจะทำได้ดีกว่าเสมอเลยครับ

เห็นพี่แฟรงค์พูดถึงหนัง ผมก็นึกนะครับ
เรื่อง Flat liner นักศึกษาแพทย์ที่อยากลองประสบการณ์หลังความตาย
แต่โอ้โห้...หนังผีซะงั้น เหมือน Final destination อ่ะครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:17:38:02 น.  

 
เอาวินาทีนี้ให้ดีก่อนดีกว่า ถ้าเรามีจิตที่ดี อยู่ในศีลในธรรม ยอ่มไม่เข้าถึงนรก เราไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าตายแล้วเราจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้แน่ๆ เลยในตอนนี้คือ ถ้าไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน เราอาจอดตาย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:21:17:54 น.  

 
อ่านบล็อกนี้แล้วผมก็นึกหนังเรื่อง 21 Grams เหมือนคุณ Kop ครับ
แต่ถ้าเป็นตอนผมตายเนี่ยน้ำหนักอาจจะหายไป 21 กิโลเลยนะ
.
.
เพราะผมเป็นคนหนักแผ่นดิน 55


ป.ล. หนังเรื่อง Brave Father Online นี่ผมแนะนำเลยครับ
มันเป็นความบันเทิงครบรูปแบบจริง ๆ ^^


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:21:47:29 น.  

 
มาดึกอีก
มีสังขาร มีราคะ มีวิญญาณ จึงมีการเกิด
ชีวิตหลังความตาย มีวิญญาณ
ช่วงนี้ มีข่าว ยมฑูตจับวิญญาณไปผิดตัว 555 กลายเป็นตายแล้วฟื้น
เล่าได้เป็นตุเป็นตะ
ตายจริง น่าจะเคาะฝาโลง ขอน้ำกิน
ยังหายใจอยู่ ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ ทำประโยชน์ทำดีเพื่อส่วนรวม

หลับฝันดีครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 23 ตุลาคม 2562 เวลา:23:28:33 น.  

 
ตอนนั้นผมเช่า VCD จากร้านวีดีโอมาดู
ดูอยู่หลายรอบมาก กว่าจะรู้เรื่อง
สุดท้ายต้องไปอ่านรีวิว ถึงจะเข้าใจ

ผมรอดูบอล กลัวจะหลับเสียก่อน 555


โดย: The Kop Civil วันที่: 24 ตุลาคม 2562 เวลา:0:37:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]